Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

Art Way in my Heart ( หนทางแห่งศิลปะของข้า )

บอร์ดสำหรับลงเรื่องสั้นจ้า

Moderator: Crimsonwing

Art Way in my Heart ( หนทางแห่งศิลปะของข้า )

Postby Kuloba on Sat Apr 19, 2008 10:36 am

สวัสดีครับผมเด็กใหม่ขยันแต่งนะครับ

อิอิ

นี่เป็นเรื่องสั้นที่ไม่สั้นเอาซะเลยของผมที่แต่งกับคนในกระจกอีกคนนะครับ

*0*

by
Ray & Kuloba


เกรินนำ

ชิวิตของเรา ประกอบได้ด้วย องค์ สาม องค์ อันได้แก่ ชีวิต ความฝัน และความพยายาม และองค์เหล่านั้นมักจะถูกบิดเบือนไปด้วยสิ่งที่เรียกว่าอุปสรรค และต่อไปนี้คือชีวิตของเด็กน้อย ที่ก้าวเข้าสู่ความฝันด้วยความพยายาม และแลกด้วยชีวิตทั้งชีวิตของเค้า เพื่อที่จะฝ่าฟันอุปสรรคนั้น

เรื่องย่อ

แม้ชีวิตของเด็กน้อย พิรุฬห์กิจ มินธัน ( จู ) จะถูกครอบครัวกำหนดหนทางชีวิตไว้แล้ว แต่ทว่าจิตใจของเด็กหนุ่มกลับรักศิลป์จนแทบดิ้นให้ตาย ไหนจะเพื่อนที่ห้องซึ่งเกลียดคนจนและคนเรียนศิลป์แทบขาดใจและไหนจะสาวน้อยสุดฉลาดล้ำฐิติรัตน์ เสียงสวรรค์ ( ทิ )
แต่ทว่าอนาคตยังไม่ทอดทิ้งเค้า ยังมีบุคคลที่สนับสนุนเค้าอยู่อย่างพี่คิว เด็กน้อยต้องเลือกระหว่าง ครอบครัวกับคนรัก หรือ ความฝันกับชีวิต และบทสรุปของมันก็คือ........

Heartless Entertainment Kuloba Fiction

ภูมิใจเสนอ

Art Way in my Heart ( หนทางแห่งศิลปะของข้า )

เนื้อเรื่อง

" เฮ้อ ..... อีกไม่กี่สัปดาห์.....ก็จะสอบแล้วสินะ.... " เด็กหนุ่มรำพันพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะจ้องมองไปที่หนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งซึ่งวางอยู่บนทีวี24นิ้ว

" ต้องเลือก........ทางเดินของตนเองซะแล้วสิ...... " เด็กหนุ่มเปิดมันอ่านด้วยความรู้สึกสับสน จิตใจของเด็กน้อยรู้สึกกังวลเป็นอย่างมากถึงมากถึงมากที่สุด

ภายในห้องที่เต็มไปด้วยเหล่าหนังสือการ์ตูนมากมาย เด็กน้อยกลิ่งเกลือกตัวไปมาตามพื้นไม้สีน้ำตาลอ่อน พร้อมกับคิดไปด้วย แต่ทว่ากลิ้งไปมามากนั้นทำให้ตาลายจึงหยุดลง(แล้วเอ็งจะกลิ้งทำแปะอะไร?)

ก๊อก! ก๊อก!! ก๊อก! ทันใดนั้นเอง เสียงบางอย่างดังขึ้นขัดความคิดของเค้า ในขณะที่เค้ากำลังละเมียดละไมอ่านหนังสือการ์ตูนคิดอะไรเพลินๆ ทำเอาเค้าถึงกับเซ็งๆ พร้อมกับเหยียดกายลุกขึ้นไปเปิดประตู

เด็กหนุ่มลุกขึ้นอย่างหัวเสียเล็กน้อยก่อนที่จะวางการ์ตูนปกสีส้มอ่อน ที่เขียนชื่อเรื่องไว้ว่าโคนัน ลงบนเตียงอันอุ่นนุ่มที่ยุบลงทันทีที่เค้าวางหนังสือการ์ตูน

ห้องสีฟ้าอ่อนของเด็กน้อยทำให้รู้สึดผ่อนคลายไม่น้อยก่อนที่ฝ่ามือของเด็กน้อยจะจับลูกบิดประตูสีเทา และบิดมันออกมา เบื้องหลังประตูไม้สีน้ำตาลเข็มคือ เด็กสาวตัวเล็กๆน้องสาวของเค้านั่นเอง

" พี่จูๆ ม่ามี้บอกว่าจะไปดูงานศิลปะล่ะ ไปด้วยกันนะ ไปด้วยกันนะ " สาวน้อยไร้เดียงสาตรงเข้ากอดพี่ชายทันทีที่เธอพูดจบ ก่อนที่น้องอีกคนจะตามมาด้วยท่าทางดูดนิ้วอย่างใสสื่อ

ดวงตาวิงวอนของทั้งสองทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกปฎิเสธไม่ออก(ใบ้แดก) ทำให้ต้องตกลงยอมไปอย่างช่วยไม่ได้ เด็กหนุ่มเดินจูงมือทั้งสองลงบันได้ไปอย่างยิ้มแห้งๆ

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

" โห........นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ยว่าภาพศิลปะมันจะสวยขนาดนี้...(แต่เราคงทำไม่ได้หรอกมั้ง) " ดวงตาของเด็กหนุ่มโตตอบรับภาพอันงดงามที่อยู่ตรงหน้า ภาพ โมนาลิซ่า ภาพ เชอร์ล็อกโฮม ไหนจะภาพตามยุคของศิลปะต่างๆอีก

" เรย์เนอร์บ๊อง...เอ๊ย เรย์เนอร์ซ๊อง ดาด้า เซอร์เรียลลิส โฟวิส คิวบิส...... " เด็กหนุ่มไล่ดูชื่อลัทธิของศิลปะในแต่ละยุค เด็กน้อยกวาดสายตาไปตามภาพเรื่อยๆ หัวเราะอย่างสนุกสนานไปกับภาพของลัทธิดาด้า* อ้าปากค้างไปกับลัทธิเซอร์เรียลลิส**

(* ดาด้าเป็นลัทธิเขียนภาพล้อเลียนอาทิเช่นโมนาลิซ่ามีหนวดเป็นต้น) (**เซอร์เรียลลิสเป็นลัทธิภาพเกินจริงโดนเอาสิ่งที่มีอยู่จริงมาทำให้เหนือธรรมชาติเช่นเอาปลาติดปีกบินบนฟ้าเป็นต้น)

และแล้วสายตาของเด็กน้อยก็หยุดลงอยู่ที่ภาพๆหนึ่ง มันคือภาพของพระแม่มาเรียที่นั่งคุกเข่าร้องไห้ต่อหน้าพระศพของพระเยซูที่ถูกตรึงอยู่บนกลางเขน

หยาดน้ำตาสีฟ้าอ่อนของพระแม่มาเรีย ผสมเข้ากับเลือดสีแดงสดของพระเยซูจนเป็นน้ำผืนเดียวกัน

ราวกับพระนางกำลังร้องไห้เป็นสายเลือดที่สูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวของตนไป บรรยากาศโดยรอบทำด้วยสีฟ้าเข้มและแดงอ่อน ให้ความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวอย่างรุนแรง

ราวกับแรงกระตุ้นมากมายทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกขนลุกเกรียว ความรู้สึกปลาบปลื้มจุกแน่นเข้าที่ท้องน้อย ดวงตามีอาจละสายตาจากภาพๆนี้ได้ มันคือความรู้สึกที่เรียกว่า ความประทับใจแรกพบ รึว่ารักแรกพบรึเปล่า?

