Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[F] Questra : Party quest

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

[F] Questra : Party quest

Postby twinsoul on Sat May 03, 2008 9:01 pm

Questra : Party quest
ตำนานเควสทร่า ภาค ภารกิจทีม

เนื้อที่นี้เก็บไว้เขียนข้อความคุยกันและแนะนำนิยายนะงับ อัพเดทวันที่หายเหนื่อยแล้ว - -"

นิยาย พรุ่งนี้เช้าจะมาลงนะงับ
User avatar
twinsoul
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 8
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:36 pm

Postby AILD on Sat May 03, 2008 9:30 pm

นิยายเรื่องนี้เปน แฟนตาซี ปาร์ตี้ทำเควส หรองับ

/me เผ่น
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby Zamma on Sun May 04, 2008 10:27 pm

ว่าแต่รูปนั้น ใช่ท่าน จขกท หรือไม่ ข้องใจตอบที

ปล.ไปและ ไม่มีอะไร ถามไปงั้นๆ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby กล้วยจัง on Tue May 06, 2008 5:10 pm

อ้าว เอามาลงที่นี่เหรอ
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby MiG-3.59NTF on Wed May 07, 2008 9:27 am

แล้วจะพยายามตามอ่าน
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

บทที่ 1 นับ 0 จาก 12

Postby twinsoul on Wed May 07, 2008 11:45 am

บทที่ 1
นับ 0 จาก 12

ท้องฟ้ายามรุ่งสางนั้น สดใสบาดตาทุกคู่ที่จับจ้องไปยังทุกทิศ มันสะท้อนให้เห็นถึงต้นไม้ใหญ่ตามริมทาง และถนนดินแดงให้ดูแล้วรู้สึกสดชื่น บนดวงตาคู่หนึ่ง เจ้าของดวงตานั้น หันไปมองทุ่งดอกไม้สีแดง และชมพูสดใสของดอกเบลลิ่งดรัม ที่มีดอกคว่ำลงเหมือนกับระฆัง ดูสวยงามไปอีกแบบ ก่อนจะเดินตัดผ่านไปอย่างร้อนรน

เท้าทั้งสองข้าง ย่ำผ่านกอหญ้าและทุ่งดอกไม้อย่างไม่ใส่ใจ เพราะในดวงตาทั้งคู่นั้น เพ่งมองแต่ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้า แม้ว่าจะต้องเดินออกจากทางสายหลักไกลพอสมควร แต่ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะบริเวณที่เป็นทุ่งหญ้าปนทุ่งดอกไม้ขนาดใหญ่แห่งนี้ จะมีไม้ยืนต้นสูงเพียงริมทางเดินที่เดินออกมาแล้วเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นไกลออกไปสุดสายตาจึงจะเห็นป่า ทำให้ต้นไม้ใหญ่ตรงหน้าของเด็กหนุ่มที่รีบร้อนเดินมานั้นเป็นเหมือนสัญลักษณ์นำทางได้อย่างง่ายดาย

กิ่งก้านใหญ่ที่อยู่ส่วนล่างนั้น ถูกเด็กหนุ่มกระโจนขึ้นไปคว้าเกาะ ก่อนจะพยายามดันตัวเองขึ้นไปนั่งเพื่อพักแรงกาย และตัดสินใจปีนป่ายมันขึ้นไป ผ่านหมู่กิ่งก้านสาขาน้อยใหญ่ ที่พยายามจะดันเด็กหนุ่มให้ตกลงไปเบื้องล่าง ไม่ก็พยายามที่จะฟาดเด็กหนุ่มให้รู้ตัวว่าไม่สมควรที่จะขึ้นมาให้ล่าถอยกลับลงไปแต่โดยดี แต่อุปสรรคเล็กน้อยเหล่านั้น ก็ไม่ได้ทำให้ดวงตาสีดำคู่น้อยๆ ลดประกายแห่งความมุ่งมั่นลงไป
ดวงตาสีดำคู่นั้น พยายามมองลอดใบไม้สีเขียวที่ขึ้นอยู่เป็นจำนวนมากและบังแสงให้กลายเป็นร่มเงาอย่างยากลำบาก และในที่สุดมือทั้งสองก็โผล่พ้นหมู่แมกไม้ของต้นไม้ใหญ่นี้เป็นผลสำเร็จ

สายตาที่เหนื่อยล้า หันไปมองผืนป่าเขียวขจีอันทอดตัวพาดผ่านภูเขาสูงด้านซ้ายที่งดงาม ก่อนจะสบกับทุ่งดอกไม้อันกว้างใหญ่ ไกลออกไปเป็นทางเดินที่ถูกปูพื้นด้วยดินแดง รายล้อมสองข้างทองด้วยต้นไม้สูงใหญ่ด้านขวา ความเหนื่อยล้าที่บังคับตัวเองให้ออกมาแต่เช้าตรู่ ผ่านป่าที่มีระดับอสูรค่อนข้างจะสูงพอสมควรอย่างไม่เกรงกลัวนั้นเริ่มถูกบรรเทา แม้กระทั่งเท้าเปล่าที่ย่ำมาเกือบสามชั่วโมงด้วยความเร็วสูงก็เริ่มหายปวด เพราะเขามาถึงที่หมายแล้ว

“ดีนะ... ที่วูฟเฟรนไม่อยู่...” เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันมองลงไปด้านล่างของต้นไม้จากยอดบนสุดราวกับจะค้นหาอะไรสักอย่าง ซึ่งประกายแสงสีเขียวนั้นลอดผ่านง่ามนิ้วมือขวาของเขา อย่างเตะตา จนเขากระโจนตัวลงไปอย่างไม่คิดชีวิตทันที!

ร่างเล็กๆ ลอดผ่านกิ่งไม้ขนาดเล็กบนยอดต้นไม้ ก่อนที่สายตาจะพลันเหลือบไปเห็นใบไม้ที่มีรัศมีแสงสีเขียวส่องสว่างจ้า แต่ตัวของมันเองเป็นสีขาวโปร่งแสงราวกับว่าได้ขับสีออกมาเป็นรัศมีหมดแล้ว เด็กหนุ่มเอื้อมมือไปคว้าทันควัน และใบไม้นั้นก็มาอยู่ในมือของเขาเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่แรงดึงดูดจะกระชากตัวเขาให้หล่นลงไปกระทบกิ่งไม้ใหญ่ที่อยู่ล่างสุดของต้นไม้อย่างจัง

เด็กหนุ่มกระวีกระวาดยันตัวลุกขึ้นและกระโดดลงจากต้นไม้ ก่อนจะออกวิ่งทันทีราวกับกำลังแข่งกับเวลาอย่างไรอย่างนั้น สองเท้าเปล่าย่ำผ่านดอกเบลลิ่งดรัมอีกครั้ง กลีบดอกไม้สีแดงสด และสีชมพูหวาน ถูกแรงจากฝ่าเท้าและท่อนขาของเด็กหนุ่มเตะจนปลิดออกจากขั้ว และปลิวฟุ้งสูงขึ้นมาต้องลม จนกลีบดอกไม้ปลิวว่อนไปทั่วบริเวณอย่างสวยงาม

ฝีเท้าของเด็กหนุ่มยังคงเร็วอย่างสม่ำเสมอ ผ่านทุ่งดอกไม้ในเวลาไม่นานนักสำหรับเด็กอายุ 12 ปี ที่ผอมแห้งแรงน้อย อาจถึงขั้นเรียกว่าขี้ก้างก็ได้ เท้าทั้งสองพาเด็กหนุ่มเข้าสู่ทางเดิน ก่อนที่จะพบสิ่งผิดปกติตรงหน้าทันที

บรู๋วววววววว!!!

เสียงหอนดังลั่น จนต้นไม้ใกล้เคียงถึงกับสั่นสะเทือนตามระดับเสียงที่สูง แม้แต่เด็กหนุ่มที่ถือใบไม้อยู่ในมือก็ยังต้องอุดหูอย่างเสียไม่ได้ และมองอสูรตรงหน้าให้ชัดเจนอีกครั้ง

หมาป่าตัวใหญ่ ที่สูงประมาณเมตรครึ่ง มีลำตัวยาวตั้งแต่หัวจรดหางกว่าสามเมตรครึ่ง หางที่เป็นฟูฟ่องสะบัดตัดอากาศเสียงดังอย่างน่าเกรงขาม ขนสีทองที่ผิดจากหมาป่าทั่วไปบ่งบอกถึงระดับและความอันตรายให้ได้รู้แก่บุคคลทั่วไป ดวงตาสีแดงสดราวกับเลือดจ้องเด็กหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ซึ่งแน่นอนว่าการที่ได้เห็นเหยื่อตรงหน้า ย่อมจะทำให้หมาป่าอดที่จะขับเขี้ยว เคี้ยวฟันไม่ได้

“วูฟเฟรน...” เด็กหนุ่มรู้จักมันดี อสูรชนชั้นราชันย์ระดับ 80 ที่แน่นอนว่ามันคอยเฝ้าต้นอิกเซน่าอยู่ทุกวัน เพื่อเด็ดใบอิกเซลกิน และใบอิกเซลที่ว่า ตอนนี้อยู่ในมือของเด็กหนุ่มเป็นที่เรียบร้อย...

บรู๋วววววววว!!!

วูฟเฟรนเห่าหอนอีกครั้ง เผยเขี้ยวสีขาวขุ่นให้เด็กหนุ่มเห็น ก่อนจะออกวิ่งเข้าหาเด็กหนุ่มตรงหน้าทันที!
เด็กหนุ่มหันตัวกลับไปทางต้นอิกเซน่า ในหัวต้องการเพียงที่จะขึ้นไปบนต้นไม้ เพราะมันสามารถโค่นต้นไม้รอบๆนี้ได้ในพริบตา แต่ต่อให้มันโค่นต้นอิกเซน่าได้มันก็ไม่ทำ เพราะจะไม่มีใบอิกเซลอีกต่อไป

ฉัวะ!

ความเร็วของมนุษย์ไหนเลยจะสู้อสูรชนชั้นราชันย์ได้ มันตะปบกรงเล็บหมายจัดการเหยื่อในทีเดียวแต่ก็พลาด แผลเป็นทางยาวสี่แผลจากเล็บของมัน ลึกลงไปกลางหลังของเด็กหนุ่มกว่าหนึ่งเซนติเมตร ก่อนที่มันจะหยุดครู่หนึ่งเพื่อเลียเลือดของเด็กหนุ่มบนปลายเล็บสีขาวที่ถูกย้อมด้วยสีแดงอย่างเอร็ดอร่อย เปิดจังหวะให้เด็กหนุ่มเร่งรีบวิ่งไปโดยไม่สนใจความเจ็บปวดที่กลางหลัง ซึ่งต้องกัดฟันทนจนถึงขั้นน้ำตาไหล

เด็กหนุ่มวิ่งไปถึงต้นอิกเซน่าพอดีกับที่มันตามมาถึง เด็กหนุ่มกระโจนขึ้นไปและปีนป่ายขึ้นไปอย่างรวดเร็ว กิ่งเล็กน้อยตามทางที่เด็กหนุ่มปีนนั้นถูกกระแทกจากตัวของเด็กหนุ่มจนหักหล่นลงไปเบื้องล่าง ไม่นานนักทิวทัศน์ที่คุ้นเคยบนยอดต้นอิกเซน่าก็ปรากฏให้เห็นพร้อมกับความโล่งอก แต่เด็กหนุ่มหารู้ไม่ว่าพาตัวเองมาถึงทางตันแล้ว

วูฟเฟรนแสยะยิ้มก่อนจะกระโดดขึ้นเหนือยอดไม้ และสัมผัสกับกิ่งไม้อย่างแผ่วเบา ซึ่งน้ำหนักของมันที่ไม่น่าจะยืนบนกิ่งไม้เล็กๆได้ กลับสามารถทำได้อย่างไม่น่าเชื่อ เด็กหนุ่มที่เห็นมันกำลังยืนนิ่งนั้น รีบดันตัวขึ้นไปยืนเหนือยอดไม้ก่อนจะกระโดดลงไปด้านล่าง ซึ่งสูงกว่าสิบเมตรอย่างไม่คิดชีวิต

แต่จังหวะที่กระโดดลงมา เท้าของเด็กหนุ่มกลับไปขัดกับกิ่งไม้ กลายเป็นแทนที่จะเอาขาลง มันกลับเป็นการโหม่งโลกไปเสียแล้ว

“ไม่นะ...” เสียงอุทานเล็กๆของเด็กหนุ่มที่ไร้ทางป้องกันดังขึ้น พร้อมกับระยะทางฟุตสุดท้าย!
หมับ!

“เซฟ~~~” เสียงสดใสดังจากชายหนุ่มที่รับร่างของเด็กหนุ่มเอาไว้ และวางเขาลงกับพื้นในท่ายืนอย่างง่ายดาย

“อย่าว่าแต่ระดับเลยเฮอร์มิต อาชีพก็ไม่มี ฉันล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเด็กคนนี้จะมาที่นี่ทำไม” เสียงของหญิงสาวสูงปรี๊ดดังขึ้นด้านหลังของผู้มารับร่างเด็กหนุ่มไว้ซึ่งถูกเรียกว่าเฮอร์มิต

“ดูใบอิกเซลก็รู้แล้วล่ะ ใบที่สามารถบดเป็นยารักษาได้ทุกโรคไงวัลคิรี่” เฮอร์มิตตอบ ก่อนจะหันมายิ้มให้เด็กหนุ่ม

“ไอหนู ชื่ออะไรน่ะเรา” เฮอร์มิตยื่นใบหน้าที่ประดับด้วยคิ้วเข้ม ดวงตาใสดูลุ่มลึก ใบหน้าที่ดูมีอายุประมาณสามสิบต้นๆ กับรอยยิ้มที่ประดับนั้น ทำให้เด็กหนุ่มโล่งใจไปได้บ้าง

“เลอเซ็ทครับ เลอเซ็ท เบลสเซเรม” เลอเซ็ทตอบ ก่อนจะถูกเฮอร์มิตยีหัวเบาๆ เป็นเชิงบอกให้เขาสบายใจได้แล้ว

“พี่ชื่อ เฮอร์มิต อาร์เทมิส ระดับ 97 อาชีพ Link Punisher สาย Pow สังกัดกิลด์ 99-God (ไนน์ตี้ไนน์ก็อด) เป็นหัวหน้ากิลด์ ฉายาประจำกิลด์ หมัดเทพ ส่วนฉายาทั่วไป... Combat Emperor หรือเรียกง่ายๆว่า จักรพรรดินักสู้!” เฮอร์มิตแนะนำตัวเองอย่างละเอียดยิบเล่นเอาเลอเซ็ทตาค้างกับสรรพคุณ

“ส่วนพี่ วัลคิรี่ เซอัสเทียร์ ระดับ 96 อาชีพ Yang Master สังกัดกิลด์เดียวกัน เป็นรองหัวหน้ากิลด์ ฉายาประจำกิลด์ ยันต์สวรรค์ ส่วนฉายาทั่วไป Yang Emperor หรือ จักรพรรดิแดนหยาง!” วัลคิรี่แนะนำตัวก่อนที่ในมือของเธอจะส่องแสงสว่างเรืองรอง ซึ่งเลอเซ็ทยิ่งตื่นตกใจหนักเข้าไปอีก เพราะทั้งสองคนที่อยู่ตรงหน้า คือเจ้าของกิลด์ 99-God กิลด์ระดับสูงสุดแห่งโลกเควสทร่าในปัจจุบัน

Lord of Fight Charm!

วัลคิรี่ซัดยันต์สีเหลืองสว่างซึ่งเป็นต้นตอของรัศมีสีขาวประดับโดยรอบไปทางเฮอร์มิต ยันต์นั้นทาบเข้ากับตัวของเฮอร์มิตและกลืนหายเข้าไป ก่อนที่จะกลายเป็นเฮอร์มิตที่ส่องแสงสว่างเรืองรองออกมาแทน

“แค่นี้นะ!” วัลคิรี่ตะโกนเสียงดัง เฮอร์มิตที่ได้ยินก็เพียงแต่หันมายิ้มแห้งๆ ก่อนจะหันกลับไปรับกรงเล็บขนาดใหญ่ด้วยแขนขวาซึ่งเป็นเพียงมือเปล่า แต่เล็บของวูฟเฟรนก็ไม่อาจตัดแขนเปลือยเปล่านั้นให้ขาดสะบั้นได้
เฮอร์มิตกระโดดหลบกรงเล็บขวาของวูฟเฟรน อ้อมไปด้านขวาของมัน ก่อนจะต่อยเข้าไปเน้นๆ

ตูม!

User avatar
twinsoul
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 8
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:36 pm

Postby twinsoul on Wed Aug 13, 2008 8:47 pm

[size=117]บทที่ 1 ต่อ

เสียงหมัดปะทะเข้ากับเนื้อเน้นๆ ของเฮอร์มิตดังกระหึ่มราวกับระเบิดพลาสติคขนาดย่อม แต่ถึงกระนั้นวูฟเฟรนก็ไม่เสียศักดิ์ศรีของอสูรชนชั้นราชันย์ มันกระแทกตัวใส่เฮอร์มิตจนล้มลงกับพื้น ก่อนจะยกสองเท้าหน้าตะปบลงไปสุดแรง!

ปึง!

ท่อนแขนทั้งสองข้างของเฮอร์มิตปะทะกับอุ้งเท้าของวูฟเฟรน ซึ่งถ้าเฮอร์มิตพุ่งตัวเข้ามาช้าไปอีกเพียงเสี้ยววินาที ตำแหน่งที่ท่อนแขนจะใช้รับ คงเป็นเล็บอันคมกริบแทนแน่

เฮอร์มิตหันมายิ้มให้กับเลอเซ็ทและวัลคิรี่ โดยที่วัลคิรี่อ้าปากหาววอดอย่างเซ็งจิต เนื่องด้วยความเบื่อเข้าครอบงำ
“เร็วๆสิ อย่าให้ฉันต้องช่วยอีกได้ไหม” วัลคิรี่ตะโกนตอบจนเฮอร์มิตหัวเราะออกมาเบาๆ

เท้าขวาเตะขึ้นสู่อากาศอย่างรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน เสียงที่ตวัดแหวกอากาศนั้นดังราวกับเสียงฟาดของแส้ที่อยู่ในมือผู้ใช้แส้ระดับสูง ขาขวาหน้าของวูฟเฟรนถูกปะทะอย่างรุนแรงจนหักลงในทันที

วูฟเฟรนที่เจ็บปวดไม่ตอบสนองอะไรมากมายนักนอกจากหอนเสียงดังลั่น ก่อนจะฟาดเท้าซ้ายหน้าพร้อมกับที่คลื่นพลังแผ่ออกมาจากกรงเล็บจนเส้นผมบนหัวของเฮอร์มิตปลิวหลุดเนื่องจากหลบไม่พ้นรัศมีความอันตรายของมัน

“คนสวย” เฮอร์มิตหันมาขอสัญญาณช่วยเหลือ แต่วัลคิรี่กลับทำเพิกเฉย

“ค่าจ้างสองเท่า” เฮอร์มิตเอ่ยข้อเสนอแต่วัลคิรี่กลับลุกขึ้น และปัดเศษฝุ่นที่กระโปรงด้านหลัง ก่อนจะเดินไปเด็ดดอกเบลลิ่งดรัมสีชมพูหวานแหววอย่างสบายอารมณ์

“โอเค เอาไอเทมไป” เฮอร์มิตลั่นไกข้อเสนอสุดท้ายเพราะไม่อยากต่อรองมากมายนัก เพราะตอนนี้คลื่นพลังจากเล็บที่วูฟเฟรนสร้างออกมาไม่หยุดหย่อนนั้น นั้นเริ่มเรียกแผลบนลำตัวของเขาได้มากขึ้นทุกที

Fire Storm Charm!

ยันต์สีแดงสดที่มีลวดลายบนแผ่นยันต์สีเขียวสว่างถูกสร้างขึ้นในมือขวาของวัลคิรี่ มือขวาของเธอบรรจงทาบยันต์แผ่นนั้นลงบนอากาศอย่างดี มันลอยอยู่เหนือพื้นเมตรเศษ เพียงพริบตา เสาพายุเพลิงที่แทรกด้วยคมมีดสายลมสีเขียวภายในก็พวยพุ่งออกมาจากแผ่นยันต์ตรงไปทางวูฟเฟรนอย่างรวดเร็ว!

ตูม!

ผิวหนังของอสูรราชันย์ที่ยากจะระคายเคืองจากคมอาวุธนั้น ถูกเฉือนจากคมมีดวายุจนเป็นรอยแผลเหวอะหวะปะปนไปกับแผลไหม้ที่ถมลำตัวซีกซ้ายของมันจนกลายเป็นสีดำไปหมด

“ขอบใจมาก” เฮอร์มิตเอ่ยคำขอบใจ ก่อนจะตรงรี่ไปด้านข้าง ฝั่งเดียวกับแผลเก่าจากวัลคิรี่ พร้อมด้วยมือขวาที่เรืองแสงสว่างสีขาว มีริ้วพลังสีเขียวปรากฏจากหมัดนั้นเป็นระยะทั่วหมัด

ระเบิดสุญญากาศ!

เงียบ... เฮอร์มิตไม่รอฟังปฏิกิริยา เพียงหันหลังเดินกลับมาหาทั้งสองคนที่นั่งรออยู่เท่านั้น ซึ่งเมื่อเฮอร์มิตกลับมายืนตรงหน้าวัลคิรี่และเลอเซ็ทเป็นที่เรียบร้อย วูฟเฟรนก็ทรุดลงกับพื้น ก่อนจะ

ตูมมม!

ร่างของวูฟเฟรนระเบิดกระจายเป็นชิ้นๆ ซึ่งค่อยๆกลายเป็นฝุ่น และถูกสายลมอ่อนที่โชยมาพัดพาไป สายลมนั้นพัดเส้นผมสีเงินสว่างของวัลคิรี่ที่เสริมความสวยงามของเธอให้เด่นชัด เลอเซ็ทพึ่งจะได้สังเกตมันตอนนี้นี่เอง ว่าผู้หญิงที่ยืนข้างเขานั้นสวยงามขนาดไหน

“เฮอร์มิต! ไม่ตรวจดูไอเทมก่อนเล่า! สอนกี่ครั้งก็ไม่เคยจำ ตานี่!” วัลคิรี่ผุดลุกขึ้นชี้หน้าว่าเฮอร์มิตทันทีที่เห็นเฮอร์มิตกำลังยืนอวดตัวเองอยู่ ก่อนจะรีบวิ่งไปตรวจดูไอเทมทันที ทิ้งให้เฮอร์มิตหันไปยิ้มแห้งๆให้เลอเซ็ท

“ได้อะไรบ้างวัลคิรี่!” เสียงเลอเซ็ทตวาดลั่นทุ่ง ราวกับกลัวว่าวัลคิรี่จะไม่ได้ยิน เธอไม่ตอบ เพียงแต่ชูเขี้ยวสีขาวขุ่นขนาดหนึ่งนิ้ว ซึ่งที่โคนมีรูไว้ให้เส้นอะไรสักอย่างสีทองลอดผ่านเป็นวงกลมสำหรับสวมคอ ซึ่งวัลคิรี่เดาว่าน่าจะเป็นขนของวูฟเฟรน ที่ผูกตัวสร้อยคออย่างลวกๆ

“สร้อยคอเขี้ยวยุทธ์... แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อ” วัลคิรี่วิ่งกลับมาบอก ก่อนจะถามไปพร้อมๆ กัน

“อืม... คงต้องไปหุบเขาแดนทิพย์แล้วล่ะ แต่กลัวจะไม่ทันเที่ยงวันของวันนี้เนี่ยสิ” เฮอร์มิตตอบ ก่อนจะหันมายิ้มให้เลอเซ็ทอีกครั้ง สร้างความงุนงงให้แก่เลอเซ็ทเป็นอย่างมาก

“พวกพี่มาหาอะไรหรือครับ” เลอเซ็ทถามขึ้น

“ใบอิกเซลที่น้องถืออยู่ไง” วัลคิรี่ตอบอย่างไม่มีการเกรงใจ กลับกลายเป็นเฮอร์มิตเสียเองที่มีอาการเกรงอกเกรงใจแทน

“ช่างเถอะๆ น้องจะใช้ใช่รึเปล่าล่ะ ถ้าใช่ก็รีบกลับบ้านเถอะ มามะ เดี๋ยวพี่พาไปส่ง” เฮอร์มิตบอก ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าไหล่ของเด็กหนุ่มเอาไว้ และผลักเบาๆ เป็นเชิงให้นำทางไป

“ยังงี้ทุกที...” วัลคิรี่พูดเสียงสั่นเครือก่อนจะปาดน้ำตาที่กำลังไหลออกมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งเลอเซ็ทหันกลับมาเห็นแว่บหนึ่งพอดี

Light Speed Charm!

วัลคิรี่โยนยันต์สามใบสีฟ้าขึ้นไปบนอากาศ สูงเหนือหัวเธอขึ้นไปประมาณเมตรเศษ ยันต์ทั้งสามแยกไปฝังตามตัวของเธอ เฮอร์มิต และเลอเซ็ท ทำให้ร่างของทั้งสามมีแสงสีฟ้าสว่างเรืองรองทั่วร่าง เมื่อเลอเซ็ทเดินต่อไป ก็พบว่าเขาเดินเร็วกว่าเดิมหลายเท่าทีเดียว

“รีบไปเถอะ ยันต์นี้อยู่ได้แค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้นแหละ” เฮอร์มิตเป็นคนเร่ง เลอเซ็ทจึงออกวิ่งทันที โดยมีเฮอร์มิตและวัลคิรี่วิ่งตาม

เลอเซ็ทวิ่งมาถึงที่นี่ด้วยเวลากว่าสามชั่วโมง แต่ในตอนนี้ เขากลับตัดผ่านร่มไม้ ต้นไม้น้อยใหญ่ แม่น้ำสายเล็กๆ ทุ่งดอกไม้ริมทางสีแดงและชมพูสดใสภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียวเท่านั้น แถมยังไม่มีอาการเหนื่อยหอบให้เห็นอีกด้วย แสดงให้เห็นถึงระดับความสูงส่งของทักษะของวัลคิรี่ที่มากจริงๆ จนเมื่อเวลาของยันต์หมดลง แสงสว่างเรืองรองก็หายไป พร้อมกับที่ประตูหมู่บ้านปรากฏแก่สายตาของทั้งสามในระยะประชิด

“เลอเซ็ท!” ยามหน้าหมู่บ้านที่กำลังยืนสัปหงกอยู่นั้น เมื่อเห็นเลอเซ็ทยืนอยู่ตรงหน้า ก็ตะโกนลั่นด้วยอาการตกใจปนดีใจทันที

“ขอตัวก่อนนะครับ” เลอเซ็ทบอก ก่อนจะรีบวิ่งตรงไปที่บ้านของตนเอง ซึ่งอยู่ท้ายหมู่บ้าน ริมฝั่งภูเขานู่น เพราะเขาไม่ต้องการเสียเวลาในตอนนี้ โดยเฮอร์มิตและวัลคิรี่ก็ยังคงวิ่งตามไปต่อ

ปึง!

เลอเซ็ทที่มาถึงบ้านไม้หลังสะอาด ขนาดชั้นเดียว ก็รีบผลักประตูเข้าไปทันที แน่นอนว่าชาวบ้าน ที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงที่เห็นเลอเซ็ทกลับมา ก็รวมตัวกันมามุงดูหน้าบ้านกันทันที

“แม่ๆ ผมได้ใบอิกเซลมาแล้ว!”

ตูมมมม!!

“เฮอร์มิต อาร์เทมิส หัวหน้ากิลด์ 99-God ออกมาเดี๋ยวนี้!”

เลอเซ็ทพึ่งจะพูดกับแม่ของตน ที่กำลังนอนด้วยความเหนื่อยล้าบนเตียงจบประโยค ก็มีเสียงระเบิดพร้อมคำประกาศกร้าวดังขึ้นทุกแห่งหนในหมู่บ้าน จนผู้คนในหมู่บ้านแตกตื่นไปหมด ชาวบ้านที่มุงอยู่หน้าบ้านของเลอเซ็ทนั้นต่างวิ่งแจ้นหายกันไปในพริบตา

“เสียงนี้... เอ็นจี!” วัลคิรี่เมื่อได้ยินเสียงก็นึกได้ทันที ส่วนชาวบ้านที่ได้ยินว่าหัวหน้ากิลด์ 99-God ก็ตื่นตกใจทันที เพราะหัวหน้ากิลด์อันดับ 1 มีหรือจะมาทำธุระในหมู่บ้านขนาดเล็กอย่างที่นี่

“เสียงมันหนวกหูเป็นบ้า... ออกไปจัดการเสี้ยนหนามของกิลด์เรากันเถอะวัลคิรี่” เฮอร์มิตเอ่ย ก่อนที่จะถอดเสื้อคลุมสีดำที่ยาวจนปิดถึงขา กระทั่งส่วนฮู้ดยังปิดหน้าซึ่งเฮอร์มิตเลือกที่จะปิดหน้าเมื่อเข้ามาในหมู่บ้านแห่งนี้ ทิ้งไปกองกับพื้น เผยให้เห็นรูปร่างกำยำของเขา และเสื้อผ้ารัดรูปสีดำที่ฟิตพอดีกาย

“กลัวแต่ว่า 99-God จะล่มสลายก็วันนี้ล่ะ” วัลคิรี่ถอดเสื้อคลุมสีขาวออก ซึ่งเผยให้เห็นใบหน้าขาวผ่องงดงาม ที่ปิดบังเอาไว้ตั้งแต่เริ่มจะเข้าหมู่บ้านเช่นเดียวกับเฮอร์มิต

ทั้งสองออกวิ่งไปทันที โดยมีวัลคิรี่อัดยันต์ใส่ร่างของเฮอร์มิตและตัวเองไปกว่าหกใบติดๆ กัน ส่งผลให้ร่างของทั้งสองเคลือบด้วยแสงสีขาว และมีรัศมีแสงสีฟ้าและแดงพวยพุ่งออกมาแซมกันไปอย่างงดงามนอกจากนั้นยังมีดวงแสงสีเหลือง เขียว และม่วงลอยเวียนวนอยู่รอบตัวทั้งสองอีกด้วย

ทั้งสองวิ่งไปจนไปหยุดที่รูปปั้นหินรูปคน ซึ่งน่าจะเป็นผู้สร้างหมู่บ้านนี้ ตรงกลางของหมู่บ้าน มีกลุ่มคนใส่ผ้าคลุมสีแดงลายเพลิงสีเหลืองยืนรออยู่แล้วสิบกว่าคน

“แกมันบ้ามากเฮอร์มิต ดันออกมาจริงสะด้วย” เสียงเดียวกับที่ประกาศกร้าวในตอนแรกดังขึ้น ซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่ไม่ใส่เสื้อคลุมสีแดง เผยให้เห็นร่างท้วมๆ ผิวสีดำ ผิวหนังหยาบกร้าน ดูแล้วชวนให้รู้สึกสยดสยองไม่มีผิดและยิ่งหากได้ยืนข้างๆ คงรู้สึกสะอิดสะเอียนไม่น้อย

“เออ ฉันมันบ้า แต่ก็ไม่ถึงขนาดแกหรอกเอ็นจี” เฮอร์มิตเอ่ยท้าทาย เรียกเสียงหัวเราะจากปากสีแดงขนาดใหญ่ ที่อยู่บนใบหน้าตะปุ่มตะป่ำสีคล้ำออกดำบนร่างท้วมได้ดีเกินความคาดหมาย

“ก็มาตัดสินกันดูสิ!” เอ็นจีเอ่ยลั่น ก่อนจะไร้ซึ่งคำพูดใดใดกันอีก...

...“แม่รีบบดมันแล้วกินสิครับ!” เสียงรบเร้าดังจากเด็กหนุ่ม เลอเซ็ทเร่งเร้าเพราะแม่ของเขากำลังจะตายอยู่รอมร่อ แต่ก็ยังไม่ยอมบดใบอิกเซลด้วยนิ้วและกลืนมันลงคอไป เพียงแค่ถือมันหมุนไปมาเฉยๆ

“เลอเซ็ท ดันโต๊ะตัวนั้นออกมาจากผนัง” เสียงของผู้เป็นแม่ลั่นเพียงครั้งเดียว ก็สามารถทำให้ลูกชายที่กำลังมีอาการร้อนรนสงบลงบ้าง และทำตามแต่โดยดี

เลอเซ็ทดันโต๊ะไม้ใกล้ประตูทางเข้าบ้านออกไปด้านข้าง ซึ่งมันเผยให้เห็นว่าที่ขาโต๊ะของมันนั้น มีรูลึกอยู่ พอจะใส่ใบอิกเซลลงไปได้อย่างสบายๆ

“ใส่ใบอิกเซลลงไป” ผู้เป็นแม่โยนใบอิกเซลให้ลูกชาย ที่นิ่งค้างทันทีเมื่อคว้าใบอิกเซลไว้ได้

“แต่ว่า…”

“ไม่มีคำว่า ‘แต่’ เลอเซ็ท ใส่มันลงไป!” เสียงตวาดดังขึ้น เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดมาที่แม่ของเลอเซ็ทตวาดใส่เขา ทำให้เลอเซ็ทถึงกับน้ำตาคลอ

ปึง!

เสียงประตูอัดกระแทกพนังดังขึ้น พร้อมกับวัลคิรี่ที่ใบหน้าขาวผ่องกำลังโชกไปด้วยเลือดโถมตัวเข้ามา

“วัลคิรี่สินะ มาพอดี ส่งเฉพาะลูกชายของฉันไปก็พอ” แม่ของเลอเซ็ทยันกายลุกขึ้น และเข้าไปประคองวัลคิรี่ให้ลุกขึ้นยืน ทั้งๆที่ตัวเองก็แทบไม่มีแรงจะเดิน

“ทำไมคุณถึง...” วัลคิรี่ตื่นตะลึง เพราะเธอไม่รู้ว่าทำไมผู้หญิงตรงหน้าถึงรู้จุดประสงค์การมาของเธอได้

“The Oracle อย่างฉันไม่รู้สิแปลก แต่ช่างเถอะ เรื่องนี้แม่แต่เลอเซ็ทเองก็ยังไม่รู้เลย” แม่ของเลอเซ็ทเอ่ยบอก ก่อนจะคว้าใบอิกเซลมาจากมือของเลอเซ็ทและปล่อยมันลงไปในรูริมพนัง ความลึกของหลุม ทำให้แสงของใบอิกเซลเหลือเพียงแสงสลัวเล็กๆกลางรูสีดำมืดนั้น

“ไปสะเลอเซ็ท แล้วสักวันจะรู้ถึงเหตุผลทั้งหมดเอง... แล้วอย่าลืมไปเยี่ยมพ่อบ้างล่ะ” แม่ของเลอเซ็ทเอ่ยรวบรัด ก่อนจะผลักเลอเซ็ทให้ไปอยู่ในอ้อมแขนของวัลคิรี่ เลอเซ็ทได้แต่งุนงงจนตามไม่ทัน

วัลคิรี่ไม่รอช้า หยิบขนนกสีขาว ที่มีก้านเป็นสีทองสว่างสดใสออกมาจากกระเป๋า และโยนมันเหนือร่างของเลอเซ็ททันที

“ปีกสวรรค์ทาพาเร จงส่งเด็กคนนี้ไปสู่เมืองเลกันช่า เดี๋ยวนี้!” วัลคิรี่ออกคำสั่งอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง ทำให้เด็กหนุ่มตรงหน้าถึงกับหายงุนงง และพยายามออกวิ่งให้พ้นจากรัศมีของปีกสวรรค์ทาพาเรทันที แต่มันสายไปแล้ว ปีกสวรรค์ทาพาเรทำงานเรียบร้อย และส่งเขาให้ไปสู่เมืองเลกันช่าในพริบตา...

...“แม่!” เลอเซ็ทตวาดเสียงดัง ทำเอาคนตามถนนหันมามองเขาเป็นตาเดียว เลอเซ็ทเหลือบซ้ายมองขวา ก่อนจะพบว่าเขาไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านของเขาเสียแล้ว

“ที่นี่มัน...” เลอเซ็ทที่เห็นแม่ของเขาโยนขนนกลงไปนั้น มีอาการตกตะลึงจนทำให้เขาลืมชื่อเมืองที่วัลคิรี่ส่งเขามา

“ดูท่าจะถูกส่งตัวมาสินะ เลยไม่รู้ว่าไอเทมส่งมาที่ไหน ที่นี่คือเมืองนักสู้ เลกันช่า” พ่อค้าริมทางเท้าที่เผอิญได้ยินคำอุทานของเลอเซ็ทเข้า ก็ตอบให้ด้วยความยินดี

“แต่ว่า...” เลอเซ็ทยังคงมีอาการมึนงงอยู่เล็กน้อย ก่อนที่บนฟากฟ้าจะมีหญิงสาวผู้หนึ่งปรากฏขึ้น ซึ่งเธอคนนี้รากฎตัวเหนือน่านฟ้าของเมืองทุกแห่ง

“สภาความมั่นคงแห่งเควสทร่า ขอประกาศ ณ ที่นี้... กิลด์ 99-God ได้สับเปลี่ยนหัวหน้ากิลด์ จาก เฮอร์มิต อาร์เทมิส เป็น เอ็นจี แอนนอยร่า และกิลด์ 99-God ได้ถูกเปลี่ยนเป็นกิลด์ Fire Toad เป็นที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้ค่ะ นับจากเวลานี้ 3 วัน ไม่ว่ากิลด์ใดก็ตาม ห้ามเปิดสงครามกับกิลด์ Fire Toad รวมถึงการต่อสู้ส่วนตัวด้วยค่ะ

รายงานด่วน จากข้อมูลสถานการณ์ตรง ที่หมู่บ้านลิตเติ้ลเวจ เวลา 8.30 น.”

ภาพของหญิงสาวบนฟ้าหายไป พร้อมๆ กับการแตกตื่นของบรรดาชาวบ้านทั่วทุกมุมเมือง รวมถึงเหล่าเพลเยอร์เองก็ด้วย

เลอเซ็ทที่ฟังข่าวจบก็ถึงกับน้ำตาไหลอาบแก้ม วินาทีนั้นเองที่มีสิ่งหนึ่งตกลงมาจากกระเป๋าของเขา ซึ่งพ่อค้าริมทางหลายคนที่เห็นถึงกับตาลุกวาว บรรดาเพลเยอร์ที่เดินผ่านไปมาบางคนเองก็ทำท่าเหมือนจะเข้ามาหยิบ แต่เมื่อเห็นเด็กหนุ่มยืนน้ำตาไหลอยู่ข้างมันจึงได้แต่เดินผ่านไป

“นั่นมันสร้อยคอเขี้ยวยุทธ์ ของอสูรชนชั้นราชันย์นี่นา!” เสียงพ่อค้าคนหนึ่งดังขึ้นเพราะมีอาการตกใจมากกว่าคนอื่นที่เห็นแต่ก็แค่ทำตาลุกวาวและอยากได้ใจจะขาด จนคนอื่นที่ไม่ได้เห็นในตอนแรก จึงหันมามองด้วยปฏิกิริยาที่ใกล้เคียงกัน

เลอเซ็ทที่ได้ยินชื่อสร้อยคอที่คุ้นหู ก็ก้มลงหยิบมันขึ้นมา ก่อนจะพบว่ามีกระดาษที่พับไว้ตกอยู่ใต้สร้อยคอเส้นนั้นด้วย

ถึง เลอเซ็ท

นี่เป็นกระดาษที่ลงเวทมนต์อย่างลวกๆ เมื่อแกะมันออกมาอ่านแล้ว ตัวอักษรจะหายไปภายในสิบห้านาทีรีบอ่านล่ะ พี่คิดว่าตอนที่น้องอ่านจดหมายนี้ คือตอนที่กิลด์ 99-God ของพี่กลายเป็นของเอ็นจีไปแล้ว คงต้องบอกว่า มันหมายถึงชัยชนะของ เอ็นจี ซึ่งเป็นสมาชิกกิลด์ของพี่เอง พี่ต้องขอบอกว่ามันนิสัยหยาบช้าและหวังจะฮุบทรัพย์สินของกิลด์มาตั้งนานแล้ว ไม่นานมานี้มันพึ่งจะรวบรวมสมาชิกในกิลด์ ไปเป็นพวกของมันเอง ผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น

อีกอย่าง ถ้าน้องอ่านจดหมายนี้อยู่ มันหมายถึงว่าพี่และวัล
User avatar
twinsoul
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 8
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:36 pm


Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron