นิยายนี้เป็นเรื่องที่ 3 ของข้าพเจ้า ผู้ไม่ค่อยมีชื่ออะไรนักหรอกในวงการนี้ มีก็แต่ชื่อในด้านลบๆ มันน่าภาคภูมิใจมั้ยเนี่ย
นิยายเรื่องนี้ก็เป็นนิยายแนว Sci-Fi ผสมเวทย์มนต์ และสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ โดยจะเน้นที่มนุษย์เป็นหลักนะครับ อาจจะมีมุขตลก และเศร้าบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติที่นิยายต้องมีแหละ
ใครจะติ จะชม จะสับก็เชิญได้เลยครับ ผมยินดีที่จะรับเอาไปปรับปรุง
[hr]
~CrystalCoreCrisisChronicle~[สงครามผลึกแห่งดวงดาว]
ตอนที่ 1 ความมหัศจรรย์ของผลึกวิเศษ
ณ โลกใหม่ ยุคจักรวาลที่ 2 S.D. 498 นับว่าเป็นความก้าวหน้าของเหล่ามวลมนุษยชาติที่สามารถคงอยู่รอดได้จากการสิ้นจักรวาลครั้งแรก
โดยการระเบิดของบิ๊กแบ๊งครั้งที่ 2 อันเป็นผลทำให้เกิดการกระจัดกระจายของเหล่ามวลสารต่างๆอีกรอบ
เนื่องจากมนุษย์เราได้คิดค้นเทคโนโลยี Null Environment ซึ่งช่วยป้องกันผลกระทบจากการระเบิด ทั้งรังสี ความร้อน และปฎิกริยาต่างๆอันเป็นผลร้ายต่อมนุษย์ จึงทำให้สามารถรอดพ้นจากวิกฤตการณ์ในครั้งนั้นไปได้ แต่ก็ทำได้แต่ปกป้องสิ่งมีชีวิตได้เพียงบางกลุ่มเท่านั้น เนื่องจากข้อจำกัดทางเทคโนโลยี
ปัจจุบันสภาพแวดล้อม และสิ่งมีชีวิตต่างๆภายในโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งรูปร่าง กลิ่น สี รส และการสัมผัส ทำให้เราเหล่ามนุษย์ต้องเริ่มต้นวิจัยกันใหม่ และได้สร้างเป็นอาณาจักรลอยฟ้าขึ้นมาเพื่อแยกการคงอยู่ของเหล่าเผ่าพันธุ์
ที่เริ่มหลากหลายขึ้น และเพื่อค้นหาความลับของสิ่งมีชีวิตใหม่ขึ้นอีกครั้ง อาณาจักรนี้มีชื่อว่า โทรโฟสเฟียร์
และจะเรียกอาณาจักรรวมๆบนพื้นโลกว่า เคอัส โดยที่ทางฟากฟ้าได้สร้างยานพาหนะใช้ในการเดินทางระหว่างบนฟ้าและภาคพื้นนั้นก็คือ เรือเหาะ โดยเทคโนโลยีที่สามารถต้านแรงดึงดูดของดวงดาวได้แล้วทำให้ยานบินแบบไม่ต้องใช้เชื้อเพลิง
นี่ไม่ใช่สิ่งเพ้อฝันอีกเลย ลักษณะเรือเหาะก็มีหลายแบบ แล้วแต่ความต้องการที่จะใช้เพื่ออะไร
อาทิเช่น ใช้ขนส่งสินค้า ใช้ออกสำรวจ ใช้เดินทางระหว่างเมือง เป็นต้น ภายในอาณาจักรลอยฟ้าประกอบไปด้วย ตึกทรงรูปร่างแปลกๆ เพื่อจัดระเบียบการอยู่อาศัยของมนุษย์ให้เป็นระเบียบ ในพื้นที่อันจำกัด ทิศทาง และแผนผังของเมืองจึงเป็นแบบเน้นรวมเข้าสู่จุดศูนย์กลาง โดยตรงกลางก็คือที่ตั้งของสหพันธ์คอร์เมอร์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยิ่งใหญ่ และมีอำนาจมากที่สุดในอาณาจักร
บนถนนสแควร์แห่งหนึ่งสายละติจูดที่ 77 และสายลองติจูดที่ 69 โดยสภาพการจราจรภายในเมืองก็ยังคงใช้รถอยู่แต่เป็นแบบรางไฟฟ้ากันหมดแล้ว ทำให้ประหยัดเชื้อเพลิงได้มาก โดยเทคโนโลยีลอยตัวของแม่เหล็กมาดัดแปลงกับตัวรถ และถนนต่างๆก็เป็นแบบไขว้กันเป็นรูปตัว X หรือสี่แยกดีๆในบ้านเรานั่นเอง แต่ในเรื่องนี้จะเรียกว่าถนนสแควร์
และด้วยเทคโนโลยีนำทางที่ใช้ในระบบยานอวกาศก็ถูกนำมาใช้ด้วย ทำให้ลดปัญหาในการขับขี่ไปได้มาก แต่ก็ยังคงมีระบบแมนวลที่ต้องบังคับด้วยมือเพราะความเคยชินอยู่ดีนี่นแล
"เฟี้ยว..." เสียงรถเครื่องปราศจากมลพิษคันหนึ่งเพราะใช้ไฟฟ้านั่นเอง ได้วิ่งอยู่กลางถนนสแควร์นั้นด้วยความเร็วสูง
"ปลอดๆๆๆๆ" เสียงปืนกลติดรถไฟฟ้า 4 ล้อคันหนึ่งได้ยิงตามหลังมาที่รถเครื่องคันนั้นอย่างต่อเนื่อง และขับตามตามอย่างกระชั้นชิด
สาวสวย หน้าตาคมเข้ม นัยต์ตาสีน้ำตาลอ่อน ผมสีน้ำตาลแดงยาวปะบ่า ชุดผ้าสังเคราะห์สีขาวยาวถึงต้นขามีซิบรูดด้านหน้าแค่นิดหน่อย และใส่เสื้อยืดด้านในสีน้ำตาลแดง กางเกงรัดรูปขาสั้นสีดำ สวมรองเท้าบูทสังเคาระห์สีดำ และต้นขาด้านซ้ายก็พันผ้าพันแผลสีชมพูไว้นิดหน่อย
ที่สำคัญผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงถึงต้นขาที่ดูพลิ้วสไวบนหลังเธอช่างดูงามนักแล ซึ่งกำลังขี่รถเครื่องไฟฟ้านั้นได้หันหน้าไปมองข้างหลัง และได้ล้วงวัตถุกลมๆลูกหนึ่งออกจากกระเป๋าข้างเอว ปาใส่รถไฟฟ้า 4 ล้อที่ตามหลังคันนั้น
"เอานี่ไปกินซะ" สาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงกล่าว ลูกบอลลูกนั้นได้ค่อยๆลอยไปกระทบกับกระจกด้านหน้ารถอย่างจัง
"แผละ" เสียงลูกบอลนั้นแตกออกและการเป็นสารยางยืดออกปิดบังกระจกหน้ารถนั้น
ทำให้คนในรถไม่สามารถมองเห็นอะไรได้
"เอี๊ยด... โครม... ตูม" เสียงรถคันนั้นได้เบรคกระทันหัน พร้อมกับวิ่งเข้าไปชนรถบรรทุกไฟฟ้าที่กำลังวิ่งตามมาด้านข้างอย่างจัง ทำให้เกิดการระเบิดขึ้น
"เมื่อไหร่จะถึงซะทีนะ" สาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงกล่าวด้วยสีหน้าร้อนรน เหมือนกำลังทำอะไรสักอย่างที่ร้ายแรงเอาไว้แต่ไม่รู้ว่าถูกรึผิด
ในความคิดกึ่งความฝันของสาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงได้ปรากฎภาพบางอย่างออกมา
"5 5 5 แม่มาเล่นลูกบอลกับหนูหน่อยสิค่ะ" สาวน้อยวัยเด็กหน้าตาแอ๊บแบ๊วคนหนึ่งหัวเราะเล่นกับแม่ของเขา
"ไม่ได้หลอกจ๊ะ แม่ต้องรีบไปทำงานแล้วละ วันนี้มีธุระสำคัญด้วย ก็เล่นกับโรโบ้ไปก่อนสิ" แม่ของสาวน้อยกล่าว
"โรโบ้ ทำไมถึงไม่มีใครเล่นกับหนูเลย ฮือๆ" สาวน้อยกล่าวด้วยท่าทีเศร้าๆกับหุ่นยนต์สุนัขที่ชื่อ โรโบ้ ของเธอ
แว้บหนึ่งผ่านไป
"แม่ จะเอาแม่หนูไปไหน" สาวน้อยกล่าวด้วยด้วยความตกใจ ที่เห็นทหารต่างมารุมจับแม่ของเขา
"ลูก แสงสีขาว อย่าได้สับสนเด็ดขาด" แม่สาวน้อยได้กล่าวไว้ก่อนจะโดนทหารในชุดไซบอร์กจับตัวไป
ตัดกลับมาที่สาวสวยที่กำลังขี่รถเครื่องไฟฟ้าด้วยความเร็วสูงบนเส้นทางที่มุ่งหน้าสู่โคลอสเซี่ยมซึ่งเป็นสถานที่
รวมประวัติศาสตร์ของมนุษย์ทั้งหมดซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเมือง
"แสงสีขาว" สาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงกล่าวด้วยสีหน้ากังวลใจนิดหน่อย
"ครืนๆๆ" เสียงเรือเหาะลำหนึ่งลักษณะคล้ายๆปลาโลมา โดยมีข้างบนเป็นทางเดินมีราวเหล็กไว้เกาะโดยรอบ บินมาด้วยความเร็วสูงมาดักหน้าสาวสวยพันคอสีน้ำตาลแดง ทำเอาตะลึงไปชั่วขณะ
"ฟุ่บ ๆ ๆ ๆ ๆ" เสียงเหมือนปล่อยกระสวยอะไรสักอย่างออกจากยาน มันมีลักษณะเป็นพาหนะคล้ายหุ่นยนต์มีคนบังคับอยู่ตรงกลาง ค่อยๆลอยมาหาเธอ
"โจมตี" ทหารในชุดอัศวินในชุดรบเกราะหนักปกปิดมิดชิดตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าผู้หนึ่งตะโกนบอกคำสั่งให้ลูกน้อง
"ปรุ้ง ๆ ๆ" เสียงปล่อยจรวดออกมาจากทหารหุ่นยนต์ที่บินนั้นตรงมาที่เธอ
"ช้าค...ฟุ่บ..เฟี้ยว" เสียงเอี้ยวตัวหลบของรถดังขึ้น หลบจรวดที่ปล่อยออกมานั้นอย่างสวยงาม
"ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ" สาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงได้ควักปืนซึงมีลักษณะแปลกๆออกมาจากข้างหลังยิงเข้าใส่กลุ่มทหารบินเหล่านั้น
"ปุ ๆ ๆ ๆ" เสียงทหารหุ่นยนต์โดนยิง ทำให้ทหารที่ขับต้องสละยานออกมา
"เหวอๆๆๆ ตูม..." เสียงทหารร้องเสียงหลง ก่อนที่ยานหุ่นยนต์นั้นจะระเบิด แล้วทหารหุ่นยนต์ต่างก็โดนสอยร่วงเป็นว่าเล่น
"ต้องลงมือเองซะแล้วมั้ง" ทหารอัศวินกล่าว พลันกระโดดลงจากเรือเหาะ
"ฟู่ม..." เสียงเครื่องยนต์จากข้างหลังทหารอัศวินดังขึ้น พร้อมกับบินตรงมาที่สาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดง
"หอกเกรสเฮลโทน" ทหารอัศวินได้ตระโกนพร้อมกับฟาดอาวุธหอกสามง่ามของเขาไปที่ทั้งคนและรถอย่างรวดเร็ว ทำให้เธอต้องตัดสินใจทิ้งรถ และกระโดดหลบอย่างรวดเร็ว
"วู้ม... ฟุ่บ... ฉัวะ" เสียงหนึ่งดังขึ้นจากตัวหล่อนนั่นคือเครื่องสร้างแรงต้านแรงโน้มถ่วงเทียมขึ้นจากสวิตช์แถวอาวุธ ทำให้เธอสามารถกระโดดได้สูงมาก แต่เธอก็ต้องสูญเสียพาหนะไป
"หมับ" เสียงเธอกระโดดไปเกาะที่ทหารหุ่นยนต์ที่วนอยู่รอบเธอคนหนึ่ง พร้อมกับควักวัตถุก้อนกลมในกระเป๋ายัดใส่ในช่องว่างในพาหนะหุ่นยนต์นั้น ก่อนที่จะเหยียบหัวทหารหุ่นยนต์ที่กำลังจะระเบิด แล้วกระโดดขึ้นเรือเหาะนั้นไป
"ควับ ตุบ" เสียงเธอกระโดดลอยตัวขาชี้ฟ้า แล้วตีลังกาเอาขาลง จบด้วยท่าเอามือชันเข่าข้างหนึ่ง บนเรือเหาะอย่างสวยงาม ก่อนที่จะกวาดสายตาไปรอบๆตัวยาน
"ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ" เสียงเธอยิงปืน พร้อมกับวิ่งลุยดงทหารบนเรือเหาะไปเรื่อย จนเธอเข้าไปในตัวยาน
"พลั่ก" เสียงถีบหน้าทหารเต็มสองเท้าของเธอจนทหารสลบไป เธอได้เข้าไปด้านในเรื่อย ภายในยานค่อนข้างคับแคบมาก จนเธอเข้ามาถึงห้องบังคับการ
"นั่นสินะแท่นบังคับ" เธอกล่าว พร้อมกับกำลังวิ่งไป ทันใดนั้น
"ตูม เพล้ง ครืน..." เสียงระเบิดดังออกมาทางกระจกหน้าต่างหน้าแท่นบังคับ
"ฟู่มๆๆ ฟู่... ตุบ แก ทำแสบมากนักนะ" เสียงของทหารอัศวินนั่นเองค่อยๆหย่อนตัวลงสู่พื้น พร้อมกับกล่าว
"ก็ไม่ได้เลวไปกว่าพวกนายหลอก" เธอได้เปลี่ยนปืนเป็นดาบจากปุ่มสวิชต์แถวไกปืน อาวุธพิเศษที่ทางสถาบัน NTO วิจัยและพัฒนาขึ้น ไว้ต่อสู้ระยะประชิดและไกลได้ดี
"เช้ง..." เสียงปะทะกันระหว่างดาบกับหอกได้ปะทุขึ้น
"หอกแมกนั่มสเตบ ฟุ่บ" ทหารอัศวินตะโกนขึ้น แล้วจ้วงแทงหอกอย่างรวดเร็วไปที่หล่อน
"ชิ้ง... ควับๆๆ ปั่ก" เสียงดาบของเจ้าหล่อนหลุดมือกระเด็นไปปักอยู่บนพื้นซึ่งห่างจากตัวพอสมควรซะแล้ว
"ชิท" เสียงเธอบ่นนิดหน่อยก่อนจะกระโจนไปคว้าดาบ แต่ทันใดนั้น
"ฮึๆๆ หอกเกรสเฮลโทน" ทหารอัศวินนั้นยิ้ม พลางตะโกน พร้อมกับวิ่งไปที่อาวุธของหล่อน และเล็งที่ตัวหล่อนด้วย
"เปรี๊ยะ" เสียงหอกได้เสียบอะไรบางอย่างเข้าที่หน้าอกด้านซ้ายเธอ ซึ่งขณะนั้นเธอก็รีบกำดาบแล้วรีบลุกขึ้นกระโดดถอยไปตั้งหลัก
"อุลเตมา ๆ ๆ" เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากหน้าอกเธอ พลางเธอก็ควักอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าหน้าอกด้านซ้าย ซึ่งก็คือวัตถุต้นตอของเรื่องที่เธอเอามาจากสถาบัน มันได้ค่อยๆลอยขึ้นไปกลางอากาศพร้อมกับเปล่งแสงหลากสีออกมาชนิดนับไม่ถ้วนแต่มีอยู่ด้านเป็นแสงสีขาวล้วน
ทำให้หล่อนตัดสินใจกระโดดหลบไปตรงแสงนั้น วัตถุนั้นได้ค่อยๆปริและเกิดปฎิกิริยาฟิชชั่นแตกสลายออก
"แว้บ ว้าบ บรึ้ม" แสงค่อยๆแผ่ออกมา แล้วก็ระเบิดขึ้นเรือเหาะลำนั้นเละเป็นจุล เสียงกัมปนาทนั้นดังกึกก้องไปทั่ว
"ครืน ๆ ๆ วิ้ง ๆ ๆ ๆ" เสียงค่อยๆ สงบลงของเหตุการณ์นั้น ก็ได้ปรากฎร่างของเจ้าหล่อน สาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดง ได้ค่อยๆล่วงหล่นลงสู่พื้นโลก
ในป่าแห่งหนึ่งบนโลก
"แกรบ ใครเนี่ยมานอนตรงนี้ได้" มนุษย์คนหนึ่งหน้าตาคล้ายปลาแต่งชุดชาวบ้านกล่าว และได้อุ้มร่างสาวสวยผ้าพันคอสีน้ำตาลแดงไป
"Whitetning" ชื่อของอาวุธเธอที่มนุษย์ปลาเก็บไปด้วย













