Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[S] REVIVE : ยังนึกไม่ออกรอแก้ไข

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกับ REVIVE คับ

ดีเยี่ยม
0
No votes
ดี
2
22%
พอใช้
7
78%
คุณพระช่วยเอากลับไปแก้ใหม่ซะ
0
No votes
 
Total votes : 9

Postby Zamma on Tue May 06, 2008 10:52 am

[align=center]หน้าที่ 21[/align]



“บอกอะไร” เชสเดินเข้ามาพร้อมกับเปล่งเสียงสูงเสียดรูหูทันที ทุกคนในห้องถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของเชส ส่วนจอห์นนี่ก็ยกมือขึ้นป้องหูเอาไว้ เมื่อได้ยินเสียงนั่น

“นายเป็นบอดี้การ์ดให้ชั้น มันก็หน้าที่ของนายสิย่ะ ฉะนั้นทำใจซะเถอะ” เธอยืนกอดอกพูดด้วยท่าทางมั่นใจในคำพูด และการกระทำของตนเองว่าถูกต้องแล้ว “ก็แค่วันนี้แหละ เพราะชั้นหมดสัญญากับพ่อของเธอแล้ว” มัลตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบๆเหมือนกับไม่ใส่ใจ เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของเชสแดงก่ำขึ้นด้วยความโกรธ เธอตะคอกใส่มัลเสียงดังลั่นทันทีว่า

“เชอะ ไม่มีนายชั้นก็หาคนใหม่ได้” พูดจบเธอก็หันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้ทุกคนในห้องนั่งปวดรูหูไปตามๆกัน เมื่อเนอิเห็นอย่างนั้น เธอก็จัดการรีบพันแผลให้มัลจนเสร็จ “พี่ค่ะ หนูไปดูเชสก่อนนะ” เนอิแสดงท่าทีเป็นห่วงเชส อย่างเห็นได้ชัด และเธอกำลังรอคำตอบของมัลอยู่ ส่วนมัลไม่พูดอะไร เพียงแต่พยักหน้าตอบรับกับเนอิ้ท่านั้น ส่วนจอห์นนี่ที่นั่งดูเหตุการณ์อยู่ด้วย ก็หันมามองมัลอย่างติดตลก

“สามปีแล้วนะ ยังไม่ลงรอยกันอีกหรือไง สงสัยจะไม่มีวันดีกันได้ซะล่ะมั้ง” เขาพูดและมองหน้ามัลเขม็งด้วยสีหน้ายิ้มๆ แต่มัลกลับมองสวนกลับมาด้วยสีหน้าเคืองๆ ราวกับว่าไม่ต้องมายุ่งน่า “ถ้ายังไงผมกลับก่อนล่ะ แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาใหม่” มัลพูดตัดบทก่อนที่อีกฝ่ายจะหาเรื่องมาแซวเขาต่ออีก “อืม ยังไงชั้นจะลองตามข่าวดู มีอะไรคืบหน้าชั้นจะบอกนายละกัน” จอห์นนี่ตอบรับพลางยกมือบอกลา ก่อนที่มัลจะเดินออกจากห้องไป

หน้าร้านนั้นมีเนอิที่ยืนรออยู่และเชสที่เดินนำลิ่วๆ ผ่านย่านการค้าไปโดยไม่สนใจใคร มัลมองหน้าเนอิและเขาก็ผยักหน้าให้หนึ่งครั้ง เป็นที่รู้กันสองคนว่า “ตามไปเป็นเพื่อนเค้าหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะมีปัญหาอะไรเข้ามาอีก” ก่อนจะจากกันเนอิหันหน้ากลับมาหามัลด้วยสีหน้าสดใสและรอยยิ้ม “แล้วเจอกันที่บ้านนะพี่” พูดเสร็จเธอก็ออกวิ่งตามเชสไป

ที่มัลให้เนอิตามไปเป็นเพื่อนของเชส เพราะว่าเขาและเธอคงไม่คุยกันไปอีกหลายชั่วโมง ส่วนเรื่องการคอยรักษาความปลอดภัยของเชสนั้น ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงเนอิก็สามารถจัดการได้อย่างสบาย เพราะเธอก็มีวิชาต่อสู้ติดตัวอยู่บ้าง ทั้งการยิงปืน อาวุธต่างๆ การต่อสู้ระยะประชิดและวิชาป้องกันตัว เมื่อทั้งสองคนเดินไกลออกไปจนลับตา มัลก็เดินไปด้านตรงข้ามอีกทางหนึ่งซึ่งมีสถานีรถไฟฟ้าอยู่ห่างจากย่านการค้าไม่ไกลเท่าไหร่ เขาเดินเข้าไปขึ้นรถไฟสายหนึ่ง ที่มีป้ายตัวหนังสือดิจิตอลของสถานีต่อไป กระพริบและวิ่งไปมาว่า “วีเทคโนโลยี” นั้นคือปลายทางที่เขากะลังจะไป
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue May 06, 2008 10:54 am

[align=center]บทที่ 3
วีเทคโนโลยี
หน้าที่22
[/align]







มัลยื่นมือเข้าไปที่แผงควบคุม ตรงทางเข้าชานชลา ก่อนที่จะมีแสงเลเซอร์บางอย่างแสกนที่หลังมือของเขา มันทำให้มีบาร์โค้ดปรากฏขึ้นจางๆ และเมื่อแสงเลเซอร์แสกนเสร็จ บาร์โค้ดนั้นก็จางหาย ไปเหมือนกับว่ามันไม่เคยมีอยู่ตั้งแต่แรก มัลเดินตรงไปที่ประตูรถไฟ ที่กำลังจอดรอรับผู้โดยสารอยู่ มีแผงตัวเลขปรากฏอยู่ตามเสาทั่วๆไปบริเวณนั้น แสดงให้เห็นเวลา “3.00” หมายถึงเวลาที่นับถอยหลังก่อนที่รถไฟจะเริ่มออกอีกครั้งภายในสามนาที

รอบๆชานชลานั้น มองไปทางไหนก็ไม่มีใครเลยซักคนเดียว บรรยากาศโดยรอบวังเวงและอ้างว้าง ราวกับว่าตอนนี้โลกทั้งใบมีแต่เพียงเขาเท่านั้น เมื่อมัลเดินตรงไปที่ประตูและเข้าไปภายในรถ เขานั่งลงบนเบาะที่นั่งภายในรถไฟ ทั้งขบวนรถไฟแทบจะพูดได้ว่า มีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ไม่มีแม้แต่นายตรวจ รถไฟสายนี้ปกติก็แถบจะไม่มีใครขึ้นมาใช้บริการซักเท่าไหร่ ส่วนมากคนทั่วๆไปจะลงที่สถานีก่อนหน้านี้คือ ย่านการค้าเพราะปลายทางนั้น เป็นที่ส่วนบุคคลและพนักงานของบริษัทวีเทคโนโลยีเท่านั้น เขานั่งลงคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก่อนที่จะมีเสียงสัญญาณดังขึ้นภายในชานชลา เป็นเสียงสัญญาณว่ารถไฟจะเริ่มออกขบวนแล้วตอนนี้ และเขากำลังจะไปที่จุดหมายปลายทาง ที่ซึ่งผู้ว่าจ้างของเขาทำงานอยู่ที่นั่น

เขากำลังจะไปคุยธุระสำคัญเกี่ยวกับหน้าที่รับผิดชอบ ที่เขากำลังจะเลิกทำหน้าที่บอดี้การ์ด ทั้งทีคอยคุ้มกันเชสมานานถึงสามปี ช่วงเวลาสามปีที่ผ่านมานั้น บางทีก็ทำให้เขารู้สึกอบอุ่น มันเป็นช่วงเวลาที่เด็กคนหนึ่ง ซึ่งมีชีวิตมาตลอดสิบแปดปี และชีวิตส่วนใหญ่ของเขากลับอยู่ในสงครามและการฆ่าฟัน มันทั้งป่าเถื่อนและโหดร้าย ยังมีเด็กอีกมากมายที่ต้องใช้ชีวิตในสงครามเหมือนเขา และมีไม่มากนักที่จะรอดชีวิตมา ได้แต่มัลก็เป็นหนึ่งในนั้นที่สามารถรอดชีวิตออกมา และได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่เด็กวัยรุ่นอย่างเขาสมควรจะได้อยู่

ปิ้งป่อง

เสียงสัญญาณครั้งสุดท้ายดังขึ้น ก่อนที่เขาจะกลับไปใช้ชีวิตอย่างที่เคยเป็น สิ่งที่เขาถนัดและทำมาเกือบตลอดชีวิตก็คือ การต่อสู้ ผจญภัย และสงคราม รถไฟเริ่มออกตัวอย่างช้าๆ มันค่อยๆเคลื่อนตัวไปตามราง ไปสู่จุดหมายปลายทางสุดท้าย ของสถานีรถไฟในเมืองสหพันธ์การค้า

