Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

[S][F] The Space Raiders : Revenge of The A.I.

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

[S][F] The Space Raiders : Revenge of The A.I.

Postby AILD on Sat Mar 29, 2008 11:20 pm

บทนำ


ณ ส่วนใดส่วนหนึ่งของจักรวาลอันมืดมิด

“ในที่สุดเวลาที่เรารอคอยมานานแสนนานก็มาถึงจนได้นะ” เสียงที่ไร้อารมณ์พูดขึ้น
“นั้นสินายท่าน การรอคอยของพวกเราส่งผลเสียที” เสียงเจ้าเล่ห์ตอบกลับ
“พวกมันจะต้องชดใช้สิ่งที่ทำเอาไว้กับพวกเรา” เสียงนั้นเริ่มสั่นเพราะความแค้น
“การล้างแค้นครั้งยิ่งใหญ่นี้ จะเป็นการเริ่มสงครามล้างเผ่าพันธุ์จากพวกเรา”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” สองเสียงหัวเราะที่รวมเป็นเสียงเดียวที่แสนชั่วร้ายเลือดเย็น

เป้าหมายที่ว่านั้นอยู่ห่างไปหลายล้านปีแสง
ณ ดาวดวงหนึ่งในกาแล็กซี่ทางช้างเผือก
เป็นดาวที่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์อยู่

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


บทที่ 1

เด็กหนุ่มอายุ 16 เดินไปตามทางเดินในส่วนในของศูนย์บัญชาการแม่ทัพยานขั้นสูง
ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาย่อมนึกว่าเขาเป็นลูกของแม่ทัพสักคน แต่นั้นยังไม่รวมจุดเด่น
ของเขาซึ่งเป็นผมสีขาวดั่งหิมะ และแววตาสีฟ้าแฝงความมั่นใจไว้เปี่ยมล้นกับท่าทีสุขุม
จุดมุ่งหมายของเขาอยู่ที่สุดทางเดินนั้นเอง มีประตูที่ดูแข่งแกร่งทนทานพร้อมกับป้ายดิจิตอล
“ผู้อำนวยการทหารอวกาศสูงสุด ยูเรนัส”

“ยินดีต้อนรับ ท่านผู้บัญชาการสูงสุด ซิด” เรียกของระบบดังขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มเดินเข้าไปใกล้
จากนั้นประตูนั้นจึงเลื่อนเข้าไปในผนัง เปิดทางให้เด็กหนุ่มเข้าไปในห้อง แล้วจึงเลื่อนปิด

นายพลหลายท่านที่อยู่ใกล้ๆหลายคนต้องกลืนน้ำลายตามๆกัน หลังจากได้ยินเสียงระบบ
“เด็กนั่นเนี่ยนะ ผู้บัญชาการสูงสุด” “ตำแหน่งนั้นมันรองแค่ท่านยูเรนัสเองนะ”
เป็นปกติที่พวกนายพลพวกนี้จะบ่นกัน เพราะตำแหน่งนี้มันว่างมานานแล้ว แต่ผู้ที่ได้มันไปกลับเป็นเด็ก

“สวัสดีครับ ท่านยูเรนัส” เด็กหนุ่มโค้งคำนับชายกลางคนที่กำลังนั่งอ่านเอกสารทางทหารอยู่ห้อง
ตกแต่งเรียบๆแต่มีความขลังอยู่ โต๊ะทำงานที่ใหญ่มากกลับมีเพียงคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กตั้งอยู่เครื่องเดียว
ผมสีขาวหงอกบ่งบอกถึงอายุที่น่าจะเกินเลข 50 ไปแล้ว ใบหน้าตึงเครียดแต่ดูมีพลังนั้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เมื่อเห็นแขกรุ่นลูกที่มีตำแหน่งรองจากเขามาถึงก่อนเวลานัดตั้ง 15 นาทีด้วยกัน

“อ้าวซิด รีบมาจังเลยนะ” ผู้อำนวยการยูเรนัสพูดด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างแหบ
“คือ ผมอยากทราบเหตุผลที่ท่านเรียกผมมาในวันหยุดของผมครับ” ซิดพูดอย่างเร่งรีบ
“พูดง่ายๆ ก็คือเวลาเล่นเกมของเธอกับเพื่อนๆ นั่นล่ะ” ยูเรนัสทำสีหน้าเบื่อหน่าย
“ฉันมีภารกิจให้พวกสเปสไรเดอร์ ของพวกเธอทำน่ะ ให้คนอื่นทำไม่ได้” ยูเรนัสเริ่มพูดอย่างจริงจัง

สเปสไรเดอร์เป็นเกมออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดบนโลก เป็นเกมออนไลน์ที่สร้างขึ้น
โดยกองทัพนั่นเอง จุดประสงค์หลักก็เพื่อสรรค์หาหน่วยรบที่มีคุณภาพสูงอายุน้อย (ไม่ได้คาดว่าจะน้อยขนาดนี้)
เป้าหมายของเกมเพื่อให้ผู้เล่นฝึกฝนทีมของตนเพื่อแข่งขันกับผู้เล่นอื่นๆทั่วโลกเพื่อชิงเงินรางวัล
ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าข้อมูลอาวุถและอุปกรณ์ต่างๆภายในเกมนั้นใช้อยู่จริงในกองทัพ
และการฝึกนักบินในเกมก็ใช้เหมือนกับการฝึกนักบินจริง เพียงแต่ไม่ได้ฝึกด้านร่างกายและจิตใจ
แต่ละทีมจำเป็นจะต้องมีตำแหน่งอยู่ 5 ตำแหน่งด้วยกัน คือ ผู้บัญชาการ , หัวหน้านักบินต่อสู้ ,
หัวหน้าป้อมปืน , และหัวหน้าหน่วยสอดแนม ซึ่งล้วนเป็นตำแหน่งที่สำคัญในกองทัพทั้งสิ้น

แต่ทีมสเปสไรเดอร์คือหน่วยรบอเนกประสงค์ของกองทัพที่สามารถปฎิบัติภารกิจได้ทุกประเภท
ถึงแม้จะถูกใช้นานๆครั้งก็เถอะ แต่พวกเขาก็ถือว่าเป็นหน่วยรบที่เก่งที่สุดของกองทัพอยู่
ซึ่งพวกเขานั้นก็คือแชมป์โลกสเปสไรเดอร์กลุ่มปัจจุบันที่ชนะการแข่งขันเมื่อปีที่แล้วนั่นเอง
ขณะนี้พวกเขากำลังพักอยู่ในที่พักสุดหรูที่ทางกองทัพเตรียมไว้ให้ใกล้ศูนย์บัญชาการนี่เอง

“ว่าอะไรนะซิด เรามีงานอีกแล้วเรอะ” เจค ซึ่งเป็นหัวหน้าป้อมปืนผู้มีร่างใหญ่และผมสีดำสั้นบ่น
“โรคขี้เกียจกำเริบรึไงเจ้ายักษ์” เสียงกวนๆมาจากผู้หญิงผอมบางผมสั้นสีฟ้าสด ผู้เป็นหัวหน้านักบินต่อสู้ชื่อมาย
“อย่าทะเลาะกันเลยนะคะ” น้องสาวฝาแฝดที่มีผมยาวของมายที่ชื่อเมย์รีบห้ามศึกทันทีเธอเป็นหัวหน้า- หน่วยสอดแนม “เสียงหมาที่ไหนเห่าหอนกันเนี่ย” เสียงงัวเงียดังมาจากห้องนอนของดอนผู้เป็นหัวหน้าป้อมปืน
เขาเป็นเด็กหนุ่มเลือดร้อนที่มีผมและตาสีแสดเพลิง ซึ่งดูจะเหมาะกับนิสัย ทำอะไรไม่ทันคิดของเขา

“เอาหล่ะ ๆ ภารกิจของเราคือการออกเดินทางเพื่อตามหาดาวอันตรายที่ส่งสัญญาณมาหาเราชื่อ A51” ซิดเริ่ม
“โธ่ นึกว่าจะเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจกว่านี้ซะอีก” มายพูดขึ้นอย่างผิดหวัง ทั้งๆที่คนอื่นเห็นว่างานง่ายสิดี
“แล้วกำหนดการณ์ออกเดินทางคือเมื่อไหร่คะ” เมย์ถามคำถามที่คนอื่นๆอยากรู้มากที่สุดเหมือนอ่านใจออก
“พรุ่งนี้เช้า” ซิดตอบหน้าตาย ขณะที่คนอื่นแทบจะล้มหงายหลังในทันที “นายว่าไงนะ!”
“ท่านยูเรนัสบอกว่าเรื่องนี้ด่วนมาก ดาวดวงนี้อาจจะเป็นอันตรายต่อโลกได้ ต้องรีบไปตรวจสอบ”
“ที่ซิดพูดมาก็มีเหตุผลนะคะ สมควรที่จะรีบออกเดินทางเป็นอย่างยิ่ง” เมย์รีบตอบก่อนคนอื่นค้าน
“แหม! เข้ากันดีจริงๆคู่นี้ เจ้าซิดมันทำอะไรก็เห็นด้วยไปหมดเลยนะ” มายพูด ส่วนเมย์หน้าแดง
ก็วิ่งเข้าห้องตัวเองก่อนที่คนอื่นจะทันได้สังเกต “หมดแค่นี้นั่นล่ะ เราต้องรีบไปขึ้นยานพรุ่งนี้เช้า”

ณ โรงเก็บยานขั้นสูงของกองทัพ ตอนเช้ามืด

สิ่งที่อยู่เบื่องหน้าของพวกเขาคือยานสีขาวขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ทันสมัยที่สุดบนโลก “เดอะสเปสไรเดอร์”
พวกเขาคุ้นเคยกับมันเป็นอย่างดี เนื่องจากมันถูกสร้างขึ้นตามแบบยานในเกมของพวกเขานั่นเอง
ทางกองทัพเห็นว่าภารกิจครั้งนี้ไม่จำเป็นต้องใช้กำลังพล จึงให้มาแต่หุ่นรบจำนวนเล็กน้อยเท่านั้น

ด้วยความเร็วที่สูงมากของยานทำให้ใช้เวลาแค่พริบตาก็ออกมาจากชั้นบรรยากาศของโลกแล้ว
พวกเขากำลังเคลื่อนที่ออกจากดาวสีเทาเนื่องจากเมื่อประมาณ 500 ปีที่แล้ว โลกต้องการเนื้อที่มากขึ้น
เพื่อให้มีพื้นที่พอสำหรับประชากรโลก และเพื่อหยุดยั้งการทำลายโลก มนุษย์จึงเอาแร่ธาตุมาจากดาวอื่นๆ
ในตอนนี้ถ้าไม่นับดวงอาทิตย์ โลกก็อยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางกาแล็กซี่ทางช้างเผือก

“จะทำการเปิดวาร์ปเกจสู่ดาว A51 ที่กาแล็กซี่ที่ไม่รู้จักภายใน 10 วินาทีนับจากนี้” เสียงระบบพูด
“10”
“9”
“8”
“7”
“6”
“5”
“4”
“3”
“2”
มีลำแสงขนาดใหญ่พุ่งสวนกับพวกเขามา ขณะทำการเปิดวาร์ปเกจ พวกเขารู้สึกได้ถึงความร้อนของมัน
“1”
“ทำการเปิดวาร์ปเกจเรียบร้อยแล้ว”
“บึ้ม !!!!!!!”
เกิดระเบิดขนาดใหญ่จากด้านหลังของพวกเขา พัดพาพวกเขาเข้าวาร์ปเกจตั้งแต่ยังไม่ทันเปิดเครื่อง!
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby TumAlone on Sun Mar 30, 2008 8:01 am

ท่านไปแนะนำตัวกระทู้แนะนำตัวซักหน่อยก็ดีเน้อ ...

แล้วก็ลายเซ็นต์ไม่ต้องพูดถึงขนาดนั้นก็ได้เหมือนพวกผมเป็นพวกมหาชนกดขี่อำนาจ ( T^T ) ...

จริงๆบอร์ดนี้สร้างขึ้นมาเพื่อเอาไว้เพื่อสานความสัมพันธ์ของผู้ที่ชอบนิยายวรรณกรรมด้วยกันอยู่แล้วจ้า ...

ป.ล. ยินดีที่ได้รู้จัก ...
Image Image
User avatar
TumAlone
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 263
Joined: Mon Feb 11, 2008 2:06 pm
Location: ความเป็นจริงอันไกลโพ้น

Postby AILD on Sun Mar 30, 2008 1:57 pm

บทที่ 2

ซิดลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องสีขาวสว่างทำให้เขาต้องใช้เวลาสักพักในการปรับสายตาให้ชินกับแสง
ห้องนี้เป็นเพียงห้องโล่งๆที่มีเพียงเตียงแสนนุ่มที่เขานอนอยู่กับหน้าต่างอีกบานแสดงทิวทัศน์ขางนอก
ซิดเดินไปที่หน้าต่างเพื่อดูว่าขณะนี้เขาอยู่ที่ไหนกันแน่ แต่เขากลับต้องทึ่งกับสิ่งที่เขาเห็น

“นี่ฉันอยู่ที่ไหนกันเนี่ย”
เบื้องหน้าเขาคือลานยานบินและหุ่นรบที่ทันสมัยยิ่งกว่าของโลกหลายเท่า แถมยังกว้างสุดลูกหูลูกตา
ถ้าจะให้ทายว่าที่นี่คือ A51 ก็ไม่แปลกเพราะแค่นำยานพวกนั้นไปถล่มโลกเราก็แพ้ย่อยยับแล้ว

“เดี๋ยวนะ ถล่มโลก”
สิ่งเดียวที่เขานึกออกเรื่องก่อนหน้านี้คือการระเบิดขนาดใหญ่พัดพาพวกเขาเข้าไปในวาร์ปเกจ
ถ้าเป็นพวก A51 มันต้องสามารถส่งลำแสงมรณะนั่นไปทำลายโลกได้อย่างแน่นอน !

“ปล่อยฉันออกไปนะไอ้พวกนรก!”
ซิดตะโกนขณะทั้งทุบทั้งถีบช่องในผนังที่เขาคิดว่าเป็นประตู จนกระทั่ง .........................

“ผลั่ก!” ซิดถลาไปข้างหน้าเมื่อเจ้าช่องนั่นเปิดออก
“ซิด ซิด เป็นอะไรรึเปล่า!” กลุ่มคนที่หน้าประตูไม่ใช้ใครอื่นแต่เป็นเพื่อนๆของเขาเอง
“อ้าว นี่พวกเรามาอยู่นี่ได้อย่างไรเนี่ย” ซิดถามอย่างงงงวย
“มากับพวกเราแล้วนายจะรู้เอง” ดอนบอกพร้องช่วยฉุดซิดขึ้นมา

พวกเขาเดินไปตามทางจนกระทั่งถึงห้องที่มีชื่อเขียน “ท่านหัวหน้า” นี่มันภาษาโลกมิใช่หรือ
ประตูนั้นเปิดทันทีที่พวกเขาเข้าไปใกล้ ข้างในเป็นห้องที่เต็มไปด้วยเครื่องมือล้ำยุคที่พวกเขาไม่รู้จัก

“สวัสดี กัปตันซิด” ชายผู้ที่นั่งรออยู่เอ่ย เขาเป็นชายกลางคนผมดำซึ่งดูอ่อนกว่าวัย
“คุณคือใคร และที่นี่คือที่ไหน” ซิดรีบยิงคำถามทันทีที่ชายผู้นั้นพูดจบ
“ใจเย็นๆหนุ่มน้อย ผมคือรูสเวลล์ ผู้บัญชาการแอเรีย 51 เราอยู่ที่แอเรีย 51 ในกาแล็กซี่ A51” เขาตอบ
“ผมก็เห็นว่าคุณก็เป็นมนุษย์แต่คุณจะยิงลำแสงนั่นไปทำลายโลกทำไมเล่า!” ซิดตะโกน
“ใจเย็นๆนะคะซิด เขาไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อโลกเลย สัญญาณนั่นเป็นสัญญาณเตือนค่ะ” เมย์ห้าม
“แสดงว่าคุณรู้ใช่ไหมว่าใครเป็นคนยิงลำแสงนั่นมา” ซิดเริ่มใจเย็นลงแต่มือยังกำแน่น
“ลำแสงนั่นถูกยิงมาจากส่วนลึกของกาแล็กซี่ลึกลับแห่งหนึ่ง ส่วนสิ่งที่อยู่ในกาแล็กซี่นั้นน่ะหรือ”
รูสเวลล์เว้นนิดหนึ่งก่อนจะชูภาพๆหนึ่งในซิดดู ซึ่งภาพนั้นทำให้เมย์ต้องกรีดร้อง แม้แต่มายยังขมวดคิ้ว
ภาพนั้นเป็นภาพของสิ่งมีชีวิตดูเก้งก้างที่ทำจากโลหะ พูดง่ายๆ มันก็คือหุ่นยนตร์มีชีวิตนั่นเอง
“ว่าไงนะ ไอ้หุ่นกระป๋องพวกนี้มันยิงลำแสงมาทำลายโลกงั้นรึ” เจคพูดเหมือนไม่เชื่อตาตนเอง
“ความจริงมันไม่ได้มีเป้าหมายการยิงไปที่โลกหรอก” รสเวลล์พูดอีกครั้งก่อนจะฉายภาพสี่มิติขึ้นมา
ลำแสงพลังงานสูงถูกยิงออกมาเฉียดยานของพวกเขาที่กำลังเปิดวาร์ปเกจ พวกเขารู้สึกได้ถึงความร้อน
มันจริงที่เข้าหมายไม่ใช้โลกแต่เป็นดวงอาทิตย์ต่างหาก! เห็นได้ชัดว่ามันร้อนกว่าดวงอาทิตย์
หลังจาการตกกระทบ ดวงอาทิตย์ก็เริ่มกลายเป็นสีดำแล้วก็ระเบิดสร้างพลังงานมหาศาลจนทุกอย่างสว่างจ้า

“กาแล็กซี่ทางช้างเผือกเหลือแต่ชื่อแล้วครับ” รูสเวลล์ตอบเสียงเรียบ ทั้งๆที่วันไม่ใช่เรื่องเล็กเลย
“โลกของพวกเรา ........” เมย์พูดเสียงสั่น ไม่คิดว่าพลังการทำลายล้างของลำแสงนั่นจะทรงพลังถึงเพียงนี้

ถึงแม้ว่าทั้งห้าจะเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกันจนเป็นเพื่อนสนิท แต่พวกเขาก็มีความผูกพันต่อโลกมาก
ผู้คนนับหมื่นล้านต้องจากไปโดยที่ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ การกระทำนี้มันเกินกว่าที่ใครจะรับได้

“พวกคุณคือคนกลุ่มสุดท้ายของกาแล็กซี่ทางช้างเผือก ถ้าไม่นับพวกเรานะ” รูสเวลล์พูดเพื่อทำลายความเงียบ
“อะไรนะ! พวกคุณก็เป็นชาวโลกหรือ” ดอนพูดอย่างตื่นเต้น ส่วนรูสเวลล์ก็ได้แต่ยิ้มน้อยๆเป็นคำตอบ
“พวกเราเป็นลูกหลานของเหล่านักวิทยาศาสตร์ที่ออกมาตั้งสถานีวิจัยเคลื่อนที่นอกโลก พวกคุณคงได้เห็นแล้วว่าที่นี่มีไว้เพื่อออกแบบแล้วทดสอบอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆแต่เราก็ไม่ได้ติดต่อโลกเลย” รูสเวลล์ทำหน้าเศร้า

“ว่าแต่ยานของเราล่ะ มันเสียหายอะไรหรือเปล่า” ซิดรีบพูดทันทีเมื่อนึกได้ ซึ่งเป็นสิ่งทีคนอื่นๆสงสัย
“ผมว่าถ้าจะเรียกให้ถูกต้องเรียกว่าเศษเหล็กมากกว่านะ” คำตอบของรูสเวลล์ทำให้คนอื่นซีดไปเลย
“เฮะๆ คือทางเราเอาไปดัดแปลงเปลี่ยนอะไหล่สุดไฮเทคให้หมดแล้วล่ะครับ ว่าแต่คุณจะเอาไปใช้ทำอะไรล่ะ
ในเมื่อโลกก็เหลือแค่ชื่อแล้ว” คำพูดนี้ทำให้ซิดต้องคิดหนักยิ่งกว่าเดิม เพราะความจริงคือยานเป็นสิ่งสุดท้าย

“แต่ทางเรามีขอเสนอให้พวกคุณ” คำพูดของรูสเวลล์ให้ความหวังพวกเขาอีกครั้ง
“พวกเราขอสนับสนุนพวกคุณทุกทางเพื่อต่อต้านพวกหุ่นครับ” คำตอบนั้นทำให้พวกเขาทึ่ง
“พวกเราไม่มีทางเลือกเพราะพวกเราไม่ใช่นักสู้ และอีกอย่างคือเจ้าพวกนี้กำลังจะเริ่มรุกรานจักรวาล
ในอีกไม่ใช้แน่นอน” ขอเสนอที่รูสเวลล์ยื่นให้มันช่างโดนใจพวกเขาเสียจริง “แน่นอนครับ”
คำตอบของซิดทำให้รูสเวลล์กลับมายิ้มอีกครั้ง

ตอนนี้กลุ่มสเปสไรเดอร์มีเป้าหมายแล้ว นั่นคือรวบรวมกองกำลังเพื่อต่อต้านกองทัพหุ่นยนตร์
จากแผนที่กาแล็กซี่และชนเผ่าต่างๆนั้นทำให้พวกเขาต้องคิดหนักเพราะมีเผ่าพันธุ์ต่างๆนับล้าน
แต่ตอนนี้พวกเขาต้องการเผ่าพันธุ์ที่มีทักษะการรบหลากหลาย ฉะนั้นสถาณที่แรกย่อมเป็น
เรเซอร์ของเหล่าสเปสฮันเตอร์นั้นเอง

“นี่ซิด นายคิดว่าจะไปคุยหรือทำสงครามกับพวกป่าเถื่อนนั่นกันแน่เนี่ย” ดอนถาม
“พวกนั้นอยากได้อะไรเราก็ให้สิ่งนั้น” คำตอบของซิดทำให้ดอนต้องยิ้มที่มุมปาก งานนี้สนุกแน่
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby The Firemind on Sun Mar 30, 2008 7:58 pm

ใช้ตัวอักษร 14ด้วยครับ T_T
(ผมแก้ให้ก่อนละกัน)
Image
สิ่งใดเล่าจะมาเปลี่ยนแปลงพวกเราได้...? ในเมื่อเราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับสงครามและความโหดร้าย
เมื่อความรุนแรงและความเห็นแก่ตัวแปดเปื้อนจนชำระล้างไม่ออก... ใครเล่าจะเปลี่ยนแปลงพวกเราได้?
ไม่มีใคร... นี่คือความเป็นมนุษย์... เป็นความเที่ยงแท้ที่แม้แต่เทพเทวดาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง.....
User avatar
The Firemind
WarLord พยัคฆ์สมุทร
WarLord พยัคฆ์สมุทร
 
Posts: 156
Joined: Fri Feb 08, 2008 5:17 pm
Location: นครพยัคฆ์สมุทรแห่งที่ 3

Postby AILD on Sun Mar 30, 2008 9:56 pm


บทที่ 3

วาร์ปเกจรุ่นใหม่ลดระยะเวลาการเดินทางได้อย่างน่าทึ่ง พวกเขาสามารถข้าม 3 กาแล็กซี่ได้ในครั้งเดียว ซึ่งจากเดิมเพียง 1 กาแล็กซี่เท่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัยรูสเวลล์จึงขอให้เว้นระยะห้างจุดวาร์ปออกมาจากเรเซอร์เล็กน้อย แล้วจึงทำการลองติดต่อขอลงจอดดู แม้ว่าโอกาสสำเร็จจะไม่ถึงศูนย์เปอร์เซ็นต์ก็ตามที่พวกเขาจะได้รับการต้อนรับจากพวกสเปสฮันเตอร์ เรเซอร์นั้นเป็นดาวที่มีวงแหวนขนาดใหญ่พร้อมอาวุถป้องกันตัวระยะใกลมากมาย แม้ว่าจะสามารถเข้าไปใกล้เรเซอร์ได้ แต่เรเซอร์ก็ยังมีดาวบริวาร 4 ดวงไว้คอยป้องกันในระยะใกล้ เรเซอร์มักจะอยู่กับที่แล้วส่งพวกดาวบริวารไปทำงานทำลายล้างที่ได้รับมาจากผู้มีอำนาจในจักรวาล ซึ่งมักจะเป็นศัตรูของนายจ้างเหล่านั้นซะส่วนใหญ่ เหล่าดาวบริวารนั้นมีความสามารถตั้งแต่การลอบสังหารจนถึงถล่มดาวเลยทีเดียว เพราะเหตุนี้กลุ่มสเปสหันเตอร์จึงถูกจ้างด้วยเงินมหาศาลจากนายจ้างที่มีศัตรูเยอะ สเปสฮันเตอร์จึงเป็นกลุ่มนักล่าที่มีรายได้มากพอที่จะซื้อดาวได้ครึ่งกาแล็กซี่เลยทีเดียว จุดเด่นของชาวสเปสฮันเตอร์คือผิวสีดำและร่างกายกำยำแข็งแรง เพราะฉะนั้นประชากรส่วนใหญ่จึงมีอาชีพเป็นนักฆ่าและนักล่าค่าหัวเป็นอาชีพหลัก

ยานสเปสไรเดอร์จอดอยู่นอกระยะยิงของเรเซอร์ขณะกำลังติดต่อกับเรเซอร์
“นี่ยาน SR-380 เรียกเรเซอร์ ได้ยินแล้วตอบด้วย” เมย์ส่งสัญญาณไป
“นี่ถ้ามันอยากฆ่าเราขึ้นมาล่ะ ไอ้วงแหวนนั่นมันก็จะยิงออกมาเลยเหรอ” ดอนถาม
“ถ้านายอยากรู้มากทำไมไม่ลองบินออกไปเป็นเป้าให้มันส่องกบาลเลยล่ะ” เจคตอบกวนๆ
“หากท่านผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในเขตที่เรเซอร์ยิงได้ถนัด เรามีสิทธิ์ที่จะยิงท่าน” เสียงแหบห้าวตอบกลับมา
“ฉันว่าไอ้พวกนี้มันไม่ค่อยเหมาะจะพาไปร่วมรบด้วยน้า” ดอนยังระแวง
“แต่นายก็รู้นิว่าเรเซอร์เหมาะสำหรับใช้ยึดหรองดาว ซึ่งเหมาะกับเราทีเดียว” ซิดพูดบ้าง
“นี่ SR-380 พูดอีกครั้ง เราต้องการจะพูดกับผู้นำของท่าน นี่เป็นเรื่องสำคัญ” เมย์พูดอีกครั้ง
“ก็ข้านี่ล่ะ เจ้าของเรเซอร์ !” เสียงนั้นมาพร้อมกับลำแสงจากปืนใหญ่ของเรเซอร์ ซึ่งยานเบี่ยงหลบอย่างหวุดหวิด
“ฉันว่าแล้วว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ !” ดอนบอกแล้วก็รีบวิ่งไปที่โรงเก็บยานบินในทันที
“เอาล่ะทุกคน ใช้แผนสอง!” ซิดแจ้งพลางขึ้นไปนั่งบนที่นั่งกัปตัน
“ให้มันได้อย่างนี้สิ!” มายพูดอย่างเก็บอารมณ์ไม่อยู่จากนั้นก็รีบตามดอนไป
ส่วนเจคไม่พูดอะไรแค่เดินไปห้องบังคับปืนใหญ่ด้วยสีหน้าสุดเซ็ง
“เมย์ ครั้งนี้เธอไม่ต้องไป อยู่นี่ล่ะ” ซิดบอก
“ค่ะ กัปตัน” เมย์บอกยิ้มๆ เพราะเธอจะได้อยู่กับเขาเพียงสองคนบนยาน

แผนสองที่ซิดว่าไว้นั้นควรจะเป็นการใช้วิธีที่สุดแสดจะโบราณของพวกโจรสลัดอวกาศ นั่นคือการส่งตัวเองเข้าไปในยานของฆ่าศึกแล้วเข้ายึดจากภายใน โดยต้องรีบในขณะที่อีกฝ่ายแตกตื่นเข้าทำลายยานโดยมุ่งเป้าหมายหลักไปที่การตัดพลังงานเพื่อเป็นการหยุดการทำงานของยานแล้วค่อยนำยานเข้ายึดในภายหลัง เท่ากับมัดมือชกนั่นเอง แต่อุปสรรคสำคัญของแฝนนี้คือดาวบริวารทั้งสี่ของเรเซอร์ ที่สามารถขัดขวางระหว่างการส่งดอนเข้าไป แต่ถ้าแผนนี้สามารถทำให้คนเพียง 5 คนยึดยานที่มีคนเป็นแสนได้ก็ถือว่าคุ้มค่าอยู่ทีเดียว เพราะฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย มายจึงมีหน้าที่เป็นคนคอยหันเหความสนใจพวกสเปสฮันเตอร์เอาไว้เพื่อรอจังหวะออกตัวจรอดขนส่ง ที่แอเรีย51 ได้สร้างเอาไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ เนื่องจากแผนนี้เป็นทางเลือกเดียวถ้าการเจรจาไม่เป็นผล แต่มายคนเดียวก็ไม่น่าทนอาวุถมหาประลัยจากพวกนั้นได้หมด พวกเขาจึงสองหุ่นร้อยลำที่โลกฝากไว้ไปก่อน
ขบวนหุ่นซึ่งเจคกำลังควบคุมอยู่เคลื่อนที่ไปด้วยความเร็วสูงสุดเข้าสู่เรเซอร์ ส่วนอีกฝ่ายเมื่อเห็นดั่งนั้นก็ใส่ทุกอย่างไปที่ขบวนหุ่นเสียหมด โดยไม่นึกเป้านั่นเป็นสิ่งที่ถูกคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว เพราะอาวุถต้องมีเวลาคูลดาวน์ มายจึงรีบพุ่งเข้าไปโจมตีดาวบริวารหนึ่งดวงที่อยู่ใกล้ที่สุด แล้วจึงรีบบินเบี่ยงหลบออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ยิงมาเพราะตอนนี้เธอกำลังใช้ดาวดวงนั้นเป็นโล่กำบังอยู่ โดยหลบอยู่ด้านที่ไม่มีอาวุถติดไว้ หลังจากที่หุ่นยนตร์ของเจคถูกทำลายเสียหมดเขาก็เปลี่ยนไปคอยยิงสนับสนุนมายแทน ซึ่งช่วยก่อความสับสนได้อย่างดี

“เจ้าพวกโง่! ยานมันมีแค่ลำเดียว เก็บกระสุนไว้ยิงยานใหญ่ของมันแทนสิว้อย” หัวหน้าพวกสเปสฮันเตอร์บ่น
แต่เขาก็คิดผิด เพราะแบ็ลกอีเกิ้ลของมายมีประสิทธิภาพยิ่งกว่ากองทัพเล็กๆเลยทีเดียว ส่วนกระสุนที่ยิงไปที่ สเปสไรเดอร์ก็ไม่มีนัดใดเข้าเป้าเพราะทางนั้นเปิดเกราะไออ้อนเตรียมไว้รอตั้งนานแล้ว และในจังหวะชุลมุนนั่นเอง จรวดขนส่งที่ดอนอยู่ก็ถูกส่งออกไป แม้จะมีความเร็วเพียงความเร็วเสียง แต่เป้าหมายเคลื่อนที่ไม่ได้จึงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เพราะมายที่กำลังล่อกระสุนดันบินมาทางนี้พอดี

“ยายบ๊องเอ๊ยย !!!” ดอนโวยเมื่อรู้ตัวว่าเขาจะได้เป็นคนทดลองปืนลำแสงจากเรเซอร์ตามที่เขาพูดไว้
“คริคริ ขำขำจร้า” แต่มายยังพูดเล่นในสถานการณ์สุดซวยของดอน ขณะที่ทั้งสามที่ยานลุ้นตัวโก่ง
“เปรี้ยง!!!!............จ๊ากกกกกก!!!!” ลำแสงกระแทกเข้าเต็มๆจรวดของดอนทำให้มันหมุนคว้างเลยทีเดียว
“ดอน.........หนักหน่อยนะ” ซิดพูดเข้าไปที่จรวดของดอน ส่วนดอนซึ่งยังไม่รู้ว่าซิดหมายถึงอะไรก็ได้แต่งง
เหมือนว่าวันนี้เป็นวันมหาเฮง(ซวย)ของดอนเลยทีเดียว เพราะเขากำลังจะชนเข้ากับดาวบริวารดวงหนึ่งอย่างแรง
“โครม!!” จรวดเจาะเข้าไปในดาวอย่างแม่นยำเพียงแต่ดอนไม่ได้อยู่ในเรเซอร์ตามแผนที่วางไว้

“เอาล่ะดอน นายโชคดีมาก” ซิดพูดทั้งๆที่แอบหัวเราะท้องแข็งในใจ
“ขอบใจมาก ว่าแต่ตรงไหนล่ะ” ดอนรีบกดปุ่มสีแดงซึ่งเป็นปุ่มปล่อยส่วนหัวของจรวดออก
“ตอนนี้นายคงจะเห็นทางแยกสองทางแล้วใช้ไหม ไปทางซ้ายนายจะเจอห้องควบคุม
นายต้องเคลื่อนดาวบริวารดวงนี้ไปใกล้ๆเรเซอร์ แล้วเอาจรวดฉุกเฉินออกไปนะ” แล้วซิดก็ตัดการติดต่อไป

ดอนบังคับหุ่นไปทางซ้ายเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอประตูบานใหญ่ที่ดูแข็งแกร่งกับป้ายในภาษาที่เขาอ่านไม่ออก
แต่ดอนไม่ได้อยู่ตรงนี้คนเดียวเขายังมียามหน้าบึ้งรออยู่หน้าประตูอีกสองคนซึ่งไม่เป็นปัญหาสำหรับหุ่นเขาเลย
หลังจากใช้หุ่นพังประตูเข้ามาในห้องขวบคุมแล้วดอนจึงติดต่อไปที่ซิดว่าดาวนี่มันทำงานยังไงแต่คำตอบคือเดา

“ซิดนะซิด จำเอาไว้” ความซวยของดอนนั้นยังไม่จบเมื่อเขาเจอปุ่มเดินหน้าซึ่งสุดแสนจะเล็กซึ่งเขาพยายามบังคับหุ่นไปจับ แต่พวกสเปสฮันเตอร์ที่ตามมาข้างหลังข้างระเบิดมาแทนคำทักทายทำให้ซิดกระเด็นไปข้างหน้า ทำให้คันบังคับหลุดติดมือเขามาด้วย แต่ความเร็วถูกเร่งไปที่สูงสุดเสียแล้ว คงจะช้าไปสำหรับบังคับทิศทางใหม่

“ไอ้พวกโง่เอ๊ย มันมียานตั้งสองลำแต่ดันยิงไม่โดนสักลำ น่าถูกเจี๋ยนยิ่งนัก” หัวหน้าสเปสฮันเตอร์ยังคงไม่พอใจ
ผลงานลูกน้องของตัวเองโดยหารู้ไม่ว่าปัญหาใหญ่กว่านั้นกำลังพุ่งมาด้วยความเร็วสูง

“โครมม!!”
“อะไรฟะ!”

ถ้ารู้ความจริงป่านนี้เขาคงจะไล่ลูกน้องนับแสนออกไปหมดแล้วล่ะ
“โห! ลงแม่นเหมือนเดิมเลยนะดอน” ซิดติดต่อทันทีที่ดอนหลุดเข้าไปในเรเซอร์
“แน่นอน! ความสามารถ(ซวย)เฉพาะตัวฉันเอง” ดอนบอก
“ง่ายๆ ลงไปห้าชั้นนายจะอยู่ที่ห้องจ่ายพลังงานพอดี แล้วขึ้นมาสิบห้าชั้นนายจะอยู่ด้านหน้า
ห้องของหัวหน้าพวกสเปสฮันเตอร์พอดี รีบๆหน่อยนะก่อนจะโดนคนเป็นพันรุม”
“เป็นพัน แค่คิดก็สยองแล้วล่ะ เห็นทีต้องรีบละ”

ห้าชั้นถ้าเป็นคนปกติคงต้องลงลิฟต์ไปแต่สำหรับดอนนั้นเขาเจาะลงไปทีละชั้นด้วยหุ่น
เพียงเวลาไม่นานจากการดิ่งพสุธาในร่มก็เกิดรูขนาดใหญ่ลึกลงไปห้าชั้นด้วยกัน
ตอนนี้เบื้องหน้าของดอนเป็นสายไฟระโยงรยางค์ไปทั่วห้องมืดๆห้องหนึ่ง แล้วมันเริ่มตรงไหนหว่า

“บรึ้ม!!”
“นี่ข้าจะอยู่เงียบๆไม่ได้เรอะ!!!”

ถ้าหาจุดเริ่มต้นไม่ได้ก็ทำลายมันไปหมดเลยสิ ความคิดง่ายๆของดอนก็สร้างรูขนาดใหญ่เพิ่มเติมในเรเซอร์ รวมทั้งยังทำให้เรเซอร์ตกอยู่ในความมืดมิดท่ามกลางความสับสนทั้งในเรเซอร์และดาวบริวาร หลังจากที่วงแหวนหยุดหมุน ซึ่งเป็นสัญญาณให้มายส่งเครื่องไปรับดอนที่เรเซอร์ในไม่ช้านี้

“กิ๊งก่อง!”
เสียงกริ่งประตูสุดคลาสสิคดังขึ้นที่ประตูของผู้ที่มีอำนาจมากที่สุดในเหล่าสเปสฮันเตอร์
เขารีบเดินไปเปิดประตูอย่างหงุดหงิดจากเหตุการณ์กวนประสาตต่างๆในวันนี้
“ไล่ช่างไฟออกด้วยนะ!” เขาตะคอกทันทีที่เปิดประตู เขารู้สึกเจ็บแปลบที่คอแล้วทุกอย่างก็มืดไป

“ขณะนี้ผู้นำของท่านถูกพวกเราควบคุมไว้แล้ว จงยอมจำนนต่อเราซะ”
เสียงไร้ความรู้สึกในภาษาสเปสฮันเตอร์ดังขึ้นในทุกช่องทางกระจายเสียงในทุกๆมุม
แน่นอนว่าหากกองทัพใดไร้ผู้นำ กองทัพนั้นย่อมไร้ผู้นำทางโดยสิ้นเชิง ทางที่ดีที่สุดคือยอมแพ้

แล้วในหน้าประวัติศาสตร์ของเหล่านักล่าแห่งอวกาศที่ทรงพลังที่สุดก็ต้องบันทึกความพ้ายแพ้แก่กลุ่มคนเพียงห้าคน
Last edited by AILD on Tue Apr 08, 2008 10:12 am, edited 2 times in total.
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby Zamma on Mon Mar 31, 2008 12:56 am

ดีงับ อยู่ Scifi เหมือนกันเลยแวะเข้ามา

ผมอ่านไป 1 ตอนล่ะ ใช้ได้เลย แม้บางประโยคจะอ่านแล้วขัดๆไปบ้าง ก็พัฒนาฝีมือต่อไปนะ

คำว่า สเปส อ่ะงับ น่าจะเป็น สเปซ มากกว่านะ

ปล.ไปและ อยู่Scifi เหมือนกันไปเยี่ยมด้วยนะ เรื่อง Revive
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby MiG-3.59NTF on Mon Mar 31, 2008 12:07 pm

มีข้อเสียอย่างนะครับ มันมีแต่บทพูดบทบรรยายน้อยมาก พยายามฝึกเขียนบทบรรยายหน่อยนะครับ
Image
User avatar
MiG-3.59NTF
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 160
Joined: Sat Feb 16, 2008 3:25 pm
Location: หน้าคอม แต่งนิยายไม่ก็เล่นเกม

Postby AILD on Mon Mar 31, 2008 1:13 pm

ขอบคุณท่าน MiG-3.59NTF มากขอรับ ตั้งแต่ตอนนี้ไปจะมีการบรรยายมากขึ้นแล้วครับ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทที่ 4

ที่เอเรีย51นั้นจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ให้แก่กลุ่มสเปซไรเดอร์แม้ว่าเจ้าตัวจะรู้อยู่แก่ใจว่าฟลุคแท้ๆ
ส่วนกลุ่มสเปซฮันเตอร์นั้นต่างศรัทธาเลื่อมใสดอนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากวีรกรรมบุกเดี่ยวเข้ายึดเรเซอร์ของเขา
แม้ว่าการกระทำบ้าระห่ำของเขาทำให้ทางแอเรีย51ต้องรีบซ่อมรูขนาดใหญ่มากมายบนเรเซอร์ของดาวบริวารอีกหนึ่งดวงก็ตาม
ทางรูสเวลล์พอได้เห็นพวกสเปซฮันเตอร์อยู่ในการควบคุมก็มอบงานใหม่กับพวกเขาแทนซึ่งก็คือการไปรวบรวมชนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยต่างๆ
เข้าร่วมกับพัธมิตรต่อต้านการรุกรานของพวกหุ่นยนตร์อวกาศที่ไม่รู้จะเริ่มบุกโจมตีในตอนไหน แต่คงต้องใช้เวลามากเพราะชนกลุ่มน้อยนั้น
มีอยู่ทุกมุมของจักรวาลเลยทีเดียว


ยานสีดำขนาดกำลังเคลื่อนที่ไปอย่างเชื่องช้าแต่กลับดูน่าเกรียงขามเป็นอย่างยิ่ง
เพราะมันมาพร้อมกับกองยานที่ไม่อาจคาดเดาจำนวนได้ด้วยตาเปล่า
แต่กระนั้นจะใช้เรดาร์ตรวจสอบกลับแสดงผลไว้เต็มหน้าจอว่าคลื่นเรดาร์ไม่สามารถฝ่าเข้าไปในกองยานได้ทั้งหมด
และตัวเลขของมาตรวัดที่คำนวณจำนวนต่ำสุดของกลุ่มยานก็เป็นจำนวนสูงสุดที่เครื่องจะแสดงผลได้แทน
ซึ่งนั่นคือตัวเลข 999,999,999,999 นี่มันเป็นกองทัพกวาดล้างจักรวาลหรือไรกัน

“ต้องรีบยิงก่อนถูกมันยิง! มีอะไรก็ยิงไปที่พวกมันให้หมด!” เสียงผู้บัญชาการของโอรเรี่ยนออกคำสั่ง
โอรเรี่ยนเป็นอีกหนึ่งดาวที่มีความร่ำรวยมั่งคั่งสูงอีกดวงหนึ่ง
เนื่องจากแร่จำนวนมหาศาลที่อยู่ใต้ดินนั้นล้วนเป็นแร่หายากที่มีที่นี่ที่เดียวราคาจึงสูงมาก
แม้แต่ชาวบ้านที่โอรเรี่ยนจะขุดดินไปขายยังมีเงินใช้ไปตลอดชีพเลยทีเดียว
แน่นอนว่าการป้องกันดาวดวงนี้ให้ปลอดภัยจากเหล่าโจรสลัดอวกาศ
ต้องใช้งบประมาณมากมายเช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นี่คือที่ที่ถูกโจรสลัดโจมตีมากที่สุดในจักรวาลเลยทีเดียว ในหนึ่งปีนั้นแทบจะโดนโจมตีทุกวัน

สถานการณ์ในวันนี้ถือว่าเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์โอรเรี่ยนเลยทีเดียว
เพราะครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทางโอรเรี่ยนเจอข้าศึกที่ทรงพลังที่สุด
กระสุนทุกนัดที่ยิงออกไปไม่สามารถทำอันตรายให้กับกองยานสีดำเลยแม้แต่น้อย

“บ้าชิบ!!” ผู้บัญชาการป้อมปืนถึงกับกุมขมับเมื่ออาวุถที่ถูกใช้ไปจนหมดกลับไม่มีผลต่อข้าศึกเลย
กองยานสีดำกำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆเหมือนพญามัจจุราจย่างสามขุมเข้ามาเรื่อยอย่างใจเย็น
เพราะพวกเขาไม่สามารถทำอะไรให้พวกนั้นมีรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย
ผู้บัญชาการจึงจำเป็นต้องใช้มาตรการสุดท้ายเพื่อรักษาชีวิตประชาชนไว้

“นี่จากโอรเรี่ยนถึงเหล่ากองยานสีดำ ทางเรายอมแพ้แล้ว เชิญท่านเอาแร่ของพวกเราไปตามสบาย” เขาประกาศ
แม้ว่าวิธีนี้อาจทำให้โอรเรี่ยนกลายเป็นดาวยาจก แต่ก็ยังดีกว่ากลายเป็นดาวร้างไร้ผู้คนหรือดาวทาศ
และเหมือนว่าอีกฝ่ายจะรับฟัง ทางนั้นก็เคลื่อนที่ผ่านโอรเรี่ยนไปอย่างเชื่องช้า “ท่านผู้มีพระคุณ ทางเราจะไม่ลืมท่าน”
ประชาชนต่างโห่ร้องและดีใจที่แม้แต่ปีศาจผู้เกรียงไกรยังมีความเมตตากรุณาอยู่ด้วย แต่โอรเรี่ยนรีบด่วนสรุปเกินไป
ที่กองยานฝ่านไปสักพักเพื่อที่ยานใหญ่ที่อยู่ตรงกลางจะได้เคลื่อนมาอยู่ที่กลางดาวพอดีขบวนยานจึงหยุด
รอยยิ้มที่เคยมีอยู่บนใบหน้าของชาวโอรเรี่ยนทุกคนก็หายไปเมื่อมีคลื่นพลังแผ่ออกมาจากใต้ท้องยานใหญ่สีดำ


แม้ว่าที่แอเรีย51ทุกคนงานอย่างขยันขันแข็งเพื่อส่งข่าวเกี่ยวกับกลุ่มพันธมิตรต่อต้านให้เป็นที่รู้กันมากที่สุด
แต่เหมือนว่าไม่มีใครเกรงกลัวพวกหุ่นมีชีวิตพวกนี้กันเลย เพราะเห็นว่าข่าวคราวของพวกเอ51ไม่สามารถเชื่อถือได้
“แอ๊ด แอ๊ด แอ๊ด” เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นเมื่อยานบินขนาดใหญ่ฝ่าเขตควบคุมของแอเรีย51เข้ามาอย่างไม่สนใคร
แต่แล้วเพื่อป้องกันอันตรายทางแอเรีย51จึงต้องยิงกระสุนไฮโดรเจนหยุดการทำงานของยานนั้นเอาไว้
“ครืดดดดดดดด” ยานลำนั้นไถลไปกับลานบินซึ่งทำให้ยานที่เก็บไว้ตรงนั้นเละเป็นเศษเหล็กไป จากนั้นจึงส่งคนไปจับกุมคนในยาน

“ซิด ฉันมีคลิปวีดีโอจากผู้บุกรุกของเราให้เธอดู” รูสเวลล์บอกหลังจากที่ซิดเข้ามาในห้องเขาแจ้งซิดไปว่ามีเรื่องด่วนทิ้งให้ซิดสงสัยว่าจะใช่เบาะแสของพวกหุ่นไหม
ภาพสี่มิติถูกฉายขึ้นอีกครั้ง เป็นรูปกองยานสีดำจำนวนมหาศาลบินฝ่าการป้องกันของพวกโอรเรี่ยนอย่างไม่มีความเสียหายใดๆ ถัดจากนั้นก็เป็นภาพการกระทำที่โหดร้ายเลือดเย็นจากพวกยานสีดำนั้น ลำแสงสีเขียวถูกปล่อยออกมาจากใต้ท้องยานลำใหญ่ที่สุดในกอง ลำแสงนั้นทำลายสิ่งมีชีวิตทุกอย่างบนโอรเรี่ยน ทิ้งให้มันเป็นดาวร้าง ในทันทีทิ้งให้แร่มูลค่านับไม่ถ้วนถูกทิ้งเอาไว้พร้อมให้เหล่าปีศาจเลือดเย็นลงมารับรางวัลของพวกมัน ภาพถูกซูมเข้าไปใกล้ ยานลำใหญ่ก็ลงจอดทิ้งให้ยานที่เหลือคอยบินคุ้มกันอยู่รอบๆดาว กลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ออกมาจากยานนั้นเป็นสิ่งที่มีรูปร่างเก้งก้างทำจากโลหะ หุ่นยนตร์มีชีวิต!มันกำลังลงมายึดครองดาวและแร่ทุกอย่างเป็นของมันแล้ว!

“ผมว่าแค่นี้คงพอที่จะทำให้ผู้คนแห่มาเข้าร่วมกับพวกเราแล้วนะ” ซิดบอกซึ่งรูสเวลล์ก็เห็นด้วย
ภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่คลิปวีดีโอนี้ถูกส่งออกไปแอเรีย51ก็งานยุ่งขึ้นเยอะ ต้องคอยรับสมาชิกใหม่ซึ่งตอนนี้มีแม้แต่พวกอาณานิคมขนาดใหญ่ยังมาร่วมเป็นพันธมิตร ส่วนพวกสเปซฮันเตอร์นั้นมีเหล่าชนกลุ่มน้อยตามติดมาด้วยเป็นขบวนทำให้ทางแอเรีย51ต้องพาคนไปนอนในโรงเก็บยานที่ว่างอยู่แทน แต่ที่น่าผิดหวังก็คือในหมู่พันธมิตรนั้นมีพวกที่ต่อสู้เป็นเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง เห็นทีสเปซไรเดอร์คงต้องไปหาอาณานิคมใหญ่หัวรั้นมาเพิ่มในเร็วๆนี้ก่อนจะโดนพวกหุ่นยนตร์ซึ่งคาดว่าจะอยู่ทีโอรเรี่ยนไปอีกสักพักกวาดล้างเสียหมดก่อน

“ได้พวกสู้ไม่เป็นมาเยอะๆมันจะมีประโยชน์อะไรล่ะเนี่ย” ซิดพูดอย่างกลุ้มใจ ซึ่งคนอื่นๆก็เห็นด้วย
“นี่ดอน นายพร้อมจะไปเจาะยานใครเขาอีกไหมเนี่ย” มายหยอกดอน ซึ่งดอนกลับทำหน้าเบ่แทน
“จะบ้าเรอะ! ที่ฉันโดนอย่างนั้นมันเพราะเธอต่างหาก!” ดอนโวยกลับ ส่วนเจคพูดต่อ
“ถ้าจะหาพวกที่เก่งเรื่องการต่อสู้ก็น่าจะเป็นโจรสลัดอวกาศนั่นล่ะ” แต่คนอื่นเหมือนไม่เห็นด้วย
“แล้วพวกเราจะใช้อะไรล่อพวกนั้นมาติดกับล่ะคะ” เมย์ยิงคำถามซึ่งเจคต้องคิดหนัก
“ง่ายมาก” คำตอบจากปากของซิดย่อมให้ความหวังเสมอ
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby AILD on Tue Apr 01, 2008 9:24 pm

บทที่ 5

“ยาน GB-730 ชำรุดอยู่ที่พิกัด 3986,56644,5161332 ในกาแล็กซี่เฟลาดิค”
เสียงจากสัญญาณขอความช่วยเหลือจากยานเกราะขนส่งสินค้าขนาดใหญ่มีลาย GB ติดอยู่
ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของธนาคารชื่อดังของจักรวาลแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ทั่วไปในกาแล็กซี่ใหญ่ๆต่างๆ
ถึงแม้ว่าจะมีระบบขนส่งผ่านมิติ แต่ว่าการขนส่งในสถานที่ๆห่างกันเกินห้ากาแล็กซี่ขึ้นไป
ยานขนส่งก็ยังเป็นที่จำเป็นอยู่เรื่อยมาแม้ว่าโจรสลัดจะชุกชุมก็ตาม
เพราะฉะนั้นทางธนาคารจึงออกแบบยานขนส่งจากยานเกราะของทางทหารแทนเพื่อความคงทน

ยานขนส่งลำนั้นล่องลอยไปอย่างไร้จุดมุ่งหมายไปในกาแล็กซี่ที่มีแต่เศษหินขนาดยักษ์มากมาย
ซึ่งถ้าเป็นยานขนส่งธรรมดาก็คงจะต้องถูกก้อนหินเหล่านี้บดขยี้ไปจนเละกลายเป็นขยะอวกาศไปเสียแล้ว
แต่ยานลำนี้กลับมีเพียงรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากก้อนหินเหล่านั้น แต่หารู้ไม่ว่าภัยอันตรายกำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

“นี่ยาน XLR-FX7 ขอความกรุณาช่วยเปิดโรงเก็บของท่านเพื่อให้ทางเราเข้าไปช่วยเหลือหน่อย”
ยานสีแดงเลือดลำหนึ่งบินมาอย่างเชื่องช้า พลางพยายามจะให้ความช่วยเหลือ แต่ประตูโกดังก็หลับเป็นมางเข้าออกเดียวอีก

“เดียวนะ..... XLR-FX7….นั่นมันยานโจรสลัดนี่นา ใครจะให้คนอย่างพวกแกเข้าโกดังกัน”
ว่าแล้วทางยานขนส่งก็รีบล็อกประตูโกดังไว้ในขั้นแข็งแกร่งที่สุดเผื่อทางอีกฝ่ายคิดจะพังประตูเข้ามาข้างใน

“หวังว่าท่านคงคิดถูกนะที่ทำเช่นนั้น ท่านก็รู้ว่าพวกโจรสลัดไม่ชอบเข้าออกทางประตู”
แม้ว่าการบอกจุดอ่อนของอีกฝ่ายให้อีกฝ่ายรู้อาจจะดูเหมือนโง่เง่า
แต่ถ้าอีกฝ่ายไม่สามารถแก้จุดอ่อนนั้นได้ก็จะสร้างความเกรงกลัวได้เป็นอย่างดี
เพราะอีกฝ่ายจะรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น แต่กลับไม่สามารถแก้ได้ก็จะเกิดความสิ้นหวังได้ง่าย

“โครม!!!”
แรงกระแทกนั้นถึงกับทำให้ยานขนส่งขนาดใหญ่ถึงกับเอียงเลยทีเดียว
และของแถมของแรงกระแทกนั้นคือยานสีแดงที่ทะลุเข้ามาในโกดังขนาดใหญ่.............. อันว่างเปล่า

“อะไรวะ!! มันคิดว่าเล่นตลกกับเราหรือไง วอนตายเสียแล้ว!!”
หัวหน้าโจรสลัดนามแบล็กซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันแทบจะในทุกมุมของจักรวาล
ในเมื่อเขาเป็นอาชญากรที่มีค่าหัวมากที่สุดในจักรวาลในตอนนี้เลยทีเดียว
ยานสีแดงของเขาว่ากันว่าถูกหลอมขึ้นมาเลือดเนื้อของเหยื่อที่เขาฆ่าไป
เพราะดูเหมือนว่ามันจะมีสีสดขึ้นทุกครั้งทีลงมือไป

แบล็กเดินไปอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมปืนแรงดันพลาสม่าคู่ใจที่มีพลังโจมตีพอที่จะฉีกร่างมนุษย์เป็นชิ้นๆได้ง่ายดาย
เขาเร่งฝีเท้าไปยังห้องควบคุมซึ่งเป็นที่ที่กัปตันถูกประจำการณ์อยู่ เขาระเบิดประตูออกด้วยปืนคู่ใจ
แต่แบล็กกลับต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดแทนเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องควบคุม
มีคอมพิวเตอร์เปิดอยู่เครื่องหนึ่งซึ่งเขาก็เดินเข้าไปเพื่ออ่านข้อมูลใดๆก็ตามที่อยู่ในคอมพิวเตอร์เครื่องนั้น แต่เขากลับต้องโกรธจนหน้าแดงแทน

“นี่เป็นกับดัก”

แบล็กต่อยคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นอย่างเต็มแรงจนมันระเบิดคากำปั้นของเขา
แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่รู้สึกเจ็บปวดเลยเมื่อกระแสไฟฟ้ามากมายหลั่งไหลเข้าไปในร่างของเขา
แต่ก็ไม่ต้องแปลกใจเลยเมื่อร่างกายเขา 70% เป็นหุ่น
แบล็กไม่มีอาการตกใจเลยเมื่อรู้ตัวว่าพวกเขากำลังจะโดนลอบทำร้ายหรือจับกุม
พวกเขาเจอสถานการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วยแต่ฝ่ายที่ฟ่ายแพ้กลับไม่เคยเป็นพวกเขาเลยสักครั้งเดียว
พวกเขาไม่เคยถอยแต่จะสู้จนตายดีกว่าโดนจับแล้วโดนประหารต่อหน้าผู้คนทั่วจักรวาล
หรือว่าโดนขังตลอดชีวิตแล้วตายอย่างไร้ศักดิ์ศรี ร่องรอยการต่อสู้นับครั้งไม่ถ้วนถูกจารึกลงบนร่างกายของแบล็ก
ซึ่งมีแผลเป็นไม่น้อยว่าร้อยรอยด้วยกัน ด้วยผิวที่ออกแทนกับกล้ามเนื้อทำให้แผลเป็นเหล่านี้เด่นชัดมากขึ้น
รวมทั้งอวัยวะร่างกายที่แบล็กทยอยเสียไปเรื่อยๆด้วย แววตาสีดำเด็ดเดี่ยวและผมกับหนวดเคราที่ยาวรุงรังดูเหมือนจะเข้ากับเขาเป็นอย่างดี
แต่ก็เพราะเขาไม่เคยตัดมันนั่นล่ะ

จากรูขนาดใหญ่ที่ผนังยานร้างนั้นที่เคยถูกปิดด้วยเมือกใสเพื่อกันไม่ให้อวกาศดูดทุกสิ่งข้างในออกไป
อย่างอสูรกายกินคนกลับมีบางสิ่งลอดออกมาได้ มันเป็นแท่งสีขาวขนาดเล็ก แล้วมันก็เปิดออกพร้อมกับก๊าซสีขาวกระจายออกมา
ซึ่งโจรสลัดบางคนเผลอสูดเข้าไปก็สลบไปทันที ส่วนที่เหลือนั้นใส่หน้ากากรูปหัวกะโหลกเอาไว้ ซึ่งมันไม่ได้แค่ไว้ข่มขู่ศัตรูเท่านั้น
แต่มันกลับช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมที่อยู่ในอากาศถูกสูดเข้าไปด้วย

“เปรี้ยง!!!”
ยานขนส่งถูกยิงเข้าอย่างจังจนถึงกับพลิกคว่ำ แม้ว่าเกราะหนาจะสามารถกันการทำลายล้างได้
แต่แรงกระแทกนั้นกลับไม่อ่อนลงเลยแม้แต่น้อย แบล็กซึ่งยืนขึ้นได้ก่อนใครรีบมองออกไปนอกเมือกใส
กลับไม่เห็นอะไรนอกจากก้อนหินธรรมดาซึ่งมีอยู่เกลื่อนกลาด เดี๋ยวนะ ก้อนหินรึ “เอาอาวุถลำแสงทั้งหมดยิงกราดไปที่ก้อนหินเดี๋ยวนี้!”
แม้ว่าโจรสลัดส่วนใหญ่จะสงสัยว่าทำไมต้องยิงก้อนหินแต่ก็ทำตามด้วยดีเพราะไม่มีใครกล้าขัดแบล็ก

ห่าลำแสงจำนวนมากจนสามารถทำให้ผู้เห็นถึงกับตาพร่าได้ในการมองเพียงช่วงสั้นๆ ก็ถูกส่งไปเป็นระลอกๆ
ทำให้ก้อนหินที่มีอยู่เกลื่อนกลาดต้องทยอยกันลดจำนวนไปเรื่อยๆ เพราะห่าลำแสงเหล่าจนในที่สุดก็เหลือมีกี่ก้อน

“หยุดยิง!”

ภายในไม่ช้าก้อนหินก่อนหนึ่งก็ริ่มจางลงๆเรื่อยจนกลายเป็นยานสีขาวลำหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเขียน “สเปซไรเดอร์”

“มีอะไรใส่ไปให้หมด!”

กระสุนสารพัดชนิดก็ทยอยกันแห่มาที่ยานสเปซฮันเตอร์อย่างน่ากลัว แม้ว่าจะไม่มีนัดไหนฝ่าม่านพลังมาได้เลย

“เป็นไปไม่ได้!!!”


ส่วนทางด้านสเปซฮันเตอร์น่ะหรือ

“ฮ่าฮ่าฮ่า ฉันชนะพนัน” ดอนร้องขึ้นอย่างสะใจที่ชนะพนันกับซิด
“โธ่ ที่ฉันพนันกับนายก็เพราะไม่คิดว่าพวกนั้นจะมีประสาทสัมผัสไวพอจะใส่หน้ากากต่างหากล่ะ” ซิดเฉลย
“เอาล่ะ นายชนะฉัน เชิญไปรับรางวัลใหญ่ได้เลย” ซิดยิ้มที่มุมปากให้ดอน ซึ่งเมื่อดอนเห็นก็รีบวิ่งไปโรงหุ่น
“อย่าลืมสตันกันนะดอน!!!” ซิดตะโกนก่อนที่ดอนอาจจะเผลอฆ่าใครเข้า
ส่วนอีกสามคนที่ควรจะอยู่กลับมาไม่ได้เพราะต้องไปช่วยแอเรีย51ลงทะเบียนพันธมิตรต่อต้านหุ่นยนตร์

ดอนกราดยิงสตันกันใส่พวกโจรสลัดที่ต้องวิ่งหนีอย่างเอาเป็นเอาตาย ซิดที่ดูอยู่ที่ยานหัวเราะก๊ากเพราะเหล่าโจรสลัดