Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[S] REVIVE : ยังนึกไม่ออกรอแก้ไข

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

ขอเชิญร่วมแสดงความคิดเห็นกับ REVIVE คับ

ดีเยี่ยม
0
No votes
ดี
2
22%
พอใช้
7
78%
คุณพระช่วยเอากลับไปแก้ใหม่ซะ
0
No votes
 
Total votes : 9

[S] REVIVE : ยังนึกไม่ออกรอแก้ไข

Postby Zamma on Sat Feb 16, 2008 11:40 am

ข้อมูลข่าวสารของ ZAMMA

จำนวนบทที่ลง : VI
จำนวนหน้าที่ลง: 71
ความคืบหน้าล่าสุด: 3/09/2551
ข่าวสาร:
1.ขอหยุดการทำนิยายเรื่องนี้ลงไว้แค่นี้ครับ มีปัญหาด้านการวางพล็อตเรื่อง เพราะเอาแต่พิมตามอารมณ์ตั้งแต่เริ่ม เลยขาดการวางเนื้อเรื่องที่ดีและมีข้อจำกัดเยอะมาก



สารบัญ

บทที่ 1 หน้าที่ 1
บทที่ 2 หน้าที่ 10
บทที่ 3 หน้าที่ 22
บทที่ 4 หน้าที่ 31
บทที่ 5 หน้าที่ 40
บทที่ 6 หน้าที่ 54



[align=center]

Revive
ตอน ยังนึกไม่ออกบทนำ
บทนำช่วงต้น[/align]



ปีใด คศ. ที่เท่าไร ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนรู้เพราะไม่เคยมีเอกสารใดๆบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติเลยแม้แต่หนังสือ เอกสารเก่าๆ ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โลกผ่านพ้นวันเวลามานานหลายศตวรรษ

ช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมามนุษย์อยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดใหญ่ความกว้างนั้นประมาณประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง ภายในนั้นประกอบด้วยเมืองสำคัญห้าเมือง ภายในเมืองต่างๆก็มีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย เราเรียกเมืองทั้งห้าว่า รีบอร์น (Reborn)

ภายในรีบอร์นประกอบด้วยเมืองขนาดใหญ่ห้าเมือง ต่างก็ตั้งอยู่ห่างจากกันตามจุดต่างๆของพื้นที่ทั้งหมด แต่ละเมืองจะมีผู้ปกครองหนึ่งคนประจำอยู่ โดยที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ถึงรูปร่างหน้าตาและอายุได้ คำสั่งของกลุ่มผู้ปกครองทั้งห้า จะถูกส่งผ่านมายังนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ประจำตามเมืองนั้นๆ ภายในเมืองจะถูกปกครองด้วยกองรักษาการณ์ เป็นหน่วยทหารประจำเมืองที่คอยดูแลรักษาความสงบ ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกลงโทษขั้นรุนแรง ดังนั้นการอาศัยอยู่ในรีบอร์น การทำผิดกฎถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมาก

กฏทั้งห้า

1. การเกี่ยวพันและรู้เห็นเกี่ยวกับกลุ่มกบฏถือว่ามีความผิด ไม่ว่ามากหรือน้อย
2. การขัดขวางและพยายามโต้เถียงต่อการทำหน้าที่ของกองรักษาการณ์ ถือว่ามีความผิด
3. เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์อำนาจในการทำหน้าที่เต็มอัตรา หากไม่ต้องการขัดขวางการปฏิบัติงาน จงนอนราบคว้ำหน้ากับพื้นเท่านั้น และจะไม่มีการปราณีใดๆทั้งสิ้น
4. ผู้ใดที่มีอาวุธในครอบครองถือว่ามีความผิดร้ายแรง ยกเว้นจากร้านค้าปลีกย่อยของบริษัทวีเทคโนโลยี
5. คำสั่งของผู้ปกครองสูงสุดถือเป็นเด็ดขาดไม่ว่าเรื่องใดก็ตามแต่

มนุษย์แบ่งแยกเป็นสองกลุ่ม ฝ่ายแรกคือกลุ่มหัวเมืองทั้งห้า คือกลุ่มผู้ปกครองเมืองที่มนุษย์อาศัยอยู่ปัจจุบันนี้กับกลุ่มต่อต้านที่ซึ่งไม่ยินยอมในการถูกปกครองโดยกลุ่มผู้ปกครองในอดีตนั้นเคยก่อสงครามขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายยาวนานหลายปี แต่ผลจบลงที่กลุ่มต่อต้านพ่ายแพ้จนต้องถูกขับออกจากรีบอร์น ไปอยู่อาศัยตามที่รกร้างและใต้พื้นดินบริเวณรอบนอกของเมือง

ภายนอกรีบอร์นคือพื้นที่ต้องห้าม เพราะส่วนนั้นมีพายุกระแสไฟฟ้าแรงสูงซึ่งพัดผ่านอยู่รอบๆรีบอร์น ไม่เคยมีมนุษย์ผู้ใดที่ออกจากรีบอร์นไปแล้วรอดชีวิตกลับมา ทั้งคน สัตว์ รวมทั้งยานพาหนะต่างๆก็ไม่สามารถใช้การณ์ได้ เมื่อต้องมาเจอกับพายุกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่รายล้อมเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าพายุลูกนี้มาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงเป็นเวลานานแสนนานที่ผู้คนต่างก็อาศัยอยู่ในรีบอร์นโดยที่ไม่สามารถออกไปสู่โลกภายนอก

แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนต้องสนใจ ทุกคนต้องตามล่า สิ่งมีชีวิตที่มาจากโลกภายนอกกำลังจะปรากฏตัวในโลกมนุษย์พร้อมกับสงครามครั้งใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



[align=center]บทนำช่วงปลาย[/align]


ถนนที่กว้างขวางและทอดยาวออกไปตามทางเดิน มีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ไปมา มัลลิแกนซ์ สเปียร์ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเดินตามหาใครบางคนอยู่ แสงแดดที่อบอุ่นและส่องสว่างไปทั่วเมือง ทำให้เขาและผู้คนที่เดินอยู่ตามท้องถนน รู้สึกอบอุ่นและสดชื่นกับวันว่างที่ได้ออกมาเดินเล่น เพียงแต่ว่าวันนี้เขาไม่ได้มาเดินด้วยความสบายใจเท่าไหร่นัก

สำหรับมัลวันนี้เขาต้องออกมาตามหาเพื่อนหญิงและน้องสาวของเขา ที่ออกไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าโดยที่ไม่รอ และบอดี้การ์ดคืองานที่เขาทำอยู่ตอนนี้ เป้าหมายของการคุ้มกันก็คือ เพื่อนหญิงที่ชื่อเชส วาเลริโอ เธอเป็นลูกสาวของเดวิโต้ วาเลริโอ เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม เกี่ยวกับเครื่องจักรและอาวุธทางทหาร เขากับเชสนั้นไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่นัก เจอกันก็มักจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกที จะมีก็แค่น้องสาวของมัลที่ชื่อเนอิ เธอคอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมัลและเชสเอาไว้ และมีเพียงแค่ไม่กี่คนในโลกที่เชสจะรับฟังเหตุผล เท่าที่มัลรู้เนอิคือหนึ่งในนั้น

ตอนนี้มัลต้องออกไปตามหาเชสและเนอิ ที่ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองสหพันธ์ เนอิแอบวิทยุมาบอกกับเขาว่า เชสจะแอบหนีไปเดินเที่ยวที่นั่นโดยที่จะไม่บอกกับเขา ส่วนเนอิทำได้แค่ตามไปเป็นเพื่อนของเชส สำหรับมัลเมืองนี้น่าอยู่มากต่างจากที่อยู่เก่าของผมราวฟ้ากับดิน เดิมทีที่อยู่เก่าของเขาจะอยู่ตามชายแดนของเมือง ทางตอนใต้ ซึ่งก็คือเขตทางการทหารที่ยังคงมีสงครามอยู่บ้างประปราย

เมืองสหพันธ์การค้า ศูนย์รวมของการค้าขายต่างๆ ตั้งแต่เสื้อผ้าของใช้รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆทางทหาร เป็นเมืองที่สวยงามและสงบสุข ผู้คนมากมายค้าขายสิ่งของต่างๆตามแต่ถนัด ทุกวันจะมีคนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองแห่งนี้วันละหลายพันคน บ้างก็มาเพื่อท่องเที่ยวแต่ส่วนใหญ่จะมาเพื่อหาซื้อของต่างๆ มีแหล่งหาซื้อของหายากต่างๆในเมืองนี้หลายจุด เมื่อคุณต้องการหาของหายากหรือของจำพวกที่ไม่มีขายทั่วๆไป คุณสามารหาได้จากที่นี่

เมืองนี้เป็นหนึ่งในห้าเมืองหลักของรีบอร์น ภายในรีบอร์นจะประกอบด้วยเมืองใหญ่ๆห้าเมือง ส่วนที่เหลือจะเป็นเมืองหรือหมู่บ้านเล็กตามพื้นที่ห่างไกล ส่วนผู้ปกครองสูงสุดของรีบอร์นนั้น รู้กันแค่ว่าเป็นชายห้าคนที่ไม่มีใครเคยเห็นรูปร่างหน้าตาหรือประวัติ พวกเขาทั้งห้าสามารถสั่งการขั้นเด็ดขาดได้ทุกอย่าง ตั่งแต่บทลงโทษรวมไปถึงความพึงพอใจส่วนตัว กองทหารที่ขึ้นตรงต่อกลุ่มผู้ปหครองจะทำตามคำสั่งของพวกเขาอย่างเคร่งครัด แล้วแต่ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร ผู้คนส่วนมากจึงไม่พอใจกับการกระทำที่ไร้เหตุผลของกลุ่มผู้ปกครองทั้งห้า แต่ก็ไม่มีใครหาญกล้าลุกขึ้นต่อกร ในอดีตเคยมีคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวต่อต้านกลุ่มผู้ปกครอง มีการทำสงครามกันนานกว่าสามปี จนในที่สุดกลุ่มผู้ต่อต้านก็ไม่อาจต้านทานกองทหารของฝ่ายผู้ปกครองได้ พวกเขาถูกกวาดล้างและสังหารอย่างโหดเหี้ยม

คนที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศทาง บ้างก็ว่าสลายตัวไปแล้ว แต่บางคนบอกว่าพวกเขายังคงรวบรวมกำลังคนเพื่อลุกขึ้นต่อต้านอีกครั้ง แต่ในความคิดของมัลเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ ถ้าไม่มายุ่งกับเขาใครจะทำอะไรก็ทำไป ขอแค่ตอนนี้เขาไปถึงห้างสรรพสินค้าก็พอ

ทางเดินที่ตรงไปยังห้างสรรพสินค้าอยู่อีกไม่ไกลเท่าไหร่ เส้นทางเดินเท้าข้างหน้าเป็นถนนเล็กๆ สำหรับเอาไว้เดินดูของ สองข้างทางเดินเป็นตึกแถวที่มีร้านขายของหลากหลายชนิด กลิ่นของขนมปังที่เพิ่งออกจากเตาลอยผ่านเขาไปมาจากร้านทางซ้ายมือ รอบๆข้างมีผู้คนเดินสวนกันไปมา ร้านต่างๆข้างทางก็มีผู้คนนั่งดื่มกินกันตามแต่ความชอบ ร้านกาแฟที่มีโต๊ะเล็กๆให้นั่งหน้าร้านก็ดูดีไปอีกแบบ บางคนก็นั่งที่ร้านสำหรับดื่มไวน์และเบียร์ มัลเดินผ่านผู้คนที่สวนทางมา ด้านหน้าเขาเป็นเส้นทางที่จะตรงไปสู่ห้างสรรพสินค้า ใช้เวลาเดินไปอีกแค่หนึ่งนาทีก็จะถึง แต่แล้วมัลก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าตน

ผู้คนเริ่มเดินสวนทางเข้ามามากขึ้น อยู่ๆก็มีคนเดินสวนทางกับมัลไปด้วยท่าทีเร่งรีบ พวกเขาดูจะไม่สนใจอะไรรอบๆข้างหรือแม้แต่ผู้คนที่นั่งดื่มกินอยู่ข้างทาง จำนวนของคนที่เดินสวนกลับมาเริ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนดูรีบเร่งและมีท่าทางหวาดกลัว มัลรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของผู้คนที่ดูแตกตื่น ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

ปังๆ

ทันทีที่เสียงปืนดัง ผู้คนมากมายรอบๆตัวของมัลก็เกิดอาการตกใจ พวกเขาหันมองไปตรงทางเดินที่จะไปห้างสรรพสินค้าเป็นทางเดียวกันทั้งหมด ราวกับว่าสุดทางเดินนั้นมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น บรรยากาศเริ่มหนักอึ้งไปทั่ว ผู้คนต่างยืนเงียบกันหมด เหมือนกับจะรอดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่ง ดังออกมาทางห้างสรรพสินค้า

บรึ้ม

เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว มีลมพัดเข้ามาตรงทางเดินเท้าที่มัลยืนอยู่ พร้อมกับมีฝุ่นละอองและเศษกิ่งไม้ต่างๆลอยตามมา มีควันสีดำลอยขึ้นฟ้ากลุ่ม ควันนั้นค่อยๆลอยขึ้นไปและรวมตัวกันจนใหญ่ มีเสียงตะโกนของผู้คนมาจากทางเดินนั้น ฟังแล้วไม่สามารถจับใจความได้แต่แค่น้ำเสียงที่ได้ยิน ก็พอจะเข้าใจได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น เสียงปืนเริ่มยิงปะทะกันดังกังวานไปทั่วเมือง ผู้คนแตกตื่นก่อนที่จะเริ่มวิ่งหนีตายเข้ามายัง ทางเดินเท้าขนาดเล็กทีเดินสวนกันได้แค่สามคนยืนเรียงกัน มัลที่ยืนอยู่ในทางเดินเท้าถูกฝูงชนขนาดมหาศาล ที่ทะลักเข้ามาเพื่อหนีตายเบียดจนเขาเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ผู้คนต่างเริ่มร้องตะโกนเพื่อที่จะหนีออกไปให้ไกลจากเส้นทางนี้ เพราะถนนสายนี้อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินกลางเมืองมาก แค่เดินออกไปไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จะพบกับ ลานกว้างหน้าห้างซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงปืนและระเบิด

“หนีเร็ว วิ่งเร็วเข้า” “ทหารยิงกันแล้วหลบเร็ว” “รีบๆไปเร็วเข้าสิ” “ดันไปเลย รีบๆดันไปชั้นอยากออกไปจากตรงนี้” ผู้คนเริ่มหนีตายกันอย่างบ้าคลั่ง แต่มัลกลับจะเดินฝ่าเข้าไป ตอนนี้เขารู้สึกเป็นห่วงเชสและเนอิมาก ฝูงชนเบียดเข้ามาเรื่อยๆ มัลไม่มีทางที่จะสู้กับแรงของผู้คนอันมหาศาลได้แน่นอน เสียงปืนที่ดังต่อเนื่องมีผลทำให้ผู้คนพากันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาวิ่งเบียดกันไป บ้างก็ชนกันจนล้ม บางคนก็ปีนขึ้นไปตามร้านต่างๆเพื่อหาที่หลบ มัลเองก็ค่อยๆแหวกผู้คนที่ฝ่าเข้ามาเรื่อยๆ เขาปีนขึ้นไปที่ชั้นลอยของร้านแห่งหนึ่งแถวๆนั้น มองจากด้านบนแล้วก็เห็นได้ชัดขึ้นว่า ด้านหน้าห้างมีกลุ่มควันและเสียงกลุ่มคนขนาดใหญ่อยู่

เขาค่อยๆเคลื่อนตัวจากชั้นลอยขึ้นไปยังตึกข้างๆ และปีนป่ายข้ามไปเรื่อยๆ เขาข้ามจากตึกหนึ่งไปยังอีกตึก ในใจก็คิดว่าควรจะทำอย่างไรดีเมื่อไปถึงบริเวณนั้น ก่อนอื่นต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปีนป่ายไปจนถึงตึกแถวหลังสุดท้าย ทุกอย่างด้านหน้าของเขาคือภาพของ ทหารกองรักษาการณ์ที่เปิดฉากปะทะกับ กลุ่มทหารไม่ทราบฝ่ายที่มีกำลังคนมากกว่าห้าสิบคน

“อาวุธครบมือ แถมยังมีจำนวนมากซะด้วยสิ” เขาบ่นกับตัวเองเสียงเรียบ แต่ใบหน้าก็ยังมีอาการวิตกเล็กน้อย

ตั้งแต่ทำหน้าที่คุ้มกันเชสมา สงสัยงานนี้จะหนักที่สุดเลยแฮะ ดูแล้วคงต้องผจญทั้งกองรักษาการณ์และทหารพวกนั้น ทำไมยัยนั่นต้องหาเรื่องมาให้ทุกทีเลยนะ เบื่องหน้าของมัลดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากสงครามกลางเมืองซักเท่าไหร่ บรรยากาศของสงครามกลิ่นดินปืนและคาวเลือด มันทำให้มัลรู้สึกว่าได้พบกับเพื่อนเก่าที่จากกันมานาน

บนชั้นลอยที่มัลยืนอยู่สูงจากพื้นสามเมตร ลมพัดแรงขึ้นเสื้อโค้ทของเขาปลิวสะบัดไปตามแรงลม ตอนนี้เขามีแค่เสื้อโค้ทกันกระสุนหนึ่งตัว และชุดปฐมพยาบาลอีกสองชุดที่ติดตัวอยู่ อาวุธก็ไม่มีซักชิ้นแถมอาจต้องฝ่าดงกระสุนปืนเข้าไปในพื้นที่แถบนั้นอีก เขาถอนหายใจพลางคิดว่าวันสุดท้ายของการคุ้มกันเชสนั้น ทำไมต้องมีงานชิ้นใหญ่ขนาดนี้ด้วย ดูๆไปแล้วก็เหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย

“เอาล่ะ เข้าไปช่วยสาวๆออกมาและกลับบ้านโดยปลอดภัยได้แล้ว”

เขาบอกกับตัวเองก่อนที่จะกระโดดลงจากชั้นลอย เขาหล่นลงมาที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่แถวๆนั้น ก่อนจะใช้ขาทั้งสองข้างยันตัวเองให้ลอยออกมาและลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล รอบข้างมีชายหลายคนมองดูเขาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะเริ่มวิ่งหนีกันต่อ มัลวิ่งฝ่าผู้คนที่ยังวิ่งสวนทางมาเรื่อยๆ ตรงเข้าไปที่ลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้า บรรยากาศดูน่ากลัวราวกับมีมัจจุราชรอคอยอยู่เบื้องหน้า เสียงปืนที่ดังไม่หยุด เสียงระเบิดที่ดังก้องกังวาน เป็นภาพที่ดูแปลกตาที่ใครคนหนึ่งวิ่งสวนทางผู้คนมากมาย เข้าไปยังหนทางเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยควันไฟและฝุ่นละอองที่ลอยเต็มไปหมด ไม่สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่อยู่หลังม่านควันนั้น มันเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของมัล และเขาจะไม่มีทางลืมมันไปชั่วชีวิต



[align=center]หลังจากลองแต่งตามเพื่อนคนหนึ่งที่ทำนิยายอยู่เป็นเวลานาน ผมจึงลองทำตามดูบ้างจนออกมาเป็นนิยาย แอคชั่น ไซไฟ ขอให้ลองอ่านกันดูนะคับ[/align]
Last edited by Zamma on Wed Oct 22, 2008 11:28 am, edited 55 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby crover on Sat Feb 16, 2008 11:56 am

พอใช้ครับ ต้องรอเนื้อเรื่องซักตอนก่อนถึงจะออกความเห็นมากกว่านี้ได้
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby Crimsonwing on Sat Feb 16, 2008 12:55 pm

พอใช้งิ...

ต้องบอกว่าฝีมือระดับนี้ยังพัฒนาได้อีกเยอะ

ต้องรอดูอีกหลายๆตอน
Image
Image
Image
Image
User avatar
Crimsonwing
F.F. Arch Angel
F.F. Arch Angel
 
Posts: 209
Joined: Sun Feb 10, 2008 3:20 pm
Location: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม

Postby MiG-3.59NTF on Sat Feb 16, 2008 4:26 pm

crover wrote:พอใช้ครับ ต้องรอเนื้อเรื่องซักตอนก่อนถึงจะออกความเห็นมากกว่านี้ได้


เช่นกัน
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 16, 2008 7:47 pm

แวะมาเยี่ยมเยียนด้วยเช่นกัน สำรับคนใกล้ชิด ( แค่เพื่อนเฟ้ย )

ว่าแต่ ... รีบๆลงบทแรกซะทีเซ่ รออ่านอยู่ !!
Image

The Great Archives determine you to have gone by the identity : High Priestess of The Arctic

Known in some parts of the world as : Curse of The Lost

The Great Archives Record : A lonely one who guides the lost - but not to safety, to their doom.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby Makimao on Sat Feb 16, 2008 8:41 pm

ยังไม่ขอลงคะแนนโพล เพราะเป็นแค่บทนำ ถ้ายังไงก็ขอชมผลงานซักตอนสองตอนก่อนก็แล้วกันครับ


เป็นกำลังใจให้ :wink:
User avatar
Makimao
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 2
Joined: Sat Feb 16, 2008 12:29 am
Location: KKBoard

Postby Kkungnaja on Sat Feb 16, 2008 10:11 pm

บทนำแค่นี้วิจารณ์ไรไม่ได้เลย
                                                              Image
User avatar
Kkungnaja
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 5
Joined: Tue Feb 12, 2008 3:55 am

Postby Zamma on Sun Feb 17, 2008 12:32 am

[align=center]บทที่ 1
สถานการณ์เร่งด่วน
หน้าที่ 1
[/align]


ท่ามกลางเมืองที่ดูสดใสและเป็นแหล่งเดินซื้อของจับจ่ายบริเวณห้างสรรพสินค้า เป็นช่วงบ่ายแก่ๆที่แดดสาดแสงลงมาเพียงพอที่จะให้ความอบอุ่น มันเป็นเวลาที่เหมาะแก่การนั่งดื่มชาอย่างสบายใจและนั่งพูดคุยถกปัญหาต่างๆของคนคุ้นเคย ผู้คนมากมายเดินจับจ่ายซื้อของกันตามปกติอย่างเช่นทุกวัน

แต่วันนี้กลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงเพราะมีห่ากระสุนปืนที่ถูกยิงข้ามไปมาระหว่างลานกว้างกับตัวตึกห้างกลางเมือง “สหพันธุ์ การค้า” ผู้คนต่างก็วิ่งหนีตายกันอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย บางคนหลบเข้าไปในห้าง บ้างก็วิ่งหนีออกไปหลบตามร้านค้ารอบๆห้าง แต่เด็กสาวผมทองยาวประบ่าหน้า ตาสะสวยคนหนึ่ง ได้แต่นั่งหลบอยู่ในเคาเตอร์ขายของที่อยู่หน้าทางเข้าของตึก พร้อมกับหาทางที่จะวิ่งหลบเข้าไปด้านใน ซึ่งมีเพื่อนของเธอรออยู่ เด็กสาวผมสีดำยาวกำลังกวักมือเรียกเธออยู่ด้านในพร้อมกับตะโกนว่า

“เชส มาทางนี้เร็วเข้า” เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง เสียงปืนและเสียงระเบิดดังสลับกันไปมาสนั่นหวั่นไหว เด็กสาวที่ชื่อเชสตะโกนตอบกลับไปหาเพื่อนของเธอที่อยู่ด้านในว่า “เนอิ เธอรออยู่ตรงนั้นอย่ามาทางนี้นะ”

มันเป็นการยิงปะทะกันของกลุ่มทหารไม่ทราบฝ่ายและทหารกองรักษาการณ์ที่ไม่รู้ว่าเกิดขึ้นจากอะไรแต่ถึงกับลงมือยิงกันกลางเมืองทั้งๆที่เป็นที่สาธารณะ การยิงต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปและคงไม่จบลงง่ายๆ ส่วนเด็กสาวที่ชื่อเชสรอดูสถานการณ์รอบข้างจนแน่ใจว่า กลุ่มทหารที่ยิงต่อสู้กันห่างออกไปจากตัวตึกพอสมควรแล้ว เธอจึงตัดสินใจวิ่งกลับเข้าไปข้างในอย่างรวดเร็ว แต่ทันใดนั้นเองก็มีจรวดลูกหนึ่งพุ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ มันพุ่งไปทางด้านหน้าของตึกอย่างรวดเร็วและปะทะเข้ากับเสาข้างหนึ่งด้านหน้าจนเกิดระเบิดอย่างแรง

ตูม !

เชสที่กำลังจะวิ่งเข้าไปหลบด้านใน ถูกแรงระเบิดที่ปะทะเข้าที่หน้าตึกจนกระเด็นออกมา เศษอิฐและเครื่องใช้ต่างๆตรงนั้นกระเด็นมา ปะทะเข้ากับตัวของเธอจนล้มลงอยู่หลังเคาเตอร์ที่เคยหลบอยู่ก่อนหน้านั้นและสลบไป กำแพงด้านหน้าตึกห้างสรรพสินค้าทลายลงมาอย่างรวดเร็ว เด็กสาวที่ชื่อเนอิได้แต่ยืนมองเพื่อนของเธออยู่ข้างในตึก เธอได้แต่ตะโกนออกมาว่า “เชสได้ยินชั้นไหม ตอบด้วยเชส”

การยิงต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆทั้งกองรักษาการณ์และทหารฝั่งตรงข้ามยังคงยิงปะทะกันต่อไป แต่ก็มีชายคนหนึ่งในชุดทหารที่แตกต่างจากกองรักษาการณ์ทั่วๆไปยืนมองดูสถานการณ์ต่างๆอยู่ บนดาดฟ้าของตึกที่อยู่ห่างออกไปจากจุดที่ยิงต่อสู้กันประมาณสองถึงสามช่วงตึก เขามองดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและยืนนิ่งเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“กองทหารอาวุธครบมืออย่างนั้นหรือ” เสียงของนายทหารคนนั้นพูดขึ้นมา
Last edited by Zamma on Thu Apr 10, 2008 11:02 am, edited 6 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Mon Feb 18, 2008 12:35 am

[align=center]หน้าที่ 2[/align]



“พันเอก มีรายงานเข้ามาครับ” มีเสียงใครบางคนร้องบอกมาจากด้านหลัง เป็นชายในชุดทหารคนหนึ่งที่ยืนตัวตรงและกำลังทำความเคารพชายคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว
“กองทหารตอนนี้กำลังเคลื่อนที่ไปยังด้านเหนือของตัวเมืองแล้วครับ” หลังจากที่ฟังคำบอกเล่าของลูกน้องแล้วชายคนที่ถูกเรียกว่าพันเอกก็ถามเขากลับมาว่า
“พวกมันมี จำนวนเท่าไหร่”
“พวกมันมีคนประมาณสามสิบห้าถึงสี่สิบคนครับ” ชายคนที่เป็นลูกน้องตอบกลับมาทันที

หลังจากสิ้นสุดคำพูดของทหารนายนั้น พันเอกคนนั้นก็สั่งการทันทีว่า“เอาล่ะงานนี้เราจะใช้กำลังพลสี่หมู่ เรียกหมู่หนึ่งหมู่สองให้พร้อมปฎิบัติการณ์ในทันทีส่วนหมู่สามและหมู่สี่ให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงทำการรับตัวพลเรือนที่อยู่ในตึกออกมา” สิ้นเสียงของพลเอกที่ออกคำสั่งจบลง นายทหารคนนั้นก็ทำความเคารพก่อนที่จะกลับหลังหันวิ่งไปสั่งการลูกน้องที่เหลือทันที เมื่อมีคำสั่งทหารหนึ่งหมวดที่ยืนรอคำสั่งอยู่ก็เริ่มทำตามแผนการที่ถูกสั่งออกมาทันทีโดยเริ่มแยกย้ายไปประจำตามจุดต่างๆเพื่อรอคำสั่งต่อไป

ปังๆ ตูมๆ

นี่คือเสียงที่เนอิได้ยินอยู่ในเวลานี้เธอติดอยู่ในตัวตึกซึ่งทางออกด้านหน้าถูกปิดตายซะแล้ว เนอิกำลังเป็นห่วงเชสที่กำลังหมดสติอยู่ด้านนอกตึก เธอได้แต่ตะโกนร้องถามไปว่า “เชส ได้ยินไหม เชส ตอบที” แต่ก็ไม่มีการตอบรับจากอีกฝ่ายที่อยู่ด้านนอกเลย เพราะยังคงมีเสียงปืนและระเบิดกลบเสียงร้องเรียกของเธอจนหมด

“ทำยังไงดี ทำยังไงดี”เนอิบ่นกับตัวเองด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ขณะที่มีการติดต่อสื่อสารเข้ามายังในตัวอาคารทางเครื่องกระจายเสียงจากกองกำลังรักษาการณ์ว่า

“จากนี้ไปขอให้ผู้ที่ติดอยู่ในอาคารจงขึ้นไปบนชั้นดาดฟ้าเพื่อการอพยพไปยังสถานที่ปลอดภัยใกล้เคียง” ขณะที่เนอิยืนฟังการประกาศอยู่นั้นเธอก็พยายามที่จะมองหาทางออกทางอื่นเพื่อที่จะออกไปช่วยเชส รอบๆตัวของเธอเป็นห้องโถงโล่งๆและว่างเปล่า ไม่มีผู้คนเหลืออยู่เลยซักคนตรงทางเข้าด้านหน้าของห้างสรรพสินค้า เสียงของผู้คนมากมายที่ยังหลงเหลืออยู่ตามชั้นอื่นๆต่างพากันร้องบอกว่า

“ไปที่ดาดฟ้าเร็วเข้าทุกคน”
“กองรักษาการณ์มาช่วยเราแล้ว”
“รอดตายแล้ว”

ผู้คนต่างพากันไปที่ดาดฟ้าของตึก มีแต่เนอิเท่านั้นที่ยังคงอยู่ที่ชั้นล่างและพยายามหาทางช่วยเหลือเพื่อนของเธอ เนอิมองหาอะไรบางอย่างที่จะช่วยให้เธอออกไปข้างนอกได้รอบๆตัวเธอ จนเมื่อเธอหันไปเห็นเคาเตอร์ประชาสัมพันธุ์ที่ว่างอยู่ตรงด้านหลัง เธอจึงวิ่งเข้าไปยังเคาเตอร์เพื่อหาเส้นทางฉุกเฉินของห้างสรรพสินค้า เธอมองดูที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์อย่างละเอียด และค้นลิ้นชักต่างๆ ตู้เล็กๆที่เอาไว้เก็บเอกสารและผนังที่มีเอกสารและรูปภาพต่างๆติดอยู่มากมาย ในที่สุดเนอิพบว่ามีแผนที่ของชั้นนี้ติดอยู่ที่ผนังด้านในเคาเตอร์ เธอตรวจดูเส้นทางอย่างละเอียดก่อนที่จะพูดกับตัวเองว่า
Last edited by Zamma on Wed Apr 16, 2008 11:22 am, edited 4 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Mon Feb 18, 2008 11:31 pm

[align=center]หน้าที่ 3[/align]



“ยังมีทางออกที่ประตูฉุกเฉินทิศตะวันตกอีกทางนี่นา” เนอิเริ่มมีกำลังใจขึ้นมาก่อนที่จะวิ่งไปตามทางออกด้านทิศตะวันตก



“สถานการณ์ยังคงไม่เลวร้ายเท่าไหร่”พลเอกที่ยืนดูสถานการณ์จากดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งพูดกับตัวเอง ดูจากลักษณะแล้วชายคนนี้คงจะเป็นหัวหน้าของกองรักษาการณ์ประจำเมือง จากการแต่งกายเครื่องแบบทหารสีดำของเขา และมีตราติดอยู่ที่อกซ้ายเป็นสัญลักษณ์ว่ามีตำแหน่งระดับสูงอยู่ในหน่วยงานนี้ หลังจากดูสถานการณ์มาได้ซักระยะหนึ่ง เขาก็เริ่มสั่งการทันทีผ่านทางวิทยุสื่อสารไปยังหัวหน้าหมู่ทั้งสี่นาย

“หมู่หนึ่งพากำลังคนเข้าผ่านทางลานกว้างตรงไปยังตัวตึกห้างสรรพสินค้า หมู่สองให้เข้ามาทางทิศเหนือบีบพวกมันให้อยู่ตรงกลางระหว่างตัวตึกและถนนทางทิศเหนือ” สิ้นเสียงสั่งการหัวหน้าหมู่หนึ่งและสองของเขาก็พาลูกหมู่เข้าปฏิบัติการอย่างรวดเร็ว ทหารฝ่ายรักษาการณ์เริ่มที่จะบุกเข้ายึดพื้นที่ด้านหน้าลานกว้างได้มากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาต่อต้านอย่างหนักจนทหารฝ่ายศัตรูถอยร่นไปเรื่อยๆและยังคงถูกผลักดันให้ถอยไปจนถึงถนนทางด้านทิศเหนือ

ทางด้านเนอินั้นสามารถหาทางออกมาจากประตูทางออกด้านทิศตะวันตกได้แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถออกไปช่วยเชสที่สลบอยู่ได้ เพราะทหารยังคงตรึงกำลังอยู่หน้าตึกห้างสรรพสินค้าและการยิงต่อสู้ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลง เนอินั้นเป็นห่วงอาการของเชสมากเพราะไม่รู้ว่าบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ตอนนี้เธออยู่ข้างๆตึกห้างสรรพสินค้าด้านทิศตะวันตกที่ตอนนี้ค่อนข้างจะปลอดภัย สามารถออกไปจากพื้นที่นี้ได้โดยง่าย เนอิมองไปรอบๆและเห็นชายคนหนึ่งยืนอยู่บนอาคารซึ่งห่างจากลานกว้างประมาณสองถึงสามช่วงตึก ดูจากท่าทางและการแต่งตัวคงเป็นกองรักษาการณ์

เนอิค่อยๆวิ่งห่างออกมาจากห้างสรรพสินค้าตรงไปยัง ตึกที่มีกองรักษาการณ์อยู่บริเวณนั้น เธอหวังว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากกองรักษาการณ์เพื่อช่วยเหลือเชส แต่ก่อนที่จะไปถึงตึกหลังนั้นก็มีคนๆหนึ่งมารั้งตัวของเธอเอาไว้พร้อมกับดึงเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว จนเธอตกใจและอุทานออกมา “ว๊าย”

“เนอิ เชสอยู่ไหน” คำพูดที่ดังออกมาจากชายลึกลับที่อยู่ตรงหน้าของเนอินั้น เขาถามหาเชสและเมื่อเนอิตั้งสติได้เธอก็พบว่าชายคนนั้นเป็นคนที่เธอรู้จักเป็นอย่างดี “พี่ชาย”

ชายที่เนอิพูดถึงนั้นชื่อมัลลิแกนส์อายุประมาณสิบแปดปี รูปร่างสมส่วนผมสีน้ำตาลแดง หน้าตาธรรมดาๆสวมเสื้อโค้ทสีดำยาวถึงเท้า เขาจับมือเธอพร้อมกับถามว่า“เชสล่ะอยู่ไหน” เนอิเมื่อตั้งสติได้ก็รีบชี้ให้พี่ชายของเธอดูตรงทางเข้าห้างที่มีสภาพพังยับเยินด้านหน้าให้เขาดูทันที ซึ่งถ้ามองดูแล้วแทบจะไม่เห็นว่าเชสนอนบาดเจ็บอยู่ตรงนั้นเพราะเต็มไปด้วยซากอิฐและเคาเตอร์ที่บังตัวของเธออยู่ ส่วนกองรักษาการณ์ก็กำลังยิงปะทะกับกลุ่มทหารอีกฝ่ายอยู่ พวกเขาไม่สนใจที่จะปลีกตัวมาช่วยดูแลพลเรือนได้เลยในเวลานี้

Last edited by Zamma on Sun Apr 06, 2008 1:35 am, edited 4 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby RaCcoon_Man on Tue Feb 19, 2008 11:26 am

/me อ่าน~
Image

. . . " ~ เพื่อนพ้อง ~ " . . .
User avatar
RaCcoon_Man
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 111
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:31 pm
Location: ~ บนโลกใบนี้ ~

Postby Zamma on Tue Feb 19, 2008 9:32 pm

[align=center]หน้าที่ 4[/align]






“เนอิพี่ดูสถานการณ์อยู่สักพักแล้วล่ะ เธอกลับไปรออยู่ที่ร้านของคุณจอห์นนี่ก่อนนะแล้วเดี๋ยวพี่จะตามกลับไปพร้อมเชส” น้ำเสียงที่ราบเรียบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นของเขานั้น ดูราวกับว่าสถานการณ์ในตอนนี้ไม่ได้ทำให้เขาตกใจกลัวเลยแม้แต่น้อย

“พี่ค่ะ พาเชสออกมาให้ได้นะ” เนอิพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆเพราะเป็นห่วงเพื่อนสนิทของเธอ
“ไม่ต้องเป็นห่วง พี่จัดการเอง” เขาพูดพลางยื่นมือออกไปลูบหัวของน้องสาวอย่างเบาๆ
“เอาละ กลับไปรอพี่ที่ร้านของคุณจอห์นนี่นะ” เนอิเมื่อได้ยินมัลบอกอย่างนั้นเธอก็ค่อยๆก้าวถอยหลัง สายตาที่มองดูพี่ชายของเธอนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ก่อนที่เธอจะหันหลังและเริ่มวิ่งห่างออกไป

“ดูแล้วเราคงต้องรอจังหวะก่อนที่จะเข้าไปช่วยเชสออกมา” เขาพูดกับตัวเองก่อนที่จะค่อยๆเข้าไปใกล้บริเวณที่ยิงต่อสู้กันมากกว่านี้ เพราะว่าเมื่อมองดูรอบๆแล้ว ลานกวางนี้แถบจะไม่มีที่ให้ใช้หลบกระสุนปืนที่ลอยไปมาได้มากนัก จะมีก็แค่ระเบียงเล็กๆ ต้นไม้ที่เรียงกันเป็นแถวรอบๆตึก รั้วหินและขอบทางเดินที่สูงขึ้นมาประมาณครึ่งเมตร นอกซะจากว่าจะเข้าไปอยู่หน้าตัวตึกห้างสรรพสินค้าได้ ซึ่งดูจะมีที่กำบังมากมาย การที่จะเข้าไปถึงหน้าตึกได้นั้นง่ายมากสำหรับมัล เพราะเขามีความคล่องตัวสูง แต่การจะพาเชสออกมาโดยที่ไม่รู้ว่าบาดเจ็บมากน้อยแค่ไหน ค่อนข้างลำบากพอสมควร ทางที่มัลคิดไว้คือรอดูสถานการณ์อีกสักนิด ก่อนที่จะเริ่มลงมือเข้าไปช่วยเชสออกมา

เมื่อไหร่จะเคลื่อนที่กันไปนะ เขานึกในใจพลางมองดูรอบๆ ทหารทั้งสองฝ่ายยังยิงต่อสู้กันไม่หยุด แต่ก็เริ่มที่จะมีการเคลื่อนที่กันมากขึ้นของฝ่ายรักษาการณ์ พวกเขาเริ่มที่จะไล่ต้อนอีกฝ่ายให้ถอยร่นไปไกลมากพอที่มัลจะเริ่มเคลื่อนตัวเข้าไปด้านหน้าตึก

“พวกเราบุกเข้าไป ต้อนพวกมันให้ไปทางด้านเหนือเร็วเข้า” ทหารนายหนึ่งของกองรักษาการณ์ร้องบอกกับพวกของตน ทหารมากมายคอยยิงต่อต้านและค่อยๆรุกคืบหน้า เมื่อกำลังของฝ่ายรักษาการณ์มีมากกว่าและขนาบทั้งหน้าหลังจึงไม่แปลกที่ทหารกลุ่มที่ก่อเหตุจะถูกไล่ต้อนจนถอยร่นขึ้นไปทางด้านเหนือของเมือง พวกทหารไม่ทราบฝ่ายถูกยิงบาดเจ็บและเริ่มล้มตายมากขึ้น ตามถนนหนทางที่กองรักษาการณ์รุกคืบหน้า มีร่างของชายวัยต่างๆนอนอยู่หลายสิบคนพร้อมกับอาวุธมากมายเกลื่อนถนน เป็นภาพที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับเมืองที่เจริญมากๆเมืองหนึ่ง

หลังจากทหารกลุ่มที่ก่อเหตุถูก ขนาบด้วยกองรักษาการณ์ได้สักพักหนึ่งแล้ว สังเกตุได้ว่าตอนนี้ไม่บาดเจ็บก็ล้มตายไปซะส่วนใหญ่ กองรักษาการณ์ก็ทำการรุกคืบหน้าบีบให้อีกฝ่ายต้องหนีเข้าไปหลบอยู่ในตึกแถวบริเวณนั้น ซึ่งไม่มีผู้คนอาศัยอยู่แล้วในตอนนี้ เพราะว่าทุกคนต่างก็อพยพออกไปจากบริเวณนี้จนหมด ตอนนี้ด้านหน้าของห้างสรรพสินค้านั้นเริ่มไร้วี่แววของทหารทั้งสองฝ่าย จึงเป็นโอกาสดีที่มัลจะเข้าไปให้ถึงหน้าทางเข้าห้างสรรพสินค้า

“โอกาสมาแล้ว” เขานึกในใจก่อนที่จะวิ่งตรงเข้าไปอย่างรวดเร็วที่ต้นไม้แถวๆลานกว้างและไปจุดถัดไปที่ขอบรั้วหินทันที ตรงรั้วหินนี้มีต้นไม้ขนาดเล็กประดับอยู่มากพอที่จะบดบังร่างของเขาจนมิดชิด หลังจากมัลมองดูรอบๆจนแน่ใจแล้วเขาก็รีบวิ่งเข้าไปที่หน้าตึกห้างสรรพสินค้าทันที สิ่งแรกที่มัลต้องการก็คือเข้า
Last edited by Zamma on Thu Apr 10, 2008 1:55 am, edited 8 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Tue Feb 19, 2008 9:33 pm

[align=center]หน้าที่ 5[/align]





ไปยังหลังเคาเตอร์ เขาวิ่งข้ามผ่านเศษหินและกองอิฐที่อยู่ตามพื้นมากมาย เขาก้าวขึ้นบันไดก่อนจะข้ามผ่านเสาต้นที่อยู่หน้าตึกที่ตอนนี้ล้มระเนระนาด เมื่อขึ้นมาถึงด้านหน้าแล้วมัลก็ตรงไปยังเคาเตอร์ มีเศษผนังและกำแพงล้มบังร่างของเชสอยู่ มัลค่อยๆหยิบมันออกอย่างระมัดระวังและพบว่าเชสนอนสลบไสลไม่ได้สติอยู่ใต้กองหินพวกนั้น

สิ่งแรกที่มัลทำก็คือ ตรวจดูอาการของเชส เขาตรวจหาบาดแผลอย่างละเอียดและรวดเร็ว เมื่อสำรวจดูแล้วก็พบว่ามีแต่บาดแผลเล็กๆ ที่หน้าผากข้างซ้ายและมีเลือดไหลซึมออกมา ส่วนอื่นๆของร่างกายก็มีแค่แผลถลอกเล็กน้อยเท่านั้น มัลเปิดเสื้อโค้ทด้านในของเขาออกมา ในนั้นมีอุปกรณ์ปฐมพยาบาลเบื่องต้นอยู่ ด้านในของเสื้อโค้ทชุดนี้ มีช่องที่สามารถพกพาถุงพยาบาลขนาดเล็กเอาไว้ได้ถึงสองถุง ซึ่งถุงพยาบาลพวกนี้มีขนาดเท่าฝ่ามือของผู้ใหญ่คนหนึ่ง ในนั้นจะมีผ้าพันแผลและยาต่างๆอยู่ในรูปของเข็มเล็กๆ

มัลล้วงมือเข้าไปหยิบถุงพยาบาล ขนาดพกพาออกมาจากเสื้อโค้ทของเขา ก่อนที่จะนำออกมาวางไว้และเปิดเอาแผ่นปฐมพยาบาลออกมา เขาทำแผลให้เชสอย่างรวดเร็ว มันเป็นการทำแผลแบบง่ายๆเพียงแค่ห้ามเลือดที่ไหลออกมาเท่านั้น มัลแปะแผ่นห้ามเลือดที่มีคุณสมบัติ ป้องกันฝุ่นและเชื้อโรคแบคทีเรียต่างๆ ลงที่หน้าผากของเธอ เขามองดูรอบๆอย่างละเอียดว่ามีอะไรหรือไม่ ก่อนที่จะสอดแขนเข้าไปพยุงร่างที่ไร้สติของเชสขึ้นมา และอุ้มเอาไว้ทั้งสองแขน เพื่อเตรียมพร้อมที่จะพาเธอออกมายังจุดปลอดภัย ด้านนอกพื้นที่เสี่ยงอันตรายนี้ แต่ยังไม่ทันที่มัลจะก้าวขาเขาก็ได้ยินเสียงบางอย่างที่คุ้นเคยใกล้ๆตัวของเขา

เฟี้ยวว บรึ้ม

เสียงที่คุ้นหูของเขาคือ จรวดอาร์พีจีที่พุ่งตรงเข้าปะทะกับอะไรบางอย่าง จนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ มัลที่ตอนนี้อุ้มเชสเอาไว้อยู่ ก้าวเดินออกมาตรงทางลงบันได เขาแหงนหน้าขึ้นไปมองยังต้นตอของเสียงและพบว่า นั่นเป็นเสียงระเบิดที่ดังมาจากด้านบนของตัวตึก

“อะไรน่ะ” ภาพที่มัลเห็นตอนนี้มันทำให้เขา ต้องรีบเร่งฝีเท้าเพื่อออกไปจากบริเวณนี้ ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ทันที สิ่งที่เขาเห็นก็คือเฮลิคอปเตอร์ที่ลอยลำอยู่ บนชั้นดาดฟ้าของตึก ถูกยิงด้วยจรวดอาร์พีจีจนทำให้เฮลิคอปเตอร์ เริ่มเสียการทรงตัวแม้ว่าส่วนที่ได้รับความเสียหาย จะเป็นแค่ส่วนท้ายของเฮลิคอปเตอร์เท่านั้น แต่ก็มากพอที่จะทำให้มันตกลงมาได้ เฮลิคอปเตอร์กำลังร่วงลงมาพร้อมกับควันไฟที่ลุกไหม้และโหมกระหนำขึ้นเรื่อยๆ

“มันกำลังร่วงลงมาแล้ว” เขาพูดพร้อมกับที่กำลังอุ้มเชสวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางต่างๆ ออกจากด้านหน้าของตึกห้างสรรพสินค้า เพื่อหลบแรงระเบิดจากเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังตกลงมา แม้ว่าจะวิ่งห่างออกไปได้ไกลประมาณ เจ็ดถึงแปดเมตรจากหน้าทางเข้า แต่มัลก็ตระหนักดีว่าระยะทางแค่นี้ยังไม่มากพอ ที่จะพ้นจากแรงระเบิดแน่ เฮลิคอปเตอร์ก็ตกลงมาใกล้เข้าไปทุกที จากชั้นสิบลงมาเรื่อยๆและกำลังจะกระทบพื้น มัลยังคงวิ่งต่อไปเรื่อยๆ แต่เมื่อเขารู้ว่าระยะทางเท่าที่วิ่งมา อาจจะยังไม่ไกลมากพอ เขาจึงหยุดและค่อยๆวางเชสลงกับพื้น พร้อมกับถอดเสื้อโค้ทออกเพื่อคลุมร่างของเธอเอาไว้ เฮลิคอปเตอร์ตกลงมาจนถึงชั้นสองแล้ว เมื่อเห็นดังนั้นมัลก็ก้มตัวลงและกอดเชสไว้ในอ้อมแขนของเขา พลางเอาตัวเองบังร่างของเธอเอาไว้

Last edited by Zamma on Tue Apr 08, 2008 11:02 am, edited 3 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby TumAlone on Wed Feb 20, 2008 4:31 pm

ตาลายนรก...เอาไว้ว่างๆจะมาอ่าน...เผ่นไปเรียนพิเศษก่อนครับ...
Image Image
User avatar
TumAlone
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 263
Joined: Mon Feb 11, 2008 2:06 pm
Location: ความเป็นจริงอันไกลโพ้น

Postby Zamma on Sat Feb 23, 2008 10:22 am

[align=center]หน้าที่ 6[/align]




ตูม

เกิดแรงระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง เมื่อเฮลิคอปเตอร์ตกลงกระทบเข้ากับพื้นหน้าห้างสรรพสินค้า กระจกของตึกที่อยู่รอบๆแตกออกเพราะแรงระเบิด ส่วนจุดตกของนั้นอยู่ห่างจากมัลประมาณหกเจ็ดเมตร ชิ้นส่วนต่างๆของเฮลิคอปเตอร์ลำนั้น กระเด็นกระดอนไปคนละทิศทาง ลูกไฟพุ่งออกมาจากจุดตกเป็นวงกว้างพร้อมกับแรงระเบิดที่พัดพาทุ่งสิ่งรอบๆ ให้ปลิวไปตามกัน แม้มัลจะอยู่ห่างออกมาแต่แรงระเบิดก็ยังรุนแรงมาก เขาเองก็ถูกแรงระเบิดพัดจนกระเด็น ร่างของเขาลอยไปทั้งๆที่กอดเชสเอาไว้ และกระแทกเข้ากับซากรถในบริเวณนั้น รวมทั้งยังมีเศษหินอิฐและเศษไม้ ลอยมากระทบเข้ากับตัวเขา ที่บังร่างของเชสไว้ในอ้อมแขนของตัวเอง

บริเวณทั่วๆไปหน้าตึกห้างสรรพสินค้า เต็มไปด้วยควันไฟที่ลุกโชน เศษซากหินอิฐและต้นไม้ที่ล้มระเนระนาดเกลื่อนกลาดไปทั่วลานกว้างนั้น ทำให้มันไม่เหลือสภาพเดิมอยู่เลย ซากของเฮลิคอปเตอร์ที่พุ่งเข้าชนตึกบริเวณรอบๆ พังไปเป็นแถบก่อนที่จะกระทบพื้นพังยับเยิน คาดว่านักบินที่อยู่ข้างในก็คงไม่รอดเช่นเดียวกัน สภาพที่เห็นทำให้มัลรู้ว่า เขาไม่สามารถที่จะย้อนกลับไปทางเดิมได้อีกครั้ง เพราะไฟที่ลุกท่วมและยังมีซากตึกรามบ้านช่องที่พังทลายลงปิดกั้นเส้นทางเอาไว้

ตอนนี้มัลค่อยๆยันตัวเองให้ลุกขึ้นจากพื้น พร้อมกับพยายามตั้งสติ แรงระเบิดและเสียงที่ดังสนั่นทำให้หูของเขาอื้ออึงไปชั่วขณะ สิ่งแรกที่เขาทำเมื่อลุกขึ้นยืนได้แล้ว คือตรวจตามร่างกายว่าตนเองนั้นมีบาดแผลหรือไม่ แต่ก็พบว่าเขามีแค่แผลถลอกเล็กๆ ส่วนเชสนั้นไม่พบว่ามีบาดแผลอะไรเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าเสื้อโค้ทที่มัลสวมให้เธอ มีคุณสมบัติกันกระแทกได้อย่างดี แถมยังสามารถกันกระสุนปืนทั่วๆไปได้อย่างสบาย

สถานการณ์เลวร้ายลงอีกครั้ง เมื่อเฮลิคอปเตอร์ที่กำลังจะมาอพยพผู้ที่ติดอยู่ในตึกถูกยิงจนตก แถมตอนนี้มัลก็ไม่สามารถย้อนกลับไปทางเดิมได้ เขาคิดในใจพลางมองไปรอบๆตัว จะว่าไปบริเวณนี้ก็มีอาคารต่างๆ หลายแห่ง ที่สามารถเข้าไปหลบได้อย่างปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรูระดับห้าดาว หรือจะเป็นร้านฟาสฟู้ดต่างๆจำนวนมาก ที่อยู่เรียงรายกันในแถบนี้ เพราะว่าไม่มีใครเหลืออยู่อีกแล้ว ทุกคนอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยนอกบริเวณนี้กันหมด



แม้ว่าจะเกิดการยิงเฮลิคอปเตอร์จนตก แต่ชายผู้ที่คอยสั่งการกองรักษาการณ์อยู่นั้นก็ไม่ได้มีอาการตกใจอะไรเลย เขายังคงยืนอยู่บนดาดฟ้าของตึกหลังเดิมและมองดูสถานการณ์อย่างใจเย็น

ปี๊บ ปี๊บ

มีเสียงดังขึ้นมาจากวิทยุสื่อสารของเขาและมีข้อความดังออกมาว่า
“พลเอกโคลแมน ตอนนี้สถานการณ์เลวร้ายลงแล้วนะ จัดการอย่าให้มีเรื่องอะไรเล็ดลอดออกไปได้ล่ะเข้าใจไหม” เสียงของชายแก่แหบๆฟังดูร้อนรนดังออกมาจากวิทยุที่อยู่ในมือของเขา
“รับทราบ ผมจะจัดการตามที่สั่ง” โคลแมนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชาและสีหน้าที่ดูไร้อารมณ์
Last edited by Zamma on Tue Apr 08, 2008 11:09 pm, edited 2 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby กล้วยจัง on Sun Feb 24, 2008 9:40 am

แต่งได้ไวมั่กๆๆ


ทำได้ไง
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby Zamma on Sun Feb 24, 2008 8:00 pm

สาเหตุที่แต่งไวเพราะ ก่อนลงผมแต่งไว้ล่วงหน้า 4-5 ตอน

และทุกวันกลับมาก็จะนั่งทำและตรวจทานอ่ะงับ สรุปคือแต่งล่วงหน้าเอาไว้และทยอยลงเรื่อยๆ

ปล.ไปและ ช่วยเม้นด้วยน้า
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Wed Feb 27, 2008 12:36 pm

[align=center]หน้าที่ 7[/align]





หลังจากที่ได้รับคำสั่งจากใครบางคนที่ดูแล้วน่าจะมีตำแหน่งที่สูงกว่านั้น โคลแมนก็หยิบวิทยุสื่อสารในมือขึ้นมาทันทีแล้วจึงออกคำสั่งกับผู้ที่อยู่ปลายทางว่า

“จัดการให้เสร็จภายในสามสิบนาทีนะไม่ต้องเหลือใครไว้” สิ้นสุดคำพูดสุดท้ายของโคลแมน ก็ปรากฏเฮลิคอปเตอร์หนึ่งลำบินมาจากทิศใต้ของเมืองอย่างรวดเร็ว เฮลิคอปเตอร์ลำนี้มีรูปร่างที่ปราดเปรียวดูทันสมัยมากกว่าลำที่ถูกยิงจนตกไป มันดูเหมือนกับเฮลิคอปเตอร์ผสมกับเครื่องเจ็ท สามารถเปลี่ยนรูปแบบของตัวเครื่องได้หลากหลายแบบ พวกเขาบินมาถึงพื้นที่ในเวลาแค่ไม่ถึงสามนาที เมื่อมีคำสั่งจากโคลแมน ทหารจำนวนสิบห้านายโรยตัวเองลงมาจากเฮลิคอปเตอร์อย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว เมื่อถึงพื้นดินแล้วเหล่าทหารกลุ่มนี้ก็แยกย้ายกันไปคุมพื้นที่รอบๆเอาไว้ทันที

ในขณะเดียวกันเนอิก็วิ่งผ่านมาจากทางเดินเท้าแคบๆ ผ่านมาถึงย่านการค้าที่มีร้านมากมาย แต่เธอกลับต้องวิ่งตรงเข้าไปลึกจนเกือบจะถึง ทางตันด้านในสุดเพื่อหาใครบางคน เสียงหอบหายใจของเธอดังออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย เธอกำลังวิ่งไปที่ร้านของเพื่อนคนหนึ่ง ที่มัลบอกให้ไปรออยู่ที่นั่น มันอยู่ห่างจากที่เกิดเหตุไม่ไกลมากนัก แต่ก็ห่างมากพอที่จะปลอดภัยจากเหตุการณ์ตอนนี้ เธอวิ่งผ่านร้านค้าหลายแห่งจนไปถึงมุมตึกที่ดูเหมือนเป็นทางตัน เธอวิ่งตรงเข้าไปและเลี้ยวไปทางขวามือ ซึ่งถ้าไม่เคยผ่านมาก่อนจะไม่รู้ว่ายังมีทางเดินเล็กๆที่ใช้ผ่านออกไปได้ ตรงหน้าของเธอเป็นร้านค้าร้านหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ในมุมอับและลับตาคนมาก ดูไปแล้วก็ลึกลับพอสมควร เนอิยังหอบหายใจอยู่และข้างหน้าของเธอก็พบกับ หนุ่มใหญ่วัยประมาณสามสิบห้าปีที่มีลักษณะผอมสูงและไว้ผมยาวหางม้าผิวสีคล้ำ

“คุณจอห์นนี่” เนอิเรียกและชายหนุ่มผิวคล้ำก็หันมามองด้วยท่าทีประหลาดใจนิดหน่อย
“โอ้ว เนอิเป็นไงมาไงนี่” ชายหนุ่มร้องดีใจที่ได้เห็นคนรู้จักมายืนอยู่ที่ร้านของเขา แต่ก็สังเกตว่าอีกฝ่ายมีอาการหอบเหนื่อยและดูเร่งรีบผิดกับนิสัยของเจ้าตัว
“มีอะไรหรือเปล่าเนอิ” เขาถามเด็กสาวด้วยน้ำเสียงที่ดูจริงจังขึ้น
“คุณจอห์นนี่ ตอนนี้ที่หน้าห้างมีทหารจากไหนก็ไม่รู้ ยิงต่อสู้กับกองรักษาการณ์อยู่ พี่ชายและเชสก็ติดอยู่ในนั้นด้วย” น้ำเสียงที่กระวนกระวายและร้อนรนของเนอิ ทำให้จอห์นนี่รู้สึกว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เขาเพิ่งจะเดินออกมาจากในบ้านของเขา มันมิดชิดมากพอที่เสียงปืนและระเบิดจะไม่ดังมาถึง เขาเดินออกมาจากจุดที่ยืนอยู่ไปที่มุมทางเดินเพื่อมองดูสิ่งที่เนอิบอก

“ยืนพักให้หายเหนื่อยก่อนเนอิ ไม่ต้องกังวลเดี๋ยวชั้นจะติดต่อหามัลเอง” เขาพูดพลางเดินออกมาจนพ้นมุมตึก สิ่งที่เขาเห็นก็คือควันไฟสีดำที่ลอยอยู่เต็มท้องฟ้า และเสียงปืนดังก้องไปทั่วเมือง เขาคิดในใจว่ามันเกิดขึ้นตอนไหน ทำไมเราไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย เขาตกตะลึงกับภาพข้างหน้าอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่เนอิจะวิ่งตามออกมา ทันใดนั้นสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น มีอะไรบางอย่างบินผ่านท้องฟ้าบนหัวของพวกเขาไปอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงที่ดังก้องไปทั่ว ลมที่พัดผ่านไปด้วยความเร็วของเจ้าสิ่งลึกลับนั้น รุนแรงขนาดที่สิ่งต่างๆปลิวไปตามแรงลม ทั้งฝุ่นละออง ถังขยะ และโต๊ะเก้าอี้ต่างๆ เนอิและจอห์นนี่ถึงกับต้องยกมือขึ้นมาบังหน้าของตัวเองไว้ ทันทีที่ลมสงบเนอิก็เงยหน้าขึ้นมองเจ้าสิ่งลึกลับนั่น และอุทานออกมาว่า
Last edited by Zamma on Thu Apr 10, 2008 1:38 am, edited 2 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zamma on Wed Feb 27, 2008 12:44 pm

[align=center]หน้าที่ 8 [/align]






“นั่นมันหน่วยพิเศษนี่นา” เนอิอุทานออกมาหลังจากได้เห็น เฮลิคอปเตอร์ของหน่วยพิเศษนี้จากหน้าร้านของจอห์นนี่ ซึ่งมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ด้วยน้ำเสียงที่ตกใจของเธอ บวกกับกิตติศัพท์ของหน่วยนี้ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก มันทำให้เนอิรู้สึกกังวลขึ้นมา “คุณจอห์นนี่เราจะทำยังไงกันดี” เธอร้องถามกับจอห์นนี่ แต่คนข้างๆที่เด็กสาวกำลังขอความเห็นนั้น ทำสีหน้าหนักใจอยู่บ้างก่อนที่เขาจะบอกกับเธอว่า“เนอิ ช่วยชั้นปิดร้านทีเร็วเข้า เราต้องส่งข่าวบอกพี่ชายเธอแล้วล่ะ” ทั้งสองคนวิ่งกลับไปที่หน้าร้านและช่วยกันทำการปิดประตูร้านขายอาวุธและอุปกรณ์เดินทางของจอนนี่ทันที

ป้ายแขวนหน้าร้านเขียนไว้ว่า “ปิดห้ามรบกวน” เมื่อปิดป้ายเสร็จจอนห์นี่ก็เดินไปยังหลังร้าน และเข้าไปที่ห้องทำงานส่วนตัวของเขาทันที โดยที่มีเนอิเดินตามหลังมาอย่างไม่ห่าง เขาทำการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ภายในห้องและป้อนรหัสบางอย่างเข้าไป ทันใดนั้นห้องทำงานนี้ก็เปลี่ยนไปทันที จากห้องที่มีชั้นหนังสือและโต๊ะที่มีเครื่องกลเศษเหล็กต่างๆวางอยู่ กลับกลายเป็นแผงอุปกรณ์สื่อสารไฮเทคต่างๆที่โผล่ออกมาอย่างน่าตกใจ ทันทีที่เครื่องมือต่างๆพร้อมทำงาน จอห์นนี่ก็ติดต่อไปหามัลทันทีโดยการเข้ารหัสวิทยุสื่อสารของอีกฝ่าย

“มัล ตอบด้วย มัล ตอบด้วย” เขาเรียกแต่ก็ยังไม่มีการตอบรับจากเด็กหนุ่มกลับมา เนอิที่ยืนอยู่ด้านหลังตอนนี้เธอรู้สึกกระวนกระวายใจอย่างมาก ถึงแม้เธอจะเป็นห่วงพี่ชายของตัวเองซักเท่าไหร่ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก เธอได้แต่เพียงภาวนาอยู่ในใจว่า

“ขอให้พี่ชายและเชสปลอดภัยด้วยเถอะ มันคงไม่มากไปใช่ไหมคะ” เธอทำได้แค่เพียงกุมมือภาวนากับพระเจ้า เพื่อขอให้ทรงคุ้มครองคนสำคัญทั้งสองของเธอ





“ แอ๊ด........” เสียงเปิดประตูที่ฟังดูแล้วคงจะใช้งานมามากและไม่มีคนบำรุงรักษาเท่าที่ควรของร้านฟาสฟู้ดแห่งหนึ่ง ทีอยู่ใกล้ๆกับจุดตกของเฮลิคอปเตอร์ มัลอุ้มเชสเดินเข้ามาหลบอยู่ข้างในร้านนี้ สภาพภายในที่โต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาดไปทั่ว เศษอาหารและจานที่แตกอยู่ตามพื้น ทำให้มัลสามารถจินตนาการ ภาพตอนที่ผู้คนวิ่งหนีตายกันได้ หลังจากเข้ามาด้านในได้แล้ว มัลอุ้มเชสเดินเข้าไปด้านหลังร้าน เขาเดินอยู่สักพักก่อนที่จะเปิดประตูห้องๆหนึ่งเข้าไป ภายในห้องเล็กๆที่มีโซฟาตั้งอยู่หนึ่งตัว มัลค่อยๆวางเชสลงบนโซฟาอย่างนิ่มนวล เขากวาดสายตาไปรอบๆห้อง และปิดประตูห้องเอาไว้ ทิ้งให้เชสนอนหลับอยู่คนเดียว จากนั้นเขาก็ตรงไปที่ประตูหน้าร้าน และทำการและล็อคประตูเอาไว้ พร้อมกับเดินสำรวจสถานที่รอบๆว่าปลอดภัยหรือไม่ เขายืนมองดูรอบๆตัวเอง ภายในร้านอาหารที่ว่างเปล่า บนโต๊ะหลายๆตัวที่ยังคงมีอาหารหลากหลายชนิดวางทิ้งไว้อยู่และมีบางส่วนที่หล่นอยู่ตามพื้น แต่ยังไม่ทันได้สำรวจโดยรอบก็มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมา

ซ่า ซ่า

แม้จะฟังได้ไม่ชัดนักแต่เขาก็รู้ว่าเป็นวิทยุสื่อสารที่พกติดตัวมาด้วย มันอยู่ในเสื้อโค้ทของเขาที่เชสสวมใส่อยู่ เขาเดินเข้าไปยังห้องด้านหลังร้านอีกครั้ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบวิทยุที่พกอยู่ด้านในเสื้อโค้ทขึ้นมา
Last edited by Zamma on Thu Apr 10, 2008 1:46 am, edited 3 times in total.
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby กล้วยจัง on Thu Feb 28, 2008 7:17 pm

หุหุ


ฮูย ขยันจริงๆๆ
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby -[F]reeStyleLes[S]- on Thu Feb 28, 2008 10:01 pm

คำจำพวก เอฟเฟ็กเสียง ลดๆหน่อยก็ไ้ด้ พวก

ปัง ปัง ปัง .... ปัง ปัง ตูม ตูม บรึ้ม!! (ตายห่าหมด)

อ่านแล้ว มันขัดๆตาอะนะ =w= ขยันแต่งเยอะๆ เดี๋ยวก็เก่งเอง

ป.ล. ของตัวเองไม่แต่ง มาอ่านของคนอื่นซะงั้น
ป.ล. เมื่อไรเราจะสอบเสร็จฟ่ะ
Last edited by -[F]reeStyleLes[S]- on Fri Feb 29, 2008 7:59 pm, edited 1 time in total.
ขอให้ระวังในการพิม สี่คำอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

" นี่ นี้ นั่น นั้น " แค่นิดเดียวมันก็ทำให้อ่านแ้ล้วขัดลูกตาได้นะ


Image
User avatar
-[F]reeStyleLes[S]-
F.F. DragonKnight
F.F. DragonKnight
 
Posts: 49
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:08 pm
Location: ประเทศแห่งราชาภาษา

Postby Zamma on Fri Feb 29, 2008 1:59 am

จากข้อความด้านบน ผมได้แก้ไขข้อบกพร่องส่วนนั้นไปแล้วและเพิ่มเติมเนื้อหาใหม่ๆเข้าไปแทน



ปล.ไปและ ขอบคุณที่ติชมแล้วจพเอาไปใช้แก้ไขคับ
Last edited by Zamma on Thu Apr 10, 2008 1:47 am, edited 1 time in total.
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zinc on Thu Mar 06, 2008 8:45 pm

แล้วไว้สักครู่เมื่อผมอาจครบทุกบท

จะมาทำหน้าที่ของมอดและสับให้ครับ

ปล.ไม่รู้เมื่อไหร่นี่สิ -*-
Zinc
F.F. Angelic Android
F.F. Angelic Android
 
Posts: 13
Joined: Wed Feb 13, 2008 11:00 pm

Postby Zamma on Sun Mar 16, 2008 8:30 am

อ๊ากกกกก ติมฟรีสไตล์งอมแงม ทำไงดีเนี่ยยยย

ปล.ไปและ ว่าแล้วก็เล่นฟรีสไตล์ซักนิด และ ค่อยแต่งนิยายต่อดีกว่า
Last edited by Zamma on Thu Apr 10, 2008 1:48 am, edited 1 time in total.
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby Zinc on Sun Mar 16, 2008 9:55 pm

โดยรวมแล้วผมว่าใช้ภาษาได้ค่อนข้างดีเลยครับ

แต่เรื่องที่ต้องระวังคือการเล่าเหตุการณ์ที่วกไปวนมา และไม่กระชับเท่าที่ควร การใช้คำก็อีกเรื่องหนึ่ง

จะสังเกตได้ว่ามีการใช้คำว่า "บลาๆ"Aพูด "บลาๆ"Bพูด ค่อนข้างประปราย ซึ่งสามารถใช้ตัวอื่นแทนได้ครับ เช่น กล่าว เอ่ย และอีกมากมายขึ้นอยู่กับระดับสเกลในการบรรยายของผู้แต่งครับ อ่านเยอะๆจะได้เรื่องพวกนี้มาเยอะมาก

คำว่า"พร้อมกับ"นั้นถูกใช้ค่อนข้างเยอะ ข้อนี้ควรระวังด้วยครับ อีกคำนึงคือ "เสียง" เสียงปืน เสียงระเบิด ผมเข้าใจว่าไม่สามารถใช้คำอื่นแทนได้ แต่เราต้องปรับเปลี่ยนเป็นการใช้คำบรรยายแบบอื่นเอาครับ ซึ่งต้องให้ลองๆฝึกดูครับ อีกอย่างคือเสียงเอฟเฟคซึ่งใช้วิธีเดียวกันในการลดลงได้ครับ ทริคคือบางทีการใช้บทบรรยายเพิ่มบรรยากาศได้ดีกว่าเสียงเอฟเฟคที่มาเยอะๆจนรุงรัง ใส่แค่พอสวยงามกับจังหวะที่น่าตื่นเต้นหรือเราต้องการเน้นก็พอครับ

เช่น ตูมมมมม!! เสียงระเบิดดังขึ้นไม่ไกล แต่Aยังรู้สึกได้ถึงก้อนหินที่ตกกระทบลงพื้นเกิดเสียงขึ้น <<< ประโยคนี้ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ผมไม่รู้จะยกตัวอย่างยังไงดี ลองดูแล้วกันนะครับ

อีกอย่าง.. บางประโยคใช้คำฟุ่มเฟือยเกินไปครับ และบางคราวดูรกรุงรัง บางทีเราอาจจะใช้การปรับให้มันกระชับและไม่ต้องสาธยายยาวมากนัก ทั้งที่ความหมายใจความมีเท่ากัน (ข้อนี้ยกเว้นในประโยคที่ต้องการบรรยายถึงสิ่งนั้น แต่ก็มียกเว้นอีกที อยู่ที่ประสบการณ์(อีกแล้ว))

การใช้คำยังไม่ค่อยถูก ข้อนี้แม้แน่ใจว่าพิมพ์ผิดหรือเปล่านะครับ

นั่น กับ นั้น มันใกล้กันจริง แต่วิธีการใช้ไม่เหมือนกันครับ

โดยรวมแล้วยังพัฒนาได้อีกเยอะครับ ขอให้ฝึกฝนต่อไป แนะนำให้อ่านเยอะๆ

เรื่องหนึ่งที่ผมคิดว่าแปลกคือ เอฟเฟคบางทีจะใส่ "" เข้าไปด้วย แต่บางทีก็ไม่ใส่ ทำให้ดูงงพิลึก

ปล.โชคดีกับการแต่งครับ
Zinc
F.F. Angelic Android
F.F. Angelic Android
 
Posts: 13
Joined: Wed Feb 13, 2008 11:00 pm

Next

Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron