| อ่านหัวข้อก่อนหน้า :: อ่านหัวข้อถัดไป |
| ผู้ตั้ง |
ข้อความ |
Nekotsuki_Ren แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 17 Feb 2008 ตอบ: 111 ที่อยู่: ลังส้ม
|
ตอบเมื่อ: Sun Jul 13, 2008 7:40 pm เรื่อง: มาเผาเรื่องธาตุกันเถอะนะ ใครคิดเห็นยังไงใส่ลงมาเลย! |
|
|
เรน - "เนื่องจากมีคนดันขอข้อมูลเกี่ยวกับธาตุเวทมนตร์ เพราะดันไปอธิบายข้อมูลเบื้องต้นเรื่องนี้ให้เค้าฟังในบอร์ดประมูล =w=" ทีนี้... จะพิมพ์ข้อมูลลงให้เค้าโดยตรงเลยก็ยังไงๆ อยู่ ไหนๆ เลยจะได้เป็นการพยายามปั่นกระแสหาคนเข้าบอร์ดฟิคแฟคกันอีกสักนิด? เลยมาตั้งกระทู้นี้ไว้ให้คนเข้ามาอ่าน+เสริมเพิ่มเติมแต่งกันเนี่ยล่ะ"
ปล.ข้อมูลจะลงในเรปถัดไปน่อ ... แต่ดูท่าจะอีกนาน --w--
ปล.2 แก้ไข... ลงเรปนี้มันไปเลยส่วนหนึ่ง เพราะมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนตัวอักษร =w="
ปล.3 แก้ไข(อีกครั้ง)... ย้ายข้อมูลไปอยู่เรป 2-3 (กินเนื้อที่เรปอิโยะจัง~) โดยจะทิ้งเรปนี้ไว้สรุปความ!
สรุปความรอบที่ 2...
สายธาตุเวทมนตร์
แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ เพื่อความเข้าใจ
1. เวทมนตร์สายธาตุพื้นฐาน : คือมนตร์สายหลักที่เป็นสากลโลก เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และมีอำนาจที่จะหักล้างหรือเกื้อหนุนกันเองได้
- ดิน : พื้นฐานคือ “มั่นคง”
- น้ำ : โดดเด่นคือ “พลิ้วไหว”
- ลม : ชัดเจนคือ “ว่องไว”
- ไฟ : หลักการคือ “รุนแรง”
และเมื่อมีการผสมผสานธาตุทั้งสี่เข้าด้วยกันจะก่อให้เกิดธาตุใหม่ขึ้นมาอีก ได้แก่
ดิน+น้ำ = ไม้ : กล่าวตรงตัวคือ “พืช” ว่าง่ายๆ คือใช้พืชได้หรือควบคุมพืชได้นั่นเอง มีคุณสมบัติที่ทั้งพลิ้วไหวและมั่นคงยามที่ขึ้นรูปเป็นพฤกษา
ดิน+ลม = หักล้างกันเอง
ดิน+ไฟ = โลหะ : ทรัพย์ในดิน... วัตถุของแข็งที่อาจอ่อนกว่าหินผาหรือแข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า เป็นได้ทั้งปราการไร้พ่ายและศาสตราวุธชั้นเลิศ
น้ำ+ลม = น้ำแข็ง : คือการเปลี่ยนของเหลวให้เป็นของแข็งด้วยการลดอุณหภูมิลงจนติดลบ โดยการรวมตัวกันของไอน้ำหรือธาตุต่างๆ ในอากาศแล้วค่อยแปรสภาพอีกที
น้ำ+ไฟ = หักล้างกันเอง
ลม+ไฟ = สายฟ้า : รวดเร็วและรุนแรงจนไม่สามารถหลีกหนีได้พ้น หากแต่ถ้าใช้ในระดับที่ต่ำลงก็ก่อให้เกิดผลที่แตกต่างออกไปได้เช่นกัน
2. เวทมนตร์สายธาตุพิเศษ : เป็นเวทมนตร์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงมีขอบเขตความสามารถและความเป็นตัวของตัวเองสูงหรือไม่สามารถประเมินได้แน่ชัด โดยอาจมีการหักล้างหรือเกื้อหนุนกันได้เป็นบางกรณี
- แสงสว่าง : กล่าวกันว่าเป็นเวทศักดิ์สิทธิ์ มีพลังความสามารถที่หลากหลาย แต่จะหักล้างกันกับเวทธาตุความมืดอยู่เสมอ
- ความมืด : แม้จะมีความคล้ายคลึงกันในแง่ของความหลากหลาย แต่กลับตรงข้ามกันกับเวทแสงสว่างอย่างสิ้นเชิง โดยจะเห็นได้ชัดเจนจากด้านรูปแบบการเรียกใช้งาน
- วิญญาณ : รู้จักกันดีในฐานะการเข้าทรง หรือการสนทนากันกับภูตผี หากแต่บางกรณีก็สามารถเรียกใช้พลังวิญญาณในฐานะ “พลังงาน” ที่ใช้เพื่อการทำลายได้เช่นกัน
- มายา : ปกติแล้วจะถูกใช้งานผ่านการมองเห็นและการได้ยิน โดยจะทำให้เหยื่อเห็นภาพหรือเสียงหรือสัมผัสที่ไม่มีตัวตนจริงหรือผิดแปลกไปจากปกติได้
- มิติ : เป็นที่รู้จักกันในฐานะของเวทอัญเชิญเสียมากกว่า โดยมากจะเข้าใจกันในรูปแบบของการเปิดช่องว่างระหว่างมิติ เพื่อดึงสิ่งที่ต้องการให้ออกมาได้ทั้งสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิต
3. เวทมนตร์ที่ไม่สามารถระบุสายที่แน่นอนได้ : กล่าวคือเป็นเวทมนตร์ที่ไม่จำกัดว่าต้องเฉพาะสายนั้นสายนี้เท่านั้นจึงจะใช้ได้
- เวทเสริมพลัง
- เวทรักษา
- อื่นๆ... _________________ คุณค่าของชีวิต กับความยึดมั่นถือมั่น
ความพยายามที่ไร้ผลตอบกลับ
การดิ้นรนในความสิ้นหวัง
ชีวิตล้วนแล้วแต่หวัง
แก้ไขล่าสุดโดย Nekotsuki_Ren เมื่อ Thu Jul 17, 2008 2:08 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Nekotsuki_Ren แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 17 Feb 2008 ตอบ: 111 ที่อยู่: ลังส้ม
|
ตอบเมื่อ: Sun Jul 13, 2008 8:44 pm เรื่อง: |
|
|
เรามาเผากันเถอะ!!
ข้อมูลสายธาตุ (แยกยิบย่อย) By Nekotsuki_Ren
ก่อนอื่นขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าไม่ได้เป็นผู้รู้หรือผู้ช่ำชองสายธาตุเวทมนตร์แต่ประการใด... และข้อความทั้งหมดที่ข้าพเจ้าเขียนนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวที่เกิดจากประสบการณ์ปนมั่วเล็กๆ ... ก็หวังว่าผู้อ่านจะกรุณาให้อภัยด้วยนะขอรับ
ปล.ทางที่ดีหากคิดว่าตรงไหนมันไม่ใช่หรือไม่ดี ก็ช่วยติสับหรือเสริมข้อมูลลงไปด้วยก็ได้นะ
สายธาตุต่างๆ
โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นที่รู้จักกันในฐานะของธาตุเวทมนตร์ แต่เอาเข้าจริงๆ มันก็เชื่อมโยงไปหาอย่างอื่นที่ไม่ใช่ธาตุเวทมนตร์ได้อยู่ดีแหละ... เอาเป็นว่าก่อนที่จะนอกเรื่องเราก็มาเจาะประเด็นลงเรื่องสายธาตุกนเลยดีกว่านะ
ปกติแล้วโดยสามัญสำนึกของมนุษย์สามัญชนปกติธรรมดา จะพิจารณาตามหลักพื้นฐานชาวไทยในเรื่องธาตุไว้แค่ 4 ธาตุ ซึ่งเราก็อาจเรียกมันได้ว่าเป็นธาตุหลักทั้งสี่หรือจตุธาตุที่ไม่ใช่จตุคาม เพราะชาวต่างประเทศก็ยึดถือธาตุ 4 ธาตุที่เหมือนกับคนไทยเป๊ะๆ เช่นกัน อันได้แก่
“ดิน” “น้ำ” “ลม” “ไฟ” / “Earth” “Water” “Wind” “Fire” หรือจะเรียกให้หรูๆ ตามภาษาไทย(ไม่แท้) ก็ “ปฐพี” “วารี” “วาโย” และ “อัคคี” ... หรือท่านใดจะสะดวกใจเรียกแบบอื่นก็ตามใจท่านเราไม่เกี่ยง ขอแค่รับรู้ไว้ว่ามันมีอยู่ 4 ธาตุนี้นี่ล่ะที่เป็นสากลโลก ... แต่การที่เราจะบอกว่าธาตุมันมีแค่ 4 ธาตุเท่านั้นก็เป็นเรื่องที่ไร้หัวคิดไปหน่อยสำหรับเหล่าแฟนฟิคแฟนตาซีทั้งหลาย... ดังนั้นเรามาแยกและวิเคราะห์กันดีกว่าว่ามันจะหั่นออกเป็นอะไรได้อีก...
ดิน , ปฐพี , Earth ฯลฯ ช่างมันเถอะ สรุป... ถ้าเราจะแยกมันออกมาก็ลองนึกถึงพื้นแผ่นดินที่เราเหยียบอยู่เนี่ยล่ะ แล้วก็ลองคิดดูอย่างง่ายๆ เลยว่า “ข้างในดินเนี่ย มันมีอะไรบ้างที่เราจะแยกออกมาได้อีก”
เมื่อคำว่า “ดิน” แปลตามพจนานุกรมแล้วมันหมายถึง “วัตถุธาตุของพื้นโลก , แผ่นดิน , ชื่อธาตุอย่างหนึ่งในธาตุทั้งสี่” ... ดังนั้นหากเราคิดจะแยกก็นึกดูสิว่าใต้ดินหรือบนผิวดินมันมีอะไร? ... รู้สึกว่าจะพูดซ้ำอีกแล้วนะเนี่ย?...
แน่นอนว่าเราคงไม่คิดที่จะนับพวกไส้เดือน กิ้งกือ หรือตัวตุ่นลงไปด้วยแน่ ดังนั้นเราก็ตัดเอาแต่ไอ้สิ่งที่มัน “ไม่มีชีวิต” ก็พอ พิจารณาง่ายๆจากสิ่งที่เห็นบนผิวดินก่อน นั่นคือ...
“หิน” คงไม่มีใครรวยล้นฟ้าจนไม่เคยเห็นก้อนหินหรอกนะ? แต่ถ้าคุณไม่รู้จักก็ลองไปขุดตึกคอนกรีตดูก่อนก็ได้ คิดว่าช่างก่อสร้างคงไม่ลืมใส่หินลงไปเป็นส่วนผสมหรอกนะ?
ถัดไป... อะไรที่อยู่บนผิวดิน? ... “พืช” ... ต้นหญ้า ต้นไม้ ไม้พุ่ม ต้นงิ้ว เถาวัลย์ หรืออะไรก็ตามแต่ขอให้ดูแล้วมันเป็นพืช ... ตรงจุดนี้จะมีข้อโต้แย้งที่ทำให้บางคนไม่ยอมรับว่า “นี่เป็นหนึ่งในธาตุด้วยเรอะ?” ... อ้าว? ก็แล้วถ้าธรรมชาติพืชมันไม่เกิดจากดิน แล้วมันเกิดจากอะไรล่ะขอรับ? หรือเพราะว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิต? โอ้ แปลกจริงหนอ ทำไมคนกินเจถึงได้ฆ่าสิ่งมีชีวิตกันอย่างสุขุมไม่กลัวบาปเลยนะ? ... เอาเป็นว่าก่อนที่จะมาถกเถียงประเด็นนี้ ขอค้างเอาไว้แล้วไปดูอะไรที่มันอยู่ใต้ดินก่อนเถอะ ไม่งั้นยาวแน่...
ในเมื่อการพูดถึงอะไรที่อยู่บนผิวดินมันชนปัญหา ... เราก็มามุดดินกัน เอ้า! ในดินมีอะไรถ้าไม่นับสิ่งมีชีวิต! ... อย่าบอกว่ามีน้ำ เพราะนั่นมันอีกธาตุหนึ่งเฟ้ย!! และแน่นอนว่าเราคงไม่นับ “หิน” เพราะเรากล่าวถึงไปแล้ว ทีนี้เราจะดูอะไรดี? ...
คำตอบ “ธาตุโลหะ” ทั้งโลหะหนัก-เบา ใครจะแยกออกเป็น “ธาตุสังกะสี” “ธาตุเหล็ก” “ธาตุสเตนเลส” หรือธาตุอะไรก็ช่างมันเถอะ! แต่ในกรณีนี้บางคนอาจนับพวก “อัญมณี” หรือพวก “ผลึก” ต่างๆ ลงไปด้วยก็ได้? แน่นอนว่าถ้าคุณหัวคิดสร้างสรรค์พอจะเอาพวก “น้ำมันปิโตรเลียม” มาผสมโรงด้วยก็ได้ แต่การทำแบบนั้นมันสิ้นเปลืองทรัพยากรธรรมชาติน่าดู เพราะงั้นเรามาช่วยชาติประหยัดโดยเลี่ยงการใช้ “น้ำมันดิบ” มาเป็นหนึ่งในธาตุเวทมนตร์ก่อนละกัน...
แต่! อย่าคิดว่า “ธาตุดิน” จะหมดฤทธิ์แค่นี้ เราลืมอะไรไปรึเปล่า? ... ถ้าหากว่าผืนแผ่นดินจำกัดถึงสิ่งที่เราเหยียบอยู่ ฉะนั้นแล้ว “ทราย” หรือ “โคลน” ล่ะ? เรายังจะนับมันเป็นหนึ่งใน “ธาตุดิน” ไหม?
เอ้า! เพื่อไม่ให้มีปัญหาต้องระหองระแหงกัน เราจะปล่อยให้จินตนาการของผู้อ่านแต่ละคนเป็นตัวกำหนดว่ามันสมควรเป็นไหม? สมควรแยกออกมาเป็นสายธาตุย่อยลงมาจาก “ธาตุดิน” ได้หรือเปล่า?
ธาตุที่สองธาตุถัดไป... “น้ำ” “วารี” “Water” ... อะไรก็ช่างมันเถอะขี้เกียจพิมพ์มาก เอาเป็นว่าสาระสำคัญของธาตุนี้คือ “ของเหลว” หรืออาจกล่าวอ้างได้ว่า “ความเย็น” เช่นกัน และด้วยเหตุที่ว่า “น้ำ” เปรียบได้กับชีวิต เนื่องจากใครไม่กินน้ำ มันผู้นั้นจะอยู่ได้ไม่ยืนเกินอาทิตย์เป็นแน่ ... แต่ถ้าถึกเกินคนก็ขอละไว้ละกัน
เอาล่ะ ในเมื่อเราจะกล่าวถึงน้ำ หากใครไม่เคยเรียนก็รู้ไว้ซะว่า “น้ำ” มันเปลี่ยน “สถานะ” ได้ ... ใครจะรีบจดก็จดซะ เราจะไปต่อแล้ว... ในเมื่อน้ำมันเปลี่ยนสถานะได้ สิ่งที่เราควรจะคิดก็คือ ถ้าเปลี่ยนแล้วมันจะกลายเป็นอะไร?
ถ้าหากว่ามันแตกตัวกระจายหายหรือระเหยระเหิดหรืออะไรก็ช่างมันให้มันหายไปกับอากาศธาตุก็พอ สิ่งที่มันจะไปต่อได้ก็คือ “เมฆ” ... แต่คงไม่มีใครนับว่ามันเป็น “ธาตุเมฆ” หรอกเพราะถ้าเปลี่ยนสถานะอีกแค่เล็กน้อย มันก็กลายเป็น “หมอก” ได้แล้ว เรียกกันสวยๆ ก็ “ธาตุสายหมอก” นั่นล่ะ
และเมื่อเรากล่าวถึงน้ำกันแล้ว จะไม่กล่าวถึง “น้ำแข็ง” ก็ยังไงๆ อยู่ ... หวังว่าคงไม่มีใครที่ไม่รู้จักน้ำแข็ง รึว่าใครไม่มีตู้เย็นติดบ้าน? ถ้าไม่มีก็ไปขายคอมทิ้งแล้วซื้อตู้เย็นมาซะ จะได้รู้ว่าน้ำแข็งมันเกิดจากน้ำที่เปลี่ยนสถานะเมื่ออุณหภูมิเป็นศูนย์ ... แต่ถ้าใครฉลาดพอที่จะไม่หลงเชื่อไปขายคอมทิ้งจริงๆ ก็ไปหาซื้อน้ำแข็งหลอดมาก็พอแล้ว จะได้รับรู้กันว่าเวลามันละลายเพราะอยู่ในอุณหภูมิสูงมันจะเปลี่ยนสถานะกลายเป็นน้ำอีกรอบ ... หวังว่าจะมีแต่คนอ่านที่ฉลาดพอจะไม่ทดลองอะไรอย่างที่ข้าพเจ้ากล่าวมาจริงๆ นะเออ
นอกเรื่องกันมาเยอะและ... ทีนี้หลังจากที่เราดูสถานะต่างๆ ของน้ำที่สามารถแยกเป็นธาตุออกมาได้แล้ว เราก็มาดูกันดีกว่าว่าจะมีอะไรอย่างอื่นที่พอจะจัดหรือยัดลงไปเป็นประเภท “ธาตุน้ำ” ได้อีก?...
“ธาตุพิษ” ... พื้นฐานมักมาจากหยดพิษของเหล่าสัตว์ร้าย... ซึ่งบางครั้งอาจมาจากมนุษย์เองนี่ล่ะ แต่บางครั้งก็ไม่แน่เสมอไป เพราะใช่ว่า “พิษ” จะเป็นก๊าซหรืออากาศธาตุให้คนสูดดมเข้าไปไม่ได้ เอาเป็นว่านี่เป็นหนึ่งในข้อถกเถียงกันพอสมควรว่ามันเป็นธาตุย่อยของอะไรกันแน่ ซึ่งบางคนอาจบอกว่ามันมาจาก “ธาตุพืช” แน่นอนว่า “พืช” ย่อมมีบ้างที่จะเป็น “พืชมีพิษ” ก็ไม่แปลกที่จะคิดแบบนั้น แล้วก็เลยมีบางคนที่หยิบยกว่า “ธาตุพืช” ควรจะเป็น “ธาตุใหม่” ไปเสีย ... ก็แล้วแต่คนจะจิ้นละกัน ข้าพเจ้าไม่ขอยุ่งเกี่ยว...
คราวนี้อีกสิ่งหนึ่งที่ดูท่าจะเกี่ยวโยงกันอยู่ แต่บางคนอาจบอกว่ามันคือหนึ่งใน “ธาตุพิษ” ต่างหาก ... นั่นคือ “กรด” ... ก็แล้วแต่อีกเช่นกัน ใครจิ้นได้ก็จิ้นไป เราไม่ขอยุ่งเกี่ยว...
แล้วก็จบไปสองจากสี่ ... ที่นี้เรามาต่อกันดีกว่ากับ “ธาตุลม” ... คำบรรยายเป็นภาษาอื่นๆ น่ะช่างมันละกัน ใครอยากได้ก็ลองหาเอาเอง มันไม่ยากเกินไปหรอกถ้าพยายามนะ
“ลม” แปลออกมาได้ประมาณ “อากาศธาตุ , อากาศที่เคลื่อนที่” แต่ถ้าจะวิเคราะห์ลึกๆ จนอาจจะหลุดโลกไปนิด มันก็คือสิ่งที่อยู่เหนือแผ่นดิน เหนือผืนน้ำนั่นแหละ...
จริงๆ แล้ว “ธาตุลม” หาธาตุย่อยแยกได้ยากมากมาย เพราะว่าคุณสมบัติของมันก็คืออากาศที่เคลื่อนไหวไปมา อาจกล่าวได้ว่าเป็นบรรยากาศแบบหนึ่ง แต่คงไม่มีใครคิดสร้างและตั้งชื่อธาตุใหม่จำพวก “ธาตุสตาร์โตสเฟียร์” “ธาตุโอโซน” หรืออะไรเถือกๆ นั้นหรอกใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นเราก็มามองอะไรใกล้ๆ ดีกว่า...
แน่นอน ... ว่าเราคงไม่อยากจำแนก “ธาตุพายุ” หรือ “ธาตุออกซิเจน” ออกมาจากธาตุลมนัก ... แต่ถ้าคิดจะทำเราก็ไม่ว่ากัน ... เอาเป็นว่ามาดูในเรื่องของชั้นบรรยากาศกันหน่อยดีกว่า ...
หากเป็นอะไรที่อยู่เหนือดินใต้ชั้นอวกาศ แล้วมีพลังอำนาจมากพอที่คนจะเคารพนับถือให้มันเป็นธาตุเวทมนตร์ได้ คงไม่พ้น “สายฟ้า” ที่มีพลังอำนาจสูงด้วย “ความเร็วแสง” ก่อให้เกิด “เสียง” และยังสามารถ “เผาไหม้” ได้อีกต่างหาก แต่บางครั้งเพราะความที่มันหลากหลายประดุจเอาธาตุอื่นๆ มาผสมกัน บางครั้งมันถึงถูกนับแยกออกไปเป็นธาตุใหม่เสียอีกก็เป็นได้... _________________ คุณค่าของชีวิต กับความยึดมั่นถือมั่น
ความพยายามที่ไร้ผลตอบกลับ
การดิ้นรนในความสิ้นหวัง
ชีวิตล้วนแล้วแต่หวัง
แก้ไขล่าสุดโดย Nekotsuki_Ren เมื่อ Wed Jul 16, 2008 10:07 am, ทั้งหมด 2 ครั้ง |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Kuroneko_Iyo แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 19 Feb 2008 ตอบ: 81 ที่อยู่: ลังส้ม
|
ตอบเมื่อ: Sun Jul 13, 2008 9:22 pm เรื่อง: |
|
|
ในที่สุดก็มาถึงธาตุสุดท้ายของธาตุทั้งสี่ ... แต่รับประกันได้ว่ามันไม่หมดแค่นี้หรอก... “ธาตุไฟ” ...
เป็นสิ่งที่รู้กันมานานแล้ว ว่า “ไฟ” มีพลังอำนาจที่จะทำลายล้างวัตถุต่างๆ ได้อย่างถึงที่สุด บ้างว่ามันเป็นพลังชำระล้างอย่างที่ชาวคริสต์สมัยล่าแม่มดใช้เป็นเหตุผลในการเผา แต่เพราะความร้อนที่สูงพอจะสามารถฆ่าเชื้อโรคได้จริงๆ หรือแม้แต่สร้างประโยชน์แก่มนุษย์ด้วยการทำให้อาหารสุกหรือทำให้อาหารบางอย่างกินได้ (พืชบางชนิดเวลากินดิบๆ มีพิษถึงตายได้เชียวนะ)
ด้วยเหตุที่ว่า “ไฟ” คือ “ผลจากปฏิกิริยาเคมี ส่งผลให้เกิดความร้อน แสงสว่าง และเปลวซึ่งเป็นกลุ่มแก๊สที่กำลังลุกไหม้” จึงเป็นเรื่องที่ยากนรกแตกในการแยกย่อยออกมา ... แต่บางคนก็ดันทำได้จริงๆ โดยการแยกออกด้วยกระบวนการคล้ายคลึงกับการแยก “ธาตุน้ำ” ...
นั่นคือการแบ่งออกเป็น “สถานะ” ตามแต่ลำดับของ “อุณหภูมิ” แต่ต่างกันตรงที่จะมีปัจจัยอื่นมาเสริมด้วย โดยธาตุที่แยกออกมาได้และนับกันเป็นธาตุหนึ่ง นั่นคือ “ธาตุลาวา” หรืออาจกล่าวกันเท่ห์ๆ ว่า “ธาตุแม็กม่า” ... ซึ่งขอบอกเลยว่าผิดเฟ้ย! “ลาวา” คือ ”หินหนืดที่พุ่งออกมาจากเปลือกโลกหรือปากปล่องภูเขาไฟ” ส่วน “แม็กม่า” นั้นคือ “หินหลอมเหลวที่อยู่ใต้เปลือกโลก” ... หวังว่าคงจะแยกออกแล้วนะ?
นอกเหนือจากนี้นั้น... ก็ไม่เห็นว่าจะมีใครแยกธาตุย่อยออกมาจาก “ธาตุไฟ” ได้อีก... แต่ถ้าใครหัวคิดสูงพอที่จะแยกได้ ก็ขอความกรุณาอธิบายขยายความด้วยจะเป็นการดี จะได้แต่งเติมเสริมขึ้นมาให้เป็นธาตุใหม่มันเสียเลย
เพียงเท่านี้ “ธาตุทั้งสี่” ก็เป็นอันครบถ้วนสมบูรณ์... โดยการแยกย่อยออกมายิบย่อย ซึ่งบางคนอาจคิดได้มากกว่านี้ ก็แชร์ๆ กันด้วยละกัน
แต่! … เหนือสิ่งอื่นใด... หากจะกล่าวถึงมนตราแล้ว มันเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่ธาตุอีก 2 ธาตุจะเข้ามามีส่วนร่วมด้วย แม้ว่าคนปกติจะไม่คิดว่ามันเป็นธาตุก็เถอะ ... นั่นคือ “แสงสว่าง” และ “ความมืด”
แน่นอนว่าเจ้า “แสงสว่าง” และ “ความมืด” นั้น ไม่สามารถสัมผัสได้ด้วย “ร่างกาย” แต่เราจะสามารถสัมผัสได้โดยง่ายทาง “สายตา” และ “จิตใจ” ...
เนื่องจากโดยปกติแล้วมนุษย์จะเคยชินกับแสงสว่าง ... อย่างน้อยก็มีการกล่าวขานกันเช่นนั้น มนุษย์ดำรงอยู่ภายใต้ “แสงสว่าง” หากแต่ที่จริงนั้นมนุษย์มิเคยยอมรับเลยว่า “ความมืด” ก็เป็นสิ่งที่อยู่เคียงคู่มานานซะยิ่งกว่า “แสง”
อาจกล่าวได้ว่า... เพราะด้วยความรู้สึกที่ปลอดภัยกว่า อบอุ่นกว่า ดีกว่า ... แสงสว่างจึงเป็นเวทมนตร์ที่เลอเลิศประเสริฐศรีจนหาที่เปรียบมิได้ เช่นเดียวกับที่เคารพสักการะเหล่า “เทพ” ... จนเป็นเหตุให้ “เกรียนไทย” หยิบยกคำนี้มาใช้กันจนติดปาก ... แต่เอาเป็นว่าช่างหัวเกรียนๆ มันเถอะ!
หากมองในแง่กลับกับแล้ว ถ้า “แสง” เป็นตัวแทนของ “ความดีงาม” ... “ความมืด” ก็ย่อมที่จะกลายเป็น “ความชั่วร้าย” ไปในบันดล... ทั้งที่ความจริงแล้ว มนุษย์ไม่ได้กลัว “ความมืด” หรอก แต่กลัว “สิ่งที่มองไม่เห็น” ต่างหาก... เพราะมนุษย์ยึดติดกับสิ่งที่มองเห็นอย่างมาก หากว่า “หัวใจ” ของเราทำงานมาหนักสุดในร่างกาย “ดวงตา” ก็เป็นหนึ่งในอวัยวะที่ทำงานหนักมากเช่นกัน ... สำหรับคนที่สวมแว่นคงจะเข้าใจดีว่ามันเป็นอย่างไง ... ก็ละไว้ก่อนละกัน
ทีนี้... เรามาชำแหละกันต่อดีกว่า ... หากว่า “แสงสว่าง” และ “ความมืด” คือสองธาตุเวทมนตร์ที่เป็นที่รู้จักและนิยมยิ่ง ... เราจะแยกมันออกมาเป็นธาตุย่อยอะไรได้อีกบ้าง?...
เริ่มแรกจาก “ความมืด” ... ไม่ใช่ว่ามันสำคัญกว่าหรอกนะ แต่เพราะมันง่ายกว่าในการแยกย่อย เพราะหากพิจารณาตามธรรมชาติแล้ว คงจะไม่มีใครปฏิเสธ “เงา” ว่าเป็นความมืดรูปแบบหนึ่งได้หรอกนะ?
คราวนี้ในเมื่อ “เงา” สามารถจัดเป็นหนึ่งในธาตุย่อยได้ชัดๆ แล้ว เราก็มาดูอะไรที่มันเห็นไม่ชัดกันดีกว่า...
นั่นคือ “คำสาป” ก็น่าแปลกที่เราจัดมันลงในรายชื่อหนึ่งในแขนง “ธาตุความมืด” ด้วย ทั้งๆ ที่หากพิจารณาดูแล้วก็ไม่เห็นว่ามันจะใช้ความมืดตรงไหน? หรือเพราะว่ามันต้องมีพิธีกรรมยามค่ำคืนหรืออย่างไร? ... แต่ก็เอาเป็นว่าเราไม่ขอยุ่งเกี่ยวเป็นรอบที่สามตั้งแต่เขียนบทความนี้ก็แล้วกัน
ในเมื่อ “ธาตุความมืด” หมดลงแค่นี้ ... หรือว่าง่ายๆ คือคิดได้แค่นี้... เราก็มาดู “ธาตุแสงสว่าง” กันบ้าง...
“ธาตุแสง” พลังอันบริสุทธิ์ แสงอันเจิดจ้า ... มันดีก็ตรงที่ทำให้คนเรามองเห็นสิ่งรอบข้างได้เท่านั้นแหละ เพราะเมื่อเราพิจารณาสิ่งรอบข้างได้แล้วว่ามันไม่มีอะไร เราก็จะอุ่นใจและไม่กลัวสิ่งใด แต่อยากจะเถียงเหลือเกินว่าถ้าแสงมันจ้า สว่างมากจนเกินไปมนุษย์ก็ตาบอดเพราะมันเหมือนกันแหละ!
... บ่นพอและ เข้าเรื่องๆ ... “แสง” หากพิจารณาแล้ว มันจะมี “รัง” สีต่างๆ แอบแฝงอยู่ บางคนอาจรู้บางคนอาจไม่รู้ แต่บางครั้ง “รังสี” เนี่ยล่ะที่บางคนหยิบยกมันขึ้นมาเป็นธาตุย่อยของ “ธาตุแสง” ไปเสียเฉยๆ
นอกเหนือจากนี้แล้ว อาจมีอย่างอื่นอีกที่แยกย่อยออกมาได้จาก “ธาตุแสง” แต่ว่าตอนนี้คนเขียนนึกไม่ออกแล้ว หัวตื้อมึนตึบ... สงสัยเพราะยังไม่ได้กินข้าวเย็น นั่งเขียนเพลิน... แต่เอาเป็นว่านอกเหนือจากสายธาตุที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีอีก 2 อย่างที่บางคนยึดมั่นและบอกว่ามันเป็นสายธาตุประเภทหนึ่งเช่นกัน!
นั่นคือ “ธาตุวิญญาณ” และ “ธาตุเสียง” ...
ซึ่งหากแยกออกมาตามความรู้อันต้อยต่ำที่คนเขียนมีอยู่ คงจะได้จับ “ธาตุเสียง” ลงไปไว้ในกลุ่มย่อยของ “ธาตุลม” เป็นแน่แท้ เพราะยังไงๆ มันก็ต้องผ่านชั้นบรรยากาศอยู่ดี ... แต่เพราะมีความคิดที่ขัดแย้งเล็กน้อยทำให้ต้องล้มเลิกความคิดที่ว่า ... ก็ในเมื่อเสียงมันผ่านสื่อที่เป็น “น้ำ” ได้ แถมยังไปได้ดีกว่า “อากาศ” เสียอีก แล้วทำไมต้องบังคับให้มันเป็นหนึ่งใน “ธาตุลม” ด้วย?... ก็เอาเป็นว่าพิจารณาเอาเองละกัน! คนเขียนแยกไม่ได้เฟ้ย!!
เอ้า! ทิ้ง “ธาตุเสียง” แล้วมาดู “ธาตุวิญญาณ” กันดีกว่า!!
“ธาตุวิญญาณ” ... ฟังแล้วขนลุกซู่ซ่า นึกยังไงก็ไม่พึงปรารถนาจะเจอกันเลยพับผ่า ... แต่บางคนกลับชอบเอามากๆ คงเพราะเค้ามาใบ้หวยให้น่ะสิ... เอาล่ะเข้าเรื่อง หากจะแยกประเภทของ “วิญญาณ” แล้วนั้น ตามหลัก “วิทยาศาสตร์” มิใช่ “ไสยศาสตร์” เจ้าสิ่งที่เรียกกันว่า “วิญญาณ” เนี่ย มันก็คือ “พลาสม่า” หรือ “คลื่นกระแสไฟฟ้า” ชนิดหนึ่ง! ... เพราะงั้นน่าจะจัดอยู่ในประเภท “ธาตุลม” หรือ “ธาตุสายฟ้า” ... แต่!...
ถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง... แล้วทำไมมันถึงมีจิตใจล่ะ? ... โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฟิคบางเรื่อง ตัวเอกอาจสามารถคุยกับ “วิญญาณ” ได้ด้วยซ้ำ บางเรื่องยิ่งไปกว่านั้น สามารถเข้าทรงรวมร่างกลายเป็นชาแมนคิงไปเสียนี่!
ดังนั้น ด้วยความที่หากจะแยกให้ “ธาตุวิญญาณ” เป็นหนึ่งในธาตุย่อยของ “ธาตุสายฟ้า” หรือ “ธาตุลม” มันก็มีพลังที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะมันไม่ใช่พลังในเชิง “แสงสว่าง” “ความร้อน” หรือ “การเคลื่อนที่ของอากาศ” ทั้งนั้น มันเป็นอะไรที่ต่างกันออกไป ... ซึ่งทำให้ผู้เขียนแยกมันไม่ได้... ก็หวังว่าจะมีคนช่วยจับมันยัดลงไปในธาตุหลักธาตุใดสักธาตุหนึ่ง ไม่ก็ตั้งขึ้นมาเป็นธาตุใหม่ไปเสียเลยดีกว่า...
ตอนนี้ก็เอาเป็นว่า... ผู้เขียนหิวข้าวแล้ว และนึกอะไรไม่ออกแล้ว แล้วน้องสาวก็มารอยึดคอมเรียบร้อยแล้ว ... ดังนั้น หากชาติต้องการ เราค่อยมาถกประเด็นนี้กันอีกทีละกัน!! _________________ [พูดคุย]-The Fiction Factory-
แก้ไขล่าสุดโดย Kuroneko_Iyo เมื่อ Wed Jul 16, 2008 10:07 am, ทั้งหมด 1 ครั้ง |
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Flaya หน่วยจู่โจม

เข้าร่วม: 27 Mar 2008 ตอบ: 124 ที่อยู่: ทุกที่ ที่มีนาย?
|
ตอบเมื่อ: Sun Jul 13, 2008 11:28 pm เรื่อง: |
|
|
=w= อ่ะจ้า !!!
แต่เห็นมีๆกัน เข้ากระทู้เขาต้องบ้าตามเขา =w=
อียัยเฟย์ - "เฮียขา เอาธาตุของจีนมั่งดีกว่ามั๊งเนอะ"
ดิน - น้ำ - ไฟ - ไม้ - ทอง
ซึ่งถ้าจะให้แปลตามประสาคนรู้น้อย(หนูเอง)ก้อจะแปลออกมาได้ดังนี้
ดิน - มันก้อเหมือนๆกะที่เฮียบอกมาแล้ว จะไปมีอะไรอีกเล่า เอ้อๆแต่พอพูดถึงดิน มันก้อแผ่นดิน ผืนปฐพี โลก ดีๆนี่เองเนอะ แล้ว"แรงโน้มถ่วง"หรือ"แรงดึงดูด"นี่ จะเอาเข้ามาใส่ไว้กะดินจะดีมั้ยหนอ !!! ส่วนแม็กม่า กะ ลาวา หินเหลวร้อนๆเหมือนแต่ต่างที่อยู่ แต่ยังไงๆ มันก้อหินอยู่ดีแหละ =w=
น้ำ - เหมือนเก่า ไม่อยากพูดมาก พี่เรนพูดมาดีแล้ว แต่อยากจะแถม น้ำ 3 สถานะ ของเหลว ของแข็ง ก๊าซ ถ้าพี่อยากจะเล่นให้มันเป็นแบบ"นักเล่นแร่แปรธาตุ"หน่อยๆนะ ธาตุที่เป็นของเหลวน่ะ เอามาเล่นซะสิ ส่วนไอ่ก๊าซ ใครจะจิ้นให้มันไปอยู่กะลมก้อแล้วแต่เด้อ =w=
ไฟ - พลังแห่งความร้อนที่อยู่ใต้เปลือกโลก และไอ้เทือกพลังความร้อนทั้งหลาย ไม่มีอะไรจะบ่น เพราะตอนนี้ ร้อน !!!
ไม้ - มาและ ไอ้ธาตุเจ้าปัญหา หาที่อยู่ให้ไม่ได้ซะที หากเพราะ มันเกิดจากดิน มีชีวิตจากน้ำ ได้พลังจากลมและแสง และเป็นผู้ก่อเกิดไฟ เอ้า!! ถ้าพูดมางี้อาจจะงง ไปเรียนวิทย์ป. 3สายเมียวโอ กัน เกิดจากการดูดสารอาหารจากดิน ดูดน้ำเพื่อการเจริญเติบโตและลำเลียงสาร รับแสงและอ๊อกซิเจน(ลม)เพื่อสังเคราะห์อาหาร และถ้าเสียดสีกันมากเข้า ไฟก้อลุกพรึบๆเกิดไฟป่า =w= ส่วนจะแยกไปเป็นพืชมีพิษไม่มีพิษ อันนั้นก้อแล้วแต่พวกท่านเหอะ แต่เราไม่รู้จะแยกไปทำไม สู้เอาเป็นว่า เล่นพืชได้หมดไม่เจ๋งกว่าเหรอ
ทอง - มันก้อโลหะดีๆนี่เอง ไม่ใช่อะไรอื่น ไม่รุจะแยกมาทำไม =w=
นี่คือธาตุตามศาสตร์ของทางจีนและญี่ปุ่นบางลัทธิและธาตุพวกนี้ มีสายสัมพันธ์กันหมดนะ มี 2 แบบ
เกื้อหนุน > ยกไปก่อน ลืม =///=a
หักล้าง > ดินสยบน้ำ,ไฟ น้ำสยบไฟ,ทอง ไฟสยบทอง,ไม้ ทองสยบไม้,ดิน ไม้สยบดิน,น้ำ
อ่ะ แต่ที่ดูๆมา ไม่มี"ลม"ใช่ไหมเอ่ย ถูกแล้วล่ะ ไม่มี"ลม" เพราะเค้าเชื่อว่า"ลม"คือชีวิต แล้วใครมันจะเอาชีวิตมาเล่นกันเล่า !!!
ต่อไป ความรู้รอบโต๊ะของคนโง่คนนี้เอง
สายฟ้า - ไปอยู่ไหนดีเอ่ยแก เอาไปอยู่กะลมดีกว่า เพราะสายฟ้า มันคือการถ่ายทอดอิเล๊กตรอนในอากาศ แต่ถ่ายกันแรงๆและในจำนวนมากๆเข้า มันก้อคือฟ้าผ่าดังเปรี๊ยง !!! หรือจะแยกไปเป็นพิเศษดี อันนี้ก้อแล้วแต่คนอ่าน =w=
เสียง - อากาศอีกแล้ว ถ้าจะให้อธิบายว่าทำไม เพราะเสียงเป็นการสั่นสะเทือน จะต้องเดินทางผ่านตัวกลาง ซึ่งในที่นี้ ก้อคืออากาศนี่เอง หรือจะแยกอีก มันก้อจะไปอยู่กะพวก สายมายา ใช้เสียงกล่อมประสาทนั่นเอง ซึ่งไอ่พวกนี้ มันก้อแล้วแต่พวกท่านล่ะเด้อ !!!
วิญญาณ - ผีดิบ คนตาย ผี< นี่คือความคิดแรกๆของสายวิญญาณใช่หรือไม่ แต่ถ้าเอาวิทยาศาสตร์ปัญญานิ่มของหนูเข้าว่า มันก้อพลังงานชนิดหนึ่ง เอาง่ายกว่านั้น กระแสไฟฟ้า =w= (ไม่พ้น) จะเล่นกะศพ ใช้ไฟฟ้าช๊อตเข้าที่ข้อต่อศพก้อกระตุกแล้ว =w=
เอาความรู้รกสมองของคนๆนี้มาเล่าสู่แล้วเด้อ ซึ่งจะเอาไปใช้หรือจะคิดยังไงก้อเป็นเรื่องส่วนบุคคน หนูไม่เกี่ยว แล้วถ้าข้อมูลผิดพลาดประการใด แย้งและทักท้วงเลยเด้อ !!!
ปล.อ่านแล้วกรุณาลืมด้วย =w=
/me ง่วงจัด จะหลับแล้ว = =zZzZ _________________ เป็นงี้!! จะทำมัย!!
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
青 お姉さん F.F. Fallen Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008 ตอบ: 151 ที่อยู่: どこかで孤独な道
|
ตอบเมื่อ: Mon Jul 14, 2008 4:22 am เรื่อง: |
|
|
นู๋ไม่รู้
นู๋มาว _________________
The Great Archives determine you to have gone by the identity : High Priestess of The Arctic
Known in some parts of the world as : Curse of The Lost
The Great Archives Record : A lonely one who guides the lost - but not to safety, to their doom.
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
BunnyBear ร.ด. หัวเกรียน

เข้าร่วม: 14 Jul 2008 ตอบ: 3
|
ตอบเมื่อ: Mon Jul 14, 2008 6:37 pm เรื่อง: |
|
|
ยา
รา
ไน
ก้า
/me รูดซิปกางเกง
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
RaCcoon_Man หน่วยจู่โจม


เข้าร่วม: 10 Feb 2008 ตอบ: 111 ที่อยู่: ~ บนโลกใบนี้ ~
|
ตอบเมื่อ: Mon Jul 14, 2008 9:03 pm เรื่อง: |
|
|
หนูตาม 2 เรปข้างบนเข้ามา .. _________________
. . . " ~ เพื่อนพ้อง ~ " . . .
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Nekotsuki_Ren แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 17 Feb 2008 ตอบ: 111 ที่อยู่: ลังส้ม
|
ตอบเมื่อ: Tue Jul 15, 2008 11:16 am เรื่อง: |
|
|
เรน - "ซะงั้นเลยนะ =w=" ... เอาเป็นว่า... เดี๋ยวจะแก้ไขข้อมูลที่ลงไว้(ย้ายเรปเล็กน้อย) จะได้เก็บเรปแรกไว้สรุปความ =w= (ตอนนี้ได้ข้อมูลมาเพิ่มอีกพอสมควรจาก Flaya หุๆ)"
ปล.พวกที่เหลือจะมาเนียนก็เนียนอย่างมีสาระบ้างจิ!! _________________ คุณค่าของชีวิต กับความยึดมั่นถือมั่น
ความพยายามที่ไร้ผลตอบกลับ
การดิ้นรนในความสิ้นหวัง
ชีวิตล้วนแล้วแต่หวัง
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Crimsonwing F.F. Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008 ตอบ: 209 ที่อยู่: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม
|
ตอบเมื่อ: Wed Jul 16, 2008 5:37 pm เรื่อง: |
|
|
ตามความคิดของข้าน้อยนะ เรื่องการแบ่งสายธาตุ หรือสังกัด หรืออะไรก็แล้วแต่
ข้าน้อยแบ่งไว้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ ตามนี้...
1. สังกัดพื้นฐาน หรือ สังกัดปฐมภูมิ ประกอบด้วย
- ดิน
- น้ำ
- ลม
- ไฟ
2. สังกัดลำดับสอง หรือ สังกัด ทุติยภูมิ เกิดจากสังกัดพื้นฐานสองชนิดมากระทำบางอย่าง (ผสาน รุกราน ปะทะ) จนเกิดสังกัดขั้นที่สอง ประกอบด้วย
- สายฟ้า
- โลหะ
- น้ำแข็ง
- ไม้
3. สังกัดพิเศษ ไม่จัดอยู่ในกลุ่มใดๆของสัดกัดพื้นฐาน เพราะมีลักษณะเฉพาะตัวบางอย่างแยกยิบย่อยออกไป ประกอบด้วย
- แสงสว่าง
- ความมืด
ภายในนี้ยังแยกได้อีกหลากหลายประเภทอย่าง
ข้าน้อยเคยอ่านบทความของใครคนหนึ่ง จำไม่ได้แล้วล่ะว่าใคร เนื้อความจำได้รางๆว่า สังกัดแสงและมืดนั้น "มันงี่เง่าสิ้นดี" ไม่สมควรจะมีสังกัดนี้ อะไรประมาณนั้น ข้าน้อยก็งงๆเฮะ
เดี๋ยวถ้าดึกๆไม่ลืมจะมาขยายรายละเอียดต่อ _________________
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Flaya หน่วยจู่โจม

เข้าร่วม: 27 Mar 2008 ตอบ: 124 ที่อยู่: ทุกที่ ที่มีนาย?
|
ตอบเมื่อ: Wed Jul 16, 2008 5:55 pm เรื่อง: |
|
|
โอ้วๆ ไฟลุกพรึ่บๆ อยากจะพล่ามต่อจัง =w=
สายผสม เห็นเจ๊พิมมาแล้ว อยากพล่ามต่ออ่าส์ =w=
งั้นเล่นซักธาตุละกัน
โคลน - มันก้อดินผสมน้ำ ดินเปียกดีๆนี่เอง แล้วตูจะพล่ามทำซากเรอะ ฮ่วย =.="
งั้นเลิก ไปหานั่งเลคเชอร์เอาดีกว่า =w=
/me เตรียมสมุดปากกาพร้อมสรรพ =w= _________________ เป็นงี้!! จะทำมัย!!
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Crimsonwing F.F. Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008 ตอบ: 209 ที่อยู่: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม
|
ตอบเมื่อ: Thu Jul 17, 2008 2:40 am เรื่อง: |
|
|
และแล้วก็ลืมมาขยายความ...
ช่างเถอะๆ ตอนนี้ลองอ่านที่เรนซังโพสแล้วคร่าวๆ เหมือนจะเจออะไรบางอย่างที่อยากทักท้วง....
เอาไว้ต่อพรุ่งนี้ ง่วง... _________________
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Nekotsuki_Ren แมวในลังส้ม


เข้าร่วม: 17 Feb 2008 ตอบ: 111 ที่อยู่: ลังส้ม
|
ตอบเมื่อ: Thu Jul 17, 2008 8:36 am เรื่อง: |
|
|
เรน - "กระทู้นี้ไม่ได้ต้องการการคล้อยตามหรอกนะขอรับ =w= เราต้องการการถกเถียงและการชี้แจงกัน ด้วยเหตุผละผลของแต่ละฝ่าย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความรู้ความเข้าใจให้ขยายขอบเขตกว้างไกลออกไปมากขึ้นอีก... ดังนั้นไม่ต้องไปสนหรอกว่ามันจะขัดกับใคร ถ้ายึดมั่นหรือคิดว่ามันมีเหตุผลอยู่ แม้จะน้อยนิด ก็ขอความกรุณาสละเวลาเขียนข้อมูลเพื่อแบ่งปันความรู้กันเถอะขอรับ!"
ปล.อย่างฟลาย่าก็ยังแย้งเรื่องหินหลอมเหลวเลย ทั้งๆ ที่คุณสมบัติเด่นคือความร้อนสูง และตามความรู้จากประสบการณ์ของข้าพเจ้ามันแยกตัวออกมาจากไฟจริงๆ นะเออ =w=~ (แชร์ๆ กันไปขอรับ! อย่าคิดว่าตัวเองผิด!!) _________________ คุณค่าของชีวิต กับความยึดมั่นถือมั่น
ความพยายามที่ไร้ผลตอบกลับ
การดิ้นรนในความสิ้นหวัง
ชีวิตล้วนแล้วแต่หวัง
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|
 |
Crimsonwing F.F. Arch Angel


เข้าร่วม: 10 Feb 2008 ตอบ: 209 ที่อยู่: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม
|
ตอบเมื่อ: Thu Jul 17, 2008 10:14 am เรื่อง: |
|
|
ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรมากมายหรอก จริงๆมันเป็นเรื่องของจินตนาการส่วนบุคคลมากกว่าข้าน้อยว่า เอามาแบ่งปัน+ถกเถียงกันก็ได้ความรู้ใหม่ๆขึ้นเยอะ
ที่อยากจะท้วงก็คือ ไม่ใช่แค่น้ำเท่านั้นที่เปลี่ยนสถานะ แต่สสารอย่างอื่นก็เปลี่ยนได้ เพียงแค่น้ำนั้น เปลี่ยนได้ครบ 3 สถานะ และเห็นได้ชัดเจนที่สุด ต่างหาก
ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็คือแมกม่า นั่นล่ะ มันก็คือหินที่อยู่ในสถานะ "ของเหลว" เทียบได้กับ น้ำแข็ง > น้ำ เพียงแต่อุณหภูมิที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะมันต่างกันมากมาย ส่วนจะให้มันระเหยก็ทำได้ แต่ความร้อนที่ใช้ก็มากมายกว่าเช่นกัน
ดูอย่างไนโตรเจนสิ สภาวะปกติมันกระจายอยู่ในอากาศรอบๆตัวเราถึงกว่า 70% เชียวนะ แต่พอให้ความดันมากๆและอุณภูมิที่เหมาะสม มันก็กลายเป็นไนโตรเจนเหลวได้ ถ้ายังทำต่อไปเรื่อยๆ ก็สามารถทำ "ไนโตรเจนแข็ง" ได้เช่นกัน แต่เพราะไนโตรเจนเหลวนั้นมีอุณหภูมิ -196 องศาฯไปแล้ว การทำไนโตรเจนแข็งจึงเกินความจำเป็น (เพราะแค่ -196 องศาฯ กล้ามเนื้อเราๆโดนเข้าไปส่วนนั้นก็ตายภายในพริบตาแล้วเจ้าค่ะ)
ดังนั้น ถ้าเกิดจะจัดกลุ่มให้กับธาตุแปลกๆอย่างแมกม่า ข้าน้อยจับยัดไปที่กลุ่ม "โลหะ" นะ เพราะมันผสมจาก ไฟ+ดิน
ถ้าจะถามว่า และจะจัดการพวกธาตุที่เปลี่ยนสถานะวุ่นวายทั้งหลายยังไง ข้าน้อยไม่ทราบ แล้วแต่บุคคลแล้วกัน
แต่ข้าน้อยเสนออย่างหนึ่งว่า การที่สสารทั้งหลายเปลี่ยนสถานะโดยพื้นฐานแล้ว เพราะสสารได้รับอุณหภูมิที่เพียงพอ โดยการลนไฟหรือแช่แข็งอะไรก็แล้วแต่
ทีนี้... เมื่อมันได้รับหรือได้ลดอุณหภูมิแล้ว "ทำไมมันถึงเปลี่ยนสถานะ???"
อย่าตอบแบบกำปั้นทุบดินว่าเพราะมันร้อนหรือมันเย็นนะ แบบนั้นมันเด็กประถมตอบ
เพราะสสารนั้น "เกิดการสั่นไหวในระดับอนุภาค" ขึ้น ถ้าได้รับความร้อน อนุภาคจะได้รับพลังงานที่มากขึ้น ทำให้เกิดการเคลื่อนที่ จึงทำให้เกิดความร้อนขึ้นมา ส่วนความเย็นก็ตรงกันข้าม มันจะทำให้อนุภาคลดพลังงานลง จนหยุดการเคลื่อนไหวไปช้าๆ โดยอนุภาคทุกอย่างจะหยุดนิ่งที่ - 273 องศาเซลเซียส หรือ ศูนย์องศาสัมบูรณ์ ที่ความเย็นระดับนี้ แม้แต่เซลล์ของสิ่งมีชีวิตก็นิ่งสนิท จึงแน่นอนว่ามันทำความเย็นถึงระดับนั้นไม่ได้ง่ายๆโดยอาศัยแค่ตู้เย็นในครัวแน่ๆ
"การสั่นไหวในระดับอนุภาค" รู้สึกสะกิดอะไรบ้างมั้ยกับวลีนี้? ใครกันที่สามารถให้สสารเกิดการสั่นไหวได้ในระดับอนุภาค? ใครกันที่สามารถควบคุมวัตถุต่างๆได้ถึงระดับอิเลคตรอน?
ถ้าในโลกของเราๆคงไม่พ้นนักวิทยาศาสตร์ดาษๆซักคนพร้อมกับเครื่องมือวุ่นวาย
แต่นี่เราพูดถึงโลกแฟนตาซี... แหงล่ะเค้าคือ..... "นักเล่นแร่แปรธาตุ" หรือ "Alchemist" นั่นเอง!!!
หลังจากนี้ก็เอาไปจินตนาการต่อเอาเองเน้อ~
ป.ล. ที่น่าสนใจอีกอย่างของเรื่อง "ศูนย์สัมบูรณ์" คือ มันจะทำให้ตัวนำมีสภาพเป็น "ตัวนำยิ่งยวด" ในระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งจะไม่มีความต้านทานใดๆอยู่เลย แต่สภาพนี้มันจะถูกทำลายด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า จึงอยู่ได้ไม่นาน
ในปัจจุบันก็ได้มีการพบตัวนำยิ่งยวดที่ทำด้วย Nb3Ge ซึ่งสามารถนำกระแสไฟฟ้าได้มาก และในขณะเดียวกันก็สามารถทนต่อสนามแม่เหล็กความเข้มสูงได้ด้วย _________________
|
|
| ขึ้นไปข้างบน |
|