หลังจากเหตุการยิงปะทะกันหน้าห้างสรรพสินค้าของกองรักษาการณ์ เชสเมื่อกลับถึงบ้านก็ได้รับคำสั่งกักบริเวณจาก เดวิโต้ ผู้เป็นพ่อทันที ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยและเป็นการลงโทษไปในตัว แน่นอนว่าเชสไม่สามารถโต้เถียงหรือแม้แต่จะ ออกความเห็นคัดค้านผู้เป็นพ่อได้เลย ข่าวต่างๆมากมายรายงานความคืบหน้าล่าสุด ของเหตุการณ์วันนั้น แต่ก็ไม่มีอะไรเพิ่มเติมมากไปกว่า การนั่งถกประเด็นและวิเคราะห์ สาเหตุของการปะทะกันครั้งนี้ และทหารกลุ่มนี้มาจากไหนต้องการอะไร มีนักวิเคราะห์และผู้สันทัดกรณีหลายราย มาให้ความเห็นและเสนอประเด็นโต้เถียง จนดูเหมือนจะเลยเถิดไปไกล
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue May 13, 2008 1:58 am

[align=center]หน้าที่ 23[/align]




สองวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เชสได้แต่นั่งดูทีวีอยู่ในห้องของตัวเอง ข่าวทีวีก็ยังคงเสนอประเด็นของเรื่องการยิงปะทะกันเช่นเดิม เชสทั้งเบื่อและหงุดหงิด เธอไม่สามารถออกไปไหนได้เลย เนื่องจากบอดี้การ์ดกว่ายี่สิบคน รายล้อมไปทั่วบ้านหลังใหญ่นี้ เธอทำได้แค่เดินไปมารอบๆ เธอแวะไปหาเนอิที่บ้านหลังเล็กๆ ซึ่งอยู่ในอาณาเขตพ้นที่บ้านของเธอด้วย แต่เดิมคือห้องเก็บของเก่า ที่ซึ่งเอาไว้เก็บของที่ไม่ใช้แล้ว แต่เมื่อมัลและเนอิย้ายเข้ามา เดวิโต้จึงได้สั่งให้ปรับปรุงเพิ่มเติมและทำความสะอาดซะยกใหญ่

เวลาส่วนมากของเชสตลอดทั้งวันหมดไปกับการ เดินเรื่อยเปื่อยในบ้านหลังใหญ่ของเธอเอง ซึ่งมีห้องมากกว่ายี่สิบห้อง บางครั้งเธอก็ไปลากเนอิให้มาเดินเล่นกับเธอ สำรวจบ้านทุกห้อง นอนเล่น นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย โดยที่เนอิไม่มีท่าทีเบื่อหน่ายเลยเมื่ออยู่กับเชส แต่ดูเธอจะกังวลอะไรบางอย่าง สีหน้าที่บางครั้งก็ดูเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่ บางครั้งก็เหม่อลอยนั่งมองอะไรอยู่คนเดียว ซึ่งเชสก็เดาได้ไม่ยาก เพราะเธอรู้ว่าเนอิกังวลอะไร สาเหตุก็คือมัลที่ไม่ได้กลับมาบ้านเลย ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุยิงปะทะหน้าห้างสรรพสินค้า เวลาผ่านเลยไปถึงสองวัน แต่ก็ยังไม่มีการติดต่อกลับมา แต่ก็เป็นเรื่องปกติในสายตาของเชส การที่มัลหายตัวไปเป็นระยะเวลานานๆเป็นเรื่องปกติในสายตาของเธอ แต่สำหรับเนอินั้น ไม่ว่ามัลจะหายตัวไปบ่อยและนานแค่ไหน เธอก็ยังห่วงมัลทุกครั้งที่เขาหายตัวไป

“เอาอีกแล้วนะ โรคคิดถึงพี่ชายน่ะ” เชสพูดขณะเดินถอยหลังพลางมองหน้าเนอิที่เดินตามหลัง แม้ว่าจะดูเหมือนใจลอยแต่เนอิก็ยังเดินตามเชสมาถูกบนทางเดินชั้นที่สองของตัวบ้านด้านทิศตะวันออก เธอมองดูหน้าเนอิพลางขมวดคิ้ว “แหม ก็ไม่เจอหน้าพี่ชายตั้งสองวันแล้วนี่นา ไม่รู้ว่าหายไปไหน ไปทำอะไรนี่” เนอิบอกออกมาพลางยิ้มแห้งๆ เหมือนกับว่าเธอกำลังถูกเพื่อน พูดตำหนินิสัยขี้กังวลอยู่ ทั้งสองคนเดินไปตามทางเดิน จนเจอเข้ากับห้องๆหนึ่ง ซึ่งอยู่ด้านในสุดทางเดิน กระจกหลายบานที่ติดอยู่ตามผนัง ไม่สามารถส่องแสงเข้ามาถึงประตูห้องบานนี้ได้ ทำความแปลกใจให้กับเชสได้ว่า ห้องๆนี้ช่างดูไม่คุ้นตาเอาเสียเลย

“นี่มันห้องอะไรกันน่ะ ชั้นนึกไม่ออกเลยแฮะ” เชสมองดูบานประตูสีขาวซีดๆ มันดูเหมือนกับว่า ไม่ได้ถูกเปิดมานานมากแล้ว เธอหันไปมองเนอิที่ยืนอยู่ด้านหลัง แต่ก็พบว่าอีกฝ่ายยังคงจะไม่เลิกครุ่นคิดถึง พี่ชายที่แสนดีของเธอได้ แม้ว่าในสายตาของเชส มัลจะเป็นแค่ชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาๆ นิสัยกวนใจเธอเป็นพิเศษ อีกทั้งยังพูดจาไม่เคยเข้ารูหูเลย

“เห็นแล้วหงุดหงิดจริงๆ เข้ามานั่งข้างในกันก่อนเถอะ แล้วชั้นจะถามอะไรเธอหน่อย” เชสบอกกับเนอิ เธอเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตู ก่อนที่จะค่อยๆหมุนอย่างช้าๆ ประตูเปิดออกมาอย่างนิ่มนวล ไม่เหมือนกับสภาพประตูที่ดูจะเก่าและซีดไปมากแล้ว อาจเป็นเพราะยังคงมีใครบางคน ดูแลรักษาสภาพของห้องๆนี้อยู่เป็นประจำ แต่ก็เห็นได้ชัดว่าขาดการดูแลมาได้พักใหญ่ๆ บานประตูเปิดออก ด้านในคือห้องรับแขกเก่าๆ ที่มีผ้าผืนใหญ่หลายผืน คลุมเฟอร์นิเจอร์ต่างๆเอาไว้ ทั้งโซฟา เก้าอี้และโต๊ะตัวเล็กๆสำหรับนั่งดื่มชา เชสเดินไปเลิกผ้าที่คลุมเก้าอี้ออก ฝุ่นลอยคละคลุ้งไปทั่วแต่ไม่มากนัก เธอนั่งลงพลางส่งสายตาไปยังเนอิที่ยืนอยู่ห่างออกไป “มานั่งก่อนสิ ชั้นมีอะไรจะถาม” เชสกวักมือเรียก ก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆเดินมานั่งลงตรงข้ามกับเธอ
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue May 13, 2008 2:00 am

[align=center]หน้าที่ 24[/align]




“มีอะไรเชส ทำไมต้องมานั่งคุยกันด้วย” เนอิถามอย่างสงสัยในพฤติกรรมของเพื่อนสาว “ชั้นก็แค่อยากจะรู้ว่า ทำไมเธอถึงต้องห่วงเจ้านั่นมากถึงขนาดนั้นด้วย” สายตาอันสงสัยของเธอจ้องมองไปยังใบหน้าของเนอิ ที่ตอนนี้ดูจะเขินอายเมื่อพูดถึงเรื่องพี่ชายของตน “เธอจะอยากรู้ไปทำไมกัน” เนอิพยายามพูดปัด แต่สายตาที่จ้องมองเข้ามาทำให้เธอรู้สึกอึดอัดกับการถูกเค้นเอาคำตอบจากคำถามของอีกฝ่าย

“เธออยากรู้จริงๆหรือ” เนอิถามอีกครั้ง หวังว่าอีกฝ่ายจะรามือไปเอง “ชั้นถามก็ตอบมาเถอะน่า วันนี้ว่างทั้งวัน ชั้นขี้เกียจไปเดินสำรวจบ้านแล้ว” เชสรบเร้าให้เนอิตอบคำถามของเธอ เนอิดูเขินอายและหน้าแดงก่ำอย่างไร้สาเหตุ เมื่อมีคำถามเกี่ยวกับมัล แม้ว่าจะเป็นเพื่อนคนสนิทถามก็ตาม “เอางี้นะเนอิ วันนี้ชั้นว่างทั้งวัน เธอลองเล่าเรื่องของเธอให้ชั้นฟังที ว่าเป็นไงมาไง ตั้งแต่เจอเจ้านั่นด้วยก็ได้นะ อย่างน้อยชั้นก็อยากจะรู้ไว้ และอีกอย่าง การโดนกักบริเวณมันทำให้ชั้นไร้อิสระนอกจากภายในบ้านหลังนี้ ดังนั้น ชั้นมีเวลาเหลือเฟือที่จะฟังเรื่องราวทั้งหมด” คำถามอันยืดยาวทำเอาเนอิไม่แน่ใจเท่าไหร่ ที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวของเธอเอง แต่แล้วหลังจากถูกรบเร้ามานาน เธอก็จนใจต้องเล่าออกมาให้เชสฟัง

“เรื่องราวมันเริ่มจากวันที่ชั้นเหลืออยู่ตัวคนเดียวในกองคาราวานเล็กๆกองหนึ่ง ตอนนั้นอายุประมาณสิบปีได้มั้ง กองคาราวานของพวกเราจะเดินทางไปเรื่อยๆ จากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมือง ท่องเที่ยวไปเรื่อยๆมืดไหนนอนนั่น ที่ๆไปเป็นประจำก็คือทางตอนใต้ของรีบอร์น เป็นช่วงชายแดนระหว่างเมืองและนอกเขตแดน ชั้นเดินทางไปกับแม่บุญธรรมที่รับชั้นไปอุปการะ ท่านชอบการเดินทางและท่องเที่ยว ทุกครั้งที่ว่างเราจะเดินทางทีละสองถึงสามสัปดาห์ แต่ว่าการเดินทางหนนี้กลับจบลงอย่างไม่คาดฝัน กองคาราวานถูกโจรบุกเข้าปล้น พวกผู้ชายไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่ ออกไปต่อสู้และคอยป้องกันผู้หญิงและเด็กๆ” สีหน้าของเนอิดูจะเศร้าหมองลง แต่เธอก็เริ่มเล่าต่ออีกครั้ง “ชั้นจำได้รางๆว่ามีระเบิดลูกหนึ่งลอยมาทางรถของพวกเรา มันเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่น รถเกิดพลิกคว่ำเพราะแรงระเบิด แม่เอาตัวเข้าบังชั้นไว้ขณะที่รถยังคงพลิกคว่ำไปหลายตลบ หลังจากนั้นชั้นก็สลบไป” สีหน้าของเชสที่ฟังเนอิเล่าเรื่อง ดูจะมีความสนใจมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เธอนั่งเท้าคางตัวเองอยู่บน โต๊ะน้ำชาตัวเล็กๆข้างหน้าเธอ สายตาจับจ้องเนอิไม่วางตา

“แล้วยังไงต่อ” เธอถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ราวกับเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ไม่นาน “เอ่อ.. ชั้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากสลบไป ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ แต่ดูเหมือนเหตุการณ์ต่างๆจะสงบลงแล้ว ไม่มีเสียงปืน ระเบิด มีแต่เสียงพูดคุยของชายหลายคน พวกเขาคุยอะไรกันชั้นก็จำไม่ได้แล้ว ตอนนั้นมีแต่ความหวาดกลัวที่เข้ามากุมหัวใจของชั้นเอาไว้ แม่ที่เอาตัวคอยบังชั้นไว้ก็ดูเหมือนจะสิ้นใจไปแล้ว ดูภายนอกไม่มีแผลอะไรใหญ่โตนัก แต่กลับมาเลือดไหลนองออกมากมาย ชั้นยังคงอยู่ในอ้อมกอดของแม่ ไม่มีแผลอะไรมากบนตัวของชั้น หลังจากตกใจอยู่ครู่หนึ่ง พวกของมันก็ค่อยๆรื้อและค้นหาของต่างๆ ตามร่างของผู้คนมากมายที่นอนแน่นิ่งอยู่ ห่างจากชั้นไม่ไกลนัก พวกมันรื้อค้นข้าวของอย่างไม่เกรงใจ ผู้เป็นเจ้าของเดิมเลยแม้แต่น้อย” สีหน้าของเนอิดูจะไม่ค่อยเศร้าหมองลงแล้ว ดูเธอจะทำใจกับเรื่องที่จะเล่าออกมาให้เชสฟังได้ดีขึ้น

“แล้วยังไงต่อล่ะ” เชสถามอย่างสนใจ ก่อนที่จะเอื้อมมือไปกุมมือของเนอิเอาไว้ “คราวนี้หลังจากที่พวกมันค้นหาข้าวของต่างๆได้มากพอ มันก็ตรงเข้ามายังรถที่คว่ำอยู่ คันที่ชั้นติดอยู่ข้างใน ไม่ช้าหลงจากที่พวกมันเดินวนไปมาก็รู้ว่า ยังมีชั้นที่รอดชีวิตอยู่อีกหนึ่งคน ร่างอันอ่อนแรงของชั้นค่อยๆถูกดึงออกมาจากซากรถที่พังยับเยิน พวกโจรยืนอยู่ข้างหน้ามากกว่าสิบคน เสียงพูดคุยของพวกมันดังก้องไปทั่ว ไม่รู้ว่าคุยอะไรกันเพราะหูของ
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue May 13, 2008 2:01 am

[align=center]หน้าที่ 25[/align]




ของชั้นมันอื้ออึงไปหมด ฟังไม่รู้เรื่อง แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องดีซักเท่าไร ชั้นถูกมัดแขนขาและถูกปล่อยให้นอนกองอยู่กับพื้นตรงนั้น”


เนอิหยุดพูดพลางสูดลมหายใจเข้าออก “ส่วนเรื่องต่อไปนี้จะเกี่ยวข้องกับพี่ชายล้วนๆเลยนะเชส” เชสหูผึ่งทันทีเมื่อชื่อของมัลหลุดออกมา “มีเจ้านั่นเข้ามาเกี่ยวกับเธอในตอนนั้นด้วยหรือ” เชสถามพลางรู้สึกแปลกใจ เท่าทีรู้มัลแก่กว่าเนอิและตัวเธอเองแค่หนึ่งปี เจ้านั่นตอนสิบเอ็ดแปดขวบเข้ามาทำอะไรในกองคาราวานที่ถูกปล้นนะ คำถามนี้ล่องลอยอยู่ในหัวของเชส เธอรู้สึกว่าเพื่อนชายคู่กัดคนนี้ มีอะไรที่เธอยังไม่รู้อีกมากมายเหลือเกิน

“ตอนนั้นชั้นกำลังมึนงงและอ่อนแรง นัยตาพร่ามัวมองอะไรไม่ชัดเจน แต่เท่าที่เห็นและจำได้ติดตาก็คือ มีคนประมาณสามถึงสี่คนร้องตะโกนเสียงดังลั่น และบุกเข้ามาต่อสู้กับโจรกลุ่มนั้น พวกเขาไม่มีอาวุธเลยสักชิ้นเดียว เกิดการตะลุมบอนขึ้น พวกโจรต่างก็ยิงปืนใส่พวกคนนิรนามอย่างเกรี่ยวกราด แต่น่าแปลกที่ยิงไม่โดนเลยแม้แต่คนเดียว หนึ่งในกลุ่มนิรนามคนหนึ่ง วิ่งตรงเข้าไปทางโจรที่ดูจะเป็นตัวหัวหน้าซึ่งชั้นนอนอยู่ข้างๆ เขาคนนั้นดูตัวเล็กกว่าอีกสามคนที่อยู่ไกลออกไป ชายนิรนามพุ่งเข้ามาต่ำมากจนแทบจะติดพื้นดิน เพื่อก้มหลบให้พ้นวิถีกระสุนปืน ที่อีกฝ่ายถือสูงขึ้นมาในระดับอก ไม่ทันที่หัวหน้าโจรจะเล็งปืนยิงได้ทัน ชายนิรนามก็กระโดดพุ่งตัวขึ้นมา ในระดับศรีษะของอีกฝ่าย เขาเตะเสยปลายคางเข้าใส่หัวหน้าโจรจนล้มลง ร่างของอีกฝ่ายค่อยๆหงายหลังลงสู่พื้น จากนั้นสิ่งที่ชั้นได้ยินอย่างชัดเจนและไม่มีวันลืมก็คือ”

เนอิหยุดพูดชั่วขณะ เหมือนกำลังนึกคิดว่า สิ่งที่เธอได้ยินนั้นคืออะไร “ใช่แล้วละคำพูดนั้นก็คือ ช่วยเด็กได้แล้วจัดการพวกที่เหลือได้เลย เสียงที่ฟังดูเล็กและใส ฟังดูก็รู้ว่าอายุไม่ห่างจากกันเท่าไร แต่น้ำเสียงกลับฟังดูราบเรียบและเย็นชา อย่างไม่เคยได้ยินมาก่อน เขาค่อยๆอุ้มร่างของชั้นขึ้นไว้ในอ้อมแขน ก่อนที่สติชั้นจะค่อยๆเลื่อนลางและขาดหายไปในที่สุด”

สีหน้าของเนอิดูจะมีความสุขเมื่อมีการพูดถึงมัล เชสสังเกตถึงสีหน้าและอารมณ์ที่แตกต่าง ระหว่างก่อนและหลังการพูดคุยได้อย่างชัดเจน เธอรู้สึกว่าถ้าการพูดคุยนี้ทำให้เนอิรู้สึกดีขึ้น เธอก็พร้อมที่จะนั่งฟังไปตลอดวัน แม้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเพื่อนชายผู้น่าหมันไส้ของเธอก็ตาม เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ระหว่างที่เชสและเนอินั่งคุยกันในห้องเก่าๆ เวลาล่วงไปจนเย็นมากแล้ว สิ่งต่างๆมากมายดำเนินไปตามวิถีชีวิตของตัวเองรวมทั้งมัลด้วย ตอนนี้เขากำลังทำอะไรอยู่ที่ไหนไม่มีใครรู้เลย....


บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องๆหนึ่ง ที่มีคนมากกว่าห้าคนนั่งอยู่รอบโต๊ะไม้สีน้ำตาลอ่อนๆความยาวสามเมตร ภายในห้องว่างเปล่าไม่มีอะไรประดับตกแต่งมากนัก นอกจากเก้าอี้และโต๊ะไม้ก็มีแค่ เครื่องฉายภาพสามมิติขนาดเล็กที่อยู่กลางโต๊ะ ชายหนึ่งในกลุ่มที่นั่งอยู่ก็เอ่ยออกเสียงทุ้มๆของเขาออกมาว่า
Last edited by Zamma on Tue May 13, 2008 2:03 am, edited 2 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue May 13, 2008 2:01 am

[align=center]หน้าที่ 26[/align]




“เราต้องเร่งดำเนินการป้องกันและปราบปรามพวกกบฏทันที จะชักช้าไม่ได้แล้ว” เสียงของชายอีกคนจากเก้าอี้อีกฝากหนึ่งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกี่ยวกราด “ใจเย็นไว้ก่อน การที่พวกกบฏรู้เรื่องนี้ได้นั้น แสดงว่าความลับของเรารั่วไหล และการที่จะทำอะไรต่อไปนี้นั้นต้องเด็ดขาดและรวดเร็ว” ชายคนที่สามพูดตัดบทด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบและดูสุขุม

“หากเป็นเช่นนั้นจริงคาดว่าตัวอย่างทดลองอาจไม่ปลอดภัย เราจะให้ตกอยู่ในมือของกลุ่มกบฏไม่ได้ ควรทำลายตัวทดลองทั้งหมดทิ้งทันที และนำตัวโค้ดเนมรีไวว์กลับมายังศูนย์วิจัยส่วนกลางทันที”ชายคนที่สี่พูดเสนอความคิดเห็นออกมา

“เห็นด้วยรึไม่” ชายคนสุดท้ายที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ ถามความเห็นของทุกคนที่อยู่ภายในห้อง ทันทีที่สิ้นเสียงพูดของผู้ที่นั่งอยู่หัวโต๊ะ ก็เกิดความเงียบเข้าปกคลุมภายในห้องทันที บรรยากาศในห้องนั้นเงียบสนิท แม้แต่เสียงหายใจก็ยังไม่มี แต่เพียงไม่นานก็มีเสียงพูดของใครบางคนดังขึ้นมาทำลายความเงียบที่มีอยู่ให้หายไป

“เห็นด้วย” สิ้นเสียงพูดของใครบางคนในที่นี้ คนที่เหลืออีกสามคนก็พูดตามขึ้นมาเหมือนๆกันว่า “เห็นด้วย” ทั้งหมดตอบเป็นเสียงเดียวกัน เหลือก็แต่ชายที่อยู่หัวโต๊ะเท่านั้น เขานั่งนิงราวกับจะพิจารณาอะไรบางอย่าง “เมื่อความเห็นของที่ประชุม เห็นพ้องกันทั้งหมด ดังนั้นจะมีการถ่ายทอดคำสั่งออกไปทันที” เมื่อการออกความเห็นจบลง ด้วยความเห็นเดียวกันทั้งหมด ชายคนหนึ่งก็ยื่นมือออกไปสัมผัสกับสวิตช์ที่อยู่บนโต๊ะ ทันใดนั้นก็มีภาพสามมิติโผล่ออกมาด้านหน้าของเขาทันที ในจอภาพปรากฏณ์ชายคนหนึ่งในชุดทหาร นั่งอยู่บนเก้าอี้ของโต๊ะทำงาน

“พันเอกโคลแมนนี่คือคำสั่ง” ชายคนนี้กำลังออกคำสั่งให้กับโคลแมนที่กำลังรอฟังอยู่จากอีกฝากหนึ่งของจอภาพสามมิติ “เริ่มการทำลายตัวต้นแบบที่ผิดพลาดและนำตัวโค้ดเนมรีไวว์ และหัวหน้าโครงการกลับมายังศูนย์วิจัยส่วนกลางภายในทันที”

“รับทราบ จะเริ่มภารกิจภายในสิบนาที” โคลแมนตอบรับคำสั่งของชายลึกลับอย่างนอบน้อม เมื่อสิ้นสุดการพูดคุย จอภาพสามมิติก็จางหายไปทันที ยังไม่ทันที่จะหยุดพักหายใจโคลแมนก็ทำการเปิดจอภาพสามมิติอีกด้านหนึ่ง พร้อมกับพิมพ์คำสั่งบางอย่างเข้าไป เพียงไม่นานนักก็ปรากฏให้เห็นชายในชุดทหารคนหนึ่ง ที่มีบาดแผลเต็มตัวยืนหันหลัง อยู่ในห้องพยาบาลมืดครึ้ม ไม่มีแสงไฟทั้งจากนอกหน้าต่างและหลอดไฟเลยในห้องนั้นเลย ชายในชุดทหารดูจะพึมพำอะไรบางอย่างกับตัวเองอยู่ เมื่อมองดูจากการติดต่อสื่อสารระยะไกล

“ชั้นมีงานให้แกทำ และมันเกี่ยวกับแผลระเบิด ที่หลังของแกด้วย ครอส” สิ้นเสียงคำพูดของโคลแมน ชายในภาพก็หันกลับมา เขาจ้องตรงเข้ามาที่จอภาพอย่างโกรธแค้น “งานชิ้นนี้มีเจ้าเด็กนั่นเกี่ยวข้องด้วยงั้นรึ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงผมจะเริ่มงานเลยทันทีเลย พันเอก” ครอสยิ้มแสยะพลางนึกถึงการต่อสู้เมื่อสองวันที่ผ่านมา เขายังคงไม่ลืมเรื่องที่พลาดท่าให้กับมัล และคราวนี้เขาจะเอาคืนให้สาสมกับที่มัลฝากรอยแผลไว้ที่หลังของเขา
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue May 13, 2008 2:05 am

[align=center]หน้าที่ 27[/align]





“สิ้นสุดปลายทาง สถานีสิ้นสุดปลายทางแล้วโปรดลงจากรถไฟด้วย ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ” เสียงจากลำโพงไร้สายในชานชลา ร้องบอกกับผู้โดยสารทุกคน ที่กำลังลงจากรถไฟขบวนสุดท้าย หรือจะพูดให้ถูกคือ สัญญาณนี้บอกกับมัลแค่คนเดียวมากกว่า ชานชลากว้างขวางโอ่โถดูสะอาดตา มีที่นั่งพักตามทางเดินหลายจุด เหมาะสำหรับผู้โดยสารมากมายที่จะนั่งพักได้ตามอัธยาศัย แต่ลานชลาที่กว้างขวางกลับต้อนรับแค่มัลเพียงผู้เดียว ไม่มีแม้แต่ผู้คน พนักงานรถไฟ หรือใครๆก็ตามอยู่ที่นี่เลย ช่างเป็นบรรยากาศที่แปลกประหลาด หากมีใครมาที่ชานชลานี้ แต่สำหรับมัลกลับเป็นเรื่องปกติ เพราะเขามักจะเดินทางมาที่บริษัทของเดวิโต้บ่อยๆ

เมื่อลงจากรถไฟ มัลเดินออกจากชานชลามาเรื่อยๆ เขาเดินไปจนออกมาถึงปากทางเข้าสถานีรถไฟ เบื่องหน้าของเขานั้นมีสิ่งที่ดูแล้ว ใหญ่โตและกว้างขวางมากมันคือบริษัท วีเทคโนโลยี หรือที่เรียกอีกนัยหนึ่งว่า บริษัทเทคโนโลยีครบวงจร เพราะมีตั้งแต่อาวุธต่างๆ ยันยารักษาโรค พูดได้คือเป็นสถานที่วิจัยพัฒนาเทคโนโลยีทุกๆด้าน และเป็นแห่งเดียวในรีบอร์นขณะนี้ที่ล้ำสมัยที่สุด ซึ่งผ่านความเห็นชอบจาก กลุ่มผู้ปกครองให้พัฒนา อาวุธ ยานยนตร์ และยาต่างๆได้เต็มที่ โดยไม่มีการขัดขวางใดๆทั้งสิ้น ส่วนผู้บริหารสูงสุดก็คือ เดวิโต้ วาเลริโอ พ่อของเชสนั้นเอง

สองวันที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย โดยที่มัลยังไม่ได้บอกใครทั้งสิ้น เขาตั้งใจที่จะเข้าไปคุยเรื่อง หน้าที่บอร์ดี้การ์ดและเหตุการณ์วุ่นๆเมื่อสองวันที่ผ่าน มีเรื่องให้วิตกและคิดทบทวนหลายเรื่อง แต่จะให้คำถามทั้งหลายกระจ่าง เขาต้องได้พบกับเดวิโต้เท่านั้น โดยต้องเริ่มจากการเดินเข้าไปในพื้นที่ของบริษัทวีก่อน

พื้นที่ของบริษัท วี นี้กว้างใหญ่มาก ด้านหน้าประตูทางเข้าตึก เป็นประตูรั้วเหล็กรูปร่างสวยงามและแข็งแกร่งมาก สามารถทนรับแรงระเบิดของกระสุนอาพีจีได้อย่างสบายๆ ถัดจากประตูเข้ามาด้านใน เป็นทางเดินยาวเข้าไปหนึ่งในสี่ไมล์ ข้างทางทั้งสองเป็นสวนหย่อมที่มีน้ำพุและต้นไม้ บรรยากาศร่มรื่นสำหรับนั่งพักผ่อนได้อย่างสบาย ประตูทางเข้านั้นเป็นกระจกใสกันกระสุนที่สะท้อนให้เห็น ผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูได้อย่างชัดเจน ตำตึกสีเทาผิวเรียบเนียนที่ดูแข็งแรง และด้านบนนั้นมีป้ายสีเงินเงาวาวติดไว้ว่า “V” มัลทำการยื่นมือเข้าไปที่แถบเซ็นเซอร์หน้าประตู เพื่อยืนยันสถานะผู้มีสิทธ์ผ่านเข้าออก

เมื่อเซ็นเซอร์แสกนไปที่ด้านหลังมือของเขา จอภาพที่ติดอยู่กับแผงควบคุม ก็ปรากฏภาพของมัลขึ้นพร้อมกับส่งเสียง “ยืนยัน” ประตูกระจกทำการเปิดออกอย่างนิ่มนวล เมื่อเข้ามาด้านในจะพบว่าภายในตึกนั้น ตกแต่งสวยงามอย่างกับว่าเป็นคฤหาสน์ มากกว่าจะเป็นบริษัทหรือสถานที่วิจัยต่างๆ ด้านหน้าเป็นลิฟต์ที่ใช้ขึ้นลงและแยกออกไปทางส่วนต่างๆของตึกมากกว่า 5 ตัวส่วนทางซ้ายและขวาจะแยกออกไปตามแผนกต่างๆและห้องประชาสัมพันธ์

ห้องนี้เป็นห้องโถงใหญ่ที่ใช้ต้อนรับผู้มาติดต่องานต่างๆ จึงมีที่นั่งและโซฟาอยู่ที่สองข้างทางมากมาย และมีเคาเตอร์ที่ใช้ติดต่อสอบถามถึงสี่จุดด้วยกัน เมื่อมัลเดินเข้าไปเรื่อยๆ จนมาหยุดอยู่หน้าลิฟต์ตัวหนึ่ง จู่ๆก็มีแสงเลเซอร์เส้นหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศด้านหน้าของเขา มันเริ่มเป็นรูปร่างจากจุดๆหนึ่งกลางอากาศ แยกออกมาซ้ายและขวาจนเป็นเส้นยาว และจุดกึ่งกลางของเส้นนั้นก็แยกออกด้านบนล่างพร้อมกันจนเป็นรูปสี่เหลี่ยม
Last edited by Zamma on Fri May 16, 2008 11:45 pm, edited 1 time in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Wed May 14, 2008 2:35 am

โหย แค่ RPG อย่าคิดว่ากันแค่นั้นได้นะเจ๋งนะครับ มันต้องระดับ AT-11 Sniper หรือจรวดต่อต้านรถถังนำวิถีด้วยเลเซอร์ ขึ้นไปถึงจะเจ๋งจริง ตอนนี้ RPG เจอแค่เกราะ ช็อบแฮม ก็อยู่แล้ว แบบรถถังอังกฤษที่โดน RPG ถล่ม 14 นัดแค่ศูนย์เล็งเจ้ง ก็เพราะ ช็อบแฮม เนี่ยแหละ

จะอธิบายวัตถุกันระเบิดหรืออะไรพวกนี้มองไกลหน่อยครับ RPG ตอนนี้อย่างเก่งก็ M1A2 ของอเมริกา (ที่มันโม้นักหนาว่าเจ๋งโคตรๆ สุดท้ายไปเป็นซากในอิรักไม่รู้กี่คัน) ถ้าจะให้ดีต้องระดับ ...กันระเบิด 1000 ปอนด์จากเครื่องบินได้อย่างสบาย... นี่แหละถึงจะเจ๋ง
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Fri May 16, 2008 11:41 pm

ขอบคุณที่แนะนำ จะได้ไปหาความรู้เพิ่มเติม เรื่องแรงระเบิดเอาไว้


ปล.ไปและ ถ้าคุณมิคช่วยแนะนำและติว เรื่องเกี่ยวกับ อาวุธสงคราม คงจะดี มิใช่น้อย
ปล.ไปและ2 หวังว่าจะช่วยแนะนำนะคับ รออยู่นะ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Fri May 16, 2008 11:48 pm

[align=center]หน้าที่ 28[/align]



ในมุมมองแบบสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัดบนไพ่ทั่วๆไป ด้านในกรอบสี่เหลี่ยมเลเซอร์นั้นก็มีภาพค่อยๆโผล่ออกมา เหมือนกับทีวีที่สัญญาณไม่ค่อยดีจนเริ่มเป็นรูปร่างชัดเจนขึ้น

“ไงมัล หายไปไหนมาตั้งสองวันล่ะ” มีเสียงดังออกมาจากภาพข้างหน้าของเขา พร้อมกับที่ภาพนั้นค่อยๆชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ภาพจากที่เลือนรางค่อยๆดูเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ปรากฎเป็นใบหน้าของชายผู้หนึ่ง คนในภาพหน้าตาดูสดใสร่าเริง แม้ว่าจะมีรอยตีนกาขึ้นหลายเส้น ทรงผมสั้นๆเส้นผมที่เริ่มจะออกสีขาวแซมผมสีทองของเขา อายุประมาณสี่สิบห้าปี ชายในภาพนั้นคือ เดวิโต้ ผู้คุมกิจการทั้งหมดของ V เทคโนโลยีและยังเป็นผู้ที่ว่าจ้างให้มัลทำหน้าที่บอดี้การ์ดให้กับเชสอีกด้วย

“ของเล่นใหม่หรือเดวิโต้” เขาถามด้วยสีหน้างงๆกับสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า “ใช่แล้วมันคือเทคโนโลยีที่สร้างภาพขึ้นมาได้ จากตัวส่งที่มีขนาดเล็กที่ลอยอยู่หน้าเธอไงล่ะ” เดวิโต้พูดจบมัลก็สังเกตเห็นวัตถุทรงกลมขนาดเท่าลูกแก้วใสๆ ที่ลอยอยู่กลางอากาศด้านหน้าของเขา ถ้าไม่สังเกตดีๆก็จะมองแทบไม่เห็นเลยทีเดียว เพราะมันใสมากจนมองทะลุได้อย่างสบายๆ แถมยังกลมกลืนกับสภาพรอบๆได้อย่างน่าอัศจรรย์

“ลูกแก้วนี้สามารถสร้างภาพ และเสียงส่งไปยังจุดเป้าหมายที่กำหนดไว้ได้ในระยะสามเมตร ซ้ำยังจับต้องได้อีกด้วยนะ” ภายในจอสี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด ภาพของเดวิโต้ดูจะชัดขึ้น พอๆกับจอภาพในทีวีมือสองเลย มัลลองใช้มือคว้าจับดูก็เข้าใจว่า มันคงยังไม่สมบูรณ์ซักเท่าไหร่ เพราะภาพที่เขาจับอยู่นั้นมีสภาพเหมือน ทรายที่มีความละเอียดอ่อนสูง ลอยอยู่กลางอากาศ เมื่อมือของเขาสัมผัสเข้ากับมัน ภาพข้างหน้าของเขาก็กระจัดกระจาย ลอยออกไปจนไม่เป็นรูปร่างในอากาศ และมันค่อยๆรวมตัวกลับเข้ามาใหม่อย่างช้าๆ

“อ๊ะ มือไวจริงนะ ชั้นไม่ทันบอกว่ามันยังไม่สมบูรณ์น่ะ” อีกฝ่ายพูดเสียงฟังดูขาดๆหายๆ รวมทั้งภาพข้างหน้าของมัลก็ยังไม่รวมตัวได้ถึงห้าสิบเปอร์เซ็น ระหว่างที่มัลฟังเดวิโต้พูดบรรยายสรรพคุณต่างๆของลูกแก้ว มัลก็เดินเข้าไปในลิฟต์ข้างหน้าเขา พร้อมกับยื่นมือไปที่เซ็นเซอร์ด้านในลิฟต์ เพื่อระบุสถานที่ซึ่งไม่สามารถเลือกได้จากแผงควบคุมทั่วๆไป

“บริเวณเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงผ่าน” เสียงจากแผงควบคุมร้องบอก ขณะที่ลิฟต์กำลังเคลื่อนที่ลงไปเรื่อยๆ ระหว่างนั้นมัลก็คิดถึงเรื่องที่เขากำลังวิตกอยู่ รวมทั้งปัญหาใหม่ๆที่เข้ามาหลังจากการปะทะเมื่อสองวันก่อนด้วย

“เวลาก็ผ่านมาสามปีแล้ว เราอยู่กับเชสมานานขนาดนี้เชียวหรือ ต่อไปนี้จะทำอะไรดีล่ะ นอกจากการสู้รบแล้วเราก็ไม่เคยทำอย่างอื่นเลยนี่นา สิ่งที่อยากทำมันก็ยังคงเป็นไปไม่ได้ จุดมุ่งหมายก็ยังไม่มี จะไปอยู่กับจอนนี่ก่อนดีไหมนะ ไหนจะเรื่องที่เราเพิ่งได้รู้มาอีก ส่วนเกี่ยวโยงระหว่างการปะทะวันนั้น กับเดวิโต้ก็มีความเป็นไปได้สูง แต่เหตุผลคืออะไรล่ะ คู่แข่งทางธุรกิจคงไม่ถึงกับ จ้างทหารรับจ้างมาทำร้ายซึ่งๆหน้าขนาดนี้ หรือจะเป็นแผนจับตัวเชสเรียกค่าไถ่ ซึ่งถ้าเป็นจริงก็นับว่ามีเหตุผลอยู่ในระดับหนึ่ง แต่มันก็มีข้อสงสัยอีกหลายอย่างเกี่ยวกับข้อสงสัยอันนี้ มันจะมีเหตุผลอะไรบ้างที่เรายังนึกไม่ออกอีก แต่ที่รู้ๆตอนนี้มีความเกี่ยวโยงระหว่างเดวิโต้กับกองทหารนั่นแน่ๆ อาจจะเกี่ยวกับเชสด้วยก็มีความเป็นไปได้สูง ห่วงยัยนั่นก็ห่วงแต่ตอนนี้ต้องคุยกับเดวิโต้ก่อน แถมยังข้อความนั่นอีกที่เรายังตีความไม่ออก” เขานึกในใจพลางหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งออกมาดู เขามองดู
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Fri May 16, 2008 11:50 pm

[align=center]หน้าที่ 29[/align]



ยังข้อความนั่นอีกที่เรายังตีความไม่ออก” เขานึกในใจพลางหยิบกระดาษแผ่นเล็กๆแผ่นหนึ่งออกมาดู เขามองดูมันอย่างเคร่งเครียด สีหน้าตอนนี้ของเขาคงยากมาก ที่ใครๆจะได้เห็น ข้างในกระดาษมีข้อความเล็กๆเขียนไว้ว่า

S M K Chase DV.

หากใครก็ตามที่ได้เห็นข้อความนี้ ต้องการจะไขรหัสข้อความ อาจต้องใช้เวลานานหลายวัน หรือหลายเดือน เพราะตามรหัสต่างๆจะต้องมีคีย์เวิร์ดในการไขปริศนา แต่เมื่อเขาพบกระดาษใบนี้รวมทั้งผู้ถือครองมันอยู่ด้วย จึงไม่ยากที่มัลจะไขข้อความนี้ได้ด้วยตัวเอง ถึงแม้จะไม่มีคีย์เวิร์ด แต่เขาก็รู้ดีว่าจะไขรหัสออกมายังไง

S = Shopping
M = Mall
K = Kidnap

ส่วนคำว่า Chase และ DV. มัลเห็นก็รู้ทันทีว่ามันหมายถึง เชสและเดวิโต้นั่นเอง เมื่อไขรหัสออกมา ข้อความนั้นกลับสร้างความงุนงงให้กับเขาอย่างมาก หากแปลออกมาตามรหัสที่แก้ได้คือ “สถานที่คือ ห้างสรรพสินค้า ให้ลักพาตัวเชส ส่วน DV. คือ ผู้ส่งข้อความคือ เดวิโต้” เขายังคงไม่เข้าใจกับข้อความที่ถอดออกมา เมื่อมัลคิดอะไรเรื่อยเปื่อยระหว่างที่ลิฟต์เคลื่อนตัวไปเรื่อยๆ เขาเก็บกระดาษใบนั้นเข้าในกระเป๋าอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าลูกแก้วฉายภาพสามมิติ ค่อยๆรวมตัวกันจนใกล้จะใช้งานได้ จนมัลหยุดคิดเรื่องกระดาษใบนั้น เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเลินเล่ออย่างไม่น่าให้อภัย

“ผิดสังเกตมาก” เขานึกในใจเพราะปกติแล้ว การเข้ามายังพื้นที่เฉพาะส่วนนี้ ใช้เวลาไม่มากนัก และเขายังติตัวเองที่ปล่อยใจให้คิดอะไรฟุ้งซ่าน จนลืมสังเกตสิ่งต่างๆรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นเวลา เส้นทางการเคลื่อนที่ และระยะทาง ตั่งแต่จุดเริ่มจนถึงจุดหมายปลายทางของลิฟต์ ระหว่างที่มัลยืนนิ่งไป บอลแก้วที่อยู่ในลิฟต์กับเขาก็รวมตัวจนค่อนข้างจะสมบูรณ์และเริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว มันเคลื่อนที่ไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูข้างๆกับแผงควบคุม พร้อมกับส่งเสียงออกมาว่า

“ไม่ต้องตกใจชั้นกำลังพาเธอเข้ามายัง ห้องแลปส่วนตัวชั้นเอง มีบางอย่างที่อยากให้นายรู้ไว้” เพียงไม่นานหลังจากเดวิโต้บอกกับเขา ลิฟต์ก็มาถึงจุดหมายปลายทาง แรงหน่วงเมื่อลิฟต์มาถึงจุดหมายดูจะหนักหน่วงอย่างแปลกประหลาด บรรยากาศรอบๆภายในลิฟต์ดูจะเย็นขึ้นอย่างน่าสงสัย และประตูลิฟต์เปิดออกอย่างรวดเร็ว แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของเขา กลับเป็นกำแพงเหล็กขนาดใหญ่ ที่ดูแล้วคงไม่สามารถเปิดได้ถ้าไม่รู้วิธี อากาศรอบๆเย็นลงอย่างน่าสงสัย บนกำแพงนั้นมีกลไกมากมาย และตรงกลางนั้นมีรูปสัญลักษณ์วงกลมขนาดใหญ่บนผิวของกำแพงเหล็ก ดูเหมือนจะเป็นกลไกของกำแพงเหล็ก

ครืด

เสียงของกำแพงค่อยๆขยับเขยื้อน กลไกต่างๆเริ่มทำงาน ฟันเฟืองเริ่มหมุนและกำแพงเริ่มเปลี่ยนรูปร่าง ส่วนต่างๆค่อยๆสลับสับเปลี่ยนกันอย่างยุ่งเหยิง จากกำแพงบานใหญ่ กลไกเริ่มหมุนและทำงาน จนมองเห็นเป็นประตูเล็กๆบานหนึ่ง โผล่ออกมาอยู่ตรงกลาง เสียงกลไกและฟันเฟืองทำงานดังอยู่สักพักก็เงียบไป ประตูบานเล็ก
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Fri May 16, 2008 11:51 pm

[align=center]หน้าที่ 30[/align]




เริ่มเปิดออกอย่างช้าๆ ด้านในมีชายคนหนึ่งในชุดกราวเดินออกมา ในมือมีถุงมือรูปร่างเหมือนโครงกระดูกหุ้มอยู่ มันมีรูปร่างเป็นซี่ๆ เชื่อมต่อจากแผ่นกลมๆบนหลังมือ แยกออกไปตามกระดูกบนมือไปจนปลายนิ้วทั้งห้า และยาวไปจนเลยข้อมือไปเกือบถึงข้อศอก เขายกมือขึ้นทักเด็กหนุ่ม ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งครึม แต่มีความอ่อนโยนว่า

“ขอต้อนรับสู่ห้องแลปของชั้น” เดวิโต้ที่ยืนรออยู่นั้นกวักมือเรียกมัล เขาเดินนำไปข้างในพร้อมกับที่บอลแก้วลอยนำหน้ามัล ไปหยุดลงบนหลังมือของเดวิโต้ ส่วนมัลก็เดินตามมาติดๆ เขามองดูรอบๆอย่างพิจารณา ห้องแลปที่ไม่มีแม้แต่ลูกทีม ซ้ำยังดูแน่นหนามากเป็นพิเศษ คงต้องมีอะไรที่สำคัญมากๆอยู่แน่ “มานี่สิชั้นอยากให้นายมาดูสิ่งนี้” เขาเรียกพลางชี้มือไปที่วัตถุขนาดใหญ่เบื้องหน้าของเขา

“แคปซูลหรืออะไรซักอย่าง” มัลคิดพลางมองดูสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าของเขา มันเป็นหลอดแก้วขนาดใหญ่ที่มีสายต่างๆ ระโยงระยางมากมาย ภายในมีน้ำสีฟ้าบรรจุอยู่เต็มปรี่ และมีฟองอากาศลอยอยู่ข้างใน “ในนั้นมีอะไรน่ะ มองไม่ค่อยชัดเลย” เขาคิดพร้อมกับค่อยๆเพ่งมองให้แน่ใจ แม้ว่าเขาจะยืนห่างออกมาจากหลอดแก้วถึงหนึ่งเมตร แต่บางสิ่งในนั้นไมได้ทำให้ความสงสัยของเขา มากพอที่จะยื่นหน้าเข้าดูใกล้เกินไป จนเผลอตัวลืมระวังรอบด้านได้ บางสิ่งในนั้นค่อยๆลอยออกมา จนเห็นได้ชัดมากขึ้น มันลอยเคว้งไปมาในน้ำสีฟ้าที่ดูจะไม่เข้มและอ่อนเกินไป จนมองดูสิ่งที่อยู่ข้างในไม่เห็น แต่มันก็ไม่ใสมากพอจนดูได้อย่างชัดเจน มัลตั้งใจมองดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน จนเมื่อคิดว่ามองเห็นได้ชัดเจนแล้วเขาก็พูดออกมาว่า

“มนุษย์อย่างงั้นหรือ” มัลพยายามจะมองดูให้แน่ใจว่าใช่หรือไม่ เพราะตามกฎหมายแล้วห้ามมีการทดลองต่างๆ เกี่ยวกับมนุษย์หรือทำอะไรที่ผิดสามัญสำนึก ในที่นี้อย่างยิ่งคือ การทดลองทุกๆอย่างเกี่ยวกับมนุษย์

“นั่นไม่ใช่คนหรอกนะ” เดวิโต้พูดออกมาก่อนที่มัลจะถามอะไรเขา เพราะเขารู้ดีว่าเรื่องที่เกินขอบเขตนี้ จะนำพามาแต่สิ่งต่างๆที่เลวร้ายเท่านั้น การที่เขาจะบอกสิ่งนี้กับมัล ก็เพื่อต้องการให้มัลช่วยอะไรบางอย่างกับเขา โดยที่มีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้ด้วย “ต้องการอะไรเดวิโต้”มัลพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เดวิโต้ก็รู้ดีว่ามัลไม่ค่อยพอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้ว่ามัลจะพอรู้เรื่องการเกี่ยวโยงอันน่าแปลกใจระหว่าง เดวิโต้กับกองทหารของกลุ่มต่อต้านก็ตาม

“ฟังชั้นก่อน เรื่องนี้มันสำคัญมากนะ”เขาพยายามที่จะอธิบายกับมัล ซึ่งดูแล้วมัลก็ตั้งใจฟังมากขึ้น “เด็กคนนี้คือ โคลนนิ่ง” เดวิโต้พูดออกมาด้วยท่าทีที่ละอายใจ “คุณสร้างโคลน” มัลอุทานออกมาอย่างตกใจ แม้ว่าเขาจะพยายามควบคุมอารมณ์ และสีหน้าเอาไว้ แต่สิ่งที่ได้ฟังมันเกินกว่าจะรับได้ “ชั้นถูกสั่งให้โคลนเด็กคนนี้ขึ้นมาเมื่อสามปีก่อนจากกลุ่มผู้ปกครอง” เดวิโต้ตอบอย่างละอายใจ เพราะสิ่งที่เขาทำมันขัดกับศีลธรรม และกฎหมายอย่างรุนแรง ถึงแม้ว่าจะมีสิ่งไม่คาดคิดออกมาว่า “กลุ่มผู้ปกครองเป็นผู้สั่งการ” ก็ตามที
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Sun May 18, 2008 3:39 pm

ข้าวหลามตัด หมายถึง ขนมเปียกปูนรึเปล่าครับ
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Sun May 18, 2008 9:11 pm

ขนมเปียกปูน ? ผมนึกภาพไม่ออกอ่ะ

ข้าวหลามตัด = สามเหลี่ยมประกบกันอ่ะงับ

ปล.ไปและ ข้ามหลามๆๆ อร่อยๆๆ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Requin_Jinx on Sun May 18, 2008 10:06 pm

ใช่แล้วเน้อ... มันคือรูปเดียวกันน่ะแหละ
[align=left]Image[/align]
If we seem to be immortal, it's only because you guys are too WEAK!!!

~สอยสาวเผ่าGria สอยสาวเผ่าViera...เกมFFTA2 ช่างเยี่ยมจริงๆ~
User avatar
Requin_Jinx
F.F. Zandalphon
F.F. Zandalphon
 
Posts: 86
Joined: Sun Feb 10, 2008 7:41 pm
Location: Blue Carnation Club

Postby MiG-3.59NTF on Tue May 20, 2008 9:36 am

แล้วก็คำเรียกตัวเองของตัวละคร "ชั้น" ถ้าจะเขียนจริงๆ เขียนเป็น "ฉัน" ดีกว่า เพราะยังไงมันก็อ่านว่า "ชั้น" อยู่ดี ที่ได้ยินใครพูด "ชั้น" นั่นแหละ คือ "ฉัน" หลักการเดียวกันกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องเลย (เพียงแต่ของเราดัดจริตไม่เท่าของเขา)
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Tue May 20, 2008 8:20 pm

ขอบคุง ที่แนะนำงับ แต่คำว่า "ชั้น" ผมก่ะเอาไว้ว่า จะทำเป็นสำเนียงการพูด ของตัวละครแต่ละกลุ่มอ่ะ

เช่น กลุ่มตัวเอก อาจจะออกเสียง "ชั้น" แต่ของกลุ่มอื่นๆ อาจจะใช้ "ฉัน" เพื่อสร้างความแตกต่างของการออกเสียงตัวละคร

ไม่แน่ใจว่าเป็นความคิดที่ดีใหม แฮะๆ ไงก็แนะนำ ต่อด้วยนะงับ

ปล.ไปและ นิยายของคุณมิคอ่ะ เอาข้อมูลพวกอาวุธปืนแบบ เจาะลึกมาลงมั่งจิ อยากรู้
ปล.ไปและ2 รออ่านตอนต่ออยู่นะ จะต่อยกันที่ไหน
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Tue May 20, 2008 11:48 pm

ถ้าจะบรรยายสำเนียง ใช้ประโยคคำพูดไม่ได้หรอกต้องเขียนบรรยายเอา แหบ กังวาล เน่อ ไม่ชัด แบบ(สัญชาตินั้นๆ) แหลม ทุ้ม บลาบลา แล้วแต่

ส่วนเขียนพรรณนาถึงอาวุธปืน ผมก็จะพยายามละกัน แต่ถ้าจะลงจริงๆ คาดว่าจะเป็นตอนหลังๆ เลย
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Thu May 22, 2008 1:13 am

[align=center]บทที่ 4[/align][align=center]ยานภาหนะ[/align][align=center]หน้าที่ 31[/align]



“กลุ่มผู้ปกครองอย่างนั้นหรือ” คนกลุ่มนี้คือคนห้าคนที่ไม่มีใครรู้ว่าตัวจริงนั้นเป็นใครและอยู่ที่ไหน มีอำนาจสูงสุดในการปกครองเมืองทั้งห้าแห่งของมนุษย์ในปัจจุบัน อดีตเคยสั่งกวาดล้างกลุ่มต่อต้านที่พยายามล้มล้างการปกครอง ผลคือเกิดสงครามยาวนานถึงเจ็ดปีและสงครามสิ้นสุดลงเมื่อสามปีที่แล้ว จนกลุ่มต่อต้านถูกขับไล่ออกไปจากเมืองทั้งห้า และอาศัยอยู่นอกชายแดนติดกับดินแดนต้องห้าม

“ต้องการอะไรจากผมเดวิโต้” มัลถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ สายตาที่จ้องตรงเข้าไปที่ดวงตาของอีกฝ่าย มันทำให้เดวิโต้รู้สึกอึดอัดจนเขาต้องอธิบายออกมาว่า “ชั้นต้องการให้นายพาเธอไปส่งให้กับกลุ่มต่อต้าน”

“ขอปฎิเสธ” มัลพูดออกมาอย่างง่ายๆและสั้นๆ โดยที่เขาแทบไม่ต้องคิดไตร่ตรองก่อนเลยกับคำถามนี้ การที่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกบฏนั้น หมายถึงต้องถูกตามล่าจากกองรักษาการณ์ ที่มีจำนวนมากมายมหาศาลจากเมืองทั้งห้า ซ้ำยังมีพวกล่าเงินรางวัลอีกมากมายที่พร้อมจะทำงานให้กับทางการเพื่อแลกกับเงินค่าหัว

เมื่อมัลตอบปฎิเสธ เขาก็ทำการหันหลังเพื่อที่จะเดินกลับออกไปจากห้องแลปทันที เมื่อเดวิโต้เห็นดังนั้นเขาจึงต้องพูดในสิ่งที่เป็นความลับที่มีความสำคัญมากออกมาเพื่อรั้งมัลเอาไว้

“มัล เด็กคนนี้ถูกโคลนมาจากซากศพนอกดินแดนต้องห้ามนะ” สิ้นเสียงพูดของเดวิโต้ มัลก็หยุดยืนนิ่งทันที เขาหันกลับมามองตรงไปที่หลอดแก้ว ที่มีเด็กสาวอยู่ข้างในอย่างประหลาดใจ มัลยืนจ้องมองเด็กสาวอยู่สักพักก่อนที่เดวิโต้จะพูดว่า

“ใช่แล้วมัล เธอคนนี้จะเป็นกุญแจสำหรับ ไขไปสู่โลกภายนอกอีกครั้งของมนุษย์ ฉะนั้นขอร้องให้นายฟังชั้นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ สิ่งที่ชั้นต้องการให้นายช่วยคือ นำพาเด็กคนนี้ไปส่งให้กลุ่มต่อต้านที่แหล่งจ่ายพลังงาน ที่นั่นจะมีคนกลุ่มหนึ่งมารับตัวเธอไป”

“เพราะอะไรถึงต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกบฏ เดวิโต้” มัลถามถึงสิ่งที่เขาจำเป็นต้องรู้ ถ้าเกิดเขาตอบรับที่จะช่วยทำงานนี้ “เหตุผลนั้นคือ เชสไงล่ะ” มัลตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของเชสเข้ามาเกี่ยวด้วยกับเรื่องราวคราวนี้

“ที่ให้นายคอยคุ้มกันเชสตลอดสามปีที่ผ่านมา ชั้นบอกแค่ว่าการที่เชสถูกทำร้ายมาจากผลพวงทางธุรกิจ ส่วนหนึ่งก็ตามที่พูดไป ตามปกติแค่บอดี้การ์ดทั่วๆไปก็พอไหว แต่จริงๆแล้วเพราะงานวิจัยตัวนี้แหละที่ทำให้ชั้นเป็นห่วงเชส ถ้าเป็นคู่แข่งทางธุรกิจชั้นก็ไม่ห่วงเท่าไหร่ เพราะยังไงก็ได้รับความคุ้มครองจากทางผู้ปกครองเมืองอยู่แล้ว แต่เพราะช่วงหลังความสัมพันธ์ระหว่างชั้น และผู้ตรวจดูงานวิจัยดูจะมีอะไรไม่ชอบมาพากล และชั้นก็สืบรู้มาว่าเชสถูกปองร้ายรวมทั้งตัวชั้นเองด้วย เพราะงั้นชั้นจึงรับข้อเสนอจากทางกลุ่มต่อต้านยังไงล่ะ พวกเขาจะรับรองความปลอดภัยของนายและเชสเมื่อส่งมอบตัวโคลนสำเร็จ”
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Crimsonwing on Thu May 22, 2008 7:08 am

MiG-3.59NTF wrote:แล้วก็คำเรียกตัวเองของตัวละคร "ชั้น" ถ้าจะเขียนจริงๆ เขียนเป็น "ฉัน" ดีกว่า เพราะยังไงมันก็อ่านว่า "ชั้น" อยู่ดี ที่ได้ยินใครพูด "ชั้น" นั่นแหละ คือ "ฉัน" หลักการเดียวกันกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องเลย (เพียงแต่ของเราดัดจริตไม่เท่าของเขา)


ชั้น กับ ฉัน ออกเสียงเหมือนกันที่ไหนล่ะ

ในปัจจุบัน คนไทยจะออกเสียง "ชั้น" มากกว่า "ฉัน"

ถ้านึกไม่ออก เสียง "ฉัน" คือสำเนียงการพูดเหน่อของคนจังหวัดสุพรรณบุรี



ถ้าจะสร้างความแตกต่างของตัวละคร แบบนี้เป็นวิธีอย่างหนึ่ง

แต่ถ้าจะบอกว่า ทำเป็นสำเนียงให้แตกต่าง มันไม่ได้มีวิธีเพียงแค่นี้ หลักๆแล้วก็อย่างที่ท่านมิกว่า
Image
Image
Image
Image
User avatar
Crimsonwing
F.F. Arch Angel
F.F. Arch Angel
 
Posts: 209
Joined: Sun Feb 10, 2008 3:20 pm
Location: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม

Postby Requin_Jinx on Thu May 22, 2008 7:15 am

หวายๆๆ สะกดผิดตรึมเลย
[align=left]Image[/align]
If we seem to be immortal, it's only because you guys are too WEAK!!!

~สอยสาวเผ่าGria สอยสาวเผ่าViera...เกมFFTA2 ช่างเยี่ยมจริงๆ~
User avatar
Requin_Jinx
F.F. Zandalphon
F.F. Zandalphon
 
Posts: 86
Joined: Sun Feb 10, 2008 7:41 pm
Location: Blue Carnation Club

Postby MiG-3.59NTF on Thu May 22, 2008 8:59 am

Crimsonwing wrote:
MiG-3.59NTF wrote:แล้วก็คำเรียกตัวเองของตัวละคร "ชั้น" ถ้าจะเขียนจริงๆ เขียนเป็น "ฉัน" ดีกว่า เพราะยังไงมันก็อ่านว่า "ชั้น" อยู่ดี ที่ได้ยินใครพูด "ชั้น" นั่นแหละ คือ "ฉัน" หลักการเดียวกันกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องเลย (เพียงแต่ของเราดัดจริตไม่เท่าของเขา)


ชั้น กับ ฉัน ออกเสียงเหมือนกันที่ไหนล่ะ

ในปัจจุบัน คนไทยจะออกเสียง "ชั้น" มากกว่า "ฉัน"

ถ้านึกไม่ออก เสียง "ฉัน" คือสำเนียงการพูดเหน่อของคนจังหวัดสุพรรณบุรี



ถ้าจะสร้างความแตกต่างของตัวละคร แบบนี้เป็นวิธีอย่างหนึ่ง

แต่ถ้าจะบอกว่า ทำเป็นสำเนียงให้แตกต่าง มันไม่ได้มีวิธีเพียงแค่นี้ หลักๆแล้วก็อย่างที่ท่านมิกว่า


แล้วเวลาอ่านหนังสือเจอ "ฉัน" จะอ่านในใจออกเป็นเสียง โท หรือ จัตวา

คำว่า ยาน-พา-หะ-นะ ใช้ พ ไม่ใช่ ภ ครับ
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Thu May 22, 2008 1:05 pm

กำ คำผิด เยอะงั้น เชียว เดียว ไปนั่งแก้ ก่อน

ปล.ไปและ ผมพิมพ์ คำว่า ชั้น ไปกี่ตัวเนี่ย จะหาครบทุกตัวไหมหว่า
ปล.ไปและ2 ยานภาหนะ = ยานพาหนะ แง้ว~~~ แก้รอบที่ 2 ไป 30 หน้าแล้ว เหอๆ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Thu May 22, 2008 7:38 pm

Requin_Jinx wrote:หวายๆๆ สะกดผิดตรึมเลย



ผิดอะไรตรงไหนมั่งอะงับ แนะนำทีจิ (ผมนั่งเทียนแก้คำผิดมา 2 รอบละ จากหน้า 1-30)


ปล.ไปและ จ้างใครก็ได้ แก้คำผิด 1 หน้า/โดจิน 1 เรื่อง ใครสนใจ ติดต่อได้ที่ ผม
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Thu May 22, 2008 11:14 pm

Zamma wrote:
Requin_Jinx wrote:หวายๆๆ สะกดผิดตรึมเลย



ผิดอะไรตรงไหนมั่งอะงับ แนะนำทีจิ (ผมนั่งเทียนแก้คำผิดมา 2 รอบละ จากหน้า 1-30)


ปล.ไปและ จ้างใครก็ได้ แก้คำผิด 1 หน้า/โดจิน 1 เรื่อง ใครสนใจ ติดต่อได้ที่ ผม


อย่าเอานิสัยแบบนี้ไปใช้กับสำนักพิมพ์นะครับ เพราะเขาจะไม่แก้อะไรให้เลย เพราะถือเป็นความสะเพร่าของผู้เขียน เขาจะกดตามที่คุณพิมพ์ทุกตัวอักษร หรือการ Copy --> Paste นั่นเอง
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

PreviousNext

Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron