ข้อมูลข่าวสารของ ZAMMA
จำนวนบทที่ลง : VI
จำนวนหน้าที่ลง: 71
ความคืบหน้าล่าสุด: 3/09/2551
ข่าวสาร:
1.ขอหยุดการทำนิยายเรื่องนี้ลงไว้แค่นี้ครับ มีปัญหาด้านการวางพล็อตเรื่อง เพราะเอาแต่พิมตามอารมณ์ตั้งแต่เริ่ม เลยขาดการวางเนื้อเรื่องที่ดีและมีข้อจำกัดเยอะมาก
สารบัญ
บทที่ 1 หน้าที่ 1
บทที่ 2 หน้าที่ 10
บทที่ 3 หน้าที่ 22
บทที่ 4 หน้าที่ 31
บทที่ 5 หน้าที่ 40
บทที่ 6 หน้าที่ 54
[align=center]
Revive
ตอน ยังนึกไม่ออกบทนำ
บทนำช่วงต้น[/align]
ปีใด คศ. ที่เท่าไร ไม่เคยมีมนุษย์คนไหนรู้เพราะไม่เคยมีเอกสารใดๆบ่งบอกถึงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติเลยแม้แต่หนังสือ เอกสารเก่าๆ ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ โลกผ่านพ้นวันเวลามานานหลายศตวรรษ
ช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมามนุษย์อยู่อาศัยในพื้นที่ขนาดใหญ่ความกว้างนั้นประมาณประเทศเล็กๆประเทศหนึ่ง ภายในนั้นประกอบด้วยเมืองสำคัญห้าเมือง ภายในเมืองต่างๆก็มีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย เราเรียกเมืองทั้งห้าว่า รีบอร์น (Reborn)
ภายในรีบอร์นประกอบด้วยเมืองขนาดใหญ่ห้าเมือง ต่างก็ตั้งอยู่ห่างจากกันตามจุดต่างๆของพื้นที่ทั้งหมด แต่ละเมืองจะมีผู้ปกครองหนึ่งคนประจำอยู่ โดยที่ไม่เคยมีใครล่วงรู้ถึงรูปร่างหน้าตาและอายุได้ คำสั่งของกลุ่มผู้ปกครองทั้งห้า จะถูกส่งผ่านมายังนายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่ประจำตามเมืองนั้นๆ ภายในเมืองจะถูกปกครองด้วยกองรักษาการณ์ เป็นหน่วยทหารประจำเมืองที่คอยดูแลรักษาความสงบ ใครก็ตามที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกลงโทษขั้นรุนแรง ดังนั้นการอาศัยอยู่ในรีบอร์น การทำผิดกฎถือว่าเป็นสิ่งที่อันตรายอย่างมาก
กฏทั้งห้า
1. การเกี่ยวพันและรู้เห็นเกี่ยวกับกลุ่มกบฏถือว่ามีความผิด ไม่ว่ามากหรือน้อย
2. การขัดขวางและพยายามโต้เถียงต่อการทำหน้าที่ของกองรักษาการณ์ ถือว่ามีความผิด
3. เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์อำนาจในการทำหน้าที่เต็มอัตรา หากไม่ต้องการขัดขวางการปฏิบัติงาน จงนอนราบคว้ำหน้ากับพื้นเท่านั้น และจะไม่มีการปราณีใดๆทั้งสิ้น
4. ผู้ใดที่มีอาวุธในครอบครองถือว่ามีความผิดร้ายแรง ยกเว้นจากร้านค้าปลีกย่อยของบริษัทวีเทคโนโลยี
5. คำสั่งของผู้ปกครองสูงสุดถือเป็นเด็ดขาดไม่ว่าเรื่องใดก็ตามแต่
มนุษย์แบ่งแยกเป็นสองกลุ่ม ฝ่ายแรกคือกลุ่มหัวเมืองทั้งห้า คือกลุ่มผู้ปกครองเมืองที่มนุษย์อาศัยอยู่ปัจจุบันนี้กับกลุ่มต่อต้านที่ซึ่งไม่ยินยอมในการถูกปกครองโดยกลุ่มผู้ปกครองในอดีตนั้นเคยก่อสงครามขึ้นระหว่างทั้งสองฝ่ายยาวนานหลายปี แต่ผลจบลงที่กลุ่มต่อต้านพ่ายแพ้จนต้องถูกขับออกจากรีบอร์น ไปอยู่อาศัยตามที่รกร้างและใต้พื้นดินบริเวณรอบนอกของเมือง
ภายนอกรีบอร์นคือพื้นที่ต้องห้าม เพราะส่วนนั้นมีพายุกระแสไฟฟ้าแรงสูงซึ่งพัดผ่านอยู่รอบๆรีบอร์น ไม่เคยมีมนุษย์ผู้ใดที่ออกจากรีบอร์นไปแล้วรอดชีวิตกลับมา ทั้งคน สัตว์ รวมทั้งยานพาหนะต่างๆก็ไม่สามารถใช้การณ์ได้ เมื่อต้องมาเจอกับพายุกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่รายล้อมเอาไว้ ไม่มีใครรู้ว่าพายุลูกนี้มาจากไหนและเกิดขึ้นได้อย่างไร จึงเป็นเวลานานแสนนานที่ผู้คนต่างก็อาศัยอยู่ในรีบอร์นโดยที่ไม่สามารถออกไปสู่โลกภายนอก
แต่ตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่จะทำให้ทุกคนต้องสนใจ ทุกคนต้องตามล่า สิ่งมีชีวิตที่มาจากโลกภายนอกกำลังจะปรากฏตัวในโลกมนุษย์พร้อมกับสงครามครั้งใหม่อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
[align=center]บทนำช่วงปลาย[/align]
ถนนที่กว้างขวางและทอดยาวออกไปตามทางเดิน มีผู้คนมากมายเดินกันขวักไขว่ไปมา มัลลิแกนซ์ สเปียร์ เด็กหนุ่มวัยสิบแปดปีก็เป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังเดินตามหาใครบางคนอยู่ แสงแดดที่อบอุ่นและส่องสว่างไปทั่วเมือง ทำให้เขาและผู้คนที่เดินอยู่ตามท้องถนน รู้สึกอบอุ่นและสดชื่นกับวันว่างที่ได้ออกมาเดินเล่น เพียงแต่ว่าวันนี้เขาไม่ได้มาเดินด้วยความสบายใจเท่าไหร่นัก
สำหรับมัลวันนี้เขาต้องออกมาตามหาเพื่อนหญิงและน้องสาวของเขา ที่ออกไปเดินเที่ยวห้างสรรพสินค้าโดยที่ไม่รอ และบอดี้การ์ดคืองานที่เขาทำอยู่ตอนนี้ เป้าหมายของการคุ้มกันก็คือ เพื่อนหญิงที่ชื่อเชส วาเลริโอ เธอเป็นลูกสาวของเดวิโต้ วาเลริโอ เจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการเทคโนโลยีและอุตสาหกรรม เกี่ยวกับเครื่องจักรและอาวุธทางทหาร เขากับเชสนั้นไม่ค่อยจะถูกกันเท่าไหร่นัก เจอกันก็มักจะมีเรื่องให้ทะเลาะกันทุกที จะมีก็แค่น้องสาวของมัลที่ชื่อเนอิ เธอคอยเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างมัลและเชสเอาไว้ และมีเพียงแค่ไม่กี่คนในโลกที่เชสจะรับฟังเหตุผล เท่าที่มัลรู้เนอิคือหนึ่งในนั้น
ตอนนี้มัลต้องออกไปตามหาเชสและเนอิ ที่ห้างสรรพสินค้ากลางเมืองสหพันธ์ เนอิแอบวิทยุมาบอกกับเขาว่า เชสจะแอบหนีไปเดินเที่ยวที่นั่นโดยที่จะไม่บอกกับเขา ส่วนเนอิทำได้แค่ตามไปเป็นเพื่อนของเชส สำหรับมัลเมืองนี้น่าอยู่มากต่างจากที่อยู่เก่าของผมราวฟ้ากับดิน เดิมทีที่อยู่เก่าของเขาจะอยู่ตามชายแดนของเมือง ทางตอนใต้ ซึ่งก็คือเขตทางการทหารที่ยังคงมีสงครามอยู่บ้างประปราย
เมืองสหพันธ์การค้า ศูนย์รวมของการค้าขายต่างๆ ตั้งแต่เสื้อผ้าของใช้รวมไปถึงอาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆทางทหาร เป็นเมืองที่สวยงามและสงบสุข ผู้คนมากมายค้าขายสิ่งของต่างๆตามแต่ถนัด ทุกวันจะมีคนหลั่งไหลเข้ามายังเมืองแห่งนี้วันละหลายพันคน บ้างก็มาเพื่อท่องเที่ยวแต่ส่วนใหญ่จะมาเพื่อหาซื้อของต่างๆ มีแหล่งหาซื้อของหายากต่างๆในเมืองนี้หลายจุด เมื่อคุณต้องการหาของหายากหรือของจำพวกที่ไม่มีขายทั่วๆไป คุณสามารหาได้จากที่นี่
เมืองนี้เป็นหนึ่งในห้าเมืองหลักของรีบอร์น ภายในรีบอร์นจะประกอบด้วยเมืองใหญ่ๆห้าเมือง ส่วนที่เหลือจะเป็นเมืองหรือหมู่บ้านเล็กตามพื้นที่ห่างไกล ส่วนผู้ปกครองสูงสุดของรีบอร์นนั้น รู้กันแค่ว่าเป็นชายห้าคนที่ไม่มีใครเคยเห็นรูปร่างหน้าตาหรือประวัติ พวกเขาทั้งห้าสามารถสั่งการขั้นเด็ดขาดได้ทุกอย่าง ตั่งแต่บทลงโทษรวมไปถึงความพึงพอใจส่วนตัว กองทหารที่ขึ้นตรงต่อกลุ่มผู้ปหครองจะทำตามคำสั่งของพวกเขาอย่างเคร่งครัด แล้วแต่ว่าจะมีคำสั่งออกมาอย่างไร ผู้คนส่วนมากจึงไม่พอใจกับการกระทำที่ไร้เหตุผลของกลุ่มผู้ปกครองทั้งห้า แต่ก็ไม่มีใครหาญกล้าลุกขึ้นต่อกร ในอดีตเคยมีคนกลุ่มหนึ่งที่รวมตัวต่อต้านกลุ่มผู้ปกครอง มีการทำสงครามกันนานกว่าสามปี จนในที่สุดกลุ่มผู้ต่อต้านก็ไม่อาจต้านทานกองทหารของฝ่ายผู้ปกครองได้ พวกเขาถูกกวาดล้างและสังหารอย่างโหดเหี้ยม
คนที่เหลือต่างก็แยกย้ายกันไปคนละทิศทาง บ้างก็ว่าสลายตัวไปแล้ว แต่บางคนบอกว่าพวกเขายังคงรวบรวมกำลังคนเพื่อลุกขึ้นต่อต้านอีกครั้ง แต่ในความคิดของมัลเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ ถ้าไม่มายุ่งกับเขาใครจะทำอะไรก็ทำไป ขอแค่ตอนนี้เขาไปถึงห้างสรรพสินค้าก็พอ
ทางเดินที่ตรงไปยังห้างสรรพสินค้าอยู่อีกไม่ไกลเท่าไหร่ เส้นทางเดินเท้าข้างหน้าเป็นถนนเล็กๆ สำหรับเอาไว้เดินดูของ สองข้างทางเดินเป็นตึกแถวที่มีร้านขายของหลากหลายชนิด กลิ่นของขนมปังที่เพิ่งออกจากเตาลอยผ่านเขาไปมาจากร้านทางซ้ายมือ รอบๆข้างมีผู้คนเดินสวนกันไปมา ร้านต่างๆข้างทางก็มีผู้คนนั่งดื่มกินกันตามแต่ความชอบ ร้านกาแฟที่มีโต๊ะเล็กๆให้นั่งหน้าร้านก็ดูดีไปอีกแบบ บางคนก็นั่งที่ร้านสำหรับดื่มไวน์และเบียร์ มัลเดินผ่านผู้คนที่สวนทางมา ด้านหน้าเขาเป็นเส้นทางที่จะตรงไปสู่ห้างสรรพสินค้า ใช้เวลาเดินไปอีกแค่หนึ่งนาทีก็จะถึง แต่แล้วมัลก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าตน
ผู้คนเริ่มเดินสวนทางเข้ามามากขึ้น อยู่ๆก็มีคนเดินสวนทางกับมัลไปด้วยท่าทีเร่งรีบ พวกเขาดูจะไม่สนใจอะไรรอบๆข้างหรือแม้แต่ผู้คนที่นั่งดื่มกินอยู่ข้างทาง จำนวนของคนที่เดินสวนกลับมาเริ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผู้คนดูรีบเร่งและมีท่าทางหวาดกลัว มัลรู้สึกแปลกใจมากขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าของผู้คนที่ดูแตกตื่น ทันใดนั้นก็มีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น
ปังๆ
ทันทีที่เสียงปืนดัง ผู้คนมากมายรอบๆตัวของมัลก็เกิดอาการตกใจ พวกเขาหันมองไปตรงทางเดินที่จะไปห้างสรรพสินค้าเป็นทางเดียวกันทั้งหมด ราวกับว่าสุดทางเดินนั้นมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น บรรยากาศเริ่มหนักอึ้งไปทั่ว ผู้คนต่างยืนเงียบกันหมด เหมือนกับจะรอดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงหนึ่ง ดังออกมาทางห้างสรรพสินค้า
บรึ้ม
เสียงระเบิดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว มีลมพัดเข้ามาตรงทางเดินเท้าที่มัลยืนอยู่ พร้อมกับมีฝุ่นละอองและเศษกิ่งไม้ต่างๆลอยตามมา มีควันสีดำลอยขึ้นฟ้ากลุ่ม ควันนั้นค่อยๆลอยขึ้นไปและรวมตัวกันจนใหญ่ มีเสียงตะโกนของผู้คนมาจากทางเดินนั้น ฟังแล้วไม่สามารถจับใจความได้แต่แค่น้ำเสียงที่ได้ยิน ก็พอจะเข้าใจได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้น เสียงปืนเริ่มยิงปะทะกันดังกังวานไปทั่วเมือง ผู้คนแตกตื่นก่อนที่จะเริ่มวิ่งหนีตายเข้ามายัง ทางเดินเท้าขนาดเล็กทีเดินสวนกันได้แค่สามคนยืนเรียงกัน มัลที่ยืนอยู่ในทางเดินเท้าถูกฝูงชนขนาดมหาศาล ที่ทะลักเข้ามาเพื่อหนีตายเบียดจนเขาเดินไปข้างหน้าไม่ได้ ผู้คนต่างเริ่มร้องตะโกนเพื่อที่จะหนีออกไปให้ไกลจากเส้นทางนี้ เพราะถนนสายนี้อยู่ใกล้กับห้างสรรพสินกลางเมืองมาก แค่เดินออกไปไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จะพบกับ ลานกว้างหน้าห้างซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงปืนและระเบิด
“หนีเร็ว วิ่งเร็วเข้า” “ทหารยิงกันแล้วหลบเร็ว” “รีบๆไปเร็วเข้าสิ” “ดันไปเลย รีบๆดันไปชั้นอยากออกไปจากตรงนี้” ผู้คนเริ่มหนีตายกันอย่างบ้าคลั่ง แต่มัลกลับจะเดินฝ่าเข้าไป ตอนนี้เขารู้สึกเป็นห่วงเชสและเนอิมาก ฝูงชนเบียดเข้ามาเรื่อยๆ มัลไม่มีทางที่จะสู้กับแรงของผู้คนอันมหาศาลได้แน่นอน เสียงปืนที่ดังต่อเนื่องมีผลทำให้ผู้คนพากันวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต พวกเขาวิ่งเบียดกันไป บ้างก็ชนกันจนล้ม บางคนก็ปีนขึ้นไปตามร้านต่างๆเพื่อหาที่หลบ มัลเองก็ค่อยๆแหวกผู้คนที่ฝ่าเข้ามาเรื่อยๆ เขาปีนขึ้นไปที่ชั้นลอยของร้านแห่งหนึ่งแถวๆนั้น มองจากด้านบนแล้วก็เห็นได้ชัดขึ้นว่า ด้านหน้าห้างมีกลุ่มควันและเสียงกลุ่มคนขนาดใหญ่อยู่
เขาค่อยๆเคลื่อนตัวจากชั้นลอยขึ้นไปยังตึกข้างๆ และปีนป่ายข้ามไปเรื่อยๆ เขาข้ามจากตึกหนึ่งไปยังอีกตึก ในใจก็คิดว่าควรจะทำอย่างไรดีเมื่อไปถึงบริเวณนั้น ก่อนอื่นต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาปีนป่ายไปจนถึงตึกแถวหลังสุดท้าย ทุกอย่างด้านหน้าของเขาคือภาพของ ทหารกองรักษาการณ์ที่เปิดฉากปะทะกับ กลุ่มทหารไม่ทราบฝ่ายที่มีกำลังคนมากกว่าห้าสิบคน
“อาวุธครบมือ แถมยังมีจำนวนมากซะด้วยสิ” เขาบ่นกับตัวเองเสียงเรียบ แต่ใบหน้าก็ยังมีอาการวิตกเล็กน้อย
ตั้งแต่ทำหน้าที่คุ้มกันเชสมา สงสัยงานนี้จะหนักที่สุดเลยแฮะ ดูแล้วคงต้องผจญทั้งกองรักษาการณ์และทหารพวกนั้น ทำไมยัยนั่นต้องหาเรื่องมาให้ทุกทีเลยนะ เบื่องหน้าของมัลดูไปแล้วก็ไม่ต่างจากสงครามกลางเมืองซักเท่าไหร่ บรรยากาศของสงครามกลิ่นดินปืนและคาวเลือด มันทำให้มัลรู้สึกว่าได้พบกับเพื่อนเก่าที่จากกันมานาน
บนชั้นลอยที่มัลยืนอยู่สูงจากพื้นสามเมตร ลมพัดแรงขึ้นเสื้อโค้ทของเขาปลิวสะบัดไปตามแรงลม ตอนนี้เขามีแค่เสื้อโค้ทกันกระสุนหนึ่งตัว และชุดปฐมพยาบาลอีกสองชุดที่ติดตัวอยู่ อาวุธก็ไม่มีซักชิ้นแถมอาจต้องฝ่าดงกระสุนปืนเข้าไปในพื้นที่แถบนั้นอีก เขาถอนหายใจพลางคิดว่าวันสุดท้ายของการคุ้มกันเชสนั้น ทำไมต้องมีงานชิ้นใหญ่ขนาดนี้ด้วย ดูๆไปแล้วก็เหนื่อยใจอยู่ไม่น้อย
“เอาล่ะ เข้าไปช่วยสาวๆออกมาและกลับบ้านโดยปลอดภัยได้แล้ว”
เขาบอกกับตัวเองก่อนที่จะกระโดดลงจากชั้นลอย เขาหล่นลงมาที่ต้นไม้ต้นหนึ่งที่อยู่แถวๆนั้น ก่อนจะใช้ขาทั้งสองข้างยันตัวเองให้ลอยออกมาและลงสู่พื้นอย่างนิ่มนวล รอบข้างมีชายหลายคนมองดูเขาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่จะเริ่มวิ่งหนีกันต่อ มัลวิ่งฝ่าผู้คนที่ยังวิ่งสวนทางมาเรื่อยๆ ตรงเข้าไปที่ลานกว้างหน้าห้างสรรพสินค้า บรรยากาศดูน่ากลัวราวกับมีมัจจุราชรอคอยอยู่เบื้องหน้า เสียงปืนที่ดังไม่หยุด เสียงระเบิดที่ดังก้องกังวาน เป็นภาพที่ดูแปลกตาที่ใครคนหนึ่งวิ่งสวนทางผู้คนมากมาย เข้าไปยังหนทางเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยควันไฟและฝุ่นละอองที่ลอยเต็มไปหมด ไม่สามารถมองเห็นทุกสิ่งที่อยู่หลังม่านควันนั้น มันเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของมัล และเขาจะไม่มีทางลืมมันไปชั่วชีวิต
[align=center]หลังจากลองแต่งตามเพื่อนคนหนึ่งที่ทำนิยายอยู่เป็นเวลานาน ผมจึงลองทำตามดูบ้างจนออกมาเป็นนิยาย แอคชั่น ไซไฟ ขอให้ลองอ่านกันดูนะคับ[/align]

























