by AILD on Tue Jul 01, 2008 8:56 pm
บทที่ 1
แสงแดดยามบ่ายที่ร้อนอบอ้าวกลับไม่เคยแผดเผาที่เบย์ฟรอนต์ เมืองท่าทางตะวันออกของซีเอร่า ลมที่เย็นสบายของที่นี่ต่างเป็นประโยชน์ต่อทั้งนักเดินเรือและประชาชนของเบย์ฟรอนต์เองเนื่องจากที่เมืองนี้เป็นเมืองอิสระ จึงทำให้ชาวซีเอร่าจากทุกส่วนสามารถเข้ามาติดต่อค้าขายกันอย่างสะดวกทำให้เมืองนี้ครึกครื้นเป็นพิเศษ จุดเด่นของเมืองนี้คือประภาคารสีขาวสะอาดที่สูงเด่นอยู่บนหน้าผาที่ยื่นเข้าไปในทะเล แม้มันจะมีประวัติมานานนับร้อยปีแต่จวบจนวันนี้มันก็ยังทำหน้าที่ได้ดีอยู่เพื่อนำทางนักเดินเรือในวันที่อากาศไม่ดี
เรือใบไม้ลำเล็กลอยลำอยู่กลางอ่าวเบย์ฟรอนต์อย่างไม่เกรงใจเรือสินค้าที่ต้องเดินทางเข้าออกอ่าวเลยแม้แต่น้อย เจ้าของเรือนั้นเป็นผู้ที่รู้จักกันดีในเหล่าชาวเบย์ฟรอนต์ด้วยกันนั่นเอง
ฟาร์ริส อันนาลิน เด็กหนุ่มอายุ 16 ผู้มีผมสีน้ำเงินเข้มและดวงตาสีคราม ผมที่ปล่อยไว้โดยขาดการดูแลจนถึงคอนั้นเป็นจุดเด่น
ชุดกะลาสีที่เขาใส่นั้นดูค่อนข้างเก่า ผิวที่ค่อนข้างขาวนั้นผิดกับวิถีชีวิตของเขาโดยสิ้นเชิง
ตระกูลของเขานั้นเป็นผู้ครอบครองประภาคารเบย์ฟรอนต์มาตั้งแต่เริ่มแรก ทำให้เขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรักในการออกทะเลออกไปจากสายเลือดได้ คันเบ็ดที่ถูกเสียบไว้ข้างเรือนั้นโค้งงออย่างรวดเร็วราวถูกถ่วงด้วยก้อนหิน เด็กหนุ่มที่เฝ้าสังเกตคันเบ็ดอยู่รู้ทันทีว่าสิ่งที่อยู่ปลายเบ็ดนั้นมีขนาดไม่เบาอย่างแน่นอน แรงกระตุกจากข้อมือของเด็กหนุ่มทำให้คมเบ็ดฝังลึกเข้าไปในเหงือกของปลาลองดีโดยฉับพลัน ฟาร์ริสใช้เท้ายันข้างเรือพร้อมออกแรงดึงเต็มที่ เพียงไม่กี่วินาทีก็รู้ผลของการต่อสู้ระหว่างคนและปลา
“เปรี้ยะ!!”
คันเบ็ดที่ฟาร์ริสใช้มาหลายปีนั้นหักสะบั้นลงด้วยแรงของปลาตัวนั้น ทิ้งให้อีกส่วนลงไปว่ายน้ำในทะเล ฟาร์ริสรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก เพราะปลาที่แรงเยอะกว่านั้นมากเขายังใช้คันเบ็ดนี้จับมาแล้วหลายตัว บางทีเขาอาจจะต้องรู้สึกถึงความพ่ายแพ้บ้างก็เป็นไปได้
แต่ยังไม่ทันจะวางคันเบ็ดลง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหลังเขา มันเป็นเสียงของนกอินทรีย์ และบางสิ่งก็พุ่งผ่านอากาศมาอย่างรวดเร็ว
“ฉัวะ!”
โลหิตสีแดงสดหยาดเยิ้มออกมาจากบาดแผลที่แก้มของฟาร์ริส วัตถุสีทองวาววับเมื่อต้องแสงตะวันเสียบอยู่ในเนื้อไม้ของเรือใบลำเล็ก เขาหยิบมันขึ้นมาดูอย่างฉงน มันเป็นซองจนหมายทำจากกระดาษแข็งที่ปิดตราประทับไว้เป็นคำว่า AD สีแดงสดตัดกับซองสีเหลืองทอง ฟาร์ริสเปิดซองจดหมายและอ่านมันอย่างตื่นเต้น
ึ
ถึงคุณฟาร์ริส อันนาลิน
คุณเป็นผู้ถูกคัดเลือกเพื่อเข้าเรียนในโรงเรียนนักผจญภัย แอดเวนตินุส ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงเรียนแห่งซีเอร่า หากคุณต้องการเข้าเรียนให้ขึ้นไปอยู่บนที่สูงภายในเที่ยงคืนของวันนี้ มิฉะนั้น เราจะถือว่าคุณสละสิทธิ์
แต่เราขอเตือนไว้ก่อนว่า การตัดสินใจในครั้งนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณไปตลอดกาล โปรดไตร่ตรองให้แน่ใจเสียก่อน
ลงนาม
อารามัส เดล
อาจารย์ใหญ่แห่งแอดเวนตินุส
เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นเหตุบังเอิญอย่างแน่นอน เพราะชื่อผู้รับนั้นเป็นชื่อของเขา ทั้งข้อเสนอ จากโรงเรียนอะไรไม่รู้ที่เขาเพิ่งจะเคยได้ยินชื่อในชีวิตของเขา ข้อเสนอนี้จะเปลี่ยนชีวิตเขาได้จริงหรือ ช่างเป็นคำถามที่น่าสนใจยิ่งนัก ฟาร์ริสพับซองจดหมายเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงก่อนจะแล่นเรือเข้าฝั่ง
เบย์ฟรอนต์ยามค่ำคืนนั้นแตกต่างกับตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง ผู้คนต่างแยกย้ายกันเข้าที่พัก ไม่ก็อยู่กันในบาร์ ประภาคารที่สูงเด่นนั้นส่องแสงสว่างเด่นชัดทั่วเบย์ฟรอนต์ แต่ที่ผู้คนมากมายไม่รู้คือมีเด็กหนุ่มผู้หนึ่งอยู่บนนั้นด้วย
ฟาร์ริสนั่งอยู่บนขอบของชั้นบนสุดของประภาคารพลางเติมน้ำมันลงไปในตะเกียงขนาดยักษ์ของประภาคาร ทางบ้านไม่สงสัยเลยที่เขาจะมาที่ประภาคารในยามดึกดื่นเพราะเขามีหน้าที่เติมน้ำมันเป็นประจำอยู่แล้ว
นาฬิกากระเป๋าของฟาร์ริสบอกเวลาว่าใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว แต่ฟาร์ริสยังไม่มีแววเหน็ดเหนื่อย สิ่งที่เขารอตอนนี้คือใครก็ตามที่จะมาพบเขา และถ้าเขาได้เข้าเรียนที่โรงเรียนนักผจญภัยจริงมันก็น่าจะเป็นอะไรที่น่าสนใจทีเดียว มีบางสิ่งบางอย่างผิดสังเกตในสายตาของฟาร์ริส จดหมายในมือของเขาเริ่มเรืองแสงสีทองอย่างช้าๆ ขณะที่เขากำลังตกตะลึงอยู่นั้นเอง ลมรุนแรงก็ซัดเข้ามาจนไฟประภาคารแทบมอดดับทำให้จดหมายเรืองแสงถูกซัดหลุดมือของฟาร์ริสไป เขาตัดสินใจอย่างรวดเร็วด้วยการยื่นมือออกไปคว้ามันแต่เขากลับพลาดตกประภาคารไป
เด็กหนุ่มพุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว เบื่องล่างนั้นเป็นโขดหินแหลมคมเป็นแนวยาว นี่คือทางเลือกของเขาจริงหรือ
ฟาร์ริสคิดก่อนจะหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม เขาตกกระทบกับบางสิ่งบางอย่างที่อ่อนนุ่ม ร่างกายที่อ่อนล้าจนลืมตาไม่ไหว
จึงต้องยอมหมดสติไป และเขาหวังว่าจะได้ตื่นมาพร้อมกับชีวิตใหม่ดั่งที่เขาหวังไว้ จะว่าไปแล้ว เขาขอแค่ได้ตื่นขึ้นมาก็ดีแล้ว
แสงแดดยามเช้าส่องปะทะกับหน้าของเด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงิน เพื่อปลุกเขาจากนิทรา ความรู้สึกนี้แปลกไปจากเดิม แดดที่เบย์ฟรอนต์ไม่บางเบาขนาดนี้ อากาศที่ค่อนข้างหนาวเย็นเริมทำให้ตัวหนาวสั่น ร่างกายที่รู้สึกเบาลงทำให้รู้ว่าเขาไปได้ใส่ชุดเดิมอยู่ ว่าแต่นี่เขาอยู่ที่ไหนกันนะ ความใคร่รู้สลัดความง่วงไปเสียสิ้น ทำให้ตาที่ลืมขึ้นมาต้องใช้เวลาสักนิดเพื่อให้ชินกับแสง
เขาอยู่ในห้องสีแดงมีชีวิตชีวา เตียงอ่อนนุ่มที่ปูผ้าสีทองตัดกับสีห้องนั้นอุ่นสบายชักชวนเขาให้นอนต่อ ตู้เสื้อผ้าทำจากไม้ดูโบราณนั้นอยู่ที่มุมห้อง โต๊ะทำงานที่ทำจากไม้นั้นมีสภาพไม่ต่างจากตู้เสื้อผ้าเลยสักนิด ฟาร์ริสเคลื่อนตัวลงจากเตียงอย่างเชื่องช้า สัมผัสแรกที่เขารู้สึกคือความอ่อนนุ่มจากพื้นพรมสีทองของห้อง หน้าต่างทั้งสองบานที่อยู่คนละด้านของเตียงชักจูงให้ฟาร์ริสเข้าหาโดยเร็วไว ภาพเบื่องหน้าทำให้เขาตะลึงไปเลยทีเดียว
“ที่นี่ไม่มีทางใกล้เบย์ฟรอนต์แน่”
นั่นเป็นคำแรกที่ฟาร์ริสเอ่ยตั้งแต่ตื่นขึ้นมาอยู่ในดินแดนแห่งใหม่ ป่าสนที่ทึบหนานั้นไม่สามารถมีอยู่ในทางตะวันออกของซีเอร่าอย่างแน่นอน บางที่เขาอาจจะอยู่ในส่วนลึกของซีเอร่าตะวันตกก็เป็นได้ ฟาร์ริสจึงมุ่งหน้าไปที่ประตูในชุดนอนที่เป็นสีน้ำเงินเข้มพอพอกับผมเขาเลยที่เดียว เขาบิดกลอนทองเหลืองที่ค่อนข้างลื่นผิดกับรูปลักษณ์ที่เหมือนว่าอยู่มาหลายร้อยปีก็ตาม
พื้นหินอ่อนที่หนาวเหน็บทำให้ฟาร์ริสต้องรีบย่ำไปในโถงหินที่ค่อนข้างมืดมิดเนื่องจากมีหน้าต่างเพียงสองบานที่ปลายทั้งสองด้าน เขาสามารถเห็นบันไดหินที่อยู่สุดทางได้อย่างสลัว บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยู่ที่นี่คนเดียวก็ได้ เพราะว่ามันมีประตูอยู่ริมทางเดินนับหลายสิบบานเลยทีเดียว ห้องเขาอยู่สุดทางเดินนี่นับว่าไกลจากบันไดพอสมควร เพื่อพิสูจน์สมมุติฐานที่เขาตั้งไว้ ฟาร์ริสจับลูกบิดของประตูห้องข้างเขาไว้แน่น ก่อนจะตัดสินใจเปิดเข้าไป
Last edited by
AILD on Tue Jul 01, 2008 9:02 pm, edited 1 time in total.
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!
