Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[S] REVIVE : ยังนึกไม่ออกรอแก้ไข

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกับ REVIVE คับ

ดีเยี่ยม
0
No votes
ดี
2
22%
พอใช้
7
78%
คุณพระช่วยเอากลับไปแก้ใหม่ซะ
0
No votes
 
Total votes : 9

Postby Zamma on Fri May 23, 2008 10:12 am

หุหุ คงไม่เก่งพอ ได้ไปถึงสำนักพิมพ์หรอกงับ

ปลไปและ อันนั้นล้อเล่น ไม่แจกหรอกโดจิน
ปล.ไปและ2 ผมนั่งแก้ไปละ ได้ซัก 20 หน้า แต่ยังไม่ลงใหม่ เหนื่อย
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Crimsonwing on Fri May 23, 2008 1:09 pm

MiG-3.59NTF wrote:
Crimsonwing wrote:
MiG-3.59NTF wrote:แล้วก็คำเรียกตัวเองของตัวละคร "ชั้น" ถ้าจะเขียนจริงๆ เขียนเป็น "ฉัน" ดีกว่า เพราะยังไงมันก็อ่านว่า "ชั้น" อยู่ดี ที่ได้ยินใครพูด "ชั้น" นั่นแหละ คือ "ฉัน" หลักการเดียวกันกับการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกต้องเลย (เพียงแต่ของเราดัดจริตไม่เท่าของเขา)


ชั้น กับ ฉัน ออกเสียงเหมือนกันที่ไหนล่ะ

ในปัจจุบัน คนไทยจะออกเสียง "ชั้น" มากกว่า "ฉัน"

ถ้านึกไม่ออก เสียง "ฉัน" คือสำเนียงการพูดเหน่อของคนจังหวัดสุพรรณบุรี



ถ้าจะสร้างความแตกต่างของตัวละคร แบบนี้เป็นวิธีอย่างหนึ่ง

แต่ถ้าจะบอกว่า ทำเป็นสำเนียงให้แตกต่าง มันไม่ได้มีวิธีเพียงแค่นี้ หลักๆแล้วก็อย่างที่ท่านมิกว่า


แล้วเวลาอ่านหนังสือเจอ "ฉัน" จะอ่านในใจออกเป็นเสียง โท หรือ จัตวา

คำว่า ยาน-พา-หะ-นะ ใช้ พ ไม่ใช่ ภ ครับ


ถ้าถามถึงข้าน้อย ข้าน้อยออกเสียง จัตวา

ทำไมล่ะ ? ก็ในเมื่อรูปนี้มันต้องออกเสียงจัตวาอยู่แล้ว หรือท่านเห็นคำว่า "ฉัน" ก็ต้องออกเสียงอ่านในใจว่า "ชั้น" เสมอ

ถ้าไปเจอประโยคว่า "พระสงฆ์กำลังนั่งฉันเพล" ท่านจะออกเสียงว่า "ชั้น" หรือเปล่า ?

ชั้น กับ ฉัน เนี่ย มันใช้แสดงถึงอารมณ์ของผู้พูดได้อีกด้วย อย่าง "ฉัน" เนี่ย เป็นการพูดในทำนองปกติของบางคน ส่วน "ชั้น" จะเป็นการกระแทกเสียงเล็กน้อย สามารถแสดงถึงความมีอารฒณ์รุนแรงของตัวละครได้



แล้วคำว่า "ชั้น" แม้จะมีรูป "โท" แต่ออกเสียง "ตรี" นะ
Image
Image
Image
Image
User avatar
Crimsonwing
F.F. Arch Angel
F.F. Arch Angel
 
Posts: 209
Joined: Sun Feb 10, 2008 3:20 pm
Location: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม

Postby Zamma on Fri May 23, 2008 11:32 pm

อืม ความเห็นจากท่าน Crimsonwing ตรงกับความเห็นส่วนหนึ่งของผม

งานของผมที่ทำไว้ในนี้ พิมคำว่าชั้น เพราะว่าพิมคำนี้ตั้งแต่ต้นจนเลยเถิดไปหลาย 10 หน้า ผมจึงทำเนื้อเรื่องให้กลุ่มคนของตัวเอกใช้คำว่า "ชั้น" แบบออกเสียงหนัก

แต่พอได้ข้อคิดเห็นจากหลายๆท่านที่เข้ามา ช่วยแนะนำข้าน้อย และวิธีหาคำใน เวิด จากท่าน Mig กระผมเลยแก้ไขคำพูด "ชั้น" กลายเป็น "ฉัน" จนหมดแล้ว

และผมจะเลือกใช้คำลงเสียง "ชั้น" หนักๆในบางจังหวะแทนที่

ปล.ไปและ ขอบคุณทุกๆท่านที่เข้ามา วิจารน้า
ปล.ไปและ2 กำลังใจเพิ่มพูน ตอนต่อๆไปจะมาเร็วๆนี้ ช่วยมาวิจารต่อนะ (ขอเป็นเนื้อเรื่องมั่งก็ดี)
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Sat May 24, 2008 2:25 am

[align=center]หน้าที่ 32[/align]



“เชื่อในคำพูดของพวกเขาหรือ จะแน่ใจได้ยังไงว่าจะไม่ถูกหักหลังกับคำพูดของคนพวกนี้” มัลยังคงไม่เชื่อใจเกี่ยวกับกลุ่มกบฏ เพราะทั้งเขาและเดวิโต้ก็เคยทำสงครามกับคนกลุ่มนี้มาแล้ว “เชื่อเถอะ เพราะคนที่ให้คำมั่นสัญญานี้ เชื่อถือได้แน่นอนยังไงล่ะ” คำพูดของเดวิโต้นั้นหนักแน่นและมั่นใจเต็มเปี่ยมว่า จะไม่ถูกหักหลังอย่างแน่นอน มัลแปลกใจมากที่เขาเห็นเดวิโต้ดูมั่นใจในคำสัญญามากขนาดนั้น ราวกับว่าเขาจะไม่ถูกหักหลังแน่นอน ใครกันที่ทำให้เขาเชื่อถือได้มากขนาดนี้ มัลครุ่นคิดอยู่ในใจก่อนที่เขาจะตัดสินใจพูดออกมาว่า


“โอเค ผมขอฟังรายละเอียดที่เหลือก่อนว่าจะช่วยคุณได้หรือไม่” เขาพูดพลางเดินออกห่างจากหลอดแก้วทดลองไปยังยืนพิงผนังห้องมุมหนึ่ง พลางหยิบกระดาษใบเล็กๆที่เขาได้มาจากชายคนหนึ่งของกลุ่มกบฏ เขายกขึ้นมาและยื่นให้กับเดวิโต้ “นี่คืออะไร” อีกฝ่ายรับไปและเปิดออกอ่าน ทันทีที่เห็นข้อความสีหน้าของเขาดูตกใจอย่างมาก

“ถ้าให้ผมคาดเดาจากเท่าที่รู้มา รวมทั้งที่คุณบอกเล่ามาเมื่อสักครู่ คุณนัดแนะให้กลุ่มกบฏบุกเข้ามาในเมืองเพื่อรับตัวของเชสไป ส่วนเรื่องเอาตัวเชสไปนั้น ผมคิดว่าเพื่อเอาไว้เป็นข้ออ้างในการต่อรองแลกเปลี่ยน กับตัวเด็กสาวคนนี้ หรืออาจจะเพื่อพาตัวเชสไปไว้ในกลุ่มกบฏเพื่อความปลอดภัย” การวิเคราะห์ของมัลดูมีความน่าเชื่อถือขึ้นมาทันที ที่สีหน้าของเดวิโต้ดูเหมือนกับครุ่นคิดหาคำพูดอะไรสักอย่าง เพื่อที่จะคลี่คลายความหนักใจในตอนนี้ “หรืออาจจะทั้งสองอย่าง” สิ้นเสียงของมัล เดวิโต้ก็ค่อยๆเงยหน้ามองเขาราวกับเสียใจในสิ่งที่ปิดบังเอาไว้ “เดวิโต้ คุณขอร้องให้ผมมาช่วยงานคุ้มกันเชส ผมต้องจากกองทหารและเพื่อนพ้องในสงครามมาเพื่อคุณ ฉะนั้นอย่าให้มีเรื่องแบบนี้อีก อย่าปิดบังผม ผมเป็นทั้งเพื่อนและคนที่คุณไว้ใจได้ ต่อไปนี้จงอย่าปิดบังผมอีก”

“ฉันขอโทษนายมัล ฉันผิดเองที่ปิดบังนายเรื่องของเชส ฉันควรเชื่อใจนายมากกว่าใครทั้งหมด ต่อไปจะไม่มีอะไรที่นายไม่ควรรู้อีกแล้ว ฉันขอสัญญา” เขาพูดพลางขยำกระดาษใบนั้นทิ้งลงถึงขยะ แต่แล้วเขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีสิ่งที่เขาควรถามมัล “แล้วนายได้ประดาษใบนี้มาจากใคร”

“คนในกลุ่มกบฏหนีรอดมาได้หนึ่งคน และผมก็ตามหาจนเจอ ตอนแรกทำท่าจะไม่รอด แต่ตอนนี้ปลอดภัยดีแล้ว” มัลตอบเขาเสียงเรียบโดยไม่หันไปมองหน้าอีกฝ่าย เขายืนก้มหน้าเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่

“งานนี้ฉันไม่สามารถตอบแทนให้นายได้หรอกนะมัล” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว เหมือนกับว่าเขาขอร้องมัลมากเกินไป โดยไม่มีค่าตอบแทน “คุณก็รู้ว่าผมไม่ต้องการเงินทองอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล” มัลตอบกลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เพื่อให้อีกฝ่ายเชื่อใจในตัวเขา แต่เดวิโต้กลับมีสีหน้าวิตก เขาครุ่นคิดอะไรบางอย่างก่อนที่จะพูดคำๆนี้ออกมา “นายก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องเงินทอง ฉันหมายถึงสิ่งที่นายอาจจะไม่มีวัน ได้การตอบรับจากการกระทำของนายต่างหาก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการกระทำเพื่อปกป้องเธอก็ตาม แต่เธออาจจะไม่เห็นค่าของมันเลยก็ได้” สิ้นเสียง เดวิโต้ก็ก้มหน้าลงอย่างหดหู่ ความหมายที่เขาพูดออกไป อาจจะทำร้ายจิตใจของมัลแน่ๆ แต่ก็ยังดีกว่าที่เขาจะไม่พูดมันออกมา “ถ้าหมายถึงเชสละก็ ไม่ต้องกังวล ผมไม่เคยหวังจะได้รับน้ำใจจากเธอ แค่เพียงเธอปลอดภัยก็พอ” คำพูดคำนี้ช่างอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกดีๆของมัลเหลือเกิน เพียงแต่เชสจะไม่มีวันได้รู้มันจากปากของเขาเท่านั้น และเป็นอีกหนึ่งความหนักใจของเดวิโต้ ที่ต้องรับรู้ความรู้สึกของมัลเอาไว้ แต่ไม่มีทางช่วยอะไรเขาได้เลย
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Fri May 30, 2008 9:59 pm

[align=center]หน้าที่ 33[/align]


ทันใดนั้นก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น มันทำลายความเงียบที่ปกคลุมอยู่ จนเดวิโต้สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะรู้ว่ามันดังมากจากประตูบานหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ห่างจากมัลมากนัก “ขอตัวก่อนนะ ฉันรอสายนี้อยู่” เดวิโต้เดินตรงเข้าไปในห้องๆนั้นทันที ส่วนมัลที่ยืนนิ่งอยู่ก็ผละออกมาเดินสำรวจดูภายในห้องทดลอง มีแต่เครื่องมือต่างๆมากมาย คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์แปลกๆ ที่เขาไม่รู้จักอยู่เต็มห้องไปหมด เขาเดินดูไปเรื่อยๆจนพบกับประตูบานหนึ่งซึ่งมีป้ายติดไว้ว่า “อาวุธและอุปกรณ์ต่างๆ” ห้องนี้สิที่เหมาะกับเรา เขาคิดพร้อมกับเอื้อมมือไปกดสวิทซ์ที่แผงควบคุมทันที

ประตูเปิดออก ด้านในนั้นมีชั้นวางอาวุธมากมาย และมีอุปกรณ์ต่างๆอยู่เต็มห้องไปหมด มีทั้งปืนสั้น ปืนยาว ไรเฟิล ระเบิดมือ แต่ที่ดูแปลกตาก็คงไม่พ้นเสื้อผ้าที่ดูเหมือนชุดรัดรูปสีขาวและดำในตู้กระจก

“นี่มัน ชุดเดียวกันกับทหารหน่วยพิเศษวันนั้นนี่นา” เขานึกพลางมองดูอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนเดวิโต้ก็กำลังคุยอยู่กับเชส ผ่านทางโน้ตบุ๊คในห้องทำงาน

“ลูกทำตามที่พ่อบอกนะอย่าเพิ่งถามอะไร ตอนนี้จงรีบไปที่แหล่งพลังงานโดยเร็วที่สุด จอห์นนี่จะเป็นคนพาลูกไปเอง” เดวิโต้พูดคุยกับเชส ผ่านทางคอมพิวเตอร์พกพาที่มีขนาดเท่ากับบัตรเครดิต สิ่งนี้เรียกว่า mc มันสามารถติดต่อสื่อสาร โดยการแสดงภาพเสมือนจริงได้ถึง เก้าสิบเปอร์เซ็น และยังใช้ในงานพื้นฐานต่างๆ ตั้งแต่จดบันทึก อัดเสียง ถ่ายภาพเคลื่อนไหว แม้แต่ใช้สั่งการบังคับยานพาหนะต่างๆ ได้ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลของยานลำนั้นๆ

“พ่อค่ะ มันเรื่องอะไรกัน ทำไมต้องให้หนูเดินทางไปที่ๆไกลขนาดนั้นด้วย แถมยังต้องไปกับจอห์นนี่อีก” ภาพของเชสที่กำลังบ่นงอแง ฉายอยู่บนหน้าจอโน้ตบุ๊คของเดวิโต้ “เรื่องนี้สำคัญมากๆนะ อย่าทำให้พ่อลำบากใจ ทำตามที่บอกแล้วพ่อจะติดต่อไปอีกที” สีหน้าของเธอดูหงุดหงิดขึ้นมาทันที เมื่อเดวิโต้กำชับให้เธอต้องไปกับจอห์นนี่ โดยไม่อาจขัดขืนได้ “คะ แต่ว่าหนู...” เชสตอบกลับสั้นๆ ด้วยท่าทีหงุดหงิด แต่ก่อนที่เธอจะพูดอะไรออกไป ทางฝั่งเดวิโต้ก็ตัดการติดต่อไปแล้ว

ทางฝั่งเชสที่ตอนนี้กำลัง ยืนงงอยู่ในห้องเก็บของ ในบ้านของเธอ พร้อมกับเนอิและจอห์นนี่ ที่กำลังเตรียมสิ่งของต่างๆ เพื่อออกเดินทาง อย่างฉุกละหุก “คุณจอห์นนี่ มันเรื่องอะไรกัน แล้วตอนนี้พี่ชายอยู่ไหน” เนอิถามหามัล ด้วยท่าทีร้อนลน เพราะเธอไม่ได้เห็นหน้าพี่ชายตัวเองมาสองวันแล้ว

“มัลอยู่กับเดวิโต้ เขามีเรื่องสำคัญที่จะต้องทำก่อน แล้วจะมาสมทบกับเราที่แหล่งพลังงานเอง ส่วนเรื่องทั้งหมดฉันจะเล่าให้ฟังระหว่างทางนะเนอิ” จอห์นนี่พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเพื่อปลอบใจเนอิ แม้จะรู้ดีว่ามันคงช่วยได้ไม่เท่าไหร่ เพราะเนอินั้นเป็นห่วงมัลมากๆ ตั้งแต่ตอนที่อยู่ในสงครามกลุ่มกบฏแล้ว เนอิมักจะถูกทิ้งให้อยู่เฝ้าค่ายพักคนเดียวเสมอ ทุกครั้งเมื่อมัลออกไปทำงาน เธอจะขอพรเพื่อให้พี่ชายของเธอกลับมาอย่างปลอดภัย และสถานการณ์ตอนนี้ ก็ทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่า มัลต้องออกไปทำงานที่เสี่ยงอันตรายอีกครั้ง เธอจึงได้แต่เฝ้าภาวนาในใจและอธิฐานว่า “ที่เดียวที่พี่จะกลับมาคือ ครอบครัวเพียงคนเดียวที่มี” ครอบครัวที่ว่าก็คือเนอินั้นเอง
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Fri May 30, 2008 10:01 pm

[align=center]หน้าที่ 34[/align]


“หนอย พ่อนะพ่อ ตัดการติดต่อกับหนูได้ยังไงกัน ยังคุยไม่รู้เรื่องเลย” เชสบ่นอุบพลางคีย์คำสั่งต่างๆลงไปบน MC คอมพิวเตอร์พกพาของเธออย่างหัวเสีย และถ้าไม่จำเป็นจริงๆจอห์นนี่จะไม่อยากเข้าไปยุ่ง กับเชสตอนอารมณ์หงุดหงิดแน่ๆ แต่ว่าตอนนี้เวลาก็น้อย สถานการณ์ก็ไม่น่าไว้ใจ เขาจึงต้องบอกเชสให้ได้สติ “นี่ๆ เชส เลิกยุ่งกับคอมได้แล้ว เราต้องรีบไปแล้วนะ” สิ้นเสียงร้องบอกของจอห์นนี่ สายตาเชิงอาฆาตของเชส ก็หันมามองตาจอห์นนี่อย่างดุดัน เป็นเชิงว่า “อย่ามายุ่งเรื่องของฉัน” สายตาคู่นั้นถึงกับทำให้จอห์นนี่ ที่อายุมากกว่าเชสถึงครึ่ง ต้องก้มหน้าหลบด้วยสัญชาติญาณของตัวเอง พลางคิดในใจว่า “ฉันละไม่ถูกชโลกกับยัยนี่จริงๆ เจ้าเดวิโต้ต้องตอบแทนเราอย่างงาม ที่มันดันให้เรามาพายัยนี่ไปด้วย ไม่งั้นมันต้องเสียใจ”

ระหว่างที่จอห์นนี่และเนอิ ช่วยกันเลือกของใช้ที่จำเป็นอย่าง อุปกรณ์สื่อสารต่างๆ เช่น วิทยุ คอมพกพาขนาดเล็กประสิทธิ์ภาพสูง “จอห์นนี่ เราจะไปไหนกันแน่ ไปแหล่งพลังงานไม่จำเป็นต้องใช้ของพวกนี้หรอกนะ” เนอิถามเขาอย่างอดสงสัยไม่ได้ ว่าจริงๆต้องไปไหนกันแน่ “อย่าเพิ่งถามน่า ส่งเชือกเส้นนั้นมาสิ เอาไฟฉายกับแท่งเลเซอร์แรงสูงด้วย เดี่ยวๆ หยิบของในใบรายการนี้ด้วยนะ เดี่ยวฉันมา” จอห์นนี่หยิบกระดาษแผ่นหนึ่ง ออกมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา และยื่นให้เนอิอย่างรวดเร็ว พลางลุกขึ้นยื่นมาเห็นเชสที่ยังคงวุ่นวายอยู่กับคอมของเธอ และอย่างเสียไม่ได้ที่เขาจะรู้สึกว่า ยัยนี่จะเคยฟังความเห็นของคนอื่นเขามั่งไหม

“นี่เชสเธอจะหยุด...” ยังไม่ทันจะพูดจบ เขาก็สังเกตุว่ามีบางอย่างผิดปกติ เกิดขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว เชสดูจะหายหงุดหงิดแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นดูวิตกกังวลแทนที่ “จอห์นนี่ ที่บริษัทของพ่อใช้สัญญาณสื่อสารแบบพิเศษ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก มันไม่มีทางมีปัญหาการติดต่อสื่อสารแน่นอน แต่ว่าตอนนี้มัน...” สิ้นเสียงคำถามด้วยน้ำเสียงอันคลุมเครือของเชส เธอหันไปมองจอห์นนี่อย่างอดสงสัยไม่ได้ว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ถูกโจมตีแล้วหรือนี่” จอห์นนี่อุทานออกมา เมื่อเห็นว่าสัญญาณของเครื่อง MC ขาดหายไป ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่ ที่จะมีปัญหาทางเทคนิค เพราะอุปกรณ์ที่เดวิโต้สร้างมากับมือของเขาเอง ไม่มีทางมีปัญหาอย่างเด็ดขาด และยิ่งเป็นเครือข่ายสำหรับติดต่อสื่อสารภายในครอบครัว ยิ่งไม่มีทางมีปัญหาอย่างแน่นอน

“เราต้องออกเดินทางแล้ว เชส เนอิมาเร็ว” จอห์นนี่เรียกเด็กสาวทั้งสองคนให้ตามเขาออกมา ตอนนี้ทั้งสามคนออกจากในตัวบ้านมาแล้ว “พวกเธอตรงไปยังโรงเก็บด้านหลังก่อนนะ ฉันต้องกลับไปที่รถหน้าบ้านก่อน” จอห์นนี่พูดโดยที่ไม่รอให้เด็กสาวทั้งสองคนตอบรับคำ เขาก็วิ่งกลับเข้าไปในตัวบ้าน เพื่ออกไปยังรถที่จอดด้านหน้าของบ้านทันที ส่วนเด็กสาวทั้งสองคนที่ยังยืนสับสนกับสถานการณ์ที่เร่งรีบผิดปกติ ต่างก็ปรึกษาหารือกัน

“เอาไงดี ไปรอในโรงเก็บก่อนดีไหม” ทั้งสองหันมามองหน้ากัน “ทำตามที่จอห์นนี่บอกเถอะน่า” เนอิส่งสายตาเว้าวอนให้กับเชส “และอีกอย่างนะ อย่าไปส่งสายตาเชิงอาฆาตให้เขาอีกละ ที่เธอทำเมื่อกี้ฉันเห็นนะ” เนอิส่งสายตาเป็นเชิง ว่าอย่าทำอีกเป็นอันขาด ซึ่งเชสก็ยิ้มรับอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร “ก็ได้ๆ ฉันจะไม่แกล้งจอห์นนี่อีก แต่แค่พักเดียวนะ” เชสยิ้มพลางเดินตรงไปที่โรงเก็บยานพาหนะต่างๆของบ้านวาเลริโอ

ประตูเหล็กมีเทาขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าของเธอ กับความสูงขนาดตึกห้าชั้น และความกว้างขนาดสองสนามฟุตบอลต่อกัน เชสค่อยๆป้อนรหัสผ่านเพื่อเปิดประตู ผ่านทางคอมพกพาของเธอ บานประตูเหล็กขนาด
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Fri May 30, 2008 10:02 pm

[align=center]หน้าที่ 35[/align]


หญ่ ค่อยๆปรากฏให้เห็นประตูขนาดเล็กบานหนึ่ง ซึ่งโผล่ออกมาและเปิดออกโดยการสไลด์เข้าไปด้านข้าง เชสและเนอิค่อยๆก้าวขาเข้าไป ภายในนั้นโอ่โถกว้างใหญ่ ผนังรอบๆเป็นโลหะสีเทาดูเรียบเนียนและสะอาดสะอ้าน ส่วนเพดานเป็นโครงเหล็กสีน้ำเงิน ดูหยาบๆไม่ค่อยแต่งเติมอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ดูแข็งแรงทนทาน เบื้องหน้าของเนอิมีตั้งแต่ รถจักรยานยนตร์ รถยนต์ เฮลิคอปเตอร์ เครื่องเจ็ท และอุปกรณ์หน้าตาประหลาดๆหลายชิ้น

“ฉันไม่ชอบบรรยากาศในนี้เลยจริงๆ” เนอิเดินตามหลังเชสโดยสะพายเป้สีดำอันหนึ่ง ซึ่งด้านในใส่ของต่างๆตามที่จอห์นนี่สั่งเอาไว้ มือของเธอเกาะเสื้อของเชสเอาไว้ติดมือ “จอห์นนี่ให้เรามารอในนี้ทำไมกัน” เชสเอ่ย เธอเดินดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก่อนที่จะมีเสียงอะไรบางอย่างดังขึ้น และทั้งสองสาวหันไปมองอย่างตกใจ ภาพข้างหน้าคือ จอห์นนี่ที่แบกใครบางคนอยู่บนหลังของเขากำลังเดินเข้ามา สีหน้าดูเหนื่อยล้าเหงื่อไหลยาวเป็นทาง “แฮ่ก แฮ่ก มะ มองอะไร ไม่เคยเห็นคนแบกคนหรือไง”

“ตายแล้ว” เชสอุทาน เธอมองดูร่างที่นอนสลบไสล บนหลังของจอห์นนี่ ก่อนที่เขาจะวางร่างไร้สตินั้น ลงกับพื้น “เนอิ ฝากดูแลที่ เดี๋ยวฉันจะหายานพาหนะ” พูดเสร็จจอห์นนี่ก็ออกเดินไปทั่วโรงเก็บ ปล่อยให้สองสาวยืนมองดูร่างที่นอนนิ่งอยู่กับพื้น

“หน้าตาดูไม่ได้เลย นายคนนี้” เชสบ่นออกมาตามสัญชาติญาณของ สาวไฮโซผู้แต่งหน้าตาและเสื้อผ้าอย่างมืออาชีพ “ดูท่าทางจะบาดเจ็บหนักพอดูเลยนะ” เนอิเสริม แต่คุยคนละประเด็นกับเชส สภาพของคนตรงหน้าดูสกปรกมอมแมม กางเกงขายาวและเสื้อสีเทายีนขาดๆ ดูดำไปถนัดตา เพราะเปื้อนขึ้ดินขี้โคลน ส่วนผมที่ยาวไปถึงกลางหลัง พันกันมั่วไปหมด และใบหน้าเนียนๆ ดวงตาที่ปิดอยู่ดูเรียวสวย ดูจะหลับลึกอย่างน่าแปลกใจ

“นี่ๆ สองสาว ตามมาทางนี้เลย อุ้มสาวคนที่สามตามมาด้วยนะ ระวังล่ะเธอบาดเจ็บอยู่” เท่านั้นละ เมื่อทั้งสองได้ยินเสียงของจอห์นนี่ ต่างก็ตกใจเมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าคือผู้หญิง “ผู้หญิงอะไรกัน ทำไมดูหล่ออย่างนี้” เนอิเบิกตาโผลงอ้าปากค้าง “โธ่ โธ น่าเสียด๊าย น่าเสียดาย ถ้าเป็นชายคงได้เกิดแน่ๆเลย” เชสยิ้มที่มุมปากนิดๆ พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเสียดาย เมื่ออาลัยอาวรณ์เสร็จแล้ว เนอิกับเชสก็ช่วยกันผยุงร่างอันไร้สติของสาวชุดยีน ตรงไปตามเสียงเรียกของจอห์นนี่ ที่อยู่ด้านหลังของโรงเก็บ ระยะทางไกลประมาณเจ็ดเมตร ทั้งสองช่วยกันผยุงจนมาถึงต้นเสียง แต่กลับพบว่าจอห์นนี่ยืนอยู่ตรงที่โล่ง ไม่มีอะไรเลยแม้แต่ฝุ่น

“ไหนบอกจะมาหาอะไรซักอย่างไง ที่ใช้เดินทางน่ะ” สูงของเชสขึ้นสูงอย่างน่าตกใจ อาจเพราะต้องแบกร่างของสาวชุดยีนคนนี้มาตั้งไกล โดยที่จอห์นนี่ยืนรออยู่เฉยๆ (จริงๆเธอแค่ช่วยประคองขาทั้งสองข้างไม่ให้ไถลไปกับพื้น ส่วนที่พยุงมาจริงๆคือเนอิ ที่ยกร่างของเธอขึ้นสูงถึงหัวไหล่)

“เชส...” เสียงเตือนเอื่อยๆยาวๆของเนอิดูจะชงัดนัก เมื่อได้ยินเชสก็หันมามองอย่างยิ้มๆ “ขอโทษ” ส่วนจอห์นนี่ที่ยืนหัวใจเต้นระรัว ถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาคิดในใจว่าทำไมตัวเองต้องกลัว ยัยเด็กอายุสิบเจ็ดปีคนนี้ด้วย ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เมื่อเชสไม่คิดจะหาเรื่องต่อว่าเขาอีก (อาจเป็นเพราะเนอิยืนคุมอยู่) เขาจึงเตรียมพร้อมที่จะบอกว่า
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby -[F]reeStyleLes[S]- on Sat May 31, 2008 4:51 am

ตอนใหม่ออกมาแล้วหรอเนี้ย

/me นั่งอ่าน
ขอให้ระวังในการพิม สี่คำอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

" นี่ นี้ นั่น นั้น " แค่นิดเดียวมันก็ทำให้อ่านแ้ล้วขัดลูกตาได้นะ


Image
User avatar
-[F]reeStyleLes[S]-
F.F. DragonKnight
F.F. DragonKnight
 
Posts: 49
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:08 pm
Location: ประเทศแห่งราชาภาษา

Postby Zamma on Sat May 31, 2008 11:09 am

Ohhhh !!! มีคนติดตามอยู่เรอะเนี้ย นึกว่าร้างซะแล้ว นิยายผม

ปล.ไปและ มีกั๊กไว้อีกตั้ง 20 หน้าแหน่ะ เดวค่อยลง
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Sat May 31, 2008 4:12 pm

ไรเฟิล Rifle คำแปล ปืนยาว

ไหนๆ ก็มาผิดเรื่องปืนผมจะอธิบายเดี๋ยวนี้เลยละกัน

ปืนพก
-ปืนสั้น
-ปืนพกสั้น ถ้าเทียบในหนังกำลังภายในก็คือ อาวุธลับ
-ปืนพกกล มันคือปืนสั้น แต่ในขณะเดียวกันมันก็อัตโนมัติเต็มรูปแบบได้ด้วย

ปืนกล
-ปืนกลมือ อย่าเหมารวมว่าเป็นปืนกลเบานะ เพราะมันคนละหน้าที่กันเลย ปืนกลมือ เป็นปืนที่มีขนาดเล็ก ออกแบบเพื่อความคล่องตัว มากกว่าอำนาจสังหาร บางแบบมีขนาดเท่าหรือเล็กกว่าปืนสั้นด้วยซ้ำ บางแบบก็มีขนาดประมาณไรเฟิลจู่โจมเบา (Carbine)
-ปืนกลเบา ที่เรียกกันใน SF ว่า ปืนกลหนักหรือ 100 นัด แล้วจะดูยังไงว่าเป็นปืนกลเบาหรือหนักหรืออเนกประสงค์ ปืนกลเบามีลักษณะพิเศษ คือ สามารถใช้แทนไรเฟิลจู่โจมได้ แต่ในขณะเดียวกันก็กางขาทรายตั้งป้อมยิงได้ เป็นทั้งอาวุธประจำหน่วยและประจำกาย
-ปืนกลอเนกประสงค์ นี่ก็ถูกเหมารวมว่า ปืนกลหนัก เหมือนกัน แต่มันต่างจากปืนกลหนักตรงที่ว่า มันสามารถใช้แทนปืนกลเบาได้ แต่จะไม่สามารถใช้แทนไรเฟิลจู่โจมได้ เพราะน้ำหนักและแรงดีดที่มากกว่า แต่มันสามารถเอามากางขาทราย ขาหยั่ง หรือติดเป็นแท่นปืนบนยานพาหนะได้ ชื่อก็บอกอยู่ว่ามันอเนกประสงค์ ใช้ได้ทั้งต่อตีทหารราบทั้งต่อสู้อากาศยาน
-ปืนกลหนัก ชื่อก็บอกอยู่ว่า หนัก ซึ่งจะไม่มีใครบ้าถือเดินยิงแบบแรมโบ้ อย่าว่าแต่เดินยิงเลย ขนาดจะใส่พานท้ายเอามานอนประทับยิงคนยิงจะไหล่ระบมหรือหลุดรึเปล่าก็ไม่รู้ และก็ตามชื่ออีกนั่นแหละ หนัก ขนาดกระสุนมันก็ยังกะปืนยาวผสมพันธุ์กับปืนใหญ่เลยครับ ขนาดกระสุนมันตั้งครึ่งนิ้ว แรงดีดก็รุนแร้งรุนแรง เขาถึงได้ไม่เอามาหิ้วไปกับหมู่รบไง นอกจากจะมีคนนึงถือขาหยั่ง คนนึงแบกปืนขึ้นบ่า คนนึงขนกระสุน แล้วก็ไม่เคยเห็นมีการเอาไปไว้ให้ทหารราบไปใช้ในเชิงรุกด้วย ยกเว้นแต่จะติดอยู่บนรถอเนกประสงค์อย่าง Hmmwv หรือรถ UAZ ของรัสเซีย หรืออะไรทำนองเดียวกัน
-ปืนกลหลายลำกล้อง ทีแรกผมก็นึกว่ามันคือ Gattling แต่พอได้มาเห็นปืนกลที่ติดกับ ฮ.โจมตี บางแบบผมก็กระจ่างว่า มันมีอยู่สองแบบ แต่ส่วนมากตอนนี้แทบจะไม่มีแล้ว เพราะในปัจจุบันเขาเอาไปทำปืนใหญ่อากาศหมด
-ปืนกลลำกล้องหมุน นี่แหละ Gattling ปืนที่สวาปามกระสุนมากที่สุดถ้านับรวมปืนใหญ่อากาศเข้ามาด้วยอย่างเบาะๆ ก็ 1,800 นัดต่อนาที ส่วนที่รัวที่สุดตอนนี้ถ้าไม่นับรวมปืนใหญ่อากาศ GSh-6-23 ขนาด 23 มม. ของรัสเซียที่ยิงได้ 10,000 นัดต่อนาที ก็คือ XM-214 Microgun ขนาด 5.56 มม. ของอเมริกาที่ยิงได้ 10,000 นัดต่อนาที

พอก่อน เดี๋ยวกลับมาให้ความรู้ต่อในกระทู้ปืนของผม
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Requin_Jinx on Sun Jun 01, 2008 7:51 am

ยังรอตอนใหม่อยู่เหมือนกัน...
[align=left]Image[/align]
If we seem to be immortal, it's only because you guys are too WEAK!!!

~สอยสาวเผ่าGria สอยสาวเผ่าViera...เกมFFTA2 ช่างเยี่ยมจริงๆ~
User avatar
Requin_Jinx
F.F. Zandalphon
F.F. Zandalphon
 
Posts: 86
Joined: Sun Feb 10, 2008 7:41 pm
Location: Blue Carnation Club

Postby Zamma on Sun Jun 01, 2008 9:59 am

ไอ้ปืนใหญ่ อากาศนี่ มันมีลักษณะยังไงหรอนิ ใช่แบบยิงกระสุน ขนาดใหญ่แต่ รัว ป่ะ

อย่างเช่นปืนที่ ติดตามเครื่องบินต่างๆรึไรม่ะ พูดง่ายๆคือปืนติดเครื่องบินต่างๆที่ยิงรัว และมีขนาดกระสุนที่ใหญ่

ปล.ไปและ ความเข้าใจ้ผม ใกล้เคียงคำว่า ถูกม่ะ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Sun Jun 01, 2008 11:23 am

[align=center]หน้าที่ 36[/align]


“ได้เวลาเดินทางแล้ว เตรียมพบกับยานบินอันล้ำสมัยที่สุดในโลก” เขาพูดพร้อมชูมือทั้งสองข้างขึ้นข้างๆตัว ส่วนเชสและเนอิต่างก็ยืนมองตาม แต่ก็ไม่เห็นอะไรซักอย่าง “ถ้าจะล้อเล่นละก็ มีอะไรให้ดูอีกละ” เชสพูดอย่างข่มอารมณ์ ดูเธอจะกัดฟันด้วย “เดี๋ยวก่อนดูดีๆสิ” จอห์นนี่พูดตะกุกตะกัก

“ดูสิพวกเธอ ดูนั่น”จอห์นนี่ชี้ไปยังบนเพดานโรงเก็บ แต่ยิ่งดูก็ยิ่งงง เพราะที่เด็กสาวทั้งสองคนเห็นนั้น ไม่มีอะไรเลย มีแต่เพดานที่ว่างเปล่า “ไม่เห็นมีอะไรเลยจอห์นนี่” เนอิตอบกลับมาด้วยความสงสัย ส่วนเชสก็คิดในใจว่า (สงสัยหมอนี่คงบ้าไปแล้ว ตื่นเต้นจนสติแตก)

“พวกเธอลองดูดีๆ”จอห์นนี่พูดอีกครั้งก่อนที่เขาจะหยิบแท่งยิงแสงเลเซอร์ออกมา และกดปล่อยแสงไปยังเพดานที่ว่างเปล่า ทันใดนั้นสิ่งที่เด็กสาวทั้งสองคนเห็นก็คือ จากอากาศที่ว่างเปล่า เริ่มจะมองเห็นเป็นบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่ และอยู่ห่างจากหัวของพวกเธอแค่สามเมตร เมื่อแสงเลเซอร์ที่ยิงไปกระทบนานเข้า เจ้าสิ่งนั้นก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเรื่อยจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

“เครื่องบินล่องหน” เนอิอุทานออกมาด้วยความตกใจ “ว่าไงนะทำไมที่บ้านมีแต่ฉันไม่รู้ล่ะ” เชสได้แต่ยืนงงกับสิ่งที่เธอได้เห็นตอนนี้ “แน่ล่ะเธอจะรู้ได้ยังไง ในเมื่อฉันเป็นคนออกแบบและสร้างมากับมือ โดยมีพ่อของเธอเป็นผู้ช่วย” จอห์นนี่ได้ทีพูดคุยข่มเชสทันที

“นายจะบอกว่าเป็นคนสร้างเจ้านี่หรือ” เชสออกปากถามเมื่อเธอแคลงใจว่า อย่างจอห์นนี่จะสร้างของแบบนี้ได้ยังไง ในเมื่อดูแล้วเขาไม่น่าจะมีทุนในการสร้างได้เลย แม้แต่ยานซักลำจะมีเงินซื้อได้หรือเปล่า
ยานลำนี้มีรูปร่างเหมือนเครื่องบินเจ็ท ที่มีขนาดเล็กบรรทุกคนได้ประมาณหกคน ตัวยานมีลักษณะส่วนหัวที่กว้างยาวออกมา จนถึงส่วนท้ายที่มีทางขึ้นลงสำหรับขนของ และมีส่วนบนเป็นฐานวงกลมที่มีปีกแยกออกไปด้านข้างทั้งสอง เมื่อตัวยานปรากฏออกมาจนมองเห็นได้ชัดเจนแล้ว จอห์นนี่ก็ยกมือของตนขึ้นมาป้องปากพร้อมกับตะโกนว่า “รีเซ็ตรหัสการใช้งาน เตรียมพร้อมการใช้งาน”

สิ้นเสียงยานลำนั้นก็เริ่มลอยลงต่ำเรื่อยๆ จนถึงพื้นห้องโรงเก็บ ประตูทางเข้าด้านข้างของยานเปิดออกมาอย่างช้าๆ เมื่อประตูเปิดออกมาจนสัมผัสกับพื้น จอห์นนี่ก็ทำการพลักมือเด็กสาวทั้งขึ้นไปบนยานทันที “ทำอะไรเนี่ยไม่ต้องมาดันฉันนะ ฉันเดินเองได้” ส่วนจอห์นนี่กำลังเดินลงไปอุ้มร่างของหญิงสาวชุดยีน ที่ถูกวางทิ้งไว้กับพื้นข้างล่าง “ถ้าฉันไม่พลักเธอ เมื่อไรเธอจะเดินขึ้นไป มัวแต่ยืนอ้าปากหวออยู่นั่นล่ะ” จอห์นนี่พูดถูก เพราะเชสนั้นยืนตะลึงกับยานลำนี้ เธอไม่เคยเห็นเทคโนโลยีที่ลำสมัยอย่างนี้มาก่อน ขนาดพ่อของเธอยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ

“เอาล่ะเราจะออกเดินทางกันแล้วนะ” เมื่อจอห์นนี่ขึ้นมาบนยานแล้ว เขาก็นำร่างอันไร้สติของหญิงสาว เข้าไปในห้องพักที่อยู่ด้านหลังของยาน “เฮ้อ เจ้ามัลนะ เจ้ามัล ให้ฉันพาใครขึ้นมาด้วยก็ไม่รู้” เขาพึมพำกับตัวเอง เมื่อหญิงสาวได้ห้องพักส่วนตัวแล้ว จอห์นนี่ก็เดินกลับมาที่ห้องคนขับ ภายในห้องขนาดพอเหมาะ สำหรับคนสี่คน เชสกำลังกดอะไรยุกยิกกับคอมพกพาของเธอ ส่วนเนอิก็จัดเก็บของในเป้เข้าตูเก็บของ ในห้องคนขับอย่างชำนาญ เธอแยกเก็บของใช้ตามประเภท ตามตู้สามใบที่มีขนาดเท่ากับจอทีวี
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Sun Jun 01, 2008 11:24 am

[align=center]หน้าที่ 37[/align]


“เอาละ ได้เวลาออกเดินทางแล้ว” จอห์นนี่เดินผ่านเนอิและเชสมานั่งลงบนที่นั่งด้านหน้าสุด เขากดปุ่มอะไรต่อมิอะไรมากมาย บนแผงด้านหน้า แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้น มันดังราวกับมีลำโพงขนาดมหึมา วางล้อมโรงเก็บเป็นสิบ

“ผู้ที่อยู่ด้านในโรงเก็บ โปรดแสดงตัว หากไม่ทำการยืนยันตัวภายใน สามสิบวินาที ทางเราจะทำการบุกจู่โจมทันที” เสียงป่าวประกาศดังกังวานไปทั้งโรงเก็บ ตอนนี้กองรักษาการณ์ได้ตามมาถึงบ้านของเชสแล้ว ตามความคิดของจอห์นนี่ พวกที่อยู่หน้าโรงเก็บนั้นคือกลุ่มลาดตระเวน ที่ล่วงหน้ามาดูสถานการณ์พร้อมกับสร้างความล่าช้าให้แก่เป้าหมาย เพื่อรอให้กำลังเสริมตามมาทัน เมื่อจอห์นนี่คิดทบทวนอย่างดีแล้ว เขาก็เตรียมพร้อมที่จะเดินทางฝ่าออกไปทันที ด้วยยานบินลำนี้


“สาวๆเราจะฝ่าออกไปกันเลยนะ” เขาพูดโดยที่ทำการกดเปิดสวิทซ์หลายปุ่ม ก่อนที่จะมีเสียงถามมาจากด้านหลังว่า “นี่จอห์นนี่ แน่ใจหรือว่าจะฝ่าออกไปได้น่ะ” เชสถามเขาด้วยความไม่แน่ใจในความสามารถของจอห์นนี่ เพราะเธอเห็นเขาเป็นแค่ชายอายุสามสิบห้า ที่ดูแล้วไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากนั่งเฝ้าร้านขายอาวุธไปวันๆ ซ้ำยังดูท่าทางไม่น่าจะขับเจ้ายานลำนี้ได้ด้วย

“นี่ไม่ต้องกังวลน่า ฉันน่ะมือฉันหนึ่งเลยนาเรื่องการขับขี่น่ะ” เขาพูดตอบกลับด้วยอารมณ์ขัน ที่เหมือนกับแสร้งพูดออกมา ราวกับว่าการขับขี่ยานลำนี้ มันเป็นเรื่องง่ายๆสำหรับเขา “เนอิเธอน่ะมานั่งที่ผู้ช่วยกัปตันเร็ว” ท่ามกลางความงุนงงของเนอิ เธอได้แต่ทำตามที่จอห์นนี่สั่งเท่านั้น “คุณจอห์นนี่ หนูขับไม่เป็นหรอกนะคะ” เนอิบอกด้วยสีหน้าตื่นๆ เพราะเธอนั่นรู้สึกตื่นเต้น ปนตกใจที่ต้องมานั่งที่ผู้ช่วยกัปตัน

“นี่ทำไมเนอิถึงได้เป็นผู้ช่วยกัปตันล่ะ” เชสถามด้วยความสงสัย ถึงแม้เธอจะช่วยอะไรไม่ได้เหมือนเนอิก็เถอะ “นี่ๆ ยานนี้ฉันเป็นกัปตันนะ คำสั่งของกัปตันถือเป็นเด็ดขาดจ๊ะ” จอห์นนี่พูดล้อเลียนเด็กสาว เหมือนกับว่าเชสอยากได้ตำแหน่งผู้ช่วยกัปตัน ด้วยอารมณ์สนุกสนาน ราวกับว่าเขาหายกลัวเธอแล้ว แต่เชสกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น “เชอะ ฉันไม่สนหรอก ตำแหน่งอะไรบ้าๆบอๆ” เธอได้พูดประชดประชัน เมื่อนั่งที่กันลงตัวทุกคนแล้ว จอห์นนี่ก็ทำการสั่งเปิดหลังคาโรงเก็บให้เปิดออก ด้วยคำสั่งภายในยานลำนี้

“เนอิหน้าที่ของเธอตอนนี้คือ บังคับอาวุธต่างๆให้พร้อมโจมตีอยู่เสมอ และคอยทำตามคำสั่งของฉันอย่างเคร่งครัด” เมื่อพูดจบเนอิก็หันมามองจอห์นนี่ด้วยสีหน้าไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ “ไม่ต้องกังวลหรอกเนอิ มันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เธอทำได้อยู่แล้ว” เขาพูดให้กำลังใจ เมื่อเห็นว่าเนอิ ไม่ค่อยแน่ใจกับการที่จะต้องควบคุมอาวุธต่างๆ ที่ติดตั้งไว้กับยานลำนี้ ทั้งนี้หมายความว่าเธอจะต้องยิงตอบโต้ทุกคน ที่จะเข้ามาขัดขวางการนำยานขึ้นของพวกเธอ

“ขอเวลาแค่เก้าสิบวินาทีเท่านั้น” เขาบอกกับเธอ คราวนี้น้ำเสียงดูจริงจังมากขึ้นกว่าเก่า เมื่อยานพร้อมเดินทาง จอห์นนี่ก็นำยานลอยขึ้นเหนือโรงเก็บทันที เมื่อส่วนบนของยานโผล่พ้นออกมาจากหลังคาโรงเก็บ สิ่งที่เห็นคือ กองรักษาการณ์ประมาณยี่สิบคนอาวุธครบมือ ที่ทำการเล็งปืนมายังยานของพวกเขา โดยหลบอยู่ตามหลังรถคันใหญ่ของพวกเขา บ้างก็แอบตามต้นไม้รอบๆด้าน เมื่อฝ่ายทหารเห็นเป้าชัดเจน เขาไม่รอที่จะพูดว่า
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Sun Jun 01, 2008 11:27 am

[align=center]หน้าที่ 38[/align]


“เห็นเป้าหมายแล้ว ยิงสกัดไว้”ทางฝ่ายทหารก็สั่งระดมยิงด้วยปืนกระสไฟฟ้าทันที มันเป็นปืนที่ใช้ยิงกระสุนแม่เหล็กไฟฟ้า เพื่อใช้ในการหยุดยั้งยานพาหนะต่างๆ ให้หยุดการทำงาน เป็นอีกหนึ่งผลงานของบริษัท วีเทคโนโลยี ตัวปืนมีขนาดใหญ่ พกพาสะดวก ตัวลูกกระสุนมีลักษณะทรงกระบอก อ้วนหนาและส่วนปลายแหลม

“ระวังปืน mns (magnet spark)” เชสร้องบอกกับจอห์นนี่ และเขาหักยานหลบทันที เมื่อกระสุน mns ถูกยิงออกมา ยานที่ลอยอยู่เหนือโรงเก็บ ไม่สามารถหลบกระสุนที่ลอยมามากมาย เกินกว่าจะนับได้หมด มันปะทะเข้ากับยานหลายนัด แต่ก็ไม่เป็นผลเพราะจอห์นนี่ ได้ทำระบบเกราะสนามพลังติดตั้งไว้ที่ยานลำนี้ด้วย แต่เมื่อเขาเห็นท่าไม่ดี จึงสั่งให้เนอิยิงโต้ทันที “เนอิยิงตอบโต้เลย อย่าให้พวกทหารทำให้ยานเสียหายได้”

เนอิทำใจอยู่สักพัก ก่อนจะตัดสินใจยิงใส่เป้าหมาย ที่กระจายอยู่รอบๆโรงเก็บ ทันทีที่เนอิเหนี่ยวไกด้วยนิ้วเรียวยาวของเธอ ปืนลำกล้องยาวสีดำสนิทขนาดใหญ่ก็โผล่ออกมาใต้ปีกทั้งสองข้าง บนจอด้านหน้าของเนอิ เธอกำลังเล็งเป้าหมายไปที่กลุ่มทหารกลุ่มหนึ่ง ที่ยังคงเล็งเป้ามาที่ยานลำนี้ แสงสีแดงกลมๆบนจอของเธอ ล็อคเป้าหมายเบื้องหน้าได้แล้ว แต่ความลังเลยังคงวนเวียนจิตใจของเธออยู่ แค่เหนี่ยวไกทหารเหล่านั้น ก็จะพบจุดจบอย่างง่ายดาย จอห์นนี่สังเกตเห็นความล่าช้าของเนอิอย่างชัดเจน และเขาก็รู้ดีว่าควรจะทำอย่างไรในสถารการณ์ตอนนี้

เขาเอื้อมมือไปกดคำสั่งบางอย่างบนแผงด้านหน้า ก่อนจะมีเสียงตอบรับกลับมาจากจอแสดงภาพของยานว่า “เลือกใช้กระสุนสำหรับฝึกซ้อม ระบบทำการปรับเปลี่ยน โปรดรอสักครู่....” เสียงพูดหายไป ขณะที่จอห์นนี่บังคับยานหลบกระสุนไปมา เวลาที่เขาต้องการยังขาดอีกเกือบ เจ็ดสิบวินาที และเนอิก็ตอบแทนเขาที่รู้ใจเธอว่า การฆ่าคนอย่างเลือดเย็น มันจำเป็นสำหรับบางสถานการณ์เท่านั้น

ปลอดๆๆ !!

เสียงกระสุนยางยิงออกไปอย่างรวดเร็วรุนแรง มันปะทะกับทหารหลายสิบนาย จนกระเด็นล้มลงนอนบาดเจ็บไปตามๆกัน ส่วนพวกที่เหลือก็พากันหลบเข้าที่กำบังต่างๆ เช่นรถและกำแพงตึก ความแรงของกระสุนมากพอจะทำให้ ผู้โชคร้ายบาดเจ็บพอๆกับถูกรถชนเลยทีเดียว และเมื่อทหารส่วนมากไม่สามารถมาขวางทางได้อีก จอห์นนี่ก็เริ่มที่จะควบคุมยานให้พร้อม เพื่อที่จะเร่งสปีดออกไปทันที แม้ว่ามันจะยังไม่ได้เวลาตามที่เขาต้องการ ยังขาดอีกห้าสิบวินาที แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

“ปี๊บๆ ปี๊บๆ” เสียงสัญญาณบางอย่างร้องเตือนเขา แสงสีแดงสว่างวาบไปมาภายในยาน และบนจอเรดาร์ของจอห์นนี่ก็แสดงให้เห็น จุดสีแดงๆลูกเล็กๆสองลูก พุ่งเข้ามาอย่ารวดเร็ว “จรวด งั้นเรอะ" สิ้นเสียงเขาก็พบว่ามีจรวดลูกหนึ่ง พุ่งมาจากเฮลิคอปเตอร์ ที่อยู่ทางด้านข้างของตัวยานห่างออกไปสองร้อยเมตร มันทะยานพุ่งมาด้วยความเร็วสูง “ทุกคนเกาะให้แน่นๆนะ”

เขาบังคับยานลอยสูงขึ้นไปเรื่อยๆและเร่งความเร็วหนีจรวดลูกนั้นทันที “จอห์นนี่มันใกล้เข้ามาแล้ว” เนอิร้องบอกอย่างตกใจ เมื่อลูกจรวดพุ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆเสียงปี๊บๆดังอย่างน่ารำคาญ แสงในห้องสว่างวาบไปมา ดูอึดอัดและน่าหวาดวิตก เนอิกำมือทั้งสองข้างอย่างใจจดใจจ่อ ส่วนเชสที่นั่งอยู่ด้านหลัง เธอกำสายคาดนิรภัยเอาไว้
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby -[F]reeStyleLes[S]- on Sun Jun 01, 2008 7:06 pm

ถามอารายหน่อยจี่ ทำไมต้องลงเป็นหน้าๆด้วยอะ
ขอให้ระวังในการพิม สี่คำอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

" นี่ นี้ นั่น นั้น " แค่นิดเดียวมันก็ทำให้อ่านแ้ล้วขัดลูกตาได้นะ


Image
User avatar
-[F]reeStyleLes[S]-
F.F. DragonKnight
F.F. DragonKnight
 
Posts: 49
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:08 pm
Location: ประเทศแห่งราชาภาษา

Postby MiG-3.59NTF on Sun Jun 01, 2008 10:36 pm

เรื่องปืนใหญ่อากาศนี่ก็ใกล้เคียงครับ แต่เอาเป็นว่าไปรอดูในกระทู้ปืนของผมดีกว่า
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Sun Jun 01, 2008 11:11 pm

[align=center]หน้าที่ 39[/align]


เต็มมือ อย่างกับว่ามันเป็นเส้นชีวิตของเธอ ความเร็วของยานพุ่งผ่านก้อนเมฆไป สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่จรวดทั้งสองลูกก็ดูจะไม่ลดความพยายามลงแม้แต่น้อย

“จอห์นนี่ ใช้พลุไฟล่อจรวดสิ” เนอิออกความคิดเห็น แต่อีกฝ่ายก็นิ่งเฉยราวกับไม่ได้ยินที่เธอพูด “นี่ ทำไมไม่ตอบห๊า ทำไมไม่ใช้พลุไฟ” เชสสมทบตามมาด้วยเสียงแหล่มบาดรู้หูจอห์นนี่ แต่เขายังคงนิ่งเงียบ ทั้งยานและจรวดขึ้นไปถึงความสูงขนาดตึกเกือบร้อยชั้น ความสูงขนาดนี้ทำให้มันเริ่มจะมีผลกับจรวดทั้งสองลูก เริ่มจากส่วนท้ายของจรวดเริ่มที่จะส่ายมากขึ้น จนควงไปมาดูสะเปะสะปะ ราวกับมาตาทิพย์ จอห์นนี่รับรู้ได้ทันทีว่า จรวดทั้งสองลูกมีปัญหาแล้ว เขาทำการหักคันบังคับยานอย่างกระทันหัน จนสองสาวตกใจร้องกรี๊ดออกมาอย่างไม่รู้ตัว การหักคันบังคับอย่างกระทันหัน ทำให้ตัวยานที่ลอยอยู่ในอากาศ พลิกคว่ำหัวลงอย่างรวดเร็ว

“ใช้พลุไฟเร็วเข้าสิ” เนอิย้ำอีกครั้งกับความเห็นของเธอ “มะ.. ไม่มีหรอกของอย่างนั้นน่ะ” จอห์นนี่ทำหน้าเจื่อนๆหันมามองหน้าทั้งสองสาว “ว่ายังไงนะ นายจะบอกว่าไม่มีอย่างนั้นเหรอ” น้ำเสียงของเชสดูจะทวีความหวาดวิตก และเสียงของเธอยังจะสูงขึ้นไปอีก จนจอห์นนี่ต้องยกมือข้างหนึ่งขึ้นป้องหู “ก็เวลามันมีน้อย ฉันก็เลยไม่ได้ติดตั้งมันไว้นะสิ” เขาพูดปัดๆไป แต่มือของเขายังคงบังคับยานอย่างไม่ลดละ

ระยะห่างห้าร้อยเมตร

เสียงของระบบยานร้องเตือน จรวดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แต่จู่ๆจอห์นนี่ก็กดปิดสวิทซ์ การทำงานทั้งหมดของยานทันที เหลือไว้เพียงพลังงานของยานที่ยังพร้อมใช้ตลอดเวลา เมื่อยานเสียแรงขับเคลื่อน มันก็ตกลงสู่พื้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ลูกจรวดพุ่งผ่านเฉียดตัวยานไปเพียงไม่กี่เมตร

“ว๊าย”เสียงเนอิและเชสกรีดร้องออกมาพร้อมกันอย่างหวาดกลัว เพราะตอนนี้ยานที่อยู่ในอากาศสูงจากพื้นเท่ากับตึกห้าสิบชั้น กำลังร่วงหล่นลงมา พร้อมกับที่จรวดลูกนั้น ตีโค้งย้อนกลับมายังพวกเขาอีกครั้ง “ทำอะไรซักอย่างสิจอห์นนี่” “จอห์นนี่เร็วเข้า” ทั้งสองสาวร้องบอกอย่างตื่นตกใจ ความสูงค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่อง เมื่อจรวดพุ่งเข้ามาใกล้เขาทำการเปิดสวิทซ์ยาน และกดปุ่มบางอย่างบนแผงควบคุม มีเสียงดังตอบกลับมาว่า “ระบบล่องหนทำงาน”

มันเป็นเสียงตอบรับของเอไอจากยานลำนี้ ทันใดนั้นตัวยานก็หายไปต่อหน้าต่อตา ทหารทุกคนที่มองดูอยู่ต่างก็ประหลาดใจ รวมทั้งจรวดลูกทั้งสองลูก ก็ไม่สามารถยืนยันเป้าหมายได้ มันจึงเริ่มเสียหลัก และลอยพุ่งขึ้นไประเบิดบนท้องฟ้า ไม่ห่างจานยานของพวกเขาเท่าไหร่นัก

“เกิดอะไรขึ้น” เชสร้องถามออกมาอย่างสงสัย “นวัตกรรมใหม่ทางเทคโนโลยี ระบบล่องหนอัจฉริยะยังไงล่ะ” จอห์นนี่ตอบกลับมา ด้วยความปลาบปลื้มในตัวเอง เขาดึงคันบังคับเพื่อเชิดยานขึ้นไปในอากาศอีกครั้ง

“เอาล่ะ คราวนี้เราจะออกเดินทางกันจริงๆแล้วนะ” เมื่อสิ้นเสียงเขาก็เร่งพลังขับเคลื่อนของยานขึ้นทันที ความแรงของไอพ่นนั้น ทำให้ยานพุ่งออกไปด้วยความเร็วสูง บินฝ่าทหารกองรักษาการณ์ที่ยืนสับสนอยู่ข้างล่าง และบินผ่านเฮลิคอปเตอร์ที่ยิงจรวดใส่พวกเขาไป โดยที่ไม่มีใครสามารถมองเห็น หรือตรวจจับพวกเขาได้เลย “เอาล่ะจุดหมายคือ แหล่งพลังงาน”
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Mon Jun 02, 2008 11:21 am

จะล่อจรวดให้หลง มีสองวิธีนะครับ อย่างแรก คือ พลุ ใช้กับพวกที่นำวิถีด้วยความร้อน อย่างที่ 2 คือ ชาร์พ มีลักษณะคล้ายๆ กระดาษฟลอยด์ โปรยออกมา ใช้กับพวกที่นำวิถีด้วยเรดาร์

อีกอย่างเลือกใช้กริยาให้ถูกด้วยครับ จรวด-เครื่องจักร-ไร้จิตใจ แต่มีความพยายาม

เป็นผมจะเอาแบบว่า ไม่มีทีท่าว่าจะหย่อนประสิทธิภาพ หรือ เชื้อเพลิงหมดลงไปเลย (แน่ล่ะมันจะหย่อนได้ไงความสูงแค่นี้ อย่างเบาะๆ ต้อง 400 เมตร+ มันถึงจะหย่อน)
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Mon Jun 02, 2008 8:40 pm

MiG-3.59NTF wrote:อีกอย่างเลือกใช้กริยาให้ถูกด้วยครับ จรวด-เครื่องจักร-ไร้จิตใจ แต่มีความพยายาม

เป็นผมจะเอาแบบว่า ไม่มีทีท่าว่าจะหย่อนประสิทธิภาพ หรือ เชื้อเพลิงหมดลงไปเลย (แน่ล่ะมันจะหย่อนได้ไงความสูงแค่นี้ อย่างเบาะๆ ต้อง 400 เมตร+ มันถึงจะหย่อน)


ขอบคุณที่แนะนำคับ แต่ที่พิมมา งงนิดหน่อยนิ ไม่ค่อยเข้าใจอ่างับ

ปล.ไปและ แต๊งกิ้วท่าน มิก ที่เข้ามาวิจารและช่วยหาจุดด้อยที่ผมไม่รู้ (ยังมีให้ท่านวิจารอีกเยอะ หุหุ ท่าทางจะมีอะไรผิดๆอีกมาก)
ปล.ไปและ2 คำแนะนำของท่าน มิก ช่วยผมได้เยอะเลย
ปล.ไปและ 3 มีความเป็นไปได้มั่งไหมที่ จะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ (ยานที่ผมสมมุติขึ้น ผมตั้งใจว่า มันจะล่องหนได้แบบ หายไปจากเรด้า เลย ทั้งยังลบจรวดที่ยิงมาได้ทั้ง 2 แบบด้วย มันคงจะไม่โม้ไปนะ)

ทันใดนั้นตัวยานก็หายไปต่อหน้าต่อตา ทหารทุกคนที่มองดูอยู่ต่างก็ประหลาดใจ รวมทั้งจรวดลูกทั้งสองลูก ก็ไม่สามารถยืนยันเป้าหมายได้ มันจึงเริ่มเสียหลัก และลอยพุ่งขึ้นไประเบิดบนท้องฟ้า ไม่ห่างจานยานของพวกเขาเท่าไหร่นัก
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Tue Jun 03, 2008 9:52 am

หายไปจากจอเรดาร์เป็นไปได้แน่นอนครับเพราะยังไงตอนนี้มันก็มีเกือบจะหายไปอยู่แล้ว

ลบจรวด หมายถึง ล่อให้หลงหรือว่าให้จรวดล่องหนไปด้วยครับ ถ้าล่อให้หลงก็มีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน เมื่อสามารถคิดค้นการปล่อยชาร์พแบบมีพลุอยู่ในตัวพร้อมได้ แต่อย่างไรก็ตามในกรณีถ้ามันไฮเทคขนาดนั้นใช้ ECM (Electronic Countermeasure) เลยดีกว่า เพราะตัวนี้แหละเมื่อปล่อยออกมามันจะทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ในรัศมีรวนไปตามๆ กัน
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby Zamma on Tue Jun 03, 2008 9:58 am

[align=center]บทที่ 5
การปะทะครั้งที่สอง
หน้าที่ 40[/align]





“วี้ๆ วี้ๆ” เสียงสัญญาณเตือนภัยดังขึ้นภายในห้องแลปของเดวิโต้ ขณะที่ไฟฟ้าดับอย่างกระทันหัน และไฟสำรองทำงานทันที เมื่อตึกทั้งหลังขาดพลังงานหลัก “อะไรกันน่ะ ไฟดับได้ยังไง” มัลรู้สึกผิดปกติ ที่นี่เป็นตึกที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในรีบอร์น การที่ไฟฟ้าดับคงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยแน่ๆ เขาวิ่งไปหาเดวิโต้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ในห้องทำงานทันที และอีกฝ่ายก็กำลังพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย

“หนอย ตัดไฟอย่างนั้นหรือ” เดวิโต้บ่นงึมงำภายในลำคอของเขา แต่ไม่นานไฟฟ้าฉุกเฉินระดับสอง ก็เริ่มทำงานทันที สิ่งต่างๆในตึกเริ่มใช้งานได้ตามปกติ ยกเว้นส่วนที่ใช้พลังงานขนาดใหญ่ เช่นลิฟท์ส่งของขนาดใหญ่ ที่ส่วนมากจะบรรทุกพวก รถถัง เครื่องบิน เฮลิคอปเตอร์ จะถูกถ่ายเทพลังงานไปใช้ทางอื่นก่อน เขาหันมามองเด็กหนุ่มก่อนจะข้อร้องให้ช่วยอะไรบางอย่าง “มัลเราต้องรีบแล้วล่ะนายมาช่วยฉันที”

ทั้งสองคนกลับออกมายังห้องโถง ที่ๆมีหลอดแก้วของตัวโคลนนิ่งอยู่กลางห้อง “เอาล่ะนายตรงเข้าไปที่หลอดแก้วเลยนะ ส่วนฉันจะป้อนคำสั่งปลดสายยังชีพ” เขาบอกกับมัลด้วยน้ำเสียงที่ดูเร่งรีบ ตอนนี้เขาทั้งสองต้องแข่งกับเวลา เพราะไฟฟ้าที่ดับไปทำให้พวกเขากังวลถึงสิ่งที่ไม่อยากจะเจอ นั่นคือกองรักษาการณ์นั่นเอง

“เปิดแสดงรหัสนิรภัย 1408” เมื่อเดวิโต้สั่งใช้งานกับเครื่อง mc ของเขา ทันใดนั้นก็มีภาพสามมิติโผล่ขึ้นมาข้างหน้าสี่จอ พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงสภาพภายในตึก ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยทหารของกองรักษาการณ์ ทั้งสองหันหน้ามามองกัน เมื่อสิ่งที่คิดไว้เกิดขึ้นเร็วจนทั้งสองไม่ทันตั้งตัว มัลเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นในจอภาพแล้ว เขาก็ถามกับเดวิโต้ทันทีว่า “มีแผนยังไงบ้าง”


“แผนยังงั้นเรอะ ฉันเตรียมยานพาหนะไว้แล้ว” เขาพูดกับมัลไปด้วย มือก็พลางสั่งการไปที่แผงควบคุม เพื่อทำการปลดสายยังชีพที่ยังเหลืออยู่ “เอาล่ะมัล เหลืออีกสามสาย” เขากดปลดล็อก ส่วนมัลก็วิ่งไปดึงสายที่ปลดล็อกเสร็จแล้วให้หลุดออกมาจากหลอดแก้ว พวกเขาทำงานกันได้อย่างลื่นไหล เดวิโต้ปลดล็อกเสร็จมัลก็ทำการดึงสายยังชีพให้หลุดออกทันที ไม่นานนักก็เสร็จอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำภายในเริ่มลดลง จนเหลือแค่ครึ่งหนึ่งของหลอดแก้ว “มัล นายรอรับตัวเธอออกมานะ ส่วนฉันต้องไปเอาของบางอย่าง” เมื่อพูดเสร็จเขาก็วิ่งไปทันทีทิ้งให้มัลยืนอยู่คนเดียว

มัลยืนมองเด็กสาวในหลอดแก้วอย่างไม่วางตา ดูๆแล้วน่าจะอายุได้แค่ ห้าถึงหกปีประมาณนั้น ระหว่างที่มัลยืนมองดู ร่างเด็กสาวที่ค่อยๆทรุดตัวลงเรื่อยๆพร้อมกับระดับน้ำ ทันใดนั้นดวงตาทั้งสองของเด็กสาวก็โผลงขึ้นอย่างตกใจ ราวกับตื่นจากฝันร้ายดวงตาสีเทาของเธอจดจ้องมายังสิ่งแรกที่เห็นตรงหน้า ชายหนุ่มรูปร่างสมส่วนในเสื้อเชิ้ตสีขาว ดวงตาเด็ดเดี่ยวที่จ้องตอบไม่กระพริบ แลไม่นานนักก่อนที่ระดับน้ำจะลดลงจนหมด เด็กสาวก็ค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆ ดูผ่อนคลายสบายๆ จนเมื่อน้ำไหลออกมาจนหมด มัลจึงเห็นได้ชัดขึ้น ใบหน้าเรียวยาวรูปไข่ ดวงตากลมโต ผมสีเงินยาวถึงกลางหลังกับใบหูที่ตั้งชูชัน จนเหมือนกับว่าหูนั้นแหลมเป็นสามเหลี่ยม สีผิวที่ดูแล้วขาวผ่องใสเกินกว่าที่จะเป็นมนุษย์อย่างแน่นอน
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby -[F]reeStyleLes[S]- on Tue Jun 03, 2008 9:05 pm

ทำไมมันอัพเอาอัพเอาละนี้ ตามอ่านไม่ทันเว้ย !!

/ปล. ล้มโต๊ะพร้อมกับโขกหัวถล่มปฐพีอย่างบ้าคลั่ง
ขอให้ระวังในการพิม สี่คำอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

" นี่ นี้ นั่น นั้น " แค่นิดเดียวมันก็ทำให้อ่านแ้ล้วขัดลูกตาได้นะ


Image
User avatar
-[F]reeStyleLes[S]-
F.F. DragonKnight
F.F. DragonKnight
 
Posts: 49
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:08 pm
Location: ประเทศแห่งราชาภาษา

Postby Flaya on Tue Jun 03, 2008 9:20 pm

มันกั๊กไว้อีกเป็น10ตอน~

ตามไม่ทันมันหรอกท่าน~
เป็นงี้!! จะทำมัย!!
Flaya
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 124
Joined: Thu Mar 27, 2008 4:05 pm
Location: ทุกที่ ที่มีนาย?

Postby Zamma on Tue Jun 03, 2008 10:58 pm

งิงิ แค่มีคนตามอ่านก็พอใจละ

ส่วนผมตามอ่านเรื่องไหนก็ตามให้จบภายใน 2-3 วันละ อ่านไปเล่นเกมไปด้วย

ปล.ไปและ อ่านจบไป 2-3 เรื่องละ รอตอนใหม่ๆ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

PreviousNext

Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron