Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[F] THE CIRCLE OF DESTINY{วงล้อแห่งชะตากรรม}

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:35 pm

ตอนที่ 4
บางสิ่งที่ไม่คาดฝัน


เซโนเป็นคนที่มีความสูงพอๆกับอัลฟรีด เขาอยู่ในเครื่องแบบของผู้บัญชาการอย่างครบครัน(เสื้อโอเวอร์โค้ดสีน้ำตาลแดง วงแหวนสีทองใสที่ครอบหัวไหล่จนไปถึงรักแร้และหัวเข่าไปถึงขาหนีบ กางเกงสีเขียงเข้มยาว รองเท้าโลหะสีฟ้าซึ่งมีรูปร่างคล้ายกับรองเท้าคอมแบ็ด) ทั้งผมสีบล็อนด์ นัยน์ตาสีเหลืองอำพัน และหน้าตาที่ดูอ่อนวัยมาก เป็นเสน่ห์ดึงดูดสาวๆได้ราวกับแม่เหล็กกับเหล็ก แขนทั้งสองที่ใหญ่โตบึกบึนคล้ายกับนักเล่นกล้ามนั้นหากดูผิวเผินก็สมกับเป็นนายทหารยศใหญ่ แต่ความจริงที่ถูกปกปิดใต้ชุดเครื่องแบบผู้บัญชาการนั้น ซ่อนแขนปลอมทั้งสองไว้อย่างมิดชิด และไม่เพียงแต่แขน ไล่ตั้งแต่หัวเข่าจนไปถึงนิ้วเท้าก็เป็นของปลอม แสดงว่าคนๆนี้ผ่านศึกสงครามมาเยอะพอดู -ใช่ เซโนเป็นคนที่เข้าร่วมสงครามทุกครั้งและศึกครั้งล่าสุด –สงครามสิบสองกาแล็กซี่- เป็นเหตุให้เขาต้องสูญเสียแขนขาไปอย่างเวทนา

ตอนนี้เซโนกำลังพูดคุยกับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูแล้วอายุก็ไล่เลี่ยกัน ใบหน้ารูปไข่ ความสูงก็เตี้ยกว่าเซโนสิบเซนกว่าๆ ทั้งผม นัยน์ตา เป็นสีดำเข้ม และอยู่ในเครื่องแบบที่ไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ -จากการสังเกตและสำรวจของเด็กหนุ่ม เขามั่นใจว่าชายผู้นี้เป็นคนจากประเทศไทยแน่นอน

“ โอ้!!!!ริซาร์ด ” เซโนโพลงขึ้นมาทันทีที่เห็นเขา –เด็กหนุ่มโค้งคำนับ “ สวัสดี เออนี่ริซาร์ด คนๆนี้ชื่อ พลเอกอาศิระ พลอยสกุล ผู้บัญชาการสูงสุดของจักรวาล ” ริซาร์ดโค้งคำนับอีกครั้ง ชายผมดำส่งยิ้มเป็นการตอบรับ

“ ในเมื่อคุณมีคนมาแล้ว ผมขอตัวก่อน ” อาศิระเอ่ย -ทั้งคู่โค้งคำนับให้ซึ่งกันและกัน แล้วอาศิระก็เดินออกไป ก่อนที่เขาจะพ้นตัวริซาร์ด ชายผมดำแตะบ่าเด็กหนุ่มพร้อมยิ้มเล็กๆเหมือนจะบอกอะไรบางอย่าง ซึ่งริซาร์ดรู้สึกได้ว่าคนๆนี้กำลังเป็นห่วงเขานั้นเอง

“ เธอ..... ” เซโนเพ่งพิจารณาภาพรวมของเด็กหนุ่มผู้มาเยือน “ เปลี่ยนไปเยอะนะ ”

“ เซโน... ” ริซาร์ดเอ่ยเลียงแผ่วเบาราวกับทำความผิดมา “ ผมขอโทษ ”

ชายหนุ่มมีสีหน้าฉงนงงๆเล็กน้อย

“ ถ้าตอนนั้นผมไม่ขี้ขลาด ไม่อ่อนแอ เอโอเนียคงไม่...... ”

“ ไม่หรอกริซาร์ด ไม่ใช่ความผิดของเธอ ” เซโนรีบชี้แจง “ อันที่จริงเธอไม่มีความผิดเลยสักนิด ขอให้เธออย่าเช่นนั้น รู้มั้ย ถ้าเธอคดว่าตัวเองผิด เธอต้องแบกรับความรู้สึกนี้ไปตลอดชีวิต การแบกรับความรู้สึกน่ะ มันหนักนะ หนักมากด้วย มันจะกดทับเธอให้จมอยู่แต่ในความรู้สึกนี้ ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะ ”

ริซาร์ดก้มนิ่งเงียบอย่างสำนึกผิดที่สุด

“ เอาแหละ ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าสองปีที่ผ่านมานี้ เธอพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ” เซโนเดินไปมุมห้อง กดปุ่มสีดำ กระจกทุกบานถูกปิดด้วยผนังสีดำจนมองไม่เห็นข้างนอก “ มีกติกาอยู่ว่า.... ”

“ ห้ามใช้เวทมนต์และกระบวนท่า ” ทั้งคู่พูดพร้อมกัน -ชายหนุ่มยิ้มดีใจ “ เราจะดวลกันด้วยดาบเลเซอร์เท่านั้น

คำพูดนี้ทำให้เด็กหนุ่มนึกถึงเมื่อห้าปีที่แล้ว ใช่ เขากับเซโนดวลกันเป็นประจำ แต่ใช่มีเขาคนเดียว ยังมีน้องสาวกับเพื่อนของเขาอีก รวมเป็นสามคนดวลดาบกับเซโน แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้งที่ชนะชายหนุ่มคนนี้ได้ ซึ่งปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เขาคิดเช่นนั้น...

เซโนถอดเสื้อโอเวอร์โค้ดออก เผยให้เห็นแขนปลอมทั้งสองข้างที่ถูกติดตั้งไว้ตั้งแต่หัวไหล่จนถึงนิ้วมือ และหากสังเกตดูดีๆ นิ้วมือของเซโนมีหกนิ้ว ไม่ใช่ช่างทำแขนปลอมทำผิดหรอกนะ เขาต้องการแบบนี้จริงๆ -ริซาร์ดเองก็ปลดล็อกคอออก แล้วถอดเสื้อสีดำ

ทั้งคู่หยิบดาบเลเซอร์เตรียมพร้อม -เซโนก้มหน้าลง หลับตาและถอดหายใจเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดตีลังกาหมุนตัวสามรอบ!!!!พร้อมเลเซอร์สีแดงพุ่งออกจากด้ามถือ เหวี่ยงดาบเข้ากลางศีรษะของเด็กหนุ่มอย่างเต็มแรง

เปรี้ยงงงง!!!!

ริซาร์ดยกดาบเลเซอร์ของตนป้องกันอย่างง่ายดาย -เซโนหวาดดาบเข้าข้างซ้าย -ริซาร์ดป้องกันได้ -เซโนหมุนตัวฟาดดาบเข้าข้างขวาฉับพลัน -เด็กหนุ่มหงายท้องเหมือนสะพานโค้งหลบได้ -ชายหนุ่มพลิกตัวไปทางซ้าย แทงดาบเข้ากลางลำตัวริซาร์ด -เขาตีลังกากลับหลังหลบดาบหนึ่งรอบ และกระโดดข้ามหัวเซโนทันที -เซโนหมุนข้อมืออย่างช้าๆและเร็วขึ้นในบัดดล ราวกับใบพัดเลเซอร์ที่ตัดทุกสิ่งให้ขาดได้ไม่ยาก แล้วพุ่งตัวไปไนตำแหน่งที่เด็กหนุ่มยืนอยู่ -ริซาร์ดควงดาบเลเซอร์หนึ่งรอบ ก่อนจะตีดาบเก้าสิบองศาจากพื้นสวนทันที -เปรี้ยง!!!- ทั้งสองต่างออกแรงดันอย่างสุดกำลัง แต่ก็ยังไม่มีฝ่ายไหนแรงตกเลย

“ เธอพัฒนาขึ้นมากนะ ” เซโนพูดในขณะที่ปะทะแรงกับเด็กหนุ่ม “ ฉันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนึ่งที่เคยกลัวการต่อสู้จะทำได้หาญกล้าขนาดนี้ ” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าชายหนุ่ม “ แต่แค่นี้ยังก้ามข้ามฉันไม่ได้หรอก ”

เปรี้ยงง!!!!!!!!!!

การประจัญกำลังสิ้นสุดโดยที่ริซาร์ดถอยร่อนมาสี่ก้าว เป็นโอกาสของเซโน เขาฉวยโอกาสนี้พุ่งประชิดตัวเด็กหนุ่ม -ริซาร์ดรู้ทัน ควงดาบเป็นรูปครึ่งวงกลมแล้งแทงกลางตัวเซโนอย่างรวดเร็ว -ชายหนุ่มถือดาบเลเซอร์ระดับอก ยกมันขึ้น ตวัดดาบของเด็กหนุ่มและกดไว้กับพื้น กวาดเท้าซ้ายร้อยแปดสิบองศาสูงระดับคอตนเองไปยังเด็กหนุ่ม -ริซาร์ดใช้ขาขวายันแข้งของเซโนที่กำลังจะก้านคอตนอย่างฉับพลัน ก่อนดึงดาบออกมา กระโดดหมุนตัวฟันในแนวเฉียง -ดาบเลเซอร์อีกเล่มที่ติดอยู่บนเข็มขัดของชายหนุ่มลอยละลิ่วมายังมือข้างซ้ายของเจ้าของ เลเซอร์พุ่งออกมาพร้อมป้องกันการโจมตีของริซาร์ดได้ทันท่วงที





“ นั้นมันตัวบ้าอะไรกันแน่?? ”

ชายหนุ่มที่มีอายุประมาณสี่สิบกว่าซึ่งพอๆกับเซโน ผมสีน้ำเงิน อยู่ในชุดผู้บัญชาการ เขาเป็นพวกตระกูลธาตุรุ่นที่หนึ่ง มีธาตุวารีเป็นธาตุประจำตัว และเป็นบิดาของทีเอ -พลโทรูทีโก เจไบรตั้น ผู้บัญชาการแห่งกาแล็กซี่ริวาเมส- กำลังสบถอารมณ์เสียในห้องสังเกตการณ์ที่มีขนาดใหญ่พอที่จุคนได้เป็นหมื่นๆและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการตรวจตราอวกาศนานาชนิด -นายทหารหลายคนที่กำลังตรวจสอบอยู่ก็หัวเสียไม่แพ้กัน เมื่อทราบว่า มีวัตถุทรงกลมสีดำขนาดใหญ่เสมือนอุกกาบาตพุ่งอยู่ในกาแล็กซี่ริวาเมสแห่งนี้ด้วยความเร็วเหนือแสง แน่นอน ไม่มีอุกกาบาตลูกไหนเคลื่อนที่ได้เร็วขนาดนี้ พวกเขาจึงมั่นใจว่า ไอวัตถุนี้ไม่ใช่อุกกาบาตร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่มันเป็นตัวอะไรนั้นเหรอ ไม่มีใครรู้ และปั่นหัวพวกเขาได้ดีมากด้วย -ทหารสาวคนหนึ่งกำลังวิเคราะห์ข้อมูลวัตถุประหลาดอย่างใจจดใจจ่อ เธอพบอะไรบางอย่างที่ทำให้ตัวเองถึงกับสะดุ้ง ก่อนที่จะวิ่งไปหารูทีโก

“ ดิฉันตรวจสอบทิศทางของวัตถุประหลาดได้แล้วค่ะ ” เธอพูดแบบยากเย็น “ มันกำลังตรงไปยังโลก ”

ทุกสายตาพร้อมใจกันเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกอย่างเปี่ยมล้น

“ รีบแจ้งเรื่องนี้ให้ผู้บัญชาการอาศิระเร็วที่สุด ” รูทีโกเอ่ยอย่างรีบเร่ง “ และแจ้งหน่วยอาวุธสังหารให้ระดมอาวุธทั้งหมด ทำลายไอบ้านี้ให้สิ้นซากโดยด่วน!!!!! ”


เซโนบุกโจมตีโหมกระหน่ำอย่างไม่ยั้ง ริซาร์ดเองก็ป้องกันบ้าง หลบบ้าง แต่เขายังไม่มีโอกาสตอบโต้เลยสักครั้ง ดาบเลเซอร์ทั้งสองของเซโนฟาดฟันกันสลับซับซ้อนและรวดเร็ว แค่ป้องกันก็สุดความสามารถแล้ว -เปรี้ยง!!!- -เด็กหนุ่มป้องกันดาบเลเซอร์สีเหลืองที่ฟาดมาทางขวา ยังไม่ทันไรเซโนก็เหวี่ยงดาบอีกเล่มมาทางซ้ายระดับหัวเข่า -ริซาร์ดรี่ตาลง ย่อเข่าเล็กน้อย ก่อนจะกระโดดข้ามหัวเซโนอีกครั้งพร้อมหลบดาบได้ทันหวุดหวิด -ชายหนุ่มกางแขนทั้งสองข้างสุดตัว ก่อนจะพุ่งตัวตีลังกากลางอากาศหนึ่งรอบ แล้วหวาดดาบเข้าหากันเป็นรูปกากบาทราวกับกรรไกรยักษ์ที่พร้อมตัดฝ่ายตรงข้ามเป็นสองท่อนได้ -เด็กหนุ่มเหวี่ยงดาบเข้ากลางกากบาทฉับพลัน ทำให้ทั้งคู่ต้องประจัญกำลังกันอีกรอบ
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:39 pm

เหนื่อยๆๆๆ ขอพักหายใจแปบ -*-
Last edited by DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:42 pm, edited 1 time in total.
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:40 pm

ดวงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้าและย้อมนภาเป็นสีแสดของเมืองๆหนึ่งที่อยู่ในดาวปริศนาที่หาคนรู้ได้ยาก นอกจากคนในกองทัพเด็ธทรอยเท่านั้นที่รู้ และรู้ด้วยว่ามีตึกทรงปริซึมแปดเหลี่ยมสูงเทียบเมฆเป็นสิ่งที่สูงที่สุดและเป็นจุดเด่นที่สุดของเมืองๆนี้ พร้อมตึกบริวารแปดทิศที่มีความสูงเป็นสองในสามของตึกแปดเหลี่ยมล้อมรอบไว้ ลิฟต์ที่เชื่อมต่อแต่ละตึกนั้นดูภาพรวมแล้วรู้ว่าเมืองนี้ก็ทันยุคทันสมัยพอสมควร -ลมจากเบื้องบนพัดลงมายังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมายอย่างแผ่วเบาราวกับเสียงดนตรีบรรเลงแห่งธรรมชาติอันแสนไพเราะที่หาฟังได้ยากที่ชวนให้อารมณ์เคลิ้มฝันตามอย่างสบายใจ และช่วยพัดเป่าความตึงเครียดต่างให้ออกไปจากหัวสมองได้เป็นอย่างดี

คนชุดดำที่มิอาจบอกได้ถึงเพศหรืออายุยืนนิ่งบนชั้นดาดฟ้าของตึกแปดเหลี่ยม หลายคนคงนึกว่าเขามายืนรับลมอยู่แน่ๆ เป็นการเข้าใจผิด เขามิได้มายืนรับลม แต่คนๆนี้กำลังมีความเครียดที่ไม่สามารถบอกใครได้ ดวงตาที่อยู่ในที่อับแสงนั้นเต็มประกายไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่บอกได้อย่างเต็มปากและการันตีได้เลยว่าเขาคงทำหน้าบุญไม่รับอยู่แน่ๆ -เสียงดนตรีจากสายลมที่สุดแสนวิจารณ์นั้น เขาไม่ได้ยินมัน ไม่ได้ยินมันแม้แต่นิดเดียว สายลมที่พัดมาอย่างอ่อนโยนที่พร้อมเปลี่ยนแปลงจิตใจให้สุขสบาย เขาสัมผัสมันไม่ได้ ท้องฟ้าสีแสดที่ปราศจากหมู่เมฆกับตะวันที่กำลังลับขอบฟ้า นับเป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม เขากลังรู้สึกเหมือนดูภาพวาดที่เห็นซ้ำซากจนน่าเบื่อ คล้ายความรู้สึกได้จางหายไปหมดแล้ว ใช่ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ตั้งแต่คนๆนี้เข้ามาในกองทัพที่กำลังจะทำลายเผ่าพันธุ์มนุษย์ด้วยกันโดยคนที่อยู่ในกองทัพนี้จะไม่โดนทำลาย เขาไร้ความรู้สึกใดๆทั้งสิ้นและจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้เลย แค่จำได้เพียงว่า ตนคือทหารเวทมนต์ในกองทัพเด็ธทรอยนั้นเอง แต่มีพิเศษที่คนทั่วไปไม่มี คือพลังธาตุอัคคีซึ่งเหมือนกับผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพเด็ธทรอยที่ถูกฝ่ายตรงข้ามตราหัวว่าเป็นผู้ทรยศ และความสามารถพิเศษที่ไม่ซ้ำใคร ทำให้เขาได้อยู่ในตำแหน่งที่พิเศษสุด -องครักษ์ผู้บัญชาการ- ในตอนนี้ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพเด็ธทรอยมีองครักษ์ถึงสี่คน มีตน ผู้ชายที่มีพลังธาตุกาลเวลา โนโซรอน แกรนเทีย และเวคูร่า โรบิโอ ทั้งสองคนสุดท้ายนี้มักจะสวมชุดเกราะทุกเวลา ปกปิดทุกสิ่งทุกอย่าง แม้แต่การพูดก็ใช้เครื่องแปรเสียง สงสัยมีแต่ผู้บัญชาการสูงสุดคนเดียวละมั่งที่รู้ และตอนนี้ทั้งสองคนนั้นหายไปไหนก็ไม่รู้ นานๆจะมาที่นี้ แต่เขาเองก็ไม่ใส่ใจกับเรื่องพวกนี้มากนัก เขากำลังเตรียมใจกับภารกิจแรกอยู่ตังหาก น่าแปลกมาก ความตื่นเต้นที่น่าจะมีอยู่ในตัวเขาบาง กลับไม่มีเลย นั้นคือสาเหตุที่ทำให้ใบหน้าใต้ผ้าคลุมนั้นเต็มไปด้วยความเครียดอย่างล้นเหลือ

เขาค่อยรูดแขนเสื้อข้างขวาขึ้น เผยให้เห็นผิวที่เนียนขาวสะอาดดุจหิมะ และเป็นการแสดงตัวตนของเขาว่าคนๆนี้เป็นผู้หญิง หล่อนเลิกแขนเสื้อจนถึงข้อศอก ก่อนก้มหน้าดูบางสิ่ง สิ่งที่เป็นปริศนาของหล่อนเองที่มิอาจรู้ได้เลยว่าเธอได้สิ่งนี้มาจากใครหรือได้มาเมื่อไหร่ -กำไลมรกตใสไร้ลวดลายวงหนึ่งที่เธอสวมอยู่ที่ข้อมือข้างขวา และรอยสลักชื่อสีทองแดงที่ทำให้เธอรู้ว่านี้คือชื่อของตนเอง

-นีน่า เบโอลูฟ-


ยานอีฟีบีกำลังบินผ่าทะเลเมฆขาวกลางนภาสีฟ้าอ่อน ดวงอาทิตย์ยังส่องแดดร้อนแรงไม่ขาดสาย ณ ตอนบ่ายของวันนี้ เบื้องล่างก็ยังคงเป็นมหาสมุทรแอตแลนติกเหมือนเดิม -เด็กหนุ่มผมสีแดงนั่งไขว่ห้าง กอดอกแน่ พิงเก้าอี้อย่างสบายๆ ก่อนจะค่อยหลับตาลง แล้วครุ่นคิดถึงเรื่องบีแอร์เอวัน จริงๆแล้วเรื่องนี้เขาให้ความสนใจมาก เพราะมันคือความภาคภูมิใจของทุกคนในครอบครัวของตน แต่ที่ริซาร์ดไม่ตื่นเต้น ไม่ดีใจนั้น ใช่ ตอนนี้ในหัวของเขามีเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น

บรึม!!!!.....บรึม!!!!.........

เสียงระเบิดดังกัมปนาทบนท้องฟ้าหลายสิบครั้ง ดังซะจนริซาร์ดถึงกับหวาดสะดุ้งและรีบมองขึ้นไปยังต้นเสียงเหล่านั้น -วัตถุสีดำทมิฬทรงกลมขนาดใหญ่คล้ายอุกกาบาตกำลังจะตกลงพื้นโลก แต่มันเป็นไปไม่ได้แน่นอนที่จะเป็นอุกกาบาต เสียงระเบิดเมื่อครู่คือการโจมตีของขีปนาวุธ กระสุนเลเซอร์ และอีกเยอะแยะ มากพอที่จะทำลายอุกกาบาตลูกขนาดนี้ได้ แต่กลับไร้ผล ดูเหมือนว่ามันจะไม่สึกหรออะไรเลย มันเป็นตัวอะไรกันแน่เนี่ย?? -ตอนนี้วัตถุขนาดมหึมากำลังจะตกใส่ยานของเด็กหนุ่มพอดิบพอดี เขาเตรียมกดปุ่มเปิดประตู แต่.....วัตถุปริศนานั้นกลับหยุดสต็อปกลางอากาศเป็นเป้านิ่งให้กับอาวุธยุทโธปกรณ์ทั้งหลายถล่ม กระหน่ำกันอย่างบ้าคลั่งและดุเดือด เป็นซ็อตซินิม่าที่น่าชมน่าดูเลยทีเดียว

ครึก....ครึก...ครึก......

วัตถุขนาดใหญ่ทรงกลมเริ่มคลายตัว เผยให้มอง ชม ดู สิ่งที่อยู่ข้างใน -เป็นสิ่งที่มีชีวิต หรือหุ่นยนต์ หรือทั้งสองอย่างรวมกัน ที่ใหญ่โตมโหฬารเท่าที่ชีวิตริซาร์ดเคยพบมา ทั้งตัวของมันเต็มไปด้วยโลหะสีขาวมันแววสะท้อนแสงแดดระยิบระยับ ลำคอของยีราฟก็ยังเทียบลำคอของมันไม่ได้เลย ใบหน้า โครงหน้า หรือหน้าตาคล้ายคลึงกับมังกรมาก แต่เขาทั้งสองข้างที่อยู่บนหัวกลับแตกแยกเป็นกิ่งก้านสาขามากมายเหมือนกวางไม่มีผิด เท้าทั้งสองของมันใหญ่ยักษ์ทรงพลังมาก ถ้ามันจะเดินสองขาแบบคนได้คงไม่ใช่เรื่องผิดปรกติ นิ้วเท้าทั้งสามมีเล็บที่ใหญ่และคมมากพอที่จะตัดตึกสูงๆให้ขาดท่อนได้ไม่ยากเย็น หางเหมือนเอาโครงกระดูกหลายชิ้นมาต่อๆกันไล่ตั้งแต่ชิ้นใหญ่จนไปถึงชิ้นเล็กกำลังสะบัดไปสะบัดมา และสิ่งที่คลุมมันไว้เป็นทรงกลมคล้ายอุกกาบาตนั้นคือ ปีกสีดำทมิฬทั้งสี่ที่กำลังกระพือผับๆ เพื่อให้มันบินกลางอากาศได้ -ตัวประหลาดกรีดร้องเสียงดังระงมไปทั้งสารทิศ ปีกทั้งสี่ของมันเรืองแสงสีขาว แล้วแตกออกเป็นละอองสีขาวขนาดเล็กมากมายหมุนเวียนรอบร่างอันมหึมานั้น ก่อนที่จะรวมตัวเป็นก้อนแสงสีขาวแปดลูกพร้อมแยกไปทิศเหนือ ใต้ ตะวันออก ตะวันตก ทิศละสองลูกอย่างฉับพลัน -เกิดปริซึมใสทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดใหญ่บนท้องฟ้ายามบ่าย ก้อนแสงสีขาวทั้งแปดคือมุมของปริซึมนี้นั้นเอง เพื่อป้องกันอาวุธยุทโธปกรณ์ที่สร้างความรำคาญให้กับมัน และมิให้ใครเข้ามา -เด็กหนุ่มมองไปทุกหนทุกแห่ง ไม่มีใครเลยนอกจากตัวเขาเองกับไอตัวประหลาด นี่เขาโดนขังให้อยู่กับมันสองต่อสองรึเนี่ย?? มันคงไม่ได้ชวนเขามาปิกนิกหรือออกเดท และคงไม่สารภาพรักกับเขาแน่นอน
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:44 pm

“ แล้วแบบนี้พวกเราจะช่วยริซาร์ดได้ไง? ” โรเมเวิร์ดถามด้วยอารมณ์เสียนิดๆ -ตอนนี้สมาชิกในห้องวี.ไอ.พี.ทุกคนยกเว้นริซาร์ดยืนเรียงหน้ากระดานที่ชายหาดรีณทางทิศเหนือ เพราะถ้าสังเกตจากจุดนี้ สามารถเห็นปริซึมตรงขอบฟ้าได้ชัดเจน และในขณะนี้ทั้งโลกกำลังปั่นป่วนกับไอตัวประหลาดนี้มาก

“ คงต้องปล่อยเขาไปตามลำพัง ” ทีเอพูดเสียงเรียบ แต่ภายในใจกลับวุ่นวายสับสนจนอดคิดไม่ได้ว่าเธอทนมันได้ แล้วทีเอก็กดปุ่มเรียกจอคอมพิวเตอร์ออกมา “ มาดูสถานการณ์กันเถอะ ” ตอนนี้เธอกำลังต่ออินเทอร์เน็ตไปยังดาวเทียมคูเรียซิก เพื่อดูภาพในปริซึม ในไม่ช้า ภาพสามมิติก็ปรากฏให้เห็น -ตัวประหลาดกำลังลอยอยู่กับที่กับยานอีฟีบีของริซาร์ดที่ปลดคำสั่งจุดหมายปลายทางออกและกำลังบินหาทางออกอยู่

“ ตัว....อะไร...เนี่ย???? ” ริซาร์ดเผยความสงสัยของตนออกมาอย่างมิตั้งใจ จะไม่ให้สงสัยได้ไง สิ่งที่เขาพบ สิ่งที่เขาเห็นอยู่นี้ เป็นสิ่งที่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นผลงานของวิทยาศาสตร์หรือธรรมชาติสร้างมา บอกได้เพียงว่ามันเป็นสิ่งๆหนึ่งที่ใหญ่พอๆกับตึกสิบชั้นเลยก็ว่าได้ แต่ทำไมมันต้องสร้างปริซึมขึ้นมา มันทำแบบนี้ทำไม? -ตัวประหลาดที่เต็มไปด้วยความถามซูเปอร์เควชั่นมาร์คหันตัวมายังยานอีฟีบี ดวงตาที่ขาวขุ่นและมีของเหลวสีน้ำตาลไหลวนอยู่นั้นจับจ้องเป้าหมายอย่างใจจดใจจ่อ ปีกสีดำของมันแผ่ขยายพร้อมเรืองแสงสีขาวอีกครั้ง ก่องจะอ้าปากกว้างจนแทบขากรรไกรจะหลุดออกจากกัน

เปรี้ยงงงง!!!!!!

ลำแสงสีเหลืองขนาดใหญ่พุ่งออกจากปากตัวประหลาดเป็นทางยาวอย่างฉับพลัน เป้าหมายสังหารคือ ยานอีฟีบี!!!! -เด็กหนุ่มสัมผัสได้ถึงห้วงหายนะที่กำลังใกล้เข้ามาแม้มองไม่เห็น เขากดปุ่มสละยาน เก้าอี้ที่ริซาร์ดนั่งอยู่ยกตัวสูงขึ้นกว่าเดิมพร้อมเพดานยานเปิดออก แล้วดีดตัวเด็กหนุ่มขึ้นฟ้าทันที -ร่างของริซาร์ดลอยอยู่กลางอากาศ สายคู่นั้นมองลำแสงที่เกือบจะทำร้ายตน มันพุ่งกลืนยานอีฟีบีไว้และทำลายจนแตกสลายภายในเสี้ยววินาที นี่เขาโชคดีจริงๆที่รู้ตัวทัน แต่จะทำยังไงกับตัวประหลาดนี้ดี ริซาร์คิดไม่ตกเลย -อำนาจการทำลายของสำแสงนี้มีมากซะจนปริซึมเองก็เอาไม่อยู่ ลำแสงอันร้ายกาจได้ทะลุผนังปริซึมเป็นรูปโหว่ขนาดใหญ่ และปริซึมค่อยๆสมานตัวทำให้รูปขนาดโตนั้นค่อยหดตัวลง ในที่สุดก็ไม่มีรูให้เห็น -ทิศทางของลำแสงสีเหลืองตอนนี้กำลังมุ่งไปทางทิศใต้ ตรงไปที่ชายหาดรีณ ใช่ มันจะทำลายบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้นี้เอง!!!!

“ เอาละสิ ดันพาพวกเราติดร่างแหไปด้วยแฮะ ” ฟินรี่เกาหัวและทำให้เบื่อหน่าย -ลำแสงสีเหลืองอันมหึมาและมีพลังการทำลายล้างสูงกำลังตรงมาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว แต่พวกเขาเป็นแค่ผู้ชมนะ ไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะ??? ทำไมมันถึงมาทางนี้???

กุมภ์ มกร มีน ตุลย์ เมษ กุมภ์ ตุลย์
กำแพงสายฟ้า

บาเนสร่ายมนต์เร็ว อัสนีบาตเริ่มก่อตัวจนกลายเป็นกำแพงขนาดใหญ่ เพื่อป้องกันสิ่งที่กำลังมา

บรึม!!!!!!

ลำแสงที่มุ่งจะทำลายบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้ปะทะกับกำแพงสายฟ้าอย่างรุนแรงจนเสียงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งเกาะดุจฟ้าผ่า เกิดคลื่นลมกระโชกแรงทั่วทุกบริเวณ ตันไม้ที่อยู่บนชายหาดนับพันล้มระเนระนาดราวกับโดมิโน เก้าอี้ โต๊ะ และสิ่งของอีกมากมายลอยลิ่วขึ้นฟ้ากับพัลวัน ฝุ่นทรายตลบอบอวนไปทั่ว สร้างความรำคาญให้กับพวกทีเอไม่น้อยเลย

มีน เมษ ธนู ธนู ตุลย์
ไต้ฝุ่น

โอเวเลียชูมือขวาขึ้นเหนือศีรษะ ลมแรงพอๆกับพายุซึมออกจากตัวเธอทุกทิศทุกทาง เป่าฝุ่นทรายออกไปจากบริเวณนี้จนหมดสิ้น เพียงเวลาไม่กี่วิ อากาศบริสุทธิ์ก็กลับมาแล้ว -แต่พวกเขายังจ้องจอภาพสามมิติอย่างไม่กระพริบตา เพราะตอนนี้ เวลานี้ มันกลายเป็นข่าวดังไปทั้งจักรวาลแล้ว


เด็กหนุ่มลอยตัวลงพื้นอย่างนิ่มนวล เงยหน้าขึ้น มองมัน มองไอตัวที่เขาไม่เคยพบเคยเจอที่เกือบจะทำให้เขาเดี้ยง มันยิ่งเพิ่มปริศนาเข้าไปอีกในการกระทำเมื่อครู่นี้ -มันใช้พลังได้- นอกจากมนุษย์ที่สามารถใช้พลังได้แล้วก็มีแต่พวกเทพเจ้า แต่ไอตัวนี้ดูก็รู้ว่าไม่ใช้ทั้งเทพเจ้าและมนุษย์ มันเป็นตัวบ้าอะไรกันแน่??? -ริซาร์ดหยิบดาบเลเซอร์ กดปุ่มเพื่อให้เลเซอร์ออกมา ตอนนี้ความสามารถพิเศษของเขาทำงานแล้ว -เนตรสีทอง- พร้อมเร่งพลังเข้าต่อสู้ได้ทุกเมื่อ โดยไม่ต้องบอกหรืออธิบายที่ตัวประหลาดทำแบบนี้เป็นการสื่อให้เขารู้ว่ามันต้องการสู้กับริซาร์ดแบบตัวต่อตัว -ปีกทั้งสี่ของตัวประหลาดเรืองแสงสีขาวอีกครั้ง แล้วแตกเป็นละอองสีขาวเล็กๆนับพันราวกับปุยหิมะเหมือนมันกำลังจะสร้างปริซึมอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่ ละอองสีขาวเหล่านั้นพุ่งไปทางเด็กหนุ่มดุจห่าฝนอันตรายยิ่งและมีมากจนไร้ทางหลบใดๆทั้งสิ้น!!!! -เด็กหนุ่มทำการเร่งพลังตัวเองทันที ก่อนง้างดาบเลเซอร์ออกข้างตัวในแนวขนานพื้น พลังอัคคีรวมตัวกันเป็นสายและหมุนรอบดาบอย่างช้าๆราวกับสายน้ำในลำธาร

อัคนีผ่าฟ้า!!!!!!

ริซาร์ดฟัดดาบออกไปในแนวนอน คมดาบสูญญาณกาศขนาดใหญ่ที่ลุกไหม้ด้วยเพลิงเร่าร้อนกว่าร้อยองศาซึ่งดูก็รู้ว่าอานุภาพของมันไม่ธรรมดาแน่ๆ ถูกซัดเข้าหาหมู่ละอองสีขาว ใช่ อานุภาพของคลื่นเพลิงนี้รุนแรงมากจนทำลายละอองสีขาวที่ขวางทางมันอย่างง่ายดาย เป็นการป้องกันและจู่โจมในคราวเดียวกัน ทำให้ริซาร์ดปลอดภัยจากฝูงมฤตยูแล้ง ส่วนละอองสีขาวที่เหลือพุ่งชนผนังปริซึมเสียงดังตูมตามคล้ายเสียงระเบิด แน่นอน ถ้าเขาโดนเข้าไปละก็กระดูกคงไม่เหลือให้เห็น -คลื่นอัคคีพุ่งไปนานเท่าไหร่มันก็ขยายตัวใหญ่ขึ้น แสดงว่าต้องรุนแรงมากขึ้น แล้วไปยังตำแหน่งตัวประหลาดภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาที -บรึม!!!!!- เป้าหมายถูกโจมตีอย่างหนักหน่วงและรุนแรง หมอกควันสีเทาปกคลุมร่างตัวประหลาดไว้อย่างมิดชิด ทำให้ไม่อาจพิจารนาผลที่ตามมาได้เลย ดวงตาของริซาร์ดเบิกกว้างขึ้นทันที เมื่อเห็นปีกทั้งสี่ของมันกำลังเปล่งแสงสีขาวสว่างจ้าท่ามกลางกลุ่มควันที่ปกคลุมร่างมันไว้ -มันยังอยู่และกำลังจะตอบโต้ด้วย!!!!- ริซาร์ดเร่งพลังของตัวเองมากขึ้นกว่าเป็นเท่าตัว เขากำดาบเลเซอร์ไว้แน่มือ

วิหคเพลิงงง!!!!

นกไฟคลุมร่างเด็กหนุ่มแล้วพุ่งไปยังคู่ต่อสู้ในเวลาเดียวกันตัวประหลาดได้สะบัดปีกทั้งสี่ไปข้างหน้า แสงสีขาวรวมกันเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่แล้วแตกออกเป็นลำแสงสีเหลืองเส้นเรียวเล็กนับไม่ถ้วนมุ่งฝ่าหมองควันเป็นรูโหว่มากมายโต้กลับมา -นกเพลิงบินหมุนตัว ซิกแซกด้วยความเร็วสูงหลบหลีกฝูงลำแสงนับพันนั้นแบบไม่ยากเย็น -ร่างริซาร์ดที่ถูกหุ้มด้วยเพลิงหลุดรอดออกจากอันตรายได้แล้ว และเป้าหมายของการทำลาย คือ ตัวประหลาด….

บรึมมม!!!!!!!!!

วิหคเพลิงพุ่งชนหน้าอกเป้าหมายเข้าอย่างจัง แต่มันก็นิ่งเฉยไม่แสดงอาการใดๆทั้งสิ้นเหมือนการจู่โจมนองนกไฟเมื่อกี้ไร้ผล เพลิงจากกระบวนท่าอันทรงพลังมิอาจเผาผลาญมันได้ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น สมแล้วที่ทนฝ่าขีปนาวุธมาได้ -ตัวของริซาร์ดถูกดีดขึ้นฟ้าจากจุดปะทะแล้วกำลังลอยตัวอยู่เหนือหัวตัวประหลาดเกือบสิบเมตรด้วยหน้าตาที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่ที่เขาทำอะไรมันไม่ได้เลย และไม่เคยคิดว่าตัวประหลาดจะทำได้ถึงขนาดนี้ -ในระหว่างที่แรงโน้มถ่วงกำลังดึงดูดร่างเด็กหนุ่มให้ตกพื้นนั้น เขาจับดาบเลเซอร์สองมือแล้วง้างแขนขึ้นหัวสุดตัว สายเพลิงหมุนวนรอบดาบอีกครั้ง และรอจังหวะที่ประชิดที่สุด ฟาดลงอย่างเต็มแรง

อัคนีผ่าฟ้า!!!!!

คลื่นเพลิงอันมหึมาปรากฏขึ้นในแนวตั้งฉากกับพื้นผ่าเข้ากลางหัวตัวประหลาดเข้าอย่างรุนแรงจนเกิดระเบิดเสียงดังมาก -ริซาร์ดอยู่ใกล้จุดปะทะมากไปทำให้แรงระเบิดผลักร่างของเขาให้ปลิวว่อวไปในอากาสอย่างไร้การควบคุม เด็กหนุ่มเหวี่ยงตัวเองกลางอากาศแล้วตีลังกากลับตัวสี่รอบ ก่อนที่จะลงบนพื้นปริซึมอย่างนิ่มนวล -เขายืดตัวตรงเพื่อจ้องมองการโจมตีเมื่อครู่นี้

“ ????!!!! ”

หมองควันจางลงพร้อมความผิดหวังบังเกิดบนใบหน้าริซาร์ด ทั้งตัวที่เต็มไปด้วยโลหะอันแข็งแกร่งนั้นไร้ริ้วรอยแม้แต่รอยข่วนหรือแตกหักสักนิดก็ยังไม่มี มันจะเก่งอะไรกันนักกันหนา ตัวก็ใหญ่ พลังก็เยอะ เฮอ!!!! เขาเริ่มท้อแท้เข้าแล้วสิเนี่ย

ตัวประหลาดคำรามเสียงต่ำเป็นเชิงว่า…สนุกจริงๆ…ก่อนที่ปีกทั้งสี่ของมันจะเรืองแสงสีขาว ตามด้วยร่างอันใหญ่ยักษ์จนทุกสัดส่วนของร่างนั้นกลายเป็นสีขาว แสดงให้รู้ว่ามันกำลังรวมพลังขนาดใหญ่เพื่อเผด็จศึก -เด็กหนุ่มไม่รอช้า ใช้ความสามารถพิเศษอย่างเต็มที่เพื่อเร่งพลังแบบสุดๆ เพลิงเริ่มก่อตัวเป็นสายและหมุนเวียนรอบตัวริซาร์ด เมื่อเวลาผ่านไปเท่าไรเพลิงก็เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ -ตัวประหลาดค่อยๆอ้าปากกว้าง ยิงก้อนพลังสีเหลืองขนาดพอๆกับตัวมันเองมาทางริซาร์ด -อีกฝ่ายเองก็ทะยานตัวขึ้นฟ้า เพลิงที่กำลังหมุนรอบตัวเขาแปรสภาพเป็นนกไฟพุ่งเข้าหาก้อนพลังยักษ์อย่างรวดเร็ว!!!!!

เปรี้ยงงงง!!!!!!!

ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรงราวกับว่าการต่อสู้ครั้งนี้คือการติดสินที่ทั้งคู่มีพลังเท่าไหร่ก็ใส่ไปให้หมด และท่าทางจะเป็นจริงเสียด้วย -เกิดรัศมีแห่งพลังขึ้น วงกลมสีแดงผสมเหลืองค่อยๆขยายตัวให้ใหญ่ขึ้นโดยมีจุดปะทะของทั้งสองเป็นจุดศูนย์กลางจนกลืนกินพื้นทะเลเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่เหมือนน้ำทะเลกำลังหลีกทางให้กับวงกลมปริศนานี้ และท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆสีครามกลับหายวับไปกับตาเพียงเสี้ยววินาที เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติครั้งแรกที่ทุกคนในจักรวาลตกตะลึงเป็นอย่างมาก -ยานของสำนักข่าวนับพันๆลำกำลังบินรอบปริซึมหวังที่จะได้ภาพเด็ดๆ แต่หลังจากเหตุการณ์เมื่อครู่เกิดขึ้น ยานหลายลำโดนลูกหลงจนระเบิดแหลกเละไม่มีชิ้นดี เหลืออีกสามร้อยกว่าลำที่ยังปลอดภัย แต่ไม่มีคนเสียชีวิตเพราะยานเหล่านี้ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:45 pm

แวบ!!!!!!!

วงกลมสีแดงผสมเหลืองที่กำลังขยายตัวแตกสลายหายไปในพริบตา ตัวของเด็กหนุ่มถูกดีดออกจากจุดปะทะอย่างรุนแรง เผลอปล่อยดาบเลเซอร์จนหลุดจากมือ ดาบเลเซอร์หมุนราวกับใบพัดลอยสูงเกือบถึงเพดานปริซึม ด้วยแรงผลักจากการปะทะอันมหาศาลทำให้เขามิอาจหยุดหยั่งการเคลื่อนไหวได้ ส่วนหลังของร่างกายทุกส่วนตั้งแต่ท้ายทอยจนถึงส้นกระแทกผนังปริซึมรุนแรงมาก -ตึง!!!!- เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาเพียงอึดใจเดียว ก่อนที่ร่างของเขาจะร่วงหล่นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ทำให้ตัวเขาต้องกระแทกพื้นปริซึมอีกครั้ง เพิ่มความเจ็บปวดให้กับเด็กหนุ่มอีกรอบ -ตอนนี้ริซาร์ดนอนคว่ำบนพื้นปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัสอันกว้างใหญ่ที่มีเพียงเขากับตัวประหลาดที่กำละงกระพือปีกบินและคำรามอย่างสะใจ ใช่ มันไม่เป็นอะไรเลยสักนิด สิ่งที่ริซาร์ดทำไปทั้งหมดไร้ประโยชน์สิ้นดี และดาบคู่ใจของเขาก็ลอยลงมาปักพื้นปริซึมที่อยู่ห่างจากตนไม่ถึงหนึ่งเมตร

ริซาร์ดเงยหน้าขึ้นอย่างทุรนทุราย เขาแทบอยากจะยืนด้วยซ้ำ แต่ความเจ็บปวดกลับแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย แม้จะกระดิกนิ้วยังไม่ได้เลย แค่เงยหน้าขึ้นมาก็เต็มกลืนแล้ว ภาพของหน้าเริ่มพร่ามัว หัวเริ่มปวดจี๊ด ตอนนี้ เขาใกล้หมดสติแล้ว…… -เด็กหนุ่มได้กลิ่นคาวเลือด แน่นอน ไม่ใช่จากตัวประหลาดนั้น แต่จากตัวเขาเอง -เลือดเริ่มไหลจากศีรษะผ่านแก้มซ้าย มาที่คาง และหยดลงปริซึมเป็นระยะๆ -สายตาที่พร่าหมองของเด็กหนุ่มจับจ้องไปที่ตัวประหลาดที่กำลังคำรามอย่างสนุกสนานราวกับเป็นการประกาศชัยชนะของมันเอง มองมันด้วยความเคียดแค้นสุดแรงเกิด ทั้งๆที่เขายังไม่ได้แก้แค้นเลยกลับต้องมาตายกับไอตัวที่ไม่รู้จักนี่ เขายอมรับไม่ได้….เขายอมรับไม่ได้จริงๆ นี้รึคือจุดจบของเขา???

ตัวประหลาดขยายปีกสีดำทมิฬทั้งสี่อย่างสุดๆพร้อมเรืองแสงสีขาว แล้วค่อยๆอ้าปากขึ้นเล็งไปยังเด็กหนุ่มที่นอนคว่ำอย่างเจ็บปวด เป็นการปิดฉากการต่อสู้


ริซาร์ดดด!!!!!!

เด็กสาวผมสีน้ำเงินตะโกนพร้อมทำท่าจะวิ่งไปที่ยาน แต่ทุกคนห้ามและจับตัวเธอไว้ไม่ให้ไปได้ หล่อนพยายามดิ้นรนเพื่อจะหลุดออกจากพันธนาการเพื่อนๆของเอ แน่นอน ทุกคนเองก็อยากช่วยริซาร์ดมาก แต่ในสถานการณ์แบบนี้พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย ภาพสามมิติที่อยู่ตรงหน้าทุกคนช่างกรีดแทงความรู้สึกอย่างเจ็บปวดที่สุด ทั้งๆที่รู้ว่าริซาร์ดกำลังจะตาย แต่พวกเชากลับทำอะไรไม่ได้เลย พวกเขาทำได้แค่มองดู…มองดู…แล้วก็มองดูเท่านั้น นี้รึที่เพื่อนเค้าทำกัน???นี้รึที่เคยให้สัญญาว่าจะช่วยเหลือกัน???นี้รึ???


อัลฟรีด ครู อาจารย์ และนักเรียนในบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้ต่างก้มหน้าอย่างสลดใจ เมื่อได้เห็นภาพเหตุการณ์นี้ เพราะอีกไม่นาน พวกเขาต้องสูญเสียนักเรียนทหารเวทมนต์ไปหนึ่งคน

เซโนและเหล่าทหารเวทมนต์ในศูนย์บัญชาการโลกก้มหน้าพร้อมกัน

ไม่ใช่แค่นั้น ทุกคนในจักรวาลที่เห็นเหตุการณ์ก็ก้มหน้าอย่างเศร้าใจเช่นกัน ทุกคนเหมือนพร้อมใจกันทำอย่างนี้ เพราะทุกคนรู้ว่านี้แหละคือสงครามที่คร่าชีวิตผู้คนไม่เลือกหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนใหญ่คนโตหรือไม่ หรือชายหญิง มันไม่เคยเลือก และนี้แหละคือชะตากรรมของนักเรียนทหารเวทมนต์ที่ต้องเตรียมใจไว้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน


เปรี้ยงงงงงงงงง!!!!!!!!!!!!

ลำแสงสีเหลืองอันมหึมาพุ่งจากจุดเริ่มต้นเป็นทางยาวราวกับเลเซอร์ พุ่งมาทางริซาร์ด ความตายกำลังจะมาเยือนยังที่เขา เด็กหนุ่มหลับตาลง ใช่ว่าเขาจะยอมรับความพ่ายแพ้ ตรงกันข้าม เขาไม่ยอมรับมันสักนิด แต่เขาจะทำอะไรนอกจากนี้ได้ นอกจากจะหลับตาตัวเองเพราะไม่อยากเห็นภาพข้างหน้า ภาพที่กำลังจะตัดสินชีวิตเขา และสาปแช่งตัวเองที่อ่อนหัดจนพ่ายแพ้





ทุกอย่าง…..


จะจบสิ้น…..


เพียงแค่นี้…..


อย่าง…..


นั้น…..


หรือ…..





นี้คือเสียงที่ดังกังวานในส่วนลึกของจิตใจริซาร์ด


ทีเอทรุดฮวบลงไปกับพื้นโดยที่มีเลทีน่าพยุงตัวเธอไว้ น้ำตาของเธอไหลพรากอย่างไม่หยุดยั้ง ตอนนี้ทุกคนกำลังอยู่ในอาการเดียวกีบทีเอ น้ำตาแห่งมิตรภาพหลั่งไหลไม่ขาดสาย นี้ใช่ไหมคือความปวดร้าวในขณะที่คนที่สำคัญกำลังจะจากไปต่อหน้าต่อตา มันเป็นอย่างนี้นี่เอง มันเจ็บปวดจริงๆ


อัลฟรีดกำมือแน่นเก็บความรู้สึกทั้งหมดไว้ในจิตใจ


เซโนใช้กำปั้นทุบโต๊ะเหล็กเสียงดังพร้อมน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาอย่างลับๆและนี้เป็นครั้งที่สองที่น้ำตาของชายผู้นี้ออกสู่ภายในหลังจากที่เหตุการณ์ศึกสิบสองกาแล็กซี่จบลง







………………..
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:47 pm

เด็กหนุ่มค่อยๆลืมตาขึ้น นี้เขาตายแล้วใช่มั้ย…ใช่มั้ย??? มันเป็นการตายที่ไม่ต้องเจ็บปวดเลย มนุษย์นี้ช่างตายกันง่ายจริงๆ……

แต่ริซาร์ดกลับเบิกตากว้าง เมื่อสิ่งที่เห็นเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า….


เขายังมีชิวิตอยู่ ใช่ เขายังมีชีวิต…ยังได้กลิ่นคาวเลือด…ยังเห็นตัวประหลาด…ยังอยู่ในปริซึม แต่มีสิ่งที่ทำให้เขาตื่นตระหนกเป็นอย่างมากจนแทบจะทำให้หัวใจหยุดเต้นก็ว่าได้



มีคนสองคนที่สวมเสื้อคลุมสีดำ ปกปิดทุกส่วนของร่างกายอย่างมิดชิดแต่ส่วนสูงต่างกันโดยสิ้นเชิง ยกเว้นข้อมือกับรองเท้าที่เห็นชัดเจนว่าเป็นโลหะสีน้ำตาลแดงแท้ๆ ยืนอยู่ตรงหน้าริซาร์ด คนปริศนาตัวสูงยื่นมือขวาออกข้างหน้าที่กำลังเรือนแสงสีเหลืองแล้วจางหายกลับเป็นดังเดิม โดยที่อีกคนยืนเฉยๆอย่างสงบ -พวกเขาเป็นใคร???แล้วเข้ามาในนี้ได้ไง??? นี้คือสิ่งที่ริซาร์ดคิดไม่ตกเลย เขาอยากพูดคำขอบคุณสักครั้ง แต่เมื่อคิดคำนวณการเข้ามาในปริซึมของทั้งคู่ เขาเรื่มแคลงใจเข้าแล้ว


คนชุดดำตัวสูงลดมือลงอย่างช้าๆและยื่นออกข้างตัว กลุ่มพลังเพลิงวนเวียนในอุ้มมือนั้นและแปรสภาพเป็นอาวุธแล้วสะบัดมาข้างหน้า นั้นคือ…


ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งอัคคี


ความตื่นตระหนกเกิดขึ้นในจักรวาลอีกครั้งพร้อมความสิ้นหวังที่ตามมาติดๆ -ด้ามจับสีแดงเลือดนก ฐานดานเป็นรูปหน้าปิศาจที่กำลังอ้าปากอยู่และมีคมดาบออกมาจากปากนั้น ตัวดาบใหญ่ถึงหนึ่งเมตร ยาวเมตรครึ่ง แกนดาบสีดำอ่อน เป็นดาบที่ริซาร์ดรู้จักดี -ดาบเล่มนี้นี่แหละที่คร่าชีวิตคนในครอบครัวเขา ที่พรากทุกคนไปจากเขา ที่ทำลายทุกสิ่งที่เขารัก เขาไม่มีวันลืมมันแน่นอน ซึ่งผู้ถือดาบเล่มนี้จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้ที่มีอำนาจสูงสุดของกองทัพเด็ธทรอยและทรงพลัง -ผู้บัญชาการสูงสุดแห่งเด็ธทรอย เลโอ เบโอลูฟ- เขาเป็นคนๆหนึ่งที่ริซาร์ดเคยคิดที่จะดึงตัวออกจากกองทัพเด็ธทรอย และเป็นบิดาของริซาร์ด แต่ในตอนนี้เขาเป็นบุคคลที่ริซาร์ดต้องการแก้แค้นเป็นอย่างมาก


เลโอยังไม่เปิดเผยตัวตนออกมา เขาชูดาบขึ้นเหนือหัว ดาบศักดิ์สิทธิ์เปล่งพลังเพลิงออกมาเป็นสาย แล้วเปลี่ยนเป็นดาบเพลิงไร้ด้ามลอยอยู่ข้างตัวสิบสองเล่ม และพลังเพลิงได้หมุนวนรอบตัวเลโออย่างความเร็วสูงดั่งพายุ แล้วกระโดดเข้าหาตัวประหลาด


วิหคเพลิงงง!!!!!!!!

นกอัคคีครอบร่างเลโอไว้พุ่งเข้าหาตัวประหลาดด้วยความเร็วสูงซึ่งเหมือนกระบวนท่าของริซาร์ดมา แต่มีสิ่งที่ไม่เหมือน คือนกไฟที่กำลังจะโจมตีตัวประหลาดนั้นไม่ได้มีเพียงหนึ่ง มันมีตั้งสิบสามตัว และแต่ละตัวกรีดร้องเสียงดังดุจยมทูตกำลังจะทำลายทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า!!!! -เมื่อตัวประหลาดเห็นเหยื่อรายใหม่ มันจึงทักทายด้วยการยิงลำแสงออกจากปากอย่างเดิมๆ


“!!!!!!!!”

ลำแสงที่มีอำนาจการทำลายล้างสูงกลับไม่อาจต้านทานวิหคเพลิงทั้งสิบสามได้เลย ในที่สุดลำแสงนั้นก็สลายตัวไปอย่างรวดเร็ว และในช่วงพริบตา นกไฟเหล่านั้นพุ่งทะลุเป้าหมายด้วยพลังอันสูงส่ง -ร่างอันแข็งแกร่งที่สามารถทนต่ออาวุธเทคโนโลยีที่ล้ำยุคได้แตกออกเป็นชิ้นๆและลุกไหม้ไปด้วยเพลิงจากนกเพลิงทั้งสิบสามตัว เสียงครามเบาๆของตัวประหลาดดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะถูกเพลิงเผาไหม้จนหมดสิ้น…..

เลโอลอยตัวมาอยู่ในตำแหน่งเดิมแล้วยืนดูผลงานของตนอย่างนิ่งสงบ



ริซาร์ดรวบรวมพละกำลังทั้งหมดภายในเสี้ยววินาที พุ่งตัวทั้งนอนอย่างรวดเร็ว ตีลังกาสองรอบ ดาบเลเซอร์ที่ปักพื้นปริซึมลอยหมุนติ้วเข้ามาในมือเขา ริซาร์ดจับไว้แน่นมือ เหวี่ยงเข้าหาคนชุดดำตัวสูงเต็มกำลัง -เลโอเหลือบตามองเด็กหนุ่มฉับพลัน ก่อนฟาดดาบขึ้นสวนทันที



เปรี้ยงงงงงงงงง!!!!!!!!

ดาบศักดิ์สิทธิ์แห่งไฟของผู้ทรยศปะทะกับดาบเลเซอร์ของผู้แค้นอย่างรุนแรง ละอองไฟสีแดงจากดาบศักดิ์สิทธิ์แตกกระจายไปทั่วทุกบริเวณนี้คล้ายกับพลุของงานเทศกาลทั่วไป -ห้วงเวลาเริ่มเคลื่อนไหวเป็นอย่างช้าๆเมื่อริซาร์ดสัมผัสได้ถึงลางร้ายและเหตุผลที่คนตรงหน้าได้รับการยกย่องว่าเป็นทหารเวทมนต์ที่เก่งที่สุดในจักรวาล เขาจึงรีบถอยออกมา แต่…..

คมดาบเพลิงอีกสิบสองเล่มฟาดฟันเข้าทั่วตัวในระหว่างที่เด็กหนุ่มกำลังลอยอยู่กลางอากาศ เลือดสีแดงที่สาดกระเซ็นทั่วร่างนั้นแสดงว่าริซาร์ดได้รับบาดเจ็บรุนแรง แต่เขากัดฟันทนที่จะไม่กรีดร้องออกมาและยืนยัดที่จะสู้ต่อไป ริซาร์ดไถลถอยหลังกับพื้นทั้งยืนการไถลสิ้นสุด ณ จุดกึ่งกลางของปริซึมอันกว้างใหญ่ -เด็กหนุ่มก้มมองแผลตัวเอง นับว่าเป็นแผลฉกรรจ์ที่สามารถหลั่งเลือดได้มากเลยทีเดียว ขืนอยู่เฉยๆแบบนี้คือไม่นานเขาต้องตายแน่ๆเพราะเลือดหมดตัว ไม่มีเวลาแล้ว…


ฉึก…..

เสียงแห่งความสิ้นหวังดังกึกก้องในหูของริซาร์ด บนใบหน้าที่เย็นชานั้นแสดงความเจ็บปวดอย่างชัดเจน -ดาบเลเซอร์สีเหลืองเสียบทะลุกลางอกชนิดมิดด้ามและถูกกระชากออกโดยคนชุดดำร่างเล็กอย่างไร้ปราณี -ริซาร์ดทรุดลงพื้นทันใด ดาบเลเซอร์ของเขาหล่นกระทบพื้นเสียงดังก็อกแก็ง มือทั้งสองค้ำพื้นไว้ แล้วเงยหน้ามองคนชุดดำร่างเล็ก เมื่อคนชุดดำชูดาบเหนือหัวเตรียมสังหารริซาร์ด เขาเห็นข้อมือทั้งสองนั้นชัดเจน มันทำให้เด็กหนุ่มต้องเบิกตากว้างอย่างมิได้ตั้งใจ

แขนซ้ายจนไปถึงนิ้วมือสวมเกราะสีดำซึ่งทำจากสารที่หายากที่สุดในจักรวาล -สโตมีอัน- คุณสมบัติคือสามารถป้องกันอาวุธเลเซอร์ทุกชนิด นั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ริซาร์ดตกใจ แต่เป็นที่ข้อมือข้างขวาที่ไร้เกราะไร้ผ้าใดๆทั้งสิ้นที่มีเพียงกำไลมรกต ใช่ กำไลมรกตนี้แหละที่ทำให้ริซาร์ดตื่นตระหนกจนในห้วงความคิดถูกดึงดูดเข้าสู่ความทรงจำในอดีต……







“ สวยมากเลย ”

เด็กสาวผมสีแดงยาวที่อยู่ในชุดราตรีสีน้ำเงินกำลังถือกำไลมรกตและมองดูอย่างสนใจ ดวงตาของเธอกำลังประกายระยิบระยับเป็นหลักฐานว่าเด็กสาวไม่ได้ชมเพียงลมปาก เธอกำลังปรารถนาของสิ่งนี้เป็นอย่างมาก -หล่อนหมุนกำไลรอบๆไล่สายตาดูละเอียดยิบ และแล้วเธอก็เจอมัน เจอในสิ่งที่เธอไม่คาดคิด ไม่คาดฝัน ที่ทำให้รู้ว่ากำไลวงนี้เป็นของตนแล้วก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองเด็กผู้ชายอีกคนซึ่งเป็นผู้มองสิ่งนี้ให้กับเธอ


“ ใช่ ฉันให้เธอ ” เด็กผู้ชายในชุดสูทสีขาวนี้ไม่ใช่ใครอื่น -ริซาร์ดนั้นเอง- เขาใช้เวลาทำสิ่งนี้อยู่นาน พยายามตั้งนาน กว่าจะส่งถึงมือหล่อน มันสร้างความภาคภูมิใจให้เขาได้มากจริงๆ -และสิ่งเดียวที่ถูกสลักสีทองแดงคือสิ่งที่สำคัญที่สุด มันคือชื่อน้องสาวคนเดียวที่ริซาร์ดรักและห่วงใยที่สุด ใช่ …มันคือชื่อของเด็กสาวผมสีแดงยาวที่ยืนอยู่ตรงหน้านั้นเอง


-นีน่า เบโอลูฟ-




แม้เขาจะเตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องสู้กับบุคคลอันเป็นที่รักที่สุด แต่ก็ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาตายด้วยน้ำมือคนที่รักเลยสักครั้ง -ความตายกำลังจะพรากชีวิตเขาไปอีกครั้ง เมื่อดาบเลเซอร์สีเหลืองถูกง้างสุดแขน แต่ในขณะหัวริซาร์ดมีแค่ความว่างเปล่า ดวงตาที่เย็นชานั้นม่องลอยไปเรื่อยๆ เขาไม่อาจรับรู้อะไรได้อีก นอกจากว่า น้องสาวที่ตนรักที่สุดได้ถูกควบคุมจนลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ตอนนี้เธออยู่ในฐานะทหารเวทมนต์ของกองทัพเด็ธทรอยอย่างเต็มตัว และกำลังจะทำหน้าที่ให้เสร็จสมบูรณ์


คือ….การสังหารริซาร์ดที่เป็นฝ่ายตรงข้าม


“ อย่าทำอะไรนอกเหนือภารกิจ ” ไม่รู้ว่าเป็นเสียงสวรรค์หรือนรกกันแน่ แต่ก็ทำให้ริซาร์ดรอดตายได้ ใช่ เสียงนี้คือเสียงจากคนชุดดำตัวสูง และริซาร์ดเองก็ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จาก……. “ ภารกิจของเราเสร็จสิ้นแล้ว กลับ ”

“ ค่ะ ”

คำขานรับปรากฏขึ้นพร้อมเก็บดาบเลเซอร์ไว้ในชุดสีดำ นีน่าหันหลังให้กับเด็กหนุ่มที่กำลังพยายามมิให้ตัวเองล้มนอนกับพื้นอย่างไม่ใส่ใจ -เธอกับเลโอยืนประจันหน้ากับแล้วก็กางแขนออกข้าง -ออร่าสีแดงครอบคลุมร่างทั้งสองไว้ระยะหนึ่ง และหายไปอย่างไร้ร่อยรอย…..ด้วยไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคนหายไปได้อย่างไร???? นอกจากเด็กหนุ่มที่นอนคว่ำอยู่บนปริซึมอย่างเดียวดาย มีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้ แต่ในตอนนี้ร่างกายของเขาเริ่มทนไหวไหวแล้ว มันต้องการพักผ่อน ซึ่งสติสตังเองก็เริ่มเลือนรางไปทีละน้อยๆ จนในที่สุด ริซาร์ดก็ไม่สามารถทนต่อไปได้…..




ปริซึมสี่เหลี่ยมอันมหิมาที่เป็นสมรภูมิย่อยๆอันสุดระทึกของจักรวาลหายวับไปกับตา ร่างเด็กหนุ่มที่สลบกำลังร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงของโลกจากฟากฟ้า ทะลุขาวเมฆเป็นรูโหว่ จนหล่นสู่พื้นมหาสมุทรแอตแลนติกที่กว้างสุดขอบฟ้า ฟองอากาศแตกกระจายรอบตัวก่อนที่กลุ่มเลือดจะค่อยๆย้อมน้ำทะเลเป็นสีแดงไปเรื่อยๆ จนร่างเด็กหนุ่มถูกความมืดมิดดูดกลืนหมดสิ้น
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Thu Feb 28, 2008 8:49 pm

จบตอบแล้วครับ เหนื่อยจัง-*-
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby The Firemind on Thu Feb 28, 2008 9:23 pm

เห็นแล้วเหนื่อยแทนเลย -*-


ป.ล. "DJ_pond: อัพนิยาย2ตอน ติดบัคไปห้าที"

-บักที่ว่านี่คือ Debug mode ใช่ไหมครับ
Image
สิ่งใดเล่าจะมาเปลี่ยนแปลงพวกเราได้...? ในเมื่อเราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับสงครามและความโหดร้าย
เมื่อความรุนแรงและความเห็นแก่ตัวแปดเปื้อนจนชำระล้างไม่ออก... ใครเล่าจะเปลี่ยนแปลงพวกเราได้?
ไม่มีใคร... นี่คือความเป็นมนุษย์... เป็นความเที่ยงแท้ที่แม้แต่เทพเทวดาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง.....
User avatar
The Firemind
WarLord พยัคฆ์สมุทร
WarLord พยัคฆ์สมุทร
 
Posts: 156
Joined: Fri Feb 08, 2008 5:17 pm
Location: นครพยัคฆ์สมุทรแห่งที่ 3

Postby DJ_pond on Fri Feb 29, 2008 6:56 am

ใช่เลยครับ
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Wed Mar 05, 2008 10:01 pm

ตอนที่ 5
ภัยที่หลงเหลือ





เด็กหนุ่มผมสีแดงค่อยๆเปิดตาตัวเอง ลุกขึ้นยืนแล้วหันมองไปทั่วทุกบริเวณ ทุกตารางนิ้วในที่แห่งนี้มีแต่สีขาว….สีขาว…และสีขาว ละอองสีเหลืองขนาดเล็กนับไม่ถ้วนหมุนเวียนไปทั่วทุกพื้นที่ ในโลกแห่งนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น เป็นสถานที่ส่วนตัวที่ไม่มีใครสามารถเข้ามาได้ และเป็นที่ที่เขาคุ้ยเคย -ดินแดนแห่งฝัน- ใช่ เขาเคยเข้ามาแล้วครั้งหนึ่ง ตอนมาเปิดแก่นแท้แห่งพลัง แต่ในครั้งนี้มันจะมีอะไรอีกเนี่ย??? เด็กหนุ่มหันหลังฉับพลับ เขาเห็นบางสิ่ง สิ่งนั้นสามารถสะกดสายตาเขาได้ ก่อนที่เด็กหนุ่มจะไล่สายตาสำรวจมันอย่างละเอียดถี่ถ้วน ประตูบานใหญ่กว่าตัวเด็กหนุ่มเป็นสิบเท่านี้ จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจาก -แก่นแท้แห่งพลัง- แต่ทำไมคราวนี้มันถึงเป็นสีดำ ทั้งๆที่คราวก่อนยังเป็นสีขาวอยู่เลย มันแปลกไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง หรือมันคือประตูแห่งพลังที่เก็บพลังอันยิ่งใหญ่อยู่ ใช่ ขารู้สึกเช่นนั้น ภายในประตูสีดำทมิฬบานนี้มีพลังปริศนาซ่อนเร้นอยู่ มันคือสิ่งที่เขาควานหาอยู่ตั้งนาน ใช่ เขาต้องการมัน….เขาต้องการมัน

มือข้างหนึ่งของริซาร์ดสัมผัสกับประตูสีดำก่อนจะลูบไล้อย่างช้าๆ แม้ไม่มีลวดลายแต่ทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนกับแก่นแท้แห่งพลังจริงๆ แต่มันเป็นสีดำ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ไม่เหมือนเดิม ไอสีดำแลดลอดออกจากซอกประตู ระเหยขึ้นข้างบน ไอสีดำบางส่วนผ่านลำแขนข้างเขา ริซาร์ดรู้สึกว่าไอสีดำเหล่านี้ซึมเข้าแขน แล้วแพร่ไปทั่วทุกสัดส่วนของร่างกาย ความชั่วร้าย ความทะเยอทะยาน ความอาฆาต แผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย เขาสัมผัสได้ เขารับรู้มัน แต่เขายังอยากจะเปิด

ริซาร์ดเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ข้างในนี้มีแต่ความมืด…ความมืด…และความมืด ไม่มีสิ่งในนอกจากนี้ ความเงียบสงัดและความมืดแบบนี้ช่างเป็นบรรยากาศที่ชวนขนลุกเสียจริงๆ สีควันสีดำทมิฬเริ่มครอบคลุมตัวริซาร์ด ความรู้สึกด้านมืดบังเกิดขึ้นอีกครั้งและรุนแรงมาก!!!! แต่ไม่เป็นไร เขาทนได้ เพื่อพลังที่กำลังจะได้มาแม้จะแลกกับทุกสิ่งเขาก็ยอม ท่ามกลางความมืดมีแสงสีแดงเลือดเจิดจ้า ก่อนจะค่อยๆหดลงเป็นดวงตาสองดวงเล็กซึ่งไม่ห่างจากริซาร์ดมากนัก เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มคือร่างคนๆหนึ่งที่มิอาจเห็นได้ชัดเจน รูปร่าง ลักษณะหรือทุกส่วนของร่างกายไม่สามารถบอกได้เนื่องจากความมืดได้ปกปิดไว้ มีเพียงแสงจากดวงตาเท่านั้น

ร่างคนดวงตาสีแดงค่อยๆเคลื่อนเข้ามาที่ริซาร์ดอย่างช้าๆแล้วเร็วขึ้นในทันที!!!! จนร่างทั้งสองชนกันและเปล่งแสงสีแดงดั่งสีดวงตานั้นสว้างจ้าทับความมืดจนหมดสิ้น





“ ข้ารู้สึกได้ถึงพลังของผู้กุมชะตาจักรวาลอีกหนึ่งคน ”

ดวงตาสีเหลืองเปล่งประกายท่ามกลางความมืดมิด น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับว่าคนๆนี้เพิ่งตื่นจากการนอนหลับอันยาวนานนับแรมปี และตอนนี้ ยังไม่มีใครรู้ว่าบุคคลดังกล่าวคือใคร แต่เขาสามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงพลังจากที่ที่ไกลแสนไกล….




!!!!!

เช่นเดียวกับอัลฟรีดที่นั่งทำงานในห้องส่วนตัวในตึกบัญชาการ ณ เวลาสามทุ่มเศษ ชายหนุ่มถึงกับสะดุ้งตกใจโดยทันทีที่รับรู้ถึงการปรากฏของพลังอันมหาศาลที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลตน และรู้ด้วยว่าใครคือผู้ที่มีพลังประหลาดนี่ ซึ่งอยู่ที่ตึกพยาบาลนั้นเอง อัลฟรีดรีบติดต่อกับใครบางคนด้วยความรีบเร่ง

“ สวัสดีค่ะ ” ทีเอในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่นยืนไม่ตรงที่กำลังตอบรับอัลฟรีดด้วยความง่วงนอนสุดๆ “ มีอะไรเหรอค่ะ ”

“ ช่วยดูแลริซาร์ดด้วยนะ ” อัลฟรีดเอ่ย “ ฉันกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงอีก ”

“ ค่ะ ”

สิ้นสุดการสื่อสาร ผู้ปกครองจักรวาลก้มหน้าอย่างตึงเครียด เขาไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนรับรู้มานั้นจะเป็นลางบอกเหตุที่จะเกิดเรื่องร้ายๆอีกหรือไม่ หรือว่าคิดมากไปเองรึเปล่า แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร สำหรับคนอย่างริซาร์ดที่ผ่ายเรื่องคอขาดบางตายมาหยกๆ ต้องไม่มีเรื่องบ้าๆเกิดขึ้นติดต่อกัน…


สำหรับมีเอที่กำลังเดินจ้ำๆในตึกพยาบาลพร้อมหาวเป็นระยะๆนั้น เธอคิดอยู่ว่าทำไมอัลฟรีดต้องให้ตนมาดูแลริซาร์ดด้วยและตอนนี้อาการของเด็กหนุ่มก็พ้นขีดอันตรายแล้วนี่นา เออ……ยิ่งคิดยิ่งปวดหัวอย่าคิดเหอะ… แต่เด็กสาวก็กำลังคิดหนักเรื่องขอบตาบนใบหน้าสุดสวยของเธอคงไม่ดำเป็นหมีแพนด้าหรอกนะถ้าถึงวันพรุ่งนี้


ครึก……

บานประตูห้อง3A031ซึ่งเป็นห้องที่ริซาร์ดพักอยู่ เมื่อสำรวจดูข้างในก็นับว่าเป็นห้องที่สะอาดสะอ้านมากทั้งๆที่เธอว่าห้องของตนไร้ฝุ่นแกะแล้วนะ ที่นี่ยิ่งกว่านั้นอีก โซฟาสีดำกว้างพอสมควรตั้งอยู่หน้าโทรทัศน์ที่ลอยนิ่งอยู่ บานหน้าต่างถูกดีไซน์ให้กันแสงจากภายนอก(สำหรับคนกลัวแดดมั่ง) และอุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้กับผู้ป่วยไม่ว่าจะเป็นถุงน้ำเกลือหรือเครื่องวัดการเต้นของหัวใจได้จัดไว้ข้างเตียงที่มีสีขาวโพน แต่บนเตียงนั้น….

-ไม่มีริซาร์ดอยู่-

“อ้าว……หายไปไหนเนี่ย??? ” หล่อนถอนหายใจพร้อมส่ายหน้านิดๆ ง่วงก็ง่วงแล้วยังมาเจอปัญหาอีก ทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อนจริงๆเลย ด้วยความเผอิญ ทีเอเห็นบางสิ่งวางอยู่บนเตียง เธอหยิบขึ้นมา พบว่ามันไม่ใช่ของที่เธอไม่รู้จัก ในตรงกันข้าม ทีเอเห็นทุกวันด้วยซ้ำ -เข็มกลัดรูปดาบเลเซอร์ไขว่- ที่ปุ่มซ้ายมือมีแสงกระพริบๆอยู่ นั้นหมายความว่าริซาร์ดได้ฝากข้อความเอาไว้

-ผมอยู่ที่ชั้นดาดฟ้า ไม่ต้องห่วงนะครับ-

เธอหวังว่าลิฟต์คงไม่พังตอนนี้หรอกนะ เพราะตึกพยาบาลมีตั้งสี่ร้อยกว่าชั้น หากลิฟต์พัง เอ้อ…ไม่อย่าคิดเลย




“ ผม ริซาร์ด เบโอลูฟครับ ”

“ ฉัน นีน่า เบโอลูฟค่ะ ”

“ พวกเราคือพี่น้องกันครับ/ค่ะ



เด็กน้อยผมสีแดงตากลมน่ารักกำลังร้องไห้งอแงใต้ต้นไม้ใหญ่สีทองที่กำลังเรืองแสงสีทองในยามค่ำคืน ในขณะที่เด็กสาวอีกคนพยุงตัวเขาและโอบกอดพร้อมลูบหัวอย่างเอ็นดู

“ นายกลัวเหรอ??? ” เด็กน้อยพยักหน้าแล้วร้องไห้สะอื้นดังกว่าเดิม “ ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัว ฉันจะปกป้องเธอเอง ”




“ ฉัน………ไม่ไหวแล้ว ” จากเด็กน้อยสู่เด็กหนุ่มที่ได้ปลดปล่อยความเป็นวัยรุ่น ทั้งหน้าตา หรือบุคลิกเริ่มเปลี่ยนแปลงในทางผู้ใหญ่มากขึ้น เขากำลังนั่งตัวสั่นอย่างสยองแปลกๆราวกับเจอผีมาไม่นาน

“ พยายามหน่อยนะ ” เด็กสาวคนเดิมแต่มีความเป็นสาวมากกว่าเดิมเขยิบเข้าใกล้เด็กหนุ่ม “ ไม่อย่างนั้น เธอก็จะกลัวการต่อสู้ไปตลอดชีวิต ”

“ ฉันว่าฉันควรจะฝึกอีกนะ ” เขาลุกขึ้นในขณะที่เด็กสาวจับมือไว้เป็นเชิงว่าถ้าไม่ไหวจริงๆก็อย่าฝืนเลย เด็กหนุ่มรู้ความหมายนั้น เขายิ้มให้เธอ “ ขอบคุณนะที่เป็นห่วง ”





ไม่มีอีกแล้วสินะ มันก็เป็นแค่ความทรงจำที่น่าประทับใจ แต่จะให้มีอีกก็คงยาก เพราะเด็กสาวที่คอยช่วยเหลือทุกอย่างได้เป็นศัตรูแล้ว จากเหตุการณ์ที่สร้างความประหลาดแก่จักรวาลคือหลักฐานชิ้นสำคัญว่าในอนาคตริซาร์ดกับนีน่าอาจจะฆ่ากันเองก็ได้ แล้วยังมีเอโอเนียอีกคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกีบนีน่า นี่กลายเป็นศึกระหว่างคนสำคัญแล้วรึเนี่ย??? ถ้ามันเป็นจริง ถ้าถึงเวลานั้นจริงๆ ริซาร์ดจะกล้าพอไหมที่จะลงมือสังหารสองคนนั้น อีกคนก็น้องสาว อีกคนก็เพื่อนสนิท ถ้าพูดจริงๆตอนนี้เขาทำไม่ได้ เขาฆ่าทั้งน้องร่วมสายเลือดและเพื่อนที่ช่วยสลายความเจ็บปวดทางใจให้ไม่ลงหรอก ทำไม่ได้จริงๆ ริซาร์ดทำได้เพียงอ้อนวอนต่อโชคชะตา ว่าอย่ามีการต่อสู้ระหว่างตนกับสองคนนี้อีกเลย ขอร้อง……

ท้องฟ้าในเวลาค่ำมีความมืดมินกับแสงดาวอย่างเดิมๆดังที่ริซาร์ดมักจะแหงนดูทุกวัน ภายใต้โดมครึ่งวงกลมบนชั้นดาดฟ้าของตึกพยาบาลมีเขาคนเดียวยืนมองฟ้าผ่านกระจกโดม นัยน์ตาที่ใครหลายคนบอกว่ามีความอำมหิต โหดเหี้ยม ใช่ มันมี แต่ขาดสิ่งหนึ่งที่พวกเขามองข้ามไป คือความโศกเศร้าและความเครียดต่อภายภาคหน้าที่กำลังจะเป็นดั่งที่ริซาร์ดคิดเข้าไปทุกที ตอนนี้ ความแค้นต่อผู้บัญชาการสูงสุดแห่งเด็ธทรอยอาจจะถูกบดบังไปหมด ในความรู้สึกของเด็กหนุ่ม มีแต่ความปรารถนาที่จะนำสองคนนั้นกลับมา เป็นคนที่ร่าเริง ยิ้มแย้มให้เขาดังเดิม
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Wed Mar 05, 2008 10:03 pm

“ นี่….คิดมากอีกแล้วนะ ” เด็กสาวผมสีน้ำเงินโผล่หน้าออกมากะจะล้ออีกฝ่าย แต่ก็ไม่สำเร็จ ริซาร์ดยังยิ่งเป็นรูปปั้นไม่แปรเปลี่ยนแม้การกระพริบตา(ถ้าเป็นฟินรี่ละก็ร้องจ๊ากพร้อมวิ่งลงตึกไปนานแล้ว) “ แต่เจอเรื่องแบบนี้ไม่คิดก็แปลกแล้ว ”

เขายังนิ่งไร้การตอบขาน ดวงตาที่กำลังใสประกายแต่ยังคงความเครียดไว้อย่างไม่ลงละ

“ ไปดูงานเทศกาลประจำปีมั้ย?? ” ทีเอเอียงหัวถามพร้อมรอยยิ้มร่าเริง

“ พวกเราจะเดินออกจากบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้ได้รึ??? ” ในที่สุดริซาร์ดก็ปริปากจนได้ เด็กสาวหัวเราะนิดในท่าทางกิริยาของเขาในตอนนี้

“ ได้สิ ผู้ป่วยน่ะมีสิทธิพิเศษตั้งหลายอย่างนะ ” ทีเอเอ่ย “ อย่าบอกว่านายไม่รู้นะ ”

ไม่ใช่เขาไม่รู้ แต่ลืมต่างหาก

“ แล้วเธอจะไปยังไง??” ริซาร์ดหันหน้ามายังคู่สนทนา “ เธอไม่ใช่ผู้ป่วยนี่”

“ ฉันคือผู้ดูแลเธอไงล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เรื่องนี้ ท่านอัลฟรีดจัดการให้” ทีเอก้าวเดินมองพื้นสีขาวที่ใสสะอาดราวกับกระจก แล้วเงยหน้ายิ้มให้เด็กหนุ่ม

ริซาร์ดครุ่นคิดอยู่ระยะหนึ่ง ในตอนนี้ในหัวก็เต็มไปด้วยความเครียดมากมาย ก็ดีนะหากเขาได้พักสมองบ้าง……

“ ไปกันเถอะ ”




เกาะเรลโตคือเกาะที่บล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้ตั้งอยู่ หากเปรียบเทียบเกาะอื่นๆในโลกแล้ว มันก็ไม่ใหญ่โตนัก แต่ก็กว้างขวางมากพอที่จะต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกชนชาติได้อย่างสบาย สิ่งดึงดูดความสนใจหรือจุดเด่นของเกาะเรลโตคืองานเทศกาลที่จัดทุกๆปีที่มักจะมีคนใหญ่คนโตคอยสนับสนุนเพื่อสถานที่แห่งนี้เป็นที่ๆจะสร้างความประทับใจแก่ผู้ที่มาเยือน และผู้คนจากต่างแดนนับไม่ถ้วนก็หลั่งไหลเข้ามา สร้างรายได้แก่ผู้ประกอบการและร้านค้าเป็นกอบเป็นกำ แม้งานจะดูโบราณๆไม่ค่อยมีความทันสมัยสักเท่าไหร่ แต่เป็นที่นิยมของผู้คนทั่วไปและนั้นคือสิ่งที่รียกว่า -----ไฮไลท์ของงาน---- -งานเทศกาลนี้จัดเพียงเจ็ดวันนั้น หากใครพลาดงานละก็ต้องคอยอีกปีหนึ่งถึงจะมีงานอีกครั้ง

ร้านค้ากลางแจ้งนับแสนประดับด้วยโคมไฟสีแดง น้ำเงิน และเหลืองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของงาน พวกหุ่นยนต์คอยบริการผู้คนกันอย่างขยันขันแข็ง ถึงแม้ในงานเทศกาลนี้จะไม่มีการตั้งเวทีโชว์การแสดงต่างๆ แต่มีสิ่งของทำมือที่สวยงามที่มิอาจหาได้จากที่ใดตั้งขายมากมายและทุกๆปี สิ้นค้าทุกชนิดที่เอามาขายในงานเทศกาลไม่มีเหลือสักชิ้นหลังงานจบ กลายเป็นแหล่งที่ทำมาหากินขนาดใหญ่ที่สำคัญที่ๆหนึ่ง


“ เธอใส่ชุดอะไรมาเนี่ย??? ” ริซาร์ดกับทีเอกำลังกินอาหารมื้อพิเศษในร้านอาหารริมทะเลที่ทั้งร้านทำด้วยไม้เรืองสีม่วงตลอดเวลา ทางเข้าร้านมีต้นสนใหญ่สองต้นโยงดวงไฟเล็ก มากมาย พร้อมต้นเดฟอนที่มีขนาดเทียมหัวเข่าตัวรอบร้านเป็นรั้วที่ประกายแสงหลากสีเป็นช่วงๆ ในระหว่างที่ทีเอกำลังใช้ซ้อมจิ้มเนื้อย่างเข้าปาก สายตาของเด็กหนุ่มจ้องมองอย่างวิเคราะห์ทั้งชุดโค้ด กระโปรงคลุมสะโพกจนถึงลำแข้งหลัง กางเกงยาวระดับเข่า รองเท้าโลหะสีทอง พร้อมวงแหวนสีทองสีสวมที่หัวไหล่ทั้งสอง สร้างคำถามให้ริซาร์ดเป็นอย่างมาก

“ ชุดนักเรียนทหารเวทมนต์ไง ” ทีเอเช็ดปากกับกระดาษทิชชู่ก่อนจะพูดต่อ “ ยศที่สองน่ะ ”

“ ขนาดเป็นนักเรียนแล้วยังต้องมียศอีกรึ?? ” เด็กหนุ่มทำหน้างงหนักยิ่งกว่าเดิม

“ ใช่ นายไม่รู้รึไง?? ” ริซาร์ดพยักหน้าทันใด “ นักเรียนทหารเวทมนต์น่ะมียศทั้งหมดสามยศ ยศแรกก็คือนักเรียนฝึกหัด เธอก็อยู่ในยศนี้นะ ยศที่สอง นักเรียนทหารเวทมนต์ ยศที่สาม คือทหารเวทมนต์ซึ่งยศนี้อาจจะไม่ใช่ยศของนักเรียนก็ได้ แต่ทุกคนก็เรียกกันแบบนี้ ”

เด็กหนุ่มไม่พูดอะไรทั้งสิ้น เขายังดื่มน้ำองุ่นเรื่อยๆอย่างปกติ






ในระดับความลึกในมหาสมุทรแอตแลนติกที่มีแต่ความมืดมิดไร้สิ่งมีชีวิต ความเย็นเยือกเท่านั้นที่คอยทำลายร่างกายผู้คนที่เข้ามา ละอองสีเหลืองลอยวนเวียน ณ บริเวณนี้ มันส่องแสงระยิบระยับ บ้างก็มีหางยาวเหมือนกันดาวหาง สิ่งอันตรายกำลังจะพินาศทุกสิ่งด้วยสิ่งเล็กๆที่ทุกคนมองข้ามไป ในท่ามกลางความรื่นรมย์ ความสนุกสนาน อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วก็ได้ แสงสีเหลืองหยุดชะงักการเคลื่อนไหว แล้วพุ่งขึ้นสู่โลกภายนอกพร้อมกัน!!!!!


อัลฟรีดสัมผัสได้ถึงพลังที่ยิ่งใหญ่เป็นครั้งที่สอง แต่คราวนี้ไม่ใช่ริซาร์ดแน่นอน ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับเลย เขารู้ถึงว่าที่กลางมหาสมุทรที่มีความกว้างขวางนั้นมีสิ่งแปลกประหลาดอยู่ และไม่รอช้า ชายหนุ่มรีบไปที่ห้องสื่อสารทันที


ดวงไฟสีเหลืองขนาดยักษ์ลอยนิ่งบนพื้นทะเล มันแทบจะกลืนทุกสิ่งที่อยู่บนโลกนี้ก็ว่าได้ เสียงปะทุของพลังดังราวกับกระแสไฟฟ้าลัดวงจร โดยมีก้อนพลังสีเหลืองขนาดเล็กนับล้านหมุนเป็นพายุภายในดวงไฟอันมหึมานั้น รอยยิ้มอย่างแสยะของคนชุดดำปรากฏเมื่อได้เห็นผลงานที่กำลังจะสร้างความยิ่งใหญ่แก่จักรวาลนี้ และเขาเองก็อยากรู้ว่า มันจะได้ผลขนาดไหน พราะนี่คือครั้งแรก เสียงหัวเราะของเด็กสาวดังออกมา ก่อนที่ร่างของเธอจะเรืองแสงสีแดงและหายไปในบัดดล


-เตือนภัย ขณะนี้เราได้พบสิ่งแปลกปลอม ณ ใจกลางมหาสมุทรแอตแลนติก ขอให้ทุกคนโปรดระมัดระวังด้วย-


มันสายไปแล้ว ทุกสิ่งสายเกินกว่าจะแก้แล้ว…..


ดวงไฟสีเหลืองได้ระเบิดตัวเองส่งลูกพลังสีเหลืองขนาดเท่ารถถังด้วยความเร็วสูงทุกทิศทุกทาง พร้อมก้อนพลังขนาดใหญ่ห้าก้อนพุ่งขึ้นฟ้า ท่ามกลางความสงบสุข ความดีใจ ได้เกิดหายนะแล้ว




“ ริซาร์ด นายมองอะไร??? ” ทีเอถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นเด็กสาวมองไปทางทิศเหนืออย่างพิกลๆ เธอเองก็มองดูด้วย แสงสีขาวเปล่งเป็นประกายครั้งหนึ่งตรงขอบฟ้า พร้อมกลุ่มมฤตยูพุ่งเข้ามาอย่างไม่ได้ตั้งตัว!!!!


บรึม!!!!

ลูกพลังสีเหลืองก้อนหนึ่งพุ่งผ่านหน้าทีเอกับริซาร์ดไปชนกับร้านอาหารที่พวกเขาเพิ่งออกมาไม่นาน แรงระเบิดส่งผลให้ร้านพังยับเยิบ เสียงกรี๊ดดั่งลันทั่วทั้งงานเมื่อที่ระเบิดไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว เกิดระเบิดข้างตัวริซาร์ดกระทันหัน ร่างเด็กหนุ่มปลิวลอยฟ้าอย่างไร้การควบคุม ทีเอล้มนอนจมกองเลือดตนทันที ริซาร์ดยังมีสติ เขายังลืมตาได้!!! แต่เมื่อเปิดตาขึ้น นอกจากจะรู้ว่าตัวเองกำลังลอยอยู่ และ……


บรึม!!

ตัวเขาโดนลูกพลังอีกลูกระเบิดใส่เข้าเต็มๆ เลือดสาดกระเซ็นทั่วตัว แล้วส่งตัวเขาพุ่งเข้าทะลุกระจกในตึกบัญชาการได้อย่างรวดเร็ว!!!!! ร่างริซาร์ดชนกับผนังโลหะอย่างรุนแรงจนเลือดเปรอะผนัง และหมดสติไป

ตึกในเกาะเรลโตไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรือที่อยู่ในบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้ โดนถล่มพังทลายซะส่วนมาก รูปปั้นทหารเวทมนต์ชูดาบเลเซอร์แตกหักเป็นสองท่อนแล้วร่วงลงพื้นโลหะจนแตกกระจาย ภายในตึกทั่วทั้งเกาะต่างมีเพลิงลุกไหม้จากผลงานของกองทัพเด็ธทรอย

ทั้งโลกได้กรีดร้องต่อการทำลายอย่างบ้าคลั่งอย่างไม่หยุดหยั่ง เทคโนโลยีต่างๆนานาถูกทำลายในช่วงพริบตา เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วราวกับเสียงร้องของเหล่าดวงวิญญาณที่ได้สูญเสียชีวิตไป มันทำลายจนแทบทุกสิ่งในโลกแทบจะไม่เหลือให้เห็นอีกแล้ว ทั่วทุกมุมโลกได้มีแสงไฟเล็กๆที่กำลังทำลายความสงบสุขอย่างโหดเหี้ยม


ก้อนพลังทั้งห้าพุ่งด้วยความเร็วสูงจนหลุดออกจากโลก และไปชนกับดาวศุกร์ ในไม่ช้า ดาวศุกร์ก็ถูกลบออกจากจักรวาล
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Wed Mar 05, 2008 10:05 pm

“ ไม่จริง…ใช่มั้ย ”

เด็กผู้ชายตัวน้อยๆในทวีปเอเชียเอ่ยน้ำเสียงสั่นคลอน ในรอบกายเขาเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างมากมายๆ และหนึ่งในนั้นคือบ้านของเด็กน้อยที่มีพ่อ แม่ พี่ชายที่เป็นครอบครัวที่แสนจะอบอุ่น เพียงเขาแค่เดินออกมาสูดอากาศ ในช่วงพริบตา ทุกอย่างก็ราบเป็นหน้ากลอง และในซากเหล่านั้น มีผู้คนล้มตายจำนวนมาก ในจำนวนนั้น มีคนในครอบครัวของเด็กน้อยทุกคน ยกเว้นเขาเองที่ยังลุกขึ้นมองดูสภาพแวดล้อมซึ่งเป็นภาพที่เด็กน้อยคนนี้ไม่สมควรจะได้เห็น

ยายแก่นอนกุมมือคุณตาที่โดนสะเก็ดระเบิด ในขณะเดียวกันคุณตานอนไร้วิญญาณด้วยรอยยิ้มที่รู้ว่าก่อนที่ตนจะจากโลกนี้ไป ยังมีคนที่ยังห่วงใยตนอีกหนึ่งคน ทั้งสองตายายนี้ผจญเรื่องเลวร้ายมามากมาย แต่วันนี้มันพอแล้ว พวกเขาแก่เกินไปที่จะเจอเรื่องแบบนี้อีกครั้งหนึ่ง ทางด้านคุณยาย แกมองคู่รักที่เคยใช้ชีวิตด้วยกันนับห้าสิบกว่าปีอย่างเอ็นดู ก่อนที่ยายจะหลับตาลง พร้อมน้ำตาไหลรินลงบนพื้นดินอย่างอ่อนโยน


โบราณสถาน รูปปั้นต่างๆที่มีอายุล้านนับล้านปีถูกทำลายหมดสิ้น ไม่หลงเหลือหลักฐานในอดีตกาลไว้ในดูอีกต่อไป…


ตอนนี้…เวลานี้…เหล่าสิ่งมีชีวิตบนโลก…ถูกลบไป…หมดแล้ว…ใช่มั้ย…มันไม่เหลือ…อะไร…อีกแล้ว…สินะ…และนี้ใช่ไหม…คือจุดจบ…ของดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง…ที่มีชื่อว่า…………โลก……………








แสงสว่างจากหลอดไฟแทงตาของเด็กสาวผมสีน้ำเงินจนตื่นจากการหมดสติไปนานถึงครึ่งวัน เพื่อนๆต่างวิ่งกรูเข้าหาทันทีที่รู้ว่าหล่อนฟื้นแล้ว ทีเอมองหน้าทุกคนอย่างไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด ไม่รู้เลยว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ในห้องพยาบาลได้ เธอจำได้เพียงว่ากำลังเดินเที่ยวงานเทศกาลกับริซาร์ดเท่านั้นเอง

“ สวัสดีนะจ๊ะ หัวหน้า ” ฟินรี่เอ่ยคำทักทายร่าเริงแจ่มใสอย่างปกติ มันก็น่าดีใจอยู่หรอกนะที่มีคนห่วงใยมาดูแลเธอมากซะขนาดนี้ -ทีเอพยักหน้าตอบ ก่อนที่จะสงสัยขึ้นว่า

“ ริซาร์ดอยู่ไหน??? ”

“ ไม่รู้สิ ” เด็กหนุ่มผมสีทองตอบแล้วถอนหายใจ “ พอฟื้นปับก็หายไปเลย ”


ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมคนที่โดนเล่นงานซะขนาดนั้นยังมีแรงเดินไปมาๆอีก ก็วงการแพทย์สมัยนี้ใครแทบเจียนจะตายก็สามารถหายเป็นปกติได้ภายในหนึ่งวัน ถือว่าวงการนี้มีการพัฒนาล้ำหน้าไม่แพ้อย่างอื่นเลย





เสียงฝนบรรเลงเพลงเศร้าอย่างหนักแก่ผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งคุกเข่าบนชั้นดาดฟ้าของตึกพยาบาลที่เต็มไปด้วยเศษโดมที่พังทลายลงมา สายลมพัดพาฝนระลอกใหญ่ใส่ชายผู้นี้ ร่างกายของเขาเปียกโชกน้ำไปทั้งหมด ผมที่ยุ่งๆกระเซอะกระเซิงถูกน้ำฝนจัดเป็นทรงคล้ายทรงนักเรียนหญิงม.ปลาย ทิ้งมือทั้งสองไว้บนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ทุกอย่างหยุดนิ่ง ตอนนี้มีเพียงเสียงฝนกับเสียงสะอื้นในใจเท่านั้นที่ยังคงดำเนินต่อไป ภาพโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นไม่ถึงวัน ทำให้เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อสองปีก่อน จากรายงานความเสียหายแล้ว มันคล้ายมาก มากซะจนทำให้ภาพเมื่อสงครามสิบสองกาแล็กซี่วนเวียนค้างในดวงตา และทำให้ชายผู้นี้ต้องจมอยู่ภายใต้ความโศกเศร้าที่ทับถมเข้ามาอย่างไม่อาจหลีบหนี เขาแบมือทั้งสองดู มือที่ไม่เคยช่วยเหลือใครเลย มือที่มีแต่ทำในสิ่งที่เรียกว่าเห็นแก่ตัว ไม่ใช่ชายคนนี้แกล้งทำเป็นแบกรับเหตุการณ์หรอกนะ แต่ความรู้สึกของผู้ล่วงลับได้ผ่านใต้จิตสำนึกเขา ทำให้รู้ถึงดวงวิญญาณของคนเหล่านั้นได้ ความเสียใจ ห่วงแหน ความต้องการที่อยากจะมีชีวิตต่ออีก กลายเป็นที่ทำร้ายจิตใจของริซาร์ดเป็นอย่างมาก

ประตูสีฟ้าของชั้นดาดฟ้าเปิดเมื่อตัวลิฟต์ได้ส่งผู้โดยสารถึงเป้าหมาย ทีเอก้าวเดินพร้อมใช้มือป้องฝนที่ยังกระหน่ำหนักไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ท่ามกลางซากปรักหักพังของชั้นดาดฟ้า เธอเห็น…

ริซาร์ด!!!!

เด็กสาวถลาตัวเข้าหาทันที ทั้งริซาร์ดตัวเปียกเป็นแมวตกน้ำเลย นี่เขาตากฝนมานานเท่าไหร่เนี่ย??? ดวงตาที่โดนผมสีแดงปรกจนมองไม่เห็น ก้มหน้ามองมือทั้งสอง นี้เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ แต่เธอเห็นสิ่งนั้น สิ่งที่บอกความรู้สึกของเด็กหนุ่ม น้ำตาที่ไหลผ่านแก้มใสๆแม้จะมีฝนปะปนอยู่มากแต่ทีเอก็มองเห็น -ริซาร์ดร้องไห้????- ไม่ใช่ร้องไห้ธรรมดา ราวกับว่าเขาได้เจอเรื่องหนักมาก จนช็อกนิ่งเหมือนถูกถอดวิญญาณอย่างนี้ ไม่มีเสียงสะอื้นก็ใช่ว่าจะเศร้าใจไม่ว่า ตรงกันข้าม เขาเสียใจจนพูดไม่ออกเลยมากกว่า นี้เขาต้องเป็นอย่างนี้ตลอดไปอย่างนั้นหรือ???


มือของทีเอสัมผัสกับใบหน้าของริซาร์ดแล้วปาดน้ำตาที่ยังหลั่งไหลไม่ขาดสาย เธอเข้าใจว่าเขาคงจะเสียใจอะไรบางอย่างที่ไม่อาจบอกคนอื่น ถ้าเป็นไปได้ ขอให้เด็กหนุ่มคนนี้บอกเธอบ้างสักนิดก็ยังดี ขอให้เธอได้ช่วยคลายความเสียใจบ้างเถอะนะ แต่ตอนนี้ ริซาร์ดยังอยู่ในท่าเดิม ยังนิ่ง ยังเงียบ เขาคงต้องการจะเก็บไว้คนเดียว ไม่เป็นไร ยังไงๆทีเอก็จะช่วยเขา และหวังว่าครั้งนี้ริซาร์ดคงจะไม่รังเกลียดเธอ


แขนอันเรียวเล็กของเด็กสาวสอดเข้าข้างลำตัวริซาร์ดอย่างช้าๆ แล้วโอบกอดเขาจนแน่นแขน ก่อนจะลูบหัวที่เย็นจัดราวกับน้ำแข็งแบบถะนุถนอม เธอซบลงบนไหล่ที่เปียกน้ำนั้น ทำไมฝนถึงใจร้ายกับเด็กหนุ่มคนนี้เหลือเกินนะ ตกได้ตกเย็นแถมยังตกหนักซะด้วย แต่เธอเองก็ทำได้แค่นี้ ทำได้แค่สื่อความรู้สึกผ่านทางร่างกาย เพราะต่อให้จะตะโกนกรองหูริซาร์ดสักเท่าไหร่ เขาก็ไม่ได้ยิน ดังโสตประสาททั้งร่างกายถูกตัดขาดไปแล้ว ทีเอคิดว่าวิธีนี้คงจะได้ผล

“ ร้องไห้ออกมาให้หมดนะ อย่าเก็บมันไว้อีกเลย ”




รุ่นเช้าวันใหม่ที่สดใสส่องแสงแดดอ่อนๆจากสุดขอบฟ้า กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ยังหลงเหลือได้ออกมากินกันตามธรรมชาติ และพวกมนุษย์เองก็มีกิจกกรรมเหมือนกัน การที่โลกโดนถล่มซะยับจนมีผู้เสียชีวิตถึงร้อยล้ายคนซึ่งประมาณประชาชนครึ่งโลก ทุกกาแล็กซี่ต่างร้อนรนที่จะช่วยเหลือไม่ว่าทางด้านการซ่อมแซม หรือทางด้านจิตใจผู้คน หรือทุกๆเรื่องที่เรื่องขึ้นหลังประสบเหตุการณ์นี้ และปัญหานับร้อยพันคอยทุบหัวสภารัฐบาลที่เปิดการประชุมตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางที่ดาวดราฟ ที่อยู่ในกาแล็กซี่ทางช้างเผือกเช่นกัน นั้นเพราะที่ตั้งสภาใหญ่ที่อยู่บนโลกมีรูโหว่มากมายจนทำการประชุมไม่ได้ และแน่นอน ใครแอบอิ๊บเงินรัฐบาลไปใช้ส่วนตัวล่ะก็วันนี้จะได้รู้กัน เพราะเกิดความเสียหายขนาดนี้ ทางรัฐบาลต้องใช้เงินเหล่านี้เข้าช่วยทันที ไม่งั้น เศรษฐกิจของโลกล่มแน่ๆ ในทางทหารเวทมนต์ ได้นักประชุมกันที่ห้องสหพันธ์กองทัพทหารเวทมนต์ ที่ศูนย์บัญชาการกาแล็กซี่ทางช้างเผือกเหมือนกันพวกรัฐบาล แต่เวลาที่เริ่มประชุมนั้น จะเริ่มตั้งแต่เที่ยงตรงของวันนี้
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Wed Mar 05, 2008 10:06 pm

ในบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้ก็มีการซ่อมแซมตึกส่วนที่พังจนใช้การไม่ได้ก่อนอันดับแรก โดยมีสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด ที่สามารถพูดภาษาคนได้ เป็นช่างซ่อมตึกที่ใช้เวลาเร็วรวดมากกว่าคนทำซะอีก และถ้าคำนวณความเสียหายทั่วทั้งบล๊าด ยูนิเวอร์ซิตตี้แล้ว คงจะใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนจึงจะกลับมาเป็นดังเดิม ลักษณะของสิ่งมีชีวิตนี้มีท้ายทอยยาวถึงกลางหลัง ตาโตสีดำไม่มีนัยน์ตา แขนทั้งสองดูลีบไม่มีแรง แต่สามารถตบคนหน้าหักได้ก็แล้วกัน ขาทั้งสองเล็กๆ เมื่อเวลาเดินดูแล้วน่ารักดี นี้คือสิ่งมีชีวิตล่าสุดที่มนุษย์ค้นพบมา และถือว่าพวกเขาเหล่านั้นคือมนุษย์เช่นกัน เพราะมีหัวคิดที่ชาญฉลองไม่แพ้คนเลย แต่จะจัดอยู่ในมนุษย์คนละเผ่าพันธุ์ที่เรียกว่า -เผ่าวิงเกป- และดูแล้วพวกเขาขยันขันแข็งยิ่งกว่ามนุษย์บางคนอีก


และในห้องทำงานของอัลฟรีดได้เครียดกันเป็นข้าวมื้อเช้าที่อิ่มไม่รู้ลืมแน่นอน ริซาร์ดได้ถูกเรียกตัวมาที่นี่เพื่อสืบถามข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์ทั้งสองที่เกิดขึ้นกระชั้นชิดจนไม่สามารถหาคำตอบได้


“ เธอคิดว่าเธอเองมีคำอธิบายเกี่ยวเหตุการณ์ทั้งสองนี้มั้ย ” อัลฟรีดที่มีสีหน้าตกทุกข์เอ่ยถามผู้อยู่เบื้องหน้าหวังคำตอบ

“ เหตุการณ์ตัวประหลาด ผมไม่รู้อะไรมากมาย ผมรู้เพียงว่าทั้งสองคนที่มานั้น คือเลโอ กับนีน่า ” เด็กหนุ่มก้มหน้าตอบเสียงสลด

“ อะไรที่บอกได้ว่าเป็นสองคนนั้น เรื่องเลโอน่ะ ฉันรู้แล้ว ” เขายังถามต่อ

“ สามารถพิเศษในการส่งตัวเองหรือผู้อื่นไปยังเป้าหมายได้เพียงเสี้ยววินาที นั้นคือความสามารถพิเศษของนีน่า เบโอลูฟ ” ริซาร์ดกอดอกแน่ “ ส่วนเหตุการณ์ต่อมา ผมแค่สันนิษฐานว่า น่าจะเกิดจากซากของตัวประหลาดที่เลโอทำลาย ”

“ ความคิดตรงกันเลยนิ ” ชายวัยทองยิ้มให้ “ ฉันบอกอะไรเธอไว้อย่างหนึ่ง ตัวประหลาดที่พูดมาน่ะคือผู้พิทักษ์ที่เทพเจ้าเธอร์สร้างมา ”

ริซาร์ดยังไม่เข้าใจว่าผู้พิทักษ์ที่ว่าคืออะไร

“ เท่าที่ฉันรู้นะ เมื่อก่อนเทพเจ้าเธอร์ได้สร้างผู้พิทักษ์ไว้เพื่อคอยค้นหาดวงวิญญาณของเทพเจ้าลูฟิเฟอร์ที่หายสาบสูญไป แต่คราวนี้เทพเจ้าเธอร์ได้สร้างผู้พิทักษ์อีกหนึ่ง สงสัยแค่เป็นการทดสอบ ” อัลฟรีดเอ่ย “ ในอนาคตจักรวาลนี้อาจจะเจอเรื่องไม่คาดฝันก็ได้ เธอควรเตรียมตัวไว้ให้ดี ”

เด็กหนุ่มพยักหน้าตอบ แต่นัยน์ตานั้นกลับแสดงความปวดร้าวที่หยั่งลึกในจิตใจออกมา และเขาได้ทำสิ่งที่อาจจะเรียกว่าเป็นหายนะแก่จักรวาลไปโดยไม่มีใครรู้ และตัวริซาร์ดเองก็ไม่รู้เช่นกัน
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby DJ_pond on Wed Mar 05, 2008 10:08 pm

จบไปอีกตอนแล้วครับ เหอๆๆๆ ไม่มีคนอ่านเลยนะนี่ แสดงว่าเราคงแต่งห่วยเกินขนาด-*-
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Postby The Firemind on Wed Mar 05, 2008 10:42 pm

เพราะบอร์ดผมคนน้อยเกินต่างหากล่ะครับ T_T


ช่วงนี้เว้นช่วงระยะห่างของการลงแต่ล่ะตอนให้นานๆ หน่อยก็ดีครับ

ไม่ั้งั้นจำนวนคนแค่นี้ย่อยไม่ืัทัน T_T
Image
สิ่งใดเล่าจะมาเปลี่ยนแปลงพวกเราได้...? ในเมื่อเราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับสงครามและความโหดร้าย
เมื่อความรุนแรงและความเห็นแก่ตัวแปดเปื้อนจนชำระล้างไม่ออก... ใครเล่าจะเปลี่ยนแปลงพวกเราได้?
ไม่มีใคร... นี่คือความเป็นมนุษย์... เป็นความเที่ยงแท้ที่แม้แต่เทพเทวดาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง.....
User avatar
The Firemind
WarLord พยัคฆ์สมุทร
WarLord พยัคฆ์สมุทร
 
Posts: 156
Joined: Fri Feb 08, 2008 5:17 pm
Location: นครพยัคฆ์สมุทรแห่งที่ 3

Postby DJ_pond on Fri Sep 05, 2008 8:54 am

บ่มีอะไรเด้อ
User avatar
DJ_pond
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 30
Joined: Sat Feb 16, 2008 9:56 pm

Previous

Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron