Fiction Factory (Open Beta)
  Username:   Password:   
   
   patch 3.00
Home  ช่วยเหลือ  ค้นหา  รายชื่อสมาชิก  กลุ่มผู้ใช้  ข้อมูลส่วนตัว(Profile)  สมัครสมาชิก(Register)
 เข้าสู่ระบบเพื่ออ่านข้อความส่วนตัว
Welcome
Welcome to Fiction Factory (Open Beta).

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, join our community today!

[F] • Mythique - Une fois dans une lune bleue •

 
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Fiction Factory (Open Beta) -> Novel
อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป  
ผู้ตั้ง ข้อความ
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 151
ที่อยู่: どこかで孤独な道

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 1:35 am    เรื่อง: [F] • Mythique - Une fois dans une lune bleue • ตอบโดยอ้างข้อความ

• Mythique - Une fois dans une lune bleue •
== • Mythical - Once in a blue moon • ==




ประเภทเนื้อเรื่อง : Fantasy / Act. / Guro

สถานะของผู้แต่ง : เรื่อยๆ เฉยๆ เบลอๆ บลาๆ

สถานะของนิยาย : เพิ่งอยู่ในสถานะเปิดตัวใหม่ๆ



A : อยากจะบอกว่าฟิคฯเรื่องนี้แต่งตามใจฉันเท่านั้น ตอนแรกกะจะรับหมักฯอยู่เหมือนกัน แต่ไปๆมาๆไม่รับดีกว่า ไม่อยากกดดัน
ตัวเองด้วยภาระ แถมแต่งได้สบายใจตามสไตล์ตัวเองด้วย อีกทั้งฟิคฯซอร์จอีกตะหาก ... ฟิคฯเรื่องนี้อยู่ในประเภทเลือดสาดนิดๆ
( มั้ง ) เพราะด้วยความอยากแต่ง+ระบายอารมณ์ส่วนลึก มันจึงกลายเป็นผลงานชิ้นนี้เช่นนั้นแล ( จะจบหรือไม่จบมันอีกเรื่อง )
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 151
ที่อยู่: どこかで孤独な道

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 1:43 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ



Préface - Fable du fondu aile
Preface - Fable of melted wing
อารัมภบท - นิทานของปีกผู้สูญหาย





หากแต่ว่านี่เป็นคำอธิฐานของเหล่าเด็กน้อยไร้เดียงสา
เหล่าเทวะและเทพธิดาบนฟากฟ้ามิอาจปล่อยให้ความฝันสูญสลาย
ถึงแม้ว่าจะเป็นนิทานปรัมปรา หรือเรื่องโกหกหลอกเด็กก็ตาม
แต่ไม่เคยมีเด็กน้อยคนไหน ที่ไม่สวดมนต์ขอพรต่อดวงดาวเลยซักคน


ในดวงตาอันแสนใสซื่อ และบริสุทธิ์สุกสกาว
เริ่มเพ้อ และหลงใหลต่อมนต์ผืนนภาราตรี
กล่อมให้เด็กดี ได้นั่งฟังนิทานก่อนนอนเป็นครั้งสุดท้าย
และนิทานเล่มนี้ ... มีเรื่องราวอันสุดแสนเพ้อฝันอยู่ว่า


เป็นเวลากว่านานเนิ่นนานมาแล้ว ... มนุษย์ สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังและภูมิปัญญามากที่สุดบนโลกใบนี้ ครั้งหนึ่งบนประวัติศาสตร์ที่ไม่
เคยถูกบันทึกลงไปนั้น มนุษย์ เคยอยู่ร่วมอาศัยกับสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งที่มีอำนาจใกล้เคียงกับเทพเจ้า และพญามาร ซึ่งกำเนิดของพวก
เขานั้นมาจากมนุษย์ และมนุษย์ก็ถือกำเนิดมาจากพวกเขาด้วยเช่นกัน ... ราวกับทั้งสองเป็นสิ่งที่ทดแทนซึ่งกันและกันบนโลกใบนี้


พวกเขามีนามว่า ‘ เฟเธอร์ ’ เผ่าพันธุ์แห่งปีก สัญลักษณ์ตัวแทนแห่งอำนาจและอิสระเหนืออื่นสิ่งใดบนโลก พวกเขาเป็นสิ่งมีชีวิตที่มี
อารยธรรมเป็นของตนเองและยังสามารถใช้ชีวิตร่วมกันกับมนุษย์ได้ตามปกติ ปกติแล้วพวกเฟเธอร์จะถูกแบ่งออกเป็นสองประเภท
ระหว่าง ไวท์เฟเธอร์ และ แบล็คเฟเธอร์ เป็นการแบ่งแยกระหว่าง ปีกขาว และ ปีกดำ เปรียบเป็น ความดี และ ความชั่ว ของโลกใบนี้


‘ ในอดีตกาล ... พื้นฐานของมนุษย์นั้น เป็นสีขาว ’
‘ แต่เพียงเพราะมนุษย์ได้อยู่ร่วมกัน จึงถูกย้อมให้กลายเป็นสีดำในที่สุด ’


จนกาลเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนเปลี่ยนไป ... เรื่องราวที่เคยเล่าขานถึง ‘ เฟเธอร์ ’ นั้นสูญหายไปจากความทรงจำของใคร
หลายๆคน รวมถึงตัวตนของพวกเขาด้วยเช่นกัน ราวกับกับว่า บันทึก และ อำนาจ ของเหล่าเฟเธอร์นั้น หายไปอย่างไร้ร่องรอย และ
ถูกลืมเลือนไปในที่สุด ... ยกเว้นก็แต่กลุ่มคนเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ที่ยังสามารถจำพวกเขาและตราตรึงไว้ในใจตลอดเรื่อยมา นั่นก็คือเหล่า
เด็กๆนั่นเอง ที่ปักหลัก เชื่อใจ สวมนต์ ขอพร อ้อนว้อน อธิษฐาน ว่าซักวัน เขาจะต้องได้พบ กับเทพธิดาปีกขาว หรือพญามารปีกดำ
อย่างแน่นอน ตราบใดที่สิ่งที่เรียกว่าความฝัน ของเหล่าเด็กๆนั้น จะสูญหายไปตามกาลเวลาเช่นเดียวกับนิทานเล่มนั้น ... ตลอดไป


ดังนั้นการเดินทางของเด็กชายตัวน้อยๆคนหนึ่ง ที่ต้องการทำความฝันของตนเองให้เป็นจริงดั่งในนิทานของเฟเธอร์ อาจดูเหมือนเป็น
การเดินทางที่แสนโง่และงมงายจากมุมมองของผู้ใหญ่ทั่วๆไป แต่ใครซักคนจะรู้บ้าง ว่าความตั้งใจ และความเด็ดเดี่ยว จะนำพาเขาให้
ไปพบกับสาวน้อยผู้หนึ่ง ผู้เป็นเฟเธอร์ปีกขาวในดินแดนอันไกลโพ้น ... ราวกับว่าการพบพานของทั้งสองนั้นเป็นโชคชะตาที่ลิขิตไว้แต่
แรกแล้ว ด้วยเหตุนั้นทั้งสองจึงเกิดความผูกพันธ์ และความรัก ทั้งเขาและเธอตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ... ในป่าเขาที่ไร้ผู้คน


แต่ทว่าความสุข ... ก็มิอาจได้อยู่กับพวกเขาไปจนตลอดรอดฝั่งนัก
ในขณะที่เสียงกระซิบแห่งภูติสีน้ำเงิน กล่าวเตือนกับเฟเธอร์สาวผู้นั้น


ด้วยคำพยากรณ์หนึ่ง ที่สามารถเปลี่ยนชีวิตพวกเขา และทุกสิ่งทุกอย่าง ไปตลอดกาล


เรื่องราวทั้งหมดของนิทานเล่มนี้ ... หากเป็นความจริงแล้วมันเป็นเช่นเดียวกับเรื่องเล่าของใครคนหนึ่งซะมากกว่าที่จะเป็นนิทาน ซึ่ง
มันก็ปิดฉากลงเพียงแค่ตรงนี้ ดูเหมือนว่ามันยังไม่ใช่ฉากจบแท้จริง เพราะเนื้อหาที่เหลือกลับสูญหายไปด้วยฝีมือของใครบางคน และ
แล้วบันทึกของเฟเธอร์ก็สูญหายไปอีกครั้งตามกาลเวลา จวบจนยุคปัจจุบัน หากเด็กๆยังอธิฐานอยู่ พวกเขาจะต้องไม่ลืมอย่างแน่นอน


‘ ฉันไม่รู้หรอก ว่าทั้งหมดนั้น มันคือนิยายหลอกเด็กหรือเปล่า ’
‘ แต่ที่แน่ๆ สัญญาที่เคยให้ไว้ มันจะต้องเป็นจริง ฉันสัญญา ’




Fin pour Préface - Fable du fondu aile


แก้ไขล่าสุดโดย 青 お姉さん เมื่อ Sun May 25, 2008 2:10 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 151
ที่อยู่: どこかで孤独な道

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 1:54 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ



Préface - Odeur sanglante à ce soir
Preface - Odor bloody at tonight
อารัมภบท - ราตรี และ กลิ่นเลือด





ความตายเอ๋ย ... เจ้าอยู่ไหน
ยมทูตของฉัน ... คุณอยู่ไหน


เสียงกระซิบอันแผ่วเบา ข้างใบหู ... หญิงสาวเหม่อมองจันทร์ยามตรีคลับคล้ายคลับคลาราวกับเธอหมายจะคว้ามัน ไว้ในอ้อมอกไร้
ไออุ่น แววตาดูเลื่อนลอย ไร้จุดหมาย แม้จะหยุดนิ่งบนผืนฟ้า ภวังค์ของหล่อน กลับลอยเคว้งคว้างสู่ความว่างเปล่า ท่ามกลางแสงอัน
เจิดจ้า และหมู่ดาวนับร้อยพันบนฟากฟ้า ในขณะที่ริมฝีปากของหญิงสาวบ่นพึมพำละเมอเพ้อฝันกับดวงเดือน ไม่หยุด ไร้ทางออก


สุดปลายฟ้า ณ ตึกระฟ้าแห่งหนึ่ง ในเมืองหลวงเพียงหนึ่งเดียวของประเทศไทย ... หากบนท้องฟ้านั้นมีดาวเป็นประกายนับพันล้าน บน
พื้นดินก็มีดาวเช่นเดียวกัน หญิงสาวว่าอย่างนั้น ... เธอเปรียบมันจากแสงไฟอันน้อยนิด จากตึกรามบ้านช่องต่างๆ เป็นผืนฟ้าชนิดหนึ่ง
จากมุมมองจากด้านบน จากดาดฟ้า และจากท้องฟ้า ไม่มีใครหรอกที่จะปฏิเสธต่อความงามยามราตรี ... หากได้ลองชมทิวทัศน์แห่งนี้


และแล้ว ความเงียบสงบยามค่ำคืนถูกทำลายลงด้วยเสียงปืน ... อาวุธแห่งอารยธรรม
เสียงปืนดังขึ้นเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และเงียบไปเป็นบางช่วง ต่อจากนั้นก็ดังอย่างไม่เป็นจังหวะ


“ คิดจะทำยังไงต่องั้นหรือ ? ” หญิงสาวเปรยสั้นๆ “ ฆ่าฉัน ? ”


“ เอาไงดีครับ บอส ? ” นายตำรวจติดอาวุธหนักคนหนึ่งกล่าวขึ้น พร้อมทั้งตั้งคำถามสั้นๆ
“ บอกแล้วไงว่าคำสั่งคือจับตาย ” คำตอบชี้ชัดของหัวหน้าหน่วย ในขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุม
“ เปล่าครับ ไม่ใช่เรื่องนั้น ผมหมายถึง ” นายตำรวจคนเดิมย้ำอีกครั้ง และหยุดพูดในจังหวะสุดท้าย


“ ผมว่าเราทำอะไรเธอ ... ไม่ได้แม้แต่น้อย ”


สายตาของตำรวจนับหลายสิบนายจับจ้องไปยังจุดเดียวกัน หน้าที่ของพวกเขาคือจับตายเป้าหมายที่อยู่ต่อหน้า ซึ่งเป้าหมายของพวก
เขาคือหญิงสาวนางหนึ่ง ที่ถูกรายล้อมไปด้วยปากกระบอกปืนทุกทิศทาง ... ดวงตาสีเถ้าถ่านภายใต้เส้นผมสีบลอนด์เงินปรกใบหน้า
ของเจ้าหล่อนไม่บ่งบอกถึงความหวาดกลัวแต่อย่างใด ... กลับแสดงถึงสีหน้าที่ไร้อารมณ์ แต่ใบหน้าครึ่งซีกของเธอนั้น ไหลอาบไป
ด้วยเลือดสีแดงสดจากบนศีรษะ อีกทั้งชุดสูทสีขาวบริสุทธิ์ของเธอ ปรากฏเป็นคราบเลือดเปรอะบริเวณหน้าอก และรอยกระสุน ...


“ คุณตำรวจ ... ทำไมไม่รีบลงมือซักทีล่ะคะ ? ” หล่อนกล่าว แม้น้ำเสียงจะแหบแห้ง ทุกคนต่างได้ยินชัดเจน
“ หรือว่า ... เกิดเปลี่ยนใจขึ้นมากะทันหัน เพราะกลัวผู้หญิงที่แสนอ่อนแอ และบอบบางอย่างฉันงั้นหรือ ? ”


ไม่มีเสียงโต้ตอบ จากฝ่ายตรงข้าม ทุกคนต่างนิ่งเงียบ ไม่กล้ากระพริบตา


“ ถึงพวกคุณจะลงมือ ไม่ลงมือ ... หรือฉันลงมือ และไม่ลงมือ ยังไงก็ต้องมีคนเปิดฉากอยู่ดีสินะ ”


ในที่สุด หญิงสาวก็ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว สองก้าว สามก้าว ... นายตำรวจที่อยู่ต่อหน้ากลายเป็นเป้าหมายต่อไปของเธอ สัญญาณ
การโจมตีของหล่อน ทำให้นายตำรวจผู้นั้นสะดุ้งตกใจด้วยความกลัว ลั่นไกปืนไรเฟิลกึ่งออโต้ใส่ด้วยสัญชาติญาณ แต่ทันทีที่เขาลั่น
ไก ปากกระบอกปืนถูกทำให้หันไปด้วยการสัมผัสจากมือของหญิงสาว ... ผลที่ตามมาคือกระสุนนัดที่นายตำรวจยิงออกไประเบิดใส่
ศรีษะเพื่อนตำรวจอีกคนของเขาเต็มๆ ... เนื้อส่วนหลังศีรษะทะลัก เศษสมองกระเด็นปลิวว่อนไปบนอากาศ เมื่อเสียงปืนดังขึ้นและมี
คนตายต่อหน้าพวกเขา ปฏิกิริยาโต้กลับที่เร็วที่สุดเป็นอันดับแรกของนายตำรวจทั้งหลายก็คือ กระหน่ำยิงใส่เป้าหมายโดยไม่มีคำสั่ง


หญิงสาวลดตัวต่ำลงในระดับที่หน้าอกเกือบจะแนบกับพื้น ดังนั้นการกระหน่ำยิงของเหล่าตำรวจจึงไม่ถูกเธอเลยแม้แต่นัดเดียว แถม
ส่งผลร้ายให้พวกเขายิงใส่กันเองอีกด้วยเนื่องจากแรกเดิมนั้นพวกเขายืนล้อมหญิงสาวเป็นวงกลมเพื่อปิดทางหนีอยู่แล้ว จากนั้นหญิง
สาวจึงพุ่งเข้าหาเป้าหมายที่ใกล้ที่สุด แล้วอ้อมไปด้านหลัง รีบใช้แขนเข้าบังคับปืนไรเฟิลช่วงที่เป้าหมายตื่นตกใจยิงกราดไปรอบๆ


เสียงกรีดร้องแห่งความเจ็บปวดดังลั่น เศษชิ้นส่วนร่างกายของมนุษย์เกลื่อนกลาด ... ไม่มีการปราณีจากหญิงสาว


แม้จะมีการยิงสวนกลับมา ... แต่ร่างของนายตำรวจที่อยู่ในอ้อมแขนของหญิงสาวกลายเป็นเกราะกำบังได้เป็นอย่างดี เสื้อเกราะกัน
กระสุนไม่ได้ช่วยรักษาชีวิตของเขาเลย เพราะกระสุนนัดหนึ่งเจาะใส่สมองของเขาไปเต็มๆ หลังจากที่กระสุนหมด หล่อนจึงเปลี่ยน
เป้าหมายอีกครั้ง เธอทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ จนบัดนี้รอบกายหญิงสาวเต็มไปด้วยทะเลเลือด และกองศพเหล่าตำรวจ แน่นิ่ง ไร้ลมหายใจ


‘ เ ป รี้ ย ง-งงง ’ เสียงปืนไรเฟิลชนิดหนึ่งดังสนั่น ... ราวกับเป็นเสียงที่ซึ่งหยุดทุกสิ่ง ทุกอย่าง


หญิงสาวคอสะบัด ... หน้าหงายไปข้างหลัง คล้ายกับคอของเธอเกือบจะหัก แต่ก็ไม่หัก หลังจากที่เธอเริ่มพยุงตัว ให้ขาทั้งสองข้างที่
ไร้เรี่ยวแรงกลับมายืนให้คงที่ดังเดิม ... จากใบหน้าอันขาวซีด และไร้อารมณ์ ปรากฏเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่บนเบ้าตาข้างขวา เศษเนื้อ
เศษสมอง และเศษลูกตาข้างขวาของหล่อนปลิวตกลงบนพื้นอย่างช้าๆ ... ซึ่งในระยะห่างออกไปประมาณสามสิบเมตรบนดาดฟ้าอัน
โล่งกว้าง ในเงามืดบริเวณทางหนีไฟมีมือแม่นไรเฟิลนายหนึ่งยืนดักยิงหญิงสาวโดยรอโอกาสมาตั้งนานแล้วสำหรับเขา


ดูเหมือนว่าหญิงสาวจะไม่ตาย ... อีกทั้งไม่มีอาการเจ็บปวด ไม่มีความทรมาน และไม่มีเสียงร้องอันโหยหวน หล่อนเพียงแค่ยกมือทั้ง
สองขึ้นกุมใบหน้า และเช็ดคราบเลือดบนตาซ้ายที่เหลือออกให้หมด ... จากนั้นสิ่งที่แปลกประหลาดก็เกิดขึ้น ใบหน้าซีกขวาของหญิง
สาวที่แหว่งไปนั้น กลับมามีสภาพสมบูรณ์เหมือนเดิม ทุกประการ เหมือนกับว่าเธอไม่ได้ถูกยิง หรือไม่ได้ถูกโจมตีเลยแม้แต่นิด


“ ป่ะ ... เป็นไปไม่ได้ !? ” เขาถึงกับยืนตะลึง และทำอะไรไม่ถูกไปในทันที
“ แค่นี้ถึงกับตกใจเลยงั้นหรือคะ คุณตำรวจ ? ” หญิงสาวเอ่ย แววตาว่างเปล่า
“ ถ้าคุณคิดจะซุ่มยิงฉันล่ะก็ ... ต้องยิงให้ได้แบบนี้ ”


พอหล่อนกล่าวจบ ... จึงควักปืนสั้นที่ได้มาจากศพใกล้ๆยิงใส่เบ้าตาขวาของฝ่ายตรงข้ามทันที


ความเงียบมาเยือนอีกครั้ง เมื่อในขณะนี้ไม่เหลือใคร ฝ่ายตำรวจถูกจัดการเรียบด้วยฝีมือของหญิงสาว ... เธอยืนเช็ดคราบเลือดบนตา
ขวาอีกครั้ง เหมือนกับเป็นการยืนเช็ดน้ำตาของตัวเอง ที่ไม่มีใครทราบ และรู้สึกถึงความรู้สึกภายในใจของหล่อน ... แม้แต่คนเดียว


แต่แล้วหล่อนถูกกระหน่ำยิงใส่อีกครั้งจากทางด้านหลัง ... ร่างของเธอกระเด็นตามแรงสะท้อนของกระสุนไปมาราวกับตุ๊กตาตัวหนึ่ง
ท่ามกลางฝนเลือดของตัวมันเอง จนกระทั่งมีเสียงๆหนึ่งสั่งให้หยุดโจมตี เหล่ามือปืนนับหลายกลุ่มจึงหยุดยิง ตามคำสั่งโดยเคร่งครัด
ในสติอันแสนเลือนรางของหญิงสาว ที่ยังไม่ยอมสลบ ทั้งๆที่เลือดท่วมร่างและศีรษะ หล่อนยังพยายามมองด้านหน้าให้ชัดเจนจนได้


“ ไม่ได้พบกันเสียนาน ... มันตั้งกี่ปีแล้วนะ ไอลีน ? ” เสียงที่เคยสั่งให้หยุดยิง กล่าวขึ้นอีกครั้ง
“ เสียงนี้ ... แววตาแบบนี้ ... ซาแมนธาร์งั้นหรือ ? ” หญิงสาวแปลกใจ พร้อมกับเรียกชื่อของอีกฝ่ายได้ถูกต้อง


เมื่อต่างฝ่ายต่างถูกเรียกด้วยชื่อของตนเอง ... บรรดามือปืนทั้งหมดต่างหยุดนิ่งเพื่อปล่อยให้ทั้งสองมีเวลาคุยกันเป็นการส่วนตัว ซึ่ง
หญิงสาวผมบลอนด์ที่ถูกเรียกว่า ‘ ไอลีน ’ เหลือบตามองฝ่ายตรงข้ามอย่างพิจารณา ... หล่อนเห็นแต่หญิงวัยชราผู้หนึ่ง ในชุดสูทสีดำ
สนิทดูภูมิฐาน ยืนเด่นต่อหน้ากลุ่มมือปืน ภายใต้แสงสะท้อนบนกรอบแว่นทรงกลม ไม่อาจเห็นได้ว่าแววตาของเธอนั้นเป็นเช่นไร


“ รู้สึกว่าเธอจะชราลงไปเยอะ ... นี่สินะที่เขาเรียกว่าสังขารของมนุษย์ที่ถูกสาป ” ไอลีนกล่าวต่อ ทั้งๆที่เลือดยังกบปากอยู่
“ นับจากครั้งนั้นมาก็ผ่านไปแล้วกว่าห้าสิบปี แกยังเหมือนเดิม ทั้งงดงาม และน่ารังเกียจในเวลาเดียวกัน ” อีกฝ่ายโต้กลับทันที
“ ไม่ดีใจงั้นหรือ ? ที่นานๆ จะได้พบเพื่อนเก่า ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น ไอลีนจึงเริ่มทวนความหลัง
“ ใช่ ฉันดีใจมาก ดีใจที่ได้พบคนอย่างแกอีกครั้ง ที่อย่างน้อย ก็ยังมีคนเป็นห่วงเป็นใยกับฉัน ” ซาแมนธาร์เอ่ย


ในที่สุดทั้งสองยืนอยู่ในระยะเกือบจะประชิด หากมีใครฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะลงมือ แน่นอนว่าต้องมีใครซักคนตายอย่างแน่นอน
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 151
ที่อยู่: どこかで孤独な道

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 2:06 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ



“ ในฐานะผู้ล่า และผู้ถูกล่า รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง ? ” หญิงวัยชราเริ่มตั้งคำถาม
“ อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอยู่ไปวันๆ ” ไอลีนตอบ ทั้งๆที่สีหน้าของหล่อนนิ่งเฉย


“ เฟเธอร์อย่างแก ไม่ได้เป็นอมตะหรอก ... เพียงแค่ตายยากก็เท่านั้น ”


เมื่อซาแมนธาร์กล่าวจบ หล่อนจึงให้สัญญาณการโจมตีกับพวกมือปืนที่อยู่ด้านหลังอย่างไม่มีการรีรอ เพียงแค่พริบตาไอลีนถูกล้อม
อีกครั้งเช่นเดียวกับที่เธอเคยถูกมาล้อมมาก่อนหน้านั้นอยู่แล้ว เธอรู้อยู่แล้วว่ามันต้องเป็นเช่นนี้ จึงได้แต่สะบัดปลายผมเบาๆเท่านั้น


“ ยืนยันคำสั่งเดิม จับตายหล่อนให้ได้ !! ” หัวหน้าหน่วยกล่าวเสียงดังเพื่อกระจายคำสั่งของเขาให้ทุกคนรับทราบ
“ รู้ไหม ? ว่าทำไมฉันหนีขึ้นมาดาดฟ้าตันๆแบบนี้ ” ไอลีนเอ่ยขึ้น “ ความจริงไม่ใช่พวกคุณต้อนฉันขึ้นมาหรอก ”
“ ที่เห็นๆอยู่ก็คือ ... ฉันไม่มีอาวุธ อีกทั้งในที่โล่งกว้างแบบนี้ ฉันจัดการพวกคุณทั้งหมดได้สะดวกกว่า ”


“ แต่ในระยะแบบนี้ ... พวกคุณคงยิงไม่พลาดอยู่แล้วใช่ไหม ? ”


เสียงปืนไรเฟิลดังลั่น ... ตามคำเชิญชวนของหญิงสาว หน้าอกข้างซ้ายของหล่อนถูกเจาะเป็นรูโหว่ใหญ่ๆ ร่างของเธอผงะไปตามแรง
กระสุน แต่ยังไม่ยอมล้มในทีเดียวจากการใช้เรี่ยวแรงที่มียืนค้ำพื้นให้ได้ การโจมตีครั้งนี้ถึงกับทำให้ไอลีนอาเจียนเป็นเลือดเลยทีเดียว


“ ไม่ได้ผลหรอก ... ไม่ว่าพวกคุณจะยิงหัวใจฉัน หรือระเบิดสมองของฉัน ”
“ ดังนั้นฉันจึงตายไม่ได้ ไม่รู้จักความตาย ... ถูกสาปให้ทนทุกข์ชั่วนิรันดร์ ... ไม่อาจตายได้ ”


“ ทำไมล่ะ ไอลีน ? แกเป็นเฟเธอร์หนึ่งในล้านที่ได้รับพรจากพระเจ้าที่สามารถทำให้เป็นอมตะ ไม่แก่ไม่ตายเชียวนะ ”
“ อีกทั้งเฟเธอร์ตัวอื่นๆ รวมถึงมนุษย์ทั่วๆไปต่างต้องการเป็นอย่างแก ... ปากยังบอกว่าทนทุกข์ทรมานอีกงั้นหรือ ? ”


ซาแมนธาร์กล่าวเสียงดังเพื่อแทรกไอลีน น้ำเสียงของเธอบ่งบอกได้ถึงความประชดประชัน แม้ใบหน้าจะปรากฏรอยยิ้มก็ตาม แต่มัน
เป็นรอยยิ้มแห่งความเกลียดชัง ที่มีต่อหญิงสาวผมบลอนด์ ซึ่งไอลีนกำลังรู้ดี ว่าซาแมนธาร์กล่าวถึงเรื่องอะไร และรู้สึกอย่างไรกับเธอ


“ ฮะ ฮะ ฮะ ... นั่นสินะ มันทรมานตรงไหนกัน ? ” ไอลีนก้มหน้า ส่งเสียงหัวเราะเหมือนคนปลงชีวิต
“ บางที ... ฉันอาจ ‘ โ ก ห ก ’ ตัวเองอยู่ก็ได้ นั่นเป็นสิ่งที่เธอต้องการบอกกับฉันใช่ไหม ซาแมนธาร์ !? ”


แววตาของหญิงสาวเบิกโพลง เช่นเดียวกับฝ่ายตรงข้ามที่กำลังตื่นตระหนก กับการกระทำของไอลีน หล่อนพุ่งเข้าใส่มือปืนที่อยู่ใกล้
ที่สุด แล้วจับปากประบอกปืนไรเฟิล เหวี่ยงฟาดใส่ชายอีกคนที่อยู่ใกล้ๆทันที น้ำหนักของปืนบวกกับแรงฟาดของหญิงสาวส่งผลให้
ชายคนนั้นหน้าหงาย ดั้งหัก กระเด็นไปถูกมือปืนคนอื่น จังหวะนั้นทำให้พวกเขาเสียจังหวะไปหลายคนทันที นั่นจึงกลายเป็นโอกาส
ของไอลีนที่นำไรเฟิลที่คว้ามาได้กระหน่ำยิงใส่กลุ่มที่ล้มระเนระนาดไปเมื่อครู่ ส่วนซาแมนธาร์เห็นว่าท่าจะไม่ดีจึงถอยห่างไปก่อน


เศษปลอกกระสุนเกลื่อนกลาด รอบตัวหญิงสาวเต็มไปด้วยทั้งปลอกกระสุน เลือด ชิ้นส่วนมนุษย์และศพที่ไม่ครบสามสิบสองส่วน
ตัวหล่อนเองแม้จะถูกยิงมาจากทั่วทิศทางและข้างหลังซะส่วนใหญ่ ... แต่ปฏิกิริยาของหล่อนสั่งการได้เพียงแค่ ลืมความเจ็บปวดไป
แล้วใช้ปืนที่อยู่ในมือ ฆ่าทุกคนที่หันปากกระบอกปืนใส่ หรือคิดที่จะฆ่าตัวเธอด้วย จนสติของไอลีนเริ่มจะเลือนรางไป ทุกที ทุกที


‘ ฉั ว ะ !! ’ เพราะเสียงๆนี้ ทำให้ไอลีนหลุดจากภวังค์อันชั่วครู่ทันที


เมื่อสติของหญิงสาวกลับเข้าที่ เธอพบว่าตนเองสติขาดหายไปประมาณไม่ถึงสิบวินาที ... นั่นเป็นจังหวะดีที่ทำให้ฝ่ายตรงข้ามได้เข้า
ประชิดตัว ซึ่งสิ่งที่ทำให้เรียกสติของไอลีนกลับคืนมาก็คือ บาดแผลบนใบหน้าที่ถูกกรีดลึกเป็นแนวยาวจากหน้าผากไปถึงคาง ที่เกิด
จากมีดเล่มโตของมือปืนผู้หนึ่งที่เข้าประชิดตัวเธอได้ ก่อนที่บาดแผลนั่นจะเปิดกว้าง เลือดพุ่งทะลักราวกับเป็นน้ำพุสีแดงอันงดงาม


ชายคนนั้นไม่รีรอที่จะนิ่งเฉย จึงรีบฉวยโอกาสโจมตีซ้ำอีกครั้ง ... ทว่าหญิงสาวอย่างไอลีนไม่ยืนเฉยให้ถูกโจมตีง่ายๆแน่ หล่อนเอียง
ตัวหลบการแทงของอีกฝ่ายได้อย่างเฉียดฉิว แล้วทำการจับมือของชายคนนั้นข้างที่ถือมีด วกหมุนกลับเข้าตัวผู้ใช้จนแทงใส่ท้องของ
เขาเต็มๆ แค่นั้นไม่พอ หญิงสาวยังบิดมีดเล่มนั้นหมุนไปหมุนมาเป็นวงกลม การกระทำเช่นนั้นทำให้ชายผู้เคราะห์ร้ายร้องโอดครวญ
ด้วยความทรมานดุจครึ่งเป็นครึ่งตาย ก่อนที่เธอจะชักมีดออกจากท้องพร้อมๆกับเครื่องในไส้พุงทะลักที่ไหลออกมาเป็นพรวน


บาดแผลบนใบหน้าของไอลีนสมานตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เธอได้บาดแผลอื่นๆเพิ่มขึ้นตามจำนวกระสุนที่ฝังไปตามจุดต่างๆบน
ร่างกาย ขาทั้งสองของหล่อนสะเปะสะปะไปมา กระทั่งขาซ้ายถูกยิงแหว่งจนเกือบขาด ... ไอลีนล้มหน้าคว่ำไม่เป็นท่า จากนั้นเหล่า
มือปืนทั้งหลายจึงรีบเข้ารุมล้อมหญิงสาวทุกทิศทางเพื่อปิดทางหนี เพราะพวกเขาคิดว่าเธอเริ่มหมดทางสู้ และหมดแรงอย่างที่เห็น


“ เหนื่อย ... เหนื่อยเหลือเกิน ” ไอลีนส่งเสียงแผ่วเบา เหมือนคนใกล้จะหมดลมหายใจ
“ แล้วพวกคุณ ไม่เหนื่อยกันบ้างเหรอ ? ” เธอเอ่ย พร้อมทั้งพยายามทรงตัวยืนขึ้นมาช้าๆ


เหนือน่านฟ้า และเหนือจุดสูงสุดของตึกที่เกิดการโจมตีอยู่นั้น ... ถูกเฝ้ามองด้วยสายตาคู่หนึ่ง ผ่านยานพาหนะทางอากาศที่เรียกว่า
เฮลิคอปเตอร์ สายตาคู่นั้นเป็นของซาแมนธาร์ ซึ่งปลีกตัวมาจากการบุกจู่โจมเป็นทีเรียบร้อย และดูเหมือนว่าหล่อนกำลังคิดอะไรอยู่


“ ดีแล้วหรือครับ ที่เราถอยกลับไปก่อนแบบนี้ ? ” ชายในสูทสีดำกล่าวขึ้นด้วยความสงสัยของตนเอง
ซาแมนธาร์นิ่งเฉยไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเอ่ยตอบ “ แบบนี้ล่ะ ดีแล้ว เพราะตอนนี้สภาพจิตใจของเธอบอบช้ำมาก ”
“ ปีศาจอย่างหล่อน ช่างน่าสงสารยิ่งนัก ... แม้แต่อยากจะตาย ก็ยังทำไม่ได้เลย ” หญิงชรากล่าวต่อ
“ ผมว่าเธอไม่ใช่ปีศาจหรอก ... นั่นมันสัตว์ประหลาดซะมากกว่า ” ความคิดเห็นของอีกฝ่ายกล่าวขึ้น
“ จริงอย่างที่นายพูด แม่นั่นคือสัตว์ประหลาด ที่ยังไงๆก็คือสัตว์ประหลาดวันยังค่ำสินะ ”


ร่างของไอลีนทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นโดยไม่มีการผ่อนแรง อีกทั้งเอนหลังพิงกับขอบกำแพง อย่างอ่อนเปลี้ยเพลียแรง ... สภาพของเธอ
ตอนนี้ไม่ต่างอะไรไปกับก้อนเนื้อเปื้อนเลือดที่ไร้ชีวิต และมีแต่ความว่างเปล่า ... ในขณะที่รอบๆบริเวณนั้น เต็มไปด้วยร่างที่ไร้ลม
หายใจนอนเกลื่อนกลาดอยู่เต็มไปหมดเกือบทุกมุมของดาดฟ้า แน่นอนว่านอกจากไอลีนแล้วไม่หลงเหลือใครอื่นที่ยังมีชีวิตอยู่เลย


หญิงสาวแหงนหน้าขึ้นฟ้า เพื่อรับแสงจันทร์ ... ดวงตาสีเถ้าถ่านที่แสนหมองหม่นของหล่อนบ่งบอกถึงอาการเหม่อลอยหรืออาจเป็น
แค่อาการเหนื่อยล้าเท่านั้น ... ก่อนที่เธอจะก้มหน้ามามองดูไหล่ขวาของตนเอง ซึ่งแขนข้างนั้นขาดกระเด็นไปตั้งแต่การต่อสู้เมื่อครู่
ที่ผ่านมา ดังนั้นไอลีนเริ่มที่จะหันซ้าย หันขวา เพื่อค้นหาชิ้นส่วนร่างกายของตนเองที่ขาดหายไป ท่ามกลางทะเลซากศพของมนุษย์


ในที่สุดเธอก็หามันพบ หลังจากที่เดินหาอยู่นาน ... สภาพแขนขวาของหล่อนยังอยู่ครบดี เว้นก็แต่นิ้วมือที่หักจนดูไม่ได้ว่ามันเป็นมือ
มาก่อน ไอลีนหยิบมันขึ้นมา แล้วนำมันมาต่อให้เข้าที่กับไหล่ขวาของตนเอง จนกระทั่งแขนของเธอ กลับมามีสภาพเหมือนเดิมครบ
ทุกชิ้นส่วนบนร่างกาย หลังจากที่ทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับราตรีแห่งนี้กำลังจะจบลงไป หญิงสาวค่อยๆก้าวขาเดินไปยังกำแพงที่อยู่ใกล้ที่
สุด ทิ้งตัวลงนั่งช้าๆ จากจุดนั้นเธอสามารถชมผืนฟ้าได้อย่างชัดเจน ... ซึ่งเสียงอันน้อยนิด กับบทเพลงที่แสนวังเวง เอื้อนเอ่ยอีกครา




อันว่านี้กระต่าย หมายจันทร์ ตัวข้านี้ต่อยต่ำในบัดดล

จะมีหรือที่จันทร์จะเหลียวมอง กระต่ายสู้อาทิตย์มิได้น้อย

ตัวข้านี้ขอชมจันทร์อยู่ไกลๆ จะไม่อาจเอื้อมบินไปให้เจ็บตัว

จะขออยู่มองห่างๆไม่ราวี คำทำนายไม่มีวันเป็นจริงได้

แม้ว่าข้าจะสุขใจที่ได้ฟัง คำทำนายลวงๆให้ข้าคิดฝัน

ว่าจะอาจเอื้อมบินไปจันทร์ กระต่ายน้อย คอยแต่จันทร์จะหันมอง

ไม่หวังให้ดวงจันทร์จะรับรัก มีแค่เพียงความฝันอันเลือนราง

กับศัตรูที่ข้าต้องฝ่าฟัน ขอเพียงแค่รอยยิ้มเล็กๆยามข้ามอง

ข้าสุขใจยิ่งกว่าสิ่งใดๆ ที่เกินกว่าอธิษฐานต่อจันทร์สีคราม





Fin pour Préface - Odeur sanglante à ce soir
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ


เข้าร่วม: 14 Feb 2008
ตอบ: 214
ที่อยู่: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 11:20 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ยังใช้คำอลังการงานสร้างเหมือนเดิม Shocked

ปล.ไปและ ยังไม่ได้อ่าน แต่มาเจิมสัก 1 ดอก
_________________
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว ชมเว็บส่วนตัว
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ


เข้าร่วม: 16 Feb 2008
ตอบ: 160
ที่อยู่: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 9:07 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ใช้ภาษาที่เป็นสากลหน่อยก็ดีครับ ผมอ่านไม่ออกครับ
_________________
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Flaya
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม


เข้าร่วม: 27 Mar 2008
ตอบ: 124
ที่อยู่: ทุกที่ ที่มีนาย?

ตอบตอบเมื่อ: Sun May 25, 2008 10:47 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

แบบที่ชอบเลยไง~

หญิงสาว ความมืด กลิ่นเลือด เสียงกรีดร้อง ลมหายใจที่ขาดหาย ซากศพ เลือดหลั่งริน การฆ่า ความมืดมน การทำลาย และความเป็นอมตะ ~

ขอยาวๆนะ ต่อไปเรื่อยๆนะ~
_________________
เป็นงี้!! จะทำมัย!!
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
-[F]reeStyleLes[S]-
F.F. DragonKnight
F.F. DragonKnight


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 49
ที่อยู่: ประเทศแห่งราชาภาษา

ตอบตอบเมื่อ: Tue May 27, 2008 4:54 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

ในที่สุดก็อ่านจบอีกเรื่องจนได้

อ่านไปกินข้าวไปได้ อารมณ์ดีแท้ งำๆๆๆๆ
_________________
ขอให้ระวังในการพิม สี่คำอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

" นี่ นี้ นั่น นั้น " แค่นิดเดียวมันก็ทำให้อ่านแ้ล้วขัดลูกตาได้นะ


ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
Nekotsuki_Ren
แมวในลังส้ม
แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 17 Feb 2008
ตอบ: 111
ที่อยู่: ลังส้ม

ตอบตอบเมื่อ: Thu Jun 05, 2008 1:29 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

เรน - "อลังการงานสร้างอีกแล้ว เหอะ ๆ (อิจฉานะเนี่ย) รู้สึกคราวนี้จะมีบทกลอนมาให้เห็นบ่อยเลยนะขอรับ (เรียนเอกไทยแต่ยังไม่คิดเรื่องกลอนด้วยซ้ำ - -" ) ยังไงก็สู้ต่อไป ... หรือจะเรียกว่าดิ้นรนต่อไป ... ก็ไม่รู้สินะ ฮะ ๆ เอาเป็นว่าพยายามเข้าน้า~"
_________________
คุณค่าของชีวิต กับความยึดมั่นถือมั่น
ความพยายามที่ไร้ผลตอบกลับ
การดิ้นรนในความสิ้นหวัง
ชีวิตล้วนแล้วแต่หวัง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 151
ที่อยู่: どこかで孤独な道

ตอบตอบเมื่อ: Sun Jun 08, 2008 11:58 pm    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

เร๊ปบนเป็นใครคะ

แบบว่าไม่รู้จัก ...

หรือว่าลืม ก็ไม่รู้สินะ

/me โหมดประชด

_________________


The Great Archives determine you to have gone by the identity : High Priestess of The Arctic

Known in some parts of the world as : Curse of The Lost

The Great Archives Record : A lonely one who guides the lost - but not to safety, to their doom.
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
Requin_Jinx
F.F. Zandalphon
F.F. Zandalphon


เข้าร่วม: 10 Feb 2008
ตอบ: 85
ที่อยู่: Blue Carnation Club

ตอบตอบเมื่อ: Mon Jun 09, 2008 6:53 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

หลังไมค์ดีกว่ามั้งนัทจัง หุหุหุ...

อยากอ่านฟิคแนวเลือดสาดมั่ง
_________________

If we seem to be immortal, it's only because you guys are too WEAK!!!

~สอยสาวเผ่าGria สอยสาวเผ่าViera...เกมFFTA2 ช่างเยี่ยมจริงๆ~
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
Nekotsuki_Ren
แมวในลังส้ม
แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 17 Feb 2008
ตอบ: 111
ที่อยู่: ลังส้ม

ตอบตอบเมื่อ: Wed Jun 11, 2008 10:12 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

เรน - "ง่า ... เค้าขอโทษ T.T อย่าเพิ่งโกรธจิ (ทำอะไรไม่ถูกนะนั่น)"

ปล.แอดเมลไปแล้วนะ จะได้คุยกัน = =" (อย่าบล็อกซะก่อนล่ะ)
_________________
คุณค่าของชีวิต กับความยึดมั่นถือมั่น
ความพยายามที่ไร้ผลตอบกลับ
การดิ้นรนในความสิ้นหวัง
ชีวิตล้วนแล้วแต่หวัง
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว MSN Messenger
Kuroneko_Iyo
แมวในลังส้ม
แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 19 Feb 2008
ตอบ: 81
ที่อยู่: ลังส้ม

ตอบตอบเมื่อ: Sun Jun 15, 2008 1:48 am    เรื่อง: ตอบโดยอ้างข้อความ

อิโยะ-"อ่านจบแล้วค่ะ สนุกดี ยังแต่งได้ดีเยี่ยมเหมือนเดิม"
_________________
[พูดคุย]-The Fiction Factory-
ขึ้นไปข้างบน
ดูข้อมูลส่วนตัว ส่งข้อความส่วนตัว
แสดงเฉพาะข้อความที่ตอบในระยะเวลา:   
สร้างหัวข้อใหม่   ตอบ    Fiction Factory (Open Beta) -> Novel ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จาก 1   

 
ไปที่:    
คุณไม่สามารถสร้างหัวข้อใหม่
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ
คุณไม่สามารถแก้ไขข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลบข้อความของคุณ
คุณไม่สามารถลงคะแนน

Community Chest


phpBB skin developed by: John Olson
Powered by phpBB
Hosted by FreeForums.org