" มันช่างลึกลับน่าค้นหาอะไรเช่นนี้ เทคนิคการลงสี เทคนิคการวาดภาพ การแสดงถึงอารมย์ สีแดงที่ไหลไปตามพื้นดินสีน้ำตาลที่ลงแบบอ่อนๆ กับสีฟ้ากับสีขาวที่แสดงให้เห็นถึงความรักของมารดาไหลนองพื้น "

" ความรักอันเจ็บปวดที่เกิดจากการสูญเสียลูกชายเพียนงหนึ่งเดียวอันเป็นที่รัก เหนือราคาคุยจนทะลุยอดไปเลยทีเดียว อีกทั้ง ท้องฟ้าที่ทำให้ดูขุ่มมัวราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญที่แทนค่าไม่ได้แล้วนั้น มันช่าง........ยอดเยี่ยมไปเลย...... "

ภาพของพระองค์ทรงชี้ทางและจุดไฟในจิตใจให้โหมแรงขึ้นด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่

" อะไรกัน........ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน........... " ชายหนุ่มตจ้องมองที่แขนซ้ายของตนเอง ขนของเค้าลุกขึ้นครั้งเกรียว ความรู้สึกสุดยอดมันเป็นเช่นนี้นี่เอง

" ฉัน...............อยากจะลองดู.....ฉันจะต้องเรียนรู้.....ฉันจะต้องค้นหามันให้เจอ! "

" ฉัน จะต้องเป็นศิลปิน .... " หารู้ไม่ หนึ่งในนั้นมีหญิงสาวคนนึงซึ่งมองดูแผ่นหลังของเด็กชายที่ตั้งปฎิญาณมั่น

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

หลังสิ้นงานศิลป์ทุกคนต่างพากันกลับบ้าน และแน่นอน ครอบครัวของจูเองก็เดินทางกลับบ้านด้วยเช่นกัน

ความสุขที่เค้าได้เห็นภาพศิลป์ทำให้เค้าเองอยู่ไม่สุข เมื่อถึงบ้านของเด็กหนุ่ม เด็กน้อยสาวเท้าอย่างรวดเร็วขึ้นทะยานไปสู่ห้องด้วยความเร็วเหนือแสง พร้อมกับเปิดคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตของเค้า

ช่วงเวลาที่เค้ารอคอมพิวเตอร์ที่ค่อยๆบูทเครื่อง เด็กน้อยกระตือรือล้นหาแผ่นกระดาษและดินสอ มานั่งวาดรูปแต่ละรูป แม้สัดกส่วนและอะไรยังไม่เข้า แต่นั่นก็เป็นความสุขของเค้า

ทันทีที่คอมบูทเครื่องเสร็จ ชายหนุ่มไม่รอช้าจับเมาส์ด้วยมือขวากดเข้าสู่โลกอินเตอร์เน็ตอันกว้างใหญ่ มือซ้ายพิมเข้าเว็บค้นหา Google และออกค้นหาภาพศิลป์ต่างๆเท่าที่หาได้

ราวกับจิตใจดวงน้อยๆต้องมนตราสเน่หาแห่งศิลปะ เค้านั่งวาดภาพอยู่หน้าคอมจนกระทั่งถึงเวลาทานอาหารเย็น

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้ง และเสียงๆนั่นทำให้สติของเค้าตื่นขึ้นหลุดจากมนตราแห่งศิลปะ

" ครับ... " เด็กน้อยเดินไปเปิดประตูและเบื้องหลังประตูบานนั้นก็คือพ่อของเค้านั่นเอง พริบตาที่บิดาบังเกิดเกล้าของเค้ากวาดสายตาเข้ามาในห้องก็พบกองกระดาษมากมายที่มีการวาดภาพวางอยู่

และนั่นทำให้บิดาของเค้าสนใจเป็นอย่างมาก จนเดินเข้าไปดู พ่อของเค้าหยิบขึ้นมาทีละแผ่นและค่อยๆบรรจงเปิดดู

" ลูกพ่อ....พ่อนึกว่าลูกทำอะไรไม่ดีซะอีกเห็นปิดประตูห้อง ที่ไหนได้ ศิลปะกำลังเข้าเส้นนี่เอง แหมๆ เยี่ยมไปเลยนะเนี่ย ภาพตรงนี้แสงเงายังไม่ค่อยทีเท่าไหร่เลยนะ หึ หึ... "

เด็กน้อยได้ยินบิดาของเค้าพูดจาชมทำให้เด็กน้อยดีใจไม่น้อย ในใจลึกๆของเด็กน้อยกำลังกลัว กลัวที่บิดาของเค้าจะปฎิเสธเรื่องไปเรียนศิลปะนี้ แต่คำชมนั้นทำให้จิตใจของเด็กน้อยโล่งสบายเลยทีเดียว

" ลงไปกินขาวได้แล้วลูก ป่ะ.... "

" ครับ! "

เด็กน้อยเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วและบิดาของเค้ามองมาที่กองภาพ.........

" .................เฮ้อ..... "

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

ณ โต๊ะอาหารที่ดูเรียบธรรมดา ไม่ได้หรูหราอะไร แต่ทว่าอาหารที่นำออกมานั่นกลับส่งกลิ่นหอมไปตามควันรของมันราวกับเหนือกว่าอาหารของโรงแรมแห่งไหนๆเสียอีก

โต๊ะธรรมดาๆที่ไม่ได้ถูกประกับให้สวยงาม กลับดูหรูขึ้นมาด้วยเพียงอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะนั่นเอง

น้องทั้งสองนั่งรอด้วยความตื่นเต้น เพราะมารดาของเจ้าหล่อนบอกไว้ว่าลองทำอาหารพิเศษดู และเมื่อพี่ชายคนโตลงมาจากบันไดตามด้วยพ่อบังเกิดเกล้า น้องทั้งสองก็ยิ้มอย่างดีใจที่ จะได้กินสักที (ฮ่วย ไม่ได้รอตูหรอกรึ..)

" มาแล้วจ้า~~ ไก่ต้มโค้กทั้งตัวฉบับ ม่ามี้เองจ้า~~ " หม้อใบใหญ่ถูกยกลงมาวางที่โต๊ะยิ่งทำให้มันดูหรูขึ้นไปใหญ่

" ทานละคร้าบบบบบบบบบบบบบ " ทุกคนรอบโต๊ะกล่าวพร้อมกันก่อนที่จะลงมือตักข้าวและกับข้าวกินอย่างสนุกสนาน พร้อมหน้าพร้อมตา

( ได้พบหนทางที่ตนเองชอบแล้ว ไหนยังมีครอบครัวที่ยิ้มแย้มอีก ไม่มีอะไรสุขไปกว่านี้อีกแล้ว ) ความคิดของเด็กหนุ่มแล่นเข้ามาในหัว มันช่างมีความสุขเหลือเกินในตอนนี้

" เออใช่........พ่อมีอะไรจะบอกลูกนะ... " สิ้นเสียงของพ่อ เสียงเจี้ยวจ้าวรอบโต๊ะถึงกับเงียบสงัดลงทันตาเห็น บรรยากาศเริ่มมืดมนโดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันได้คิดอะไร

" อะไรเหรอครับพ่อ! " เด็กดนหนุ่มจับช้อนตักข้าวยัดเข้าปากตุ้ยๆราวกับไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่นัก

" พ่อน่ะ....ไม่ให้ลูกเรียนศิลปะนะ.... " ราวกับฟ้าผ่าลงมาที่กลางอก คำๆนั้นทำให้ช้อนที่จูถืออยู่ถึงกับตกลงบนจาน ดวงตาเปิดกว้างใบหน้าเอ๋อไปในทันที

" อะไรนะพ่อ!!!! "

" ทะ..ทำไมล่ะพ่อ ผมก็ยังเห็นพ่อชมที่ผมทำอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่ให้ผมเรียนล่ะ!? " ความตกใจของเค้าทำเอาเค้าทำอะไรแทบไม่ถูก มือไม้สั่นพร่า

ดวงตาเริ่มเป็นสีแดงก่ำจะร้องไห้ราวกับไม่เชื่อหูของตนเองว่าจะได้ยินคำๆนี้ออกมาจากปากของบิดาของตนเอง

" โกหก...โกหกใช่ไหมพ่อ....บอกผมสิว่าล้อเล่น บอกผมสิว่าพูดเล่นน่ะพ่อ...... " ดวงตาของหนุ่มน้อยเริ่มมีหยาดน้ำตาสีใสไหลออกมา ความรู้สึกรักมากมายราวกับจะพังทลายด้วยเพียงค้อนหนึ่งอัน หากพ่อผู้เป็นบิดาทุบมันลงมาด้วยความแรง จิตใจของเด็กน้อยคงจะต้องสูญเสียความรักนั้นไปราวกับอกหักเป็นแน่แท้

" เงียบซะ!!!! " คำๆนั้นยิ่งตอกย้ำลงไปที่หัวใจของเด็กน้อย ความเจ็บปวดและความสับสนเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ น้ำตาสีใสของเด็กน้อยไหลอาบแก้ม

" ไป!!! ไปเรียนวิชาการ!!!! เอาหัวของแกไปหมั่นฝึกฝนซะ!!!! ไม่ใช่มานั่งไร้สาระกับไอ้ศิลปะบ้าบอ!!!!! " คำตัดสินของบิดาถือเป็นคำขาดในครอบครัว

" ศิลปะน่ะ! เอาไว้ดูเพลินๆก็พอแล้ว!! แกทำงานสามัญเป้นงานหลัก แล้วเอาศิลปะเป็นการวาดภาพเล่นไป! อย่าเอาเวลาอันมีค่าของแกไปเสียกับเครื่องมือระบายความเครียดนะ!! "

เด็กหนุ่มไม่มีโอกาสแม้จะแย้งสักเพียงจุด กลับต้องนั่งฟังทั้งน้ำตา ผู้เป็นบุพการีว่ามาเช่นนั้น เราจะไปแย้งได้อย่างไร เราจะตอบโต้ได้อย่างไร ทำอย่างไรได้นอกจากนั่งฟังอย่างงี้ คำคืนแห่งความสุขนั้นสั้นเสียจริง

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

เช้ารุ่งขึ้นมารดาของเค้าไปส่งที่โรงเรียน

สภาพของเด็กน้อยไม่ต่างอะไรกับร่างไร้วิญญาณ ขอบตาสีดำคล้ำ ตาสีแดงก่ำ นัยต์ตาเลื่อนลอย เหม่อ และไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้สาวงามปานเทพธิดาเดินผ่านก็ยังไม่แม้จะชายตามอง

" ฝืนทนอยู่ก็เหมือนตาย.....ดั่งร่างไร้วิญญาณ.... " จิตใจของเด็กน้อยคงมิต่างจากคำๆนี้เสียเท่าไหร่นัก หากไม่เพราะว่าตัวตนของเค้ามีแรงกระตุ้นให้ไปโรงเรียนคงไม่มาเป็นแน่แท้

" ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ.....อุสาห์พบกับสิ่งที่ตนเองชอบแล้วทั้งที......กลับถูกสั่งห้าม.......ทำไมความจริงมันถึงได้โหดร้ายแบบนี้.....ทำแบบนี้ฆ่าชั้นเลยดีกว่าไหม!!!!....ให้ชั้นอยู่ต่อไปโดยที่ฝันสลายน่ะเรอะ!!!!!... "

ชายหนุ่มรำพึงและจิตใจที่มัวหมองพาชายหนุ่มตกต่ำและย่ำแย่ ความรู้สึกของชายหนุ่มพาลดุ่งสู่เหวลึก จิตใจที่หมองมัวและคร่าขุ่นค่อยๆลากร่างวิญญาณและความฝันของเด็กน้อยลงเหวแห่งความสิ้นหวังไปทีละน้อยทีละน้อย

ผลั่ก! " เป็นอะไรไป ทำของรักหายรึไง...... " ฝ่ามือของเด็กสาวคนนึง ตบเข้าที่กลางหลังก่อนที่จูจะหันไปมองหยน้าเด็กสาวคนนั้น

" ทะ....ทิ? ...... " พริบตาที่ดวงตาสีดำขุ่นคร่าราวกับมีห่าพิรุนโปรยอยู่ภายในดวงตา สบเข้ากับดวงตาสีดำสดใสภายในลึกลับน่าค้นหา ทำให้เค้ารู้สึกเด้งตัวกลับขึ้นมามีพลัง และนี่เองคือ แรงกระตุ้นเพียงเล็กน้อยที่เค้ามี

" ทำไมทำหน้าเหมือนญาติเสียอย่างงั้นละ หืม? " ชายหนุ่มอึ้งตะกุกตะกักก่อนที่จะสบตาเธอสักพัก กลืนน้ำลายลงคอก่อนหนึ่งครั้งแล้วตอบเธอกลับไป

" เธอชอบศิลปะรึเปล่าล่ะ...... " ชายหนุ่มยืนตรงถามสาวน้อย

" ไม่ค่อยชอบ ชั้นดูไม่ค่อยรู้เรื่อง ทำไมเหรอ " เธอพูดออกมาด้วยใบหน้าเซ็งเล็กน้อยราวกับเธอไม่เข้าใจความหมายที่อยู่ภายในของมัน

" ก็...พอดีชั้นว่าจะไปศึกษาต่อสายศิลป์ แต่ว่าพ่อน่ะสิ ไม่ให้อ่า.... " เด็กหนุ่มทำหน้าตาสะเทือนใจเล็กน้อยด้วยท่าทางเจ็บปวด

" เค้าทำถูกแล้วล่ะมั้ง เค้าคงกลัวว่าอนาคตนายจะไส้แห้ง ไม่มีอะไรจะกิน และก็ตกต่ำไง เพราะถ้าเรียนสายวิชาการมันก็ไม่ได้ลำบากอะไร เงินเดินมาตลอด ถ้าเรียนต่อราชการก็จะมีเงินใช้ตอนแก่จริงไหมล่ะ "

คำพูดนั้นทิ่มตรงลงไปกลางใจของชายหนุ่มที่เธอคุยด้วยตรงหน้าทำเอาเค้าอ้าปากค้างยาวลงไปแทบจะถึงพื้น(ปากคนหรือ= =?)

" ตะ...แต่ว่า...ชั้นชอบนี่นา! " ชายหนุ่มเกือบสติหลุดหลังสิ้นคำพูดของเธอและกล่าวกลับไป

" ไม่มีแต่.....ชอบ กับ ถูกต้อง มันต่างกันนะจู! อนาคตน่ะ มันต้องถูกต้องต่างหากล่ะเอาแต่ความสุขของตนเองเป็นที่ตั้งไม่ยึดถึงหลักอนาคต แล้วเกิดวันข้างหน้าเธอเกิดไม่มีอารมย์ศิลปะ ไม่มีความรู้สึกลึกซึ้งถึงมันหรือเข้าไม่ถึงมัน เธอจะทำยังไงล่ะ "

น้ำเสียง คำพูด และท่าทางของเธอดูน่าศรัทธาราวกับพระแม่ผู้มาจากสวรรค์ก็มิปาน คำเกลี่ยกล้อมของเธอถึงกับทำให้ชายหนุ่มคิดหนักเลยทีเดียว

" พ่อของเธอเค้ากลัวว่าเธอจะไปเรียน เจอเรื่องแย่ๆ เข้าไม่ถึงจุดของมันและทำให้เธอกลายเป็นคนที่แย่ที่สุดของชีวิตของเค้ายังไงล่ะ นั่นคือสิ่งที่พ่อของเธอกลัวและถึงได้ขับไสไล่ส่งให้เธอไปเรียนวิชาการด้วยใบหน้าดุๆยังไงล่ะ ไปละ บาย "

สิ้นคำพูดของเธอ เธอก็เดินไปเข้าห้องทันที เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจไม่น้อยที่เธอพูดกับตนมากขนาดนี้ ทั้งๆที่ตนเองก็ไม่ได้สนิทกับเธอมากมายเ
Kuloba
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 5
Joined: Sat Apr 19, 2008 10:29 am

Postby กล้วยจัง on Sat Apr 19, 2008 4:35 pm

ว้าว เจ๋ง :lol:
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby Adinoris on Sat Apr 19, 2008 7:03 pm

เยี่ยมเลยครับ

ลงต่อให้จบนะครับจะรออ่าน :D
ศิลปะเกิดจากจินตนาการอันไร้ขอบเขตของทุกสรรพสิ่ง
Adinoris
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 12
Joined: Thu Apr 17, 2008 7:56 pm
Location: ป่าลึกในหุบเขา อากาศสดชื้นสดชื่น~*

Postby Kuloba on Mon Apr 21, 2008 1:58 am

คือความจริงแล้วลงรอบเดียว

ไม่นึกว่าเว็บนี้จะรับไม่ได้หมด= =

================


อัจฉริยะของโรงเรียน ไม่น่าเชื่อว่าจะมาพูดกับคนธรรมดาๆอย่างตนเอง ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้น ทำไมเธอถึงได้ใส่ใจกับเรื่องของคนอื่นมากขนาดนี้?

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

หลังเลิกเรียนแม้ชายหนุ่มจะกลับบ้านตามปกติ แต่ทว่าก็ยังไม่กล้าที่จะมองหน้าของพ่อตนเองอยู่ดี ไม่กล้าแม้จะสบตาบิดาของตนเองเหมือนเช่นแต่ก่อน

ทันทีที่เด็กหนุ่มวางกระเป๋าเสร็จ เค้าได้พลิกตัวกลับไปออกจากบ้าน ระหว่างทางเด็กหนุ่มเหงหน้ามองท้องฟ้าสีครามกับก้อนเมฆสีขาวขุ่นผสมเทา ที่ลอยละลองอย่างอิสระ ไร้ซึ่งพันธนาการใดๆ

" สวยจังเลยนะ.....นอกจากสวยยังมีอิสระอีกดว้ย....ไม่ต้องอยู่ในกฎเกณต์อะไร.... " ชายหนุ่มเริ่มเปรียบเปรยตนเองกับท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ด้วยดวงตาสีดำอันเหม่อลอยเสียแล้ว

" ใช่....ช่างเป็นก้อนเมฆที่มีความสุขมากเลยล่ะ...จริงไหม จู.... " ชั่วเพียงพริบตา กลับมีชายคนนึงปรากฎตัวขึ้นมาทำเอาชายหนุ่มตกใจไม่น้อยเลยทีเดียว และเด็กหนุ่มหันไปมองอย่างรวดเร็วจนคอแทบเคล็ด

และเมื่อรู้ว่าเป็นใครชายหนุ่มถึงกับโล่งอกถอนหายใจเฮือกใหญ่

" จะกลัวอะไรกันฮะ พี่ไม่ใช่ผีนะเฟ้ย แหมๆ " ชายนิรนามกล่าวด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองด้วยท่าทางเซ็งเป็ด

" ดีครับพี่คิว...... ผมกำลังจะไปร้านเกมพอดีเลยพี่ ไปด้วยกันไหม "

" เออ " ทั้งสองค่อยๆย่างเท้าก้าวสู่จุดหมายด้วยกันทีละนิด บนพื้นสีดำจากยางมะตอยสียาวไกลไม่น้อยเลยทีเดียว

" พี่ครับ.........ผมมีเรื่องจะปรึกษาครับ...... " ใบหน้าของเด็กหนุ่มบ่งบอกถึงความเครียดที่มากล้นพร้อมกับจดจ้องด้วยความรู้สึกสับสนต้องการคำตอบอย่างรุนแรง กระหายซึ่งความจริง

" ว่ามาสิ.... " ทุกเรื่องราว ทุกรายละเอียดละเบียดนิ้วถูกถ่ายทอดให้ฟังด้วยสีหน้าที่ตั้งใจ(ฟัง) ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่มีต่อศิลปะ หรือความรู้สึกตอนที่โดนบิดาของตนว่า

" อืม.....มันเป็นแบบนี้นี่เอง ไม่น่าล่ะ ซึมมาเชียว " พี่คิวแตะไหล่ของชายหนุ่มเบาๆเป็นการปลอบใจ

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

หน้าร้านเกมที่ประดับประดาไปด้วยภาพเกมออนไลน์ วอปเปเปอร์ เกมดังอย่าง Ragnarok TS SF มังกรหยก และอีกหลายๆเกมดัง ติดกระจกใสเอาไว้

บนพื้นซีเม้นสีเทาอ่อนนั้น ชายสองหน่อนั่งเล่าความอย่างสนุกสนาน

" ตอนนั้นนะ อาจารย์โดนพี่แกล้งเข้าไป อย่างฮาเลย "

" จริงเหรอครับพี่! ยอดไปเลย! "

แต่ทว่า ความสนุกของทั้งสองกลับต้องหยุดกลงที่ตรงนั้น

" ส่วนเรื่องของจูน่ะนะ...... "

บรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงัดลงทันตา ราวกับทุกสิ่งจะเฝ้ารอที่จะฟังคำตอบของคนเพียงหนึ่งคน

" ชั้นไม่เห็นด้วยที่นายจะไปเรียนสายศิลป์..... " คำพูดๆนี้ทำเอาเด็กหนุ่มรู้สึกผิดหวังไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะตัวเค้าเองหวังเอาไว้มากว่าคนที่เรียนศิลปะมาก่อนอย่างพี่คิวจะเห็นดิบเห็นดีด้วยเสียอีก

" ทำไมล่ะพี่!? แม้แต่พี่ก็ไม่เห็นด้วยที่ผมจะไปเรียนสายศิลป์งั้นเหรอ!? ทำไมกันล่ะ เพราะผมใส่แว่นดูเหมือนหมอรึไงกันครับ รึผมอ้วนไปรูปร่างไม่ผอมไส้แห้ง!? " คำๆหลังนั้นทำเอาพี่คิวสะดุ้งเล็กน้อย= ="

" มะ....ไม่ใช่อย่างงั้น........ชั้นอยากเห็น พรสวรรค์ของนายมากกว่า เพราะเรียนศิลปะน่ะ....ถ้าไม่มีพรสวรรค์มันรุ่งยากนา.... "

สิ้นคำๆนั้นทำให้เด็กหนุ่มถึงกับโทสะขาดสะบั้นลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่บิวเบี้ยวโมโหอย่างรุนแรง! เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดๆอย่างโมโหดวงตาจ้องเขม็งตรงไปยังพี่คิวที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้านกับท่าทางของจูเท่าไหร่นัก

" ได้...........ได้เลย! ผมดูพี่ผิดไปจริงๆ! ผมนี่แหละ! ผมคนนี้แหละจะทำให้พ่อแม่ยอมรับเอง!! ผมจะแสดงให้ทั้งโลกได้เห็น!!! พรสวรรค์มันไม่มีทางเหนือกว่าพรแสวง!!!! " เด็กหนุ่มประกาศกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแสนพิโรธ

จูเดินเข้าร้านไปอย่างขุ่นเคื่อง พรสวรรค์กับพรแสวงนั้นทำให้เด็กหนุ่มถึงกับโมโห เพราะผู้ที่มีพรสวรรค์นั้นไม่ต้องพยายามก็ทำได้ แต่พรแสวงนั้นต้องแลกด้วยเวลาและพลังมากมายกว่าจะได้มันมา

" ลูกจะ....มีค่าพอจะให้พ่อช่วยไหม....... " พี่คิวที่นั่งกุมขมับอยู่ตรงหน้าร้านกล่าวบางอย่างที่น่าแปลกใจไม่น้อย....

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

" อืม...........เทคนิคดินสอ....................เทคนิคสีไม้.............ว้าว~ ภาพของปิคาสโซ่....งดงามจริงๆ... " ขณะที่ชายหนุ่มกำลังตะลึงหงั้นอยู่กับภาพของปิคาสโซ่นั้น

ชายวัยรุ่นสองคนได้เดินเข้ามาหาด้วยความโมโห " เฮ้ย! ไอ้เด็กเวร! เอ๊งจะเปิดเว็บทำห่าไรวะ! มันแลค*นะเว้ย!! คนกำลังPvP** แมร่ง! ปิดเลยสัส ปิดเด๋ยวนี้เลยด้วย ไอ้ภาพปัญญาอ่อนเนี่ย! "

*แลค(Lag) อาการกระตุกของเกมออนไลน์ที่เกิดจากการดึงเน็ตจากการเปิดเว็บต่างๆ **PvP ในเกมหลายเกมของเกมออนไลน์นั้นจะมีระบบPlayer VS Player ซึ่งก็คือระบบที่ให้ผู้เล่นต่อสู้กันเองนั่นเอง

สิ้นเสียงนั้นด้วยตาของชายหนุ่มเบิกกว้างด้วยความโมโห! แววตาจดจ้องไปหาชายวัยรุ่นสองคนด้วยสายตาขุ่นเคื่อง ราวกับพยัคฆ์จ้องคนที่จะมาทำร้ายของรักของมัน

" แก......ว่าอะไรนะ.. "

" ทำไม.......ไอ้หนู.........เอ็งจะทำไม......... " ดวงตาใหญ่โตของเด็กวัยรุ่นวางก้ามราวกับคนเองนั่นยิ่งใหญ่เหนือใครๆ เปรี้ยง!!!! หมัดขวาตรงกระแทกเข้ากลางหน้าของวัยรุ่นคนนั้นลงไปทรุดอยู่กับพื้น

สายตาของเด็กวัยรุ่นอีกคนนึงจ้องมองมาด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับชกลงมาด้วยความรู้สึกกลัว

" ช้า..... " เด็กหนุ่มเอียงตัวหลบหมัดพร้อมกับยึดแขนเข้าไปสอดระหว่างคอของชายวัยรุ่นคนนั้น พร้อมกับกระแทกอย่างรุนแรง " โคส-ลายด์!!! " ตึง!! วัยรุ่นอีกคนหัวฟาดพื้นลงไปนอนอยู่กับพื้น

" เฮ้ย!!! เอ็งทำไรเพื่อนข้าวะ!!! " เพียงแค่นั้นคนเกือบทั้งร้านต่างลุกขึ้นมาทันที.... เด็กน้อยแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยว่า พวกของมันจะเยอะขนาดนี้

" เข้ามาเด้!! เข้ามารุมเลย!! ไอ้พวกหมาหมู่!!!! " เด็กหนุ่มตวาดไปโดยหวังว่ามันจะเข้ามาทีละคน แต่ทว่ามันไม่เป็นแบบนั้น

" ใช่ พวกเรามันหมาหมู่.......เพราะงั้น....รุมแม่งเลย!!!! " ชั่วพริบตาที่ทุกคนกำลังจะเข้ามารุมกินโต๊ะเด็กน้อยนั่นเอง

" เฮ้ยๆ.......ทำไรกันน่ะ.......... " ชายผู้นึงเดินเข้ามาด้วยท่าทางขึงขังและเยือกเย็น สายตาของทุกคนจ้องมองมาที่เค้า และสายตาของเค้ากวาดจ้องมองทุกคน

ดวงตาสีแฝงความหมาย เอาจริงของวัยรุ่นทุกคนต่างหงอและกลับลงไปนั่งเล่นเกมดังเก่า บ้างพาเพื่อนไปนั่งพักที่โต๊ะลงตน บางนั่งเงียบสงบเล่นเกมต่อราวกับเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

" พะ....พี่คิว..... " เด็กน้อยมองมาทางพี่คิวด้วยสายตาสงสัย ตกลงชายผู้นี้จะเอายังไงกันแน่ จะ......ช่วย หรือ ไม่ช่วย

เพียะ! ฝ่ามือของชายหนุ่มฟาดลงมาที่เด็กน้อยจนหน้าของเด็กน้อยถึงกับสะบัดเลยทีเดียว!

" อย่าถ่ายทอดอารมย์ของศิลปะออกมาอย่างชุ่ยๆ! ถึงแม้ว่าใครๆจะไม่ยอมรับ แต่ถ้าไม่เดินต่อไปก็ทำได้แค่จมปลั่กอยู่กับความเหยียดหยาดของผู้คน จริงไหม! "

" เพราะงั้น พี่จะช่วยเธอเอง!! " เพียงสิ้นคำๆนั้น เด็กน้อยที่เอาฝ่ามือกุมแก้มน้ำตาไหลรินออกมาจากดวงตาสีแดงที่เกิดจากการนอนไม่พอทันที

" พะ....พี่คิว.....ขอบคุณครับ....ขอบคุณมากครับ!! " น้ำตาอื่อล้นออกมาอย่างไม่แยต่อสายตาของใครๆอีกแล้ว

" เอาล่ะ.....งานแรกของนาย.........เอารางวัลของงานประกอบนี่ไปอวดพ่อ........นะบัดนาวววว!!!~~~ "

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

" ปะป้า.......ผมมีเรื่องจะขอร้อง...... " เด็กหนุ่มเดินหาบุคคลผู้เป็นบิดาด้วยสายตามุ่งมั่น ก่อนที่จะนั่งคุกเข้าลงต่อหน้าบิดา

" อะไร ชั้นว่าชั้นพูดจบไปแล้วนะเรื่องที่แกจะเข้าเรียนศิลปะน่ะ.... " ผู้เป็นพอที่นั่งอ่านหนังสือพิมอย่างไม่สนใจลูกชายของตนเอง ยังคงปฎิเสธดังเดิม

" ขอให้ผมได้ำพิสูทธ์ตัวเองด้วยครับ! ด้วยการเข้าประกวดวาดภาพระบายสี หากผมได้ที่1กลับมา ขอให้ผมได้เข้าเรียนศิลปะดั่งใจ ได้ไหมครับ!!! " เด็กหนุ่มพูดจาเป็นงานพร้อมโชว์โปสเตอร์งานให้พ่อดู

" อืม.................... " คำพูดที่แสดงออกมาถึงความมุ่งมั่นของชายหนุ่มทำให้พ่อของตนนั้นถึงกับคิดหนักเลยทีเดียว!

ใจของเด็กหนุ่มถึงกับเต้นไม่เป็นจังหวะ คำพูดที่ออกมาจากปากพ่อจะเป็นคำกำหนดชะตาชีวิตของเด็กหนุ่มในภายภาคหน้าเลยทีเดียว

" ตกลง!.......... " สิ้นคำๆนั้นชายหน่มถึงกับยิ้มหน้าบานเลยทีเดียว ผู้เป็นพ่ออนุญาติแล้ว! มันคือโอกาส มันคือเชือกที่เค้าจะสามารถคว้ามันเพื่อดึงตนเองขึ้นมาจากความมืด!!!

" ผมจะคว้าที่1มาให้ดู!!! " ทันทีที่จูพูดเสร็จก็วิ่งกระโดดโลดเต้นออกไปอย่างยิ้มแย้ม

" หวังว่า คงจะไม่เหมือนชั้นนะ... " ผู้เป็นพ่อกล่าวด้วยความรู้สึกเป็นห่วง แต่ที่เหมือนนั้นมันคืออะไรกัน

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------
Kuloba
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 5
Joined: Sat Apr 19, 2008 10:29 am

Postby Kuloba on Mon Apr 21, 2008 1:59 am

หลังจากนั้นหนึ่งสัปดาห์ ....................

ถึงเวลาแห่งการตัดสินผลงาน และเข้าสู่ช่วงสอบปลายภาค ของมัธยม3

" ถึงวันปผระกาศแล้ว เราอุสาห์ไปเขจ้าแข่ง นั่งขดหลังแข็งซ้อมไปอ่านหนังสือไปจนแทบบ้า ถึงตอนแข่งจะไม่ค่อยมัน่ใจก็เถอะ แต่เราก็ทำเต็มที่ หวังว่า.....พระเจ้าคงช่วยเราบ้างนะ "

เด็กหนุ่มรีบร้อนตาลีตาเหลือกไปหาพี่คิวเพื่อที่จะพาไปดูผลงานด้วยกัน ทันทีที่จูไปถึงพี่คิวเดินออกมาจากบ้านพอดี

" เราไปกันเถอะ "

ราวกับรู้อยู่แล้วว่าจูจะมา พี่คิวรีบเดินออกไปโบกแท๊กซี่เพื่อที่จะตรงไปอย่างสถานที่ประกาศผลงานทันที

" ครับ ชาครีส์ครับ " จูโชว์นามบัตร์ผู้เข้าแข่งพร้อมกับเข้างานไปกับพี่คิวทันที ภาพของทุกคนที่เข้าประกวดถูกติดโชว์ทุกคน

จูกับคิวค่อยๆเดินไปตามทางที่เต็มไปด้วยผู้คนและค่อยๆดูภาพแต่ละภาพที่ใช้สีน้ำเป็นหลัก หลายต่อหลายคนที่ยิ้มดีใจกับผลงานของตนเอง หลายต่อหลายคนที่นั่งเซงที่ผลงานตนเองไม่ได้ที่1

และ.............ในที่สุด ปลายทางข้างหน้าก็คือ ที่ติดผลงานของคนที่ได้อันดับ 1-3 พรมสีแดงปูตามพื้นทอดยาวไปถึงปลายทาง ผ้าสีแดงปูรอบข้างพร้อมกับสปอตไลท์สีส้มอ่อนเน้นผลงาน....

เมื่อก้าวเท้าไปใจของจูกลับสั่นกลัว.........และค่อยๆเดินช้าลง...ช้าลง......จนหยุดอยู่ตรงหน้าประตู......

" ไม่เข้าไปเหรอ...... " พี่คิวถามพร้อมกับจ้องมองมาที่ใบหน้าของจู เด็กหนุ่มมือไม้สั่นด้วยความกลัว กลัวที่ตนเองจะไม่ได้เรียนศิลปะ กลัวที่ตนเองจะแพ้ และกลัวที่บิดาของตนจะหัวเราะเยาะ......

" ผะ....ผม....ผม......กะ...กลัว........ " ดวงตาของเด็กหนุ่มสั่นด้วยความกลัว จนขยับไม่ได้

" จูเอ๊ย เราเดินมาถึงตรงนี้แล้วนะ ลองมองกลับไปดูสิ.........มองดู....หนทางที่เธอเดินผ่านมา.....หนทางที่เธอเลือกที่จะเดิน ... "

เพียงแค่จูหันหลังกลับไปมอง...ก็พบกับภาพต่างๆที่เค้าพบเจอ ภาพตอนที่เค้าไปดูงานศิลปะ ภาพที่รู้สึกชื่นชอบมัน ภาพที่บิดาของตนว่ากล่าวสั่งสอน และภาพเมื่อยามเค้าล้มแล้วทิเข้ามาคุยด้วย ภาพ.....มากมายไหลเข้ามาในหัวเค้า

มันคือ...."หนทาง"ที่เด็กหนุ่มได้เลือกเดินด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อเพื่อที่จะไปถึงความฝัน และหากเค้าเปิดประตูบานนี้ออกไป เค้าก็จะได้รู้ว่า เค้าจะได้พบกับความฝันหรือไม่...

" ไปกันเถอะครีบพี่คิว.... ใช้ความกล้าสยบซิ่งความกลัว.... " เด็กน้อยที่เป็นเด็กในวันก่อนๆ กลับกลายเป็นเด็กหนุ่มที่มีความกล้าในวันต่อๆมา และวันนี้ จะเป็นสิ่งที่ชี้อนาคตของเค้าในที่สุด!!

แอ๊ดดดดด~~~ ปึง! ประตูงานภถูกเปิด และผู้ที่เดินเข้าไปด้วยความกล้าจ้องมองไปที่ผลงานของตนเอง..........

" ผู้ที่ได้รางวัลที่1ได้แก่.....นายเกรียงไกร.... มากสมบัติ ผู้ที่ได้ที่สองได้แก่....นาย ชาครีส รัตนกุล ผู้ที่ได้ที่สามได้แก่ นายบุญมี น้อยแนบ "

" ที่สอง...รึ..... " ความรู้สึกยินดีกับความรู้สึกเจฌ็บปวดไหลเข้ามาผสมกันจนเค้ารู้สึกสับสน น้ำตาที่ไหลออกมานั้นล้นไปด้วยความยินดีและความเศร้า จิตใจของเค้าทั้งกระวนกระวายและปวดร้าว

" ทำไม.....ทำไม......ทำไมท่านถึงไม่ช่วยข้าบ้างเลยนะพระผู้เป็นเจ้า........ " เด็กน้อยรำพึงกับตนเองเบาๆ

" ทั้งๆที่ท่านสามารถช่วยข้าได้ ท่านก็ไม่ช่วยข้า.......ข้ารู้สึก...สาปแช่งท่าน......... "

แปะ!....ฝ่ามือของพี่คิวตบไหล่ของจูเบาๆอกีครั้งเหมือนตอนเค้าปลอบใจ และเค้าก็ปลอบใจจูอีกครั้งด้วยความหวังใย และรู้สึกหดหู่ไม่แพ้กัน โดยหวังว่า พ่อของจูจะไม่ใจร้ายจนเกินไป

" ขอบคุณครับพี่คิว...........ผมรู้พี่ไม่ต้องเสียใจ มันไม่ใช่เพราะพระเจ้าไม่ช่วยหรืออะไรหรอก สุดท้ายแล้ว ตัวผมเองต่างหากที่แย่.....มันเพราะผมเองต่างหากที่ไม่พยายามใให้เต็มที่.... "

" ไม่ใช่อย่างงั้นหรอกจู......ในสายตาพี่น่ะ นายขยัน นายพยายามยิ่งกว่าพี่ตอนเรียนเสียอีก นายพยายาม....อย่างสุดความสามารถแล้วนี่! "

" แต่มันก็ยังไม่สำเร็จไม่ใช่เหรอครับพี่คิว! มันก็ยังไม่ได้ที่1นี่ครับพี่คิว! " เด็กน้อยรู้สึกเครียดหนักจนร่างกายแทบจะรับไม่ไหว จิตใจเองก็พลอยไปด้วยเช่นกัน

" เฮ้.........อย่าคิดมากสิ....ยังไงเราก็พยายามเต็มที่แล้วนี่นา........ "

" ครับ...นั่นสินะ......เราจะมัวจมปลั่กอยู่กับอดีตไม่ได้.....เราต้องเดินไปสู่อนาคต ..... "

ทั้งสองเดินออกปจากงานประะกวดโดยหารู้ไม่ว่า มีสาวน้อยบางคนจ้องมองดูอยู่ด้วยสายตาอาลัยอาวร

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

" เป็นไง.........ลูกเอ๋ย...มันไม่ง่ายใช่ไหมลูกจ๊า......การที่จะเดินไปสู่หนทางศิลปะน่ะ.......มันไม่ได้ง่าย เพราะงั้น...... "

" ไม่ครับพ่อ.....ผมไม่ยอมแพ้หรอกครับ.....ผมอุสาห์คว้าที่สองมาได้.........ผมไม่ยอมแพ้แน่นอน... "

ผู้เป็นพ่อทั้งดีใจทั้งลำบากใจ ดีใจแสนดีใจที่ลุกมั่งมั่นขนาดนี้ แต่รู้สึกลำบากใจพอๆกันที่ลูกต้องมาเดินในหนทางที่ตนไม่อยากให้เดิน

" พอได้แล้ว........ ฉันรู้สึกหน่ายเต็มทนกับอาการของเธอแล้วนะ... " เสียงของผู้เป็นแม่ดังขึ้นด้วยท่าทางมีน้ำโห เด็กน้อยก้มหน้าลงรับกรรมไปตามระเบียบ

" ที่รัก เธอจะแกล้งลูกไปถึงไหนกันฮะ!! ไหนบอกว่าไม่ว่าได้คะแนนเท่าไหร่ก็จะให้ลูกเข้าเรียนไงยะ! "

สิ้นเสียงนั้นจูถึงกับหันหน้าไปมองพ่อของตนเองทันที!? ในความงุนงงนั้นเอง แม่ผู้มากเฉลยความจริงได้เล่าความจริงออกไปเกือบหมดเปลือก

" ไหนว่าถ้าลูกไม่ได้ที่1ก็จะให้เรียนไง แหม ตั้งท่าวาดมาดเท่ยังกะพระเอกเลยนะ จริงๆอายที่จะพูดรึไงยะ! แหมๆ " แม่ผู้นี้กลับทำให้พ่ออายม้วนซะงั้น

" จ้าๆ พอแล้วจ้าที่รัก พ่อแล้ว เดี๋ยวพ่อจัดการต่อเองนะ.... "

" เอาล่ะ ลูก ไปคุยกับพ่อที่หน้าบ้านหน่อยสิ.... " ผู้เป็นพ่อเดินนำลูกไปโดยมีลูกชายเดินตามต้อยๆ

" รู้ไหมทำไมพ่อถึงไม่อยากให้ลูกเรียนศิลปะ... " ผู้เป็นพ่อถามพร้อมกับนั่งลงที่ฟุตบาท

" ไม่รู้ครับ " เด็กน้อยกล่าวพร้อมกับนั่งตามบิดาตน

" พ่อน่ะ....แต่ก่อนเคยเรียนศิลปะมาก่อน พ่อรู้ พ่อเข้าใจว่ามันรู้สึกตื้นตันเพียงใดที่เห็นมันสวยงามน่าหลงไหล และใจของพ่อก็ได้เลือกที่จะเรียนมัน แต่ว่าพ่อ ก็ไปไม่ถึงฝั่งฝัน "

" พ่อไม่สามารถเข้าถึงศิลปะได้ นั่นทำให้พ่อเป็นได้แค่ศิลปินธรรมดาๆ วันนั้น ที่พ่อพาลูกไปงานศิลป์ เพื่อที่จะไปดู ว่างานของตนนั้นขายออกไหม แต่แล้วงานของพ่อเองก็ยังคงถูกวางอยู่บนชั้นในราคาเดิม "

" ศิลปะน่ะ มันไม่ใช่ระบายสี ศิลปะไม่ได้สอนให้เราวาดรูปลงสีรูปเป็นอย่างเดียว แต่มันสอนให้เราเข้าใจ! ชีวิตของตนด้วย! และจำไว้.....ลูกรัก จำไว้... "

" พ่อ....ให้ลูกไปเรียน...ลูกจงก้าวข้ามพ่อ จงก้าวเหนือกว่าพ่อ ทำในสิ่งที่พ่อทำไม่ได้ให้เป็นจริงซะ.... " ยามที่พ่อของตนกล่าว หมู่ดาวระยิบระยับบนฟ้าส่องประกายน้อมรับ คำคืนอันงดงามได้มาพร้อมกับดาวตก

" ครับพ่อ! " เด็กน้อยตบปากรับคำของพ่อด้วยความมุ่งมั่น

" ผมจะ...ต้องเป็นศิลปินให้ได้! "

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

สอบเสร็จวันสุดท้าย

พักเที่ยง

" เอาล่ะ....ช็อคพร้อม.....ลุยโลด........ " จูแอบขึ้นมาบนห้องพร้อมกับวาดภาพโรงเรียนและเพื่อนของตนยืนยิ้มอยู่ด้วยช็อคสีหลายต่อหลายอันจนเสร็จ

กรี้งงงงงงง!!~~~~~~~ ทันใดที่เวลาพักเที่ยงหมด จูรู้ทันทีว่าจะต้องหลบซ่อน พร้อมกับเข้าห้องน้ำไไปล้างมือ กริ้งดังขึ้นเพื่อให้ทุกคนไปเข้าห้องเตรียมรอปล่อยกลับบ้าน

ทันทีที่ทุกคนเข้าห้องพร้อมกับจูก็ต้องตะลึงกับภาพที่เกิดขึ้นด้วยช็อคบนกระดานสีเขียว

ความสวยงามของภาพทำให้ทุกคนถึงกับตะลึงหงันไปแต่ทว่ายกเว้นคนหนึ่งคนที่ทำหน้าไม่พอใจนัก

" ใครเป็นคนอบขึ้นมาวาดภาพเล่นบนกระดาน ออกมาโชว์ตัวหน่อยเร็ว~ " อาจารย์รู้แล้วว่าวันสุดท้าย จึงไม่ว่าอะไรนักเรียนนัก

" เอ้า ออกมาโชว์ตัวเร็วๆ คนที่วาดาพนี้น่ะ... " และแล้วจูก็ลุกขึ้น นั่นทำให้ทุกคนตกใจไม่น้อยเช่นกัน ถึงแม้จะมีใครบางคนที่รู้อยู่แล้วก็ตามที

" เหะๆ.......เด็กหนุ่มเดินออกไปหน้าห้องด้วยความเขินอาย ก่อนที่จะมองหน้าทุกคนและถึงแม้คนๆนึงจะหลบหน้าหนี

" ก็.......ขอบคุณมากนะครับที่ทุกให้ความดูแลผมเป็นอย่างดี ผมรู้สึกขอบคุณมากที่ทุกคนเป็นเพื่อนผมและคอยช่วยผม และวันนี้ผมต้องขอตัวเดินออกจากเส้นทางสายสามัญแล้ว เพื่อที่จะไปตามล่าฝันของตัวเอง "

" ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง........ผมจะเป็นศิลปินให้ได้ครับ! " แม้คำพูดจะฟังดูธรรมดา แต่ความธรรมดาของมันนั้นไม่ธรรมดา ทุกคนที่ฟังต่างปรบมือให้อย่างยินดีและเต็มใจ

" เฮ้!!!!!! " เสียงทุกคนโฮ่ยินดีให้กับเด็กน้อยที่เลือกหนทางของตัวเองที่อยู่ตรงหน้าสำเร็จ และทุกคนต่างก็ยอมรับมันในที่สุด

ถึงแม้ในกลุ่มคนปรบมือจะมีบางคนที่นิ่งเฉยและทำหน้าไม่พอใจบ้างก็เถอะ

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

" ไงทิ " หลังกริ่งออดบอกเลิกเรียนดังขึ้น เหล่านักเรียนต่างกลับด้วยความเหนื่อย แต่ว่า เด็กหนุ่มกลับเข้าทักหญิงสาวด้วยความอาลัย

" ...........มีอะไรเหรอ...... " เสียงของทินั้นเบาบางและสั่นครือ......นั่นทำให้ชายหนุ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์เธอหนักยิ่งกว่าเก่า

" ......ฉัน....ฉัน......ฉันชอบเธอนะ!! " ยามอาทิตย์สีแดงขึ้นเหนือศีรษะของทั้งสอง เงาของทั้งสองทอดยาวเข้าหากัน ทิสะอึกยิ้มก่อนที่จะหันหลังกลับเข้าหาชายหนุ่ม

" ฉันน่ะ...อึก....อึก....ฉันเองก็ชอบเธอเหมือนกันนั้นแหละ!! " เธอพูดด้วยน้ำตาสีใสๆที่สะท้อนกับดวงตะวันส่องแสงแวววาวราวกับอัญมณี เธอวิ่งเข้าหาเด็กหนุ่ม ซบอกและทุบอกของเด็กหนุ่ม

" บ้า! บ้า! ......ฮือๆ.......ทำไมฉันต้องมาชอบคนที่ชอบในสิ่งที่ฉันไม่ชอบด้วย!!(งงไหมครับท่านผู้อ่าน?) " หยาดน้ำตาที่ดูราวกับอัญมณีของเธอไหลอาบแก้ม ความเจ็บปวดมากมายหลั่งไหลเข้าสู่จิตใจของทั้งสอง

" ฉัน............งั้นฉันไปเรียนสายสามัญก็ได้นี่นา..... " เด็กหนุ่มพูดด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยพร้อมกับจับไหล่ของหญิงสาวไว้ทั้งสองข้าง พร้อมกับเอานิ้วปาดน้ำตาของสาวน้อยที่อยู่ในอ้อมแขน

" ได้มีเธอ พ่อแม่เองก็คงไม่ว่าอะไรด้วยจริงไหม...... " เด็กน้อยพูดด้วยดวงตาที่แดงกล่ำ พยายามอดอันน้ำตาเอาไว้ หญิงสาวหันขึ้นมามองหน้าเด็กหนุ่ม

" ฉันดีใจนะที่ฉันได้ยินคำนี้จากเธอ แต่ว่า....อย่าเลย.......ฉันรู้ว่าเธอชอบศิลปะแค่ไหน.... " หญิงสาวหันหลังกลับด้วยใบหน้าเขินอายเล็กน้อยกับรอยยิ้มในมุมปาก

" ถ้าฉันให้เธอมากับฉัน เธอก็จะไปไม่ถึงฝันของเธอ ฉันรู้ว่าเธอน่ะพยายามแค่ไหนกว่าที่จะได้มาซึ่งโอกาส "

" ตั้งแต่ที่ฉันเจอเธอที่งานศิลปะในตอนแรก ฉันก็รู้แล้วว่าเธอมุ่งมั่นแค่ไหน ยิ่งตอนเธอตะโกนว่าฉันจะต้องเป็นศิลปิน ฉันเองก็แอบดีใจไม่น้อย " เธอนั่นเองที่แอบดูจูในงานศิลปะครั้งแรก เธอแอบจับตามองชายหนุ่มตั้งแต่ตอนนั้น

" และฉันก็รู้ว่าพ่อเธอไม่ให้ และเธอพยายามแค่ไหนกว่าจะได้ที่สองของงานแข่งมา... " แม้แต่งานประกวดภาพ เธอก็ยังคงจับตามองชายหนุ่มอยู่ตลอดเวลา

" และฉันก็รู้อยู่แล้วว่า.......สักวัน....วันนี้มันต้องมาถึง " หยามน้ำตาของเธอไหลอาบแก้มทั้งสองข้างก่อนที่จะมองหน้าชายหนุ่มด้วยความรักอันลึกซึ้ง

" เธอเดินไปตามหนทางของเธอเถอะ......ฉันนะ...เชื่อนะว่าเธอจะต้องเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ได้ " รอยยิ้มของเธอปรากฎบนใบหน้าทั้งๆที่หยาดน้ำตาของเธอไหลริน

" สัญญานะ...ว่าเธอจะต้องเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ให้ได้...... " เธอยืนนิ้วก้อยออกมาจากฝ่ามือที่สั่นเครื่อง ชายหนุ่มที่เห็นก็อดตื้นตันใจจนอดกลั้นน้ำตาอันไว้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว

" ฉันสัญญา.... " พันธะสัญญญาของทั้งสองที่ฑันธนาการดวงใจของทั้งสองเอาไว้

" ขอบใจนะ... " เธอยิ้มจากก่อนที่จะหันหลังกลับ........โดยที่เธอยังหวังว่า เค้าจะเรียกเธอให้หยุดอยู่เล็กๆ......

" ทิ!......เธอต้องรอฉันนะ!!! ฉันจะเป็นศิลปินให้ได้!!! แล้วฉันจะไปหาเธอเอง!!! ฉันจะต้องหาเธอให้เจอ!!!! "

" จ้า!!! ฉันจะรอน้า~~~ " สาวน้อยวิ่งจากไปโดยที่น้ำตากระเซ็นออกจาดวงตาของเธอ

แม้ใจของเด็กหนุ่มรู้สึกเจ็บปวดที่ต้องแยกจาก เงาของทั้งสองที่เชื่อมต่อกันค่อยๆขาดออกจากกันมันทำให้เด็กหนุ่มถึงกับใจหาย แต่ว่า.......

" ฉันจะต้องเป็นศิลปิน.... " เพื่อที่จะทำให้ฝันของฉันเป็นจริงแล้ว ฉันจะไม่ย่อท้อ และฉันจะต้องหาเธอให้พบให้ได้...

" ถึงเวลาต้องแยกทางกันแล้วสินะ....ทิ....... "

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------

" ในที่สุดเราก็สอบติดเสาวภาแล้ว!!!! " รอก่อนนะทิ ฉันจะต้องทำฝันฉันให้สำเร็จให้ได้ ด้วยความมุ่งมั่นทั้งหมดของฉัน มันจะต้องสำเร็จให้ได้

ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตก็ตามฉันจะเอาชีวิตเข้าและโดยใช้ความพยายามและความมุ่งมั่นนี่แหละ ทำให้ฉันได้กลายเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่และกลายเป็นคนที่เธอรักให้จงได้!

เริ่มต้นที่โรงเรียนวิทยาลัยอาชีวศึกษาเสาวภาสินะ!

ไม่ว่านานเท่าไหร่ ไม่ว่าจะต้องลำบากแค่ไหน ขอแค่มีใจของเธออยู่ข้างฉัน ฉันก็จะพยายามมันต่อไปให้ถึงที่สุดเลยล่ะ

" ชีวิตมันต้องเดินตามหาความฝัน~~ หกล้มคลุกคลานเท่าไหร่..... " ปิ๊บ เสียงโทรศัพท์ของเด็กหนุ่ม ไม่สิ ชายหนุ่มดังขึ้น

" สอบติดแล้วใช่ไหม จูยินดีด้วยน้า~~~ " เสียงของคนนั้นๆไม่ใช่ใครอื่น เจ้าของเสียงของคนที่ทำให้ชายหนุ่มพยายามอย่างสุดความสามารถนั่นเอง

" จ้าทิล่ะ!? ติดโรงเรียนที่อยากรึเปล่า "

" ติดสิ "

" เรามาพยายามด้วยกันนะ!! "

" อือ!! "

เอาล่ะครับ เรื่องราวของทั้งสองจะต้องจบลงเพียงเท่านี้ แต่ว่าอย่าลืมนะครับ เรื่องราวของทั้งสองเองก็เพิ่งเริ่มต้นเช่นกัน!! ขอบคุณที่อ่านมาจนยาวไกล ผมรู้สึกขอบคุณด้วยใจจริง

ขอบคุณ พี่โย!

--------------------------------------------------- AH -----------------------------------------------
Last edited by Kuloba on Mon Apr 21, 2008 2:03 am, edited 1 time in total.
Kuloba
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 5
Joined: Sat Apr 19, 2008 10:29 am

Postby Kuloba on Mon Apr 21, 2008 2:01 am

Art Way in my Heart

แถมท้าย

" ครับ วันนี้เราได้มาคุยกับนายพิรุฬห์กิจ มันธัน นะครับ เค้าได้เล่าประวัติของเค้าให้ฟังแล้วนะครับ ฟังแล้วเป็นเรื่องที่ซึ้งจนไม่รู้ว่าแต่งขึ้นรึเปล่าเลยนะครับเหอ เหอ " พิธีกรทั้งสามนั่งพร้อมกับทีมงานทั้งหลายล้อมตัวเค้าอยู่

" ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ..........ขอบคุณนะครับพี่เบน พี่ปุค แล้วก็พี่ใช้นะครับที่อุสาห์มาทำรายการตี1ถึงบ้านผมเนี่ย.... " ชายหนุ่มที่เติบโตจนเป็นศิลปินได้ดั่งใจแล้ว อยู่ใบบ้านหลังโตที่ประดับประะดาไปด้วยงานศิลป์ของตน

" แหมๆ ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก......กว่าเราจะตามตัวน้องจูพบได้เนี่ย พี่เหมี่ยวกับพี่ณะซึ่งเป็นทีมงานค้นหาก็แทบลากเลือดเลยทีเดียว "

" เอาล่ะครับก่อนจบรายการ เราขอเชิญ พี่โยออกมามอบรางวัลนะคร้าบบบ~~~ "

" ขอบคุณคร้าบพี่โย~~ "

" เอาล่ะครับ รายการตี1ก็ขอลาเพียงเท่านี้นะครับ ตอนต่อไปติดตามพบกับชีวิตศิลป์ที่เรียนไม่จบนะคร้าบบ~~ "

" เฮ้อ~~ " ถ้าไม่เพราะตอนไปเรียนทำมือถือหาย ปานนี้เบอร์ของทิก็ยังอยู่......ตอนนี้เธอจะอยู่ไหนกันนะ.... " ชายหนุ่มกำลังระพึงกับอดีตที่ผิดพลาด

" ทั้งๆที่อุสาห์ทำให้ฝันของพ่อแม่เป็นจริงแล้วแท้ๆเลยน้า~~ ชายหนุ่มเหลือบไปมองบิดามารดาที่นั่งคุยกันอยู่นอกบ้าน กับน้องสาวอีกสองคน

ซึ่งท่านพ่อก็คุยเรื่องอนาคตให้ลูกสาวฟังว่าต้องเลือกทางให้ดีอะไรประมาณนั้น กลัวสำรอยตนเองประมาณนู้น~~

" เอ่อ....นายท่านครับ..... " เสียงของคนรับใช้ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของชายหนุ่ม ทำเอาเค้าอารมย์เสียเล็กน้อย

" ใครรึ..........ช่างเถอะ ไปเชิญมาแล้วกัน " ชายหนุ่มรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยต่อการถูกขัดจังหวะความคิด

" ไม่เจอกันนานเลยนะ...........จู... "

" ไม่น่าเชื่อ เสียงนั้นมัน....ทิ!! "

ทั้งสองโผเข้ากอดด้วยความดีใจ ความรักที่ยาวนานในที่สุด เค้าก็ได้พบกันสักที!~ ต่อหน้าภาพที่เค้าทำประกวดเพื่อที่จะขอให้พ่อให้โอกาสเค้า ภาพขอเหล่าสัตว์ป่าที่อยู่ต่อหน้านางฟ้าอันงดงามหยดย้อย และใบหน้าของนางฟ้านั้นก็คือ.....ทิ

" พ่อช่วยลูกแล้วนะ..... " ใบหน้าของคนรับใช้ค่อยๆหนุ่มขึ้นและกลายเป็นพี่คิว ก่อนที่หนวดเค้าจะยาวขึ้นจนละม้ายคล้ายใครบางคนที่เค้าเคยสาปแช่ง

" พ่อช่วยลูกแล้ว..... "

จบบริบูรณ์
Kuloba
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 5
Joined: Sat Apr 19, 2008 10:29 am

Postby Adinoris on Wed Apr 23, 2008 12:28 pm

ไม่ผิดหวังที่ได้มาอ่านครับ

สนุกมากครับ(แอบนึกถึงสมัยเด็กๆ) :D
ศิลปะเกิดจากจินตนาการอันไร้ขอบเขตของทุกสรรพสิ่ง
Adinoris
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 12
Joined: Thu Apr 17, 2008 7:56 pm
Location: ป่าลึกในหุบเขา อากาศสดชื้นสดชื่น~*


Return to เรื่องสั้น

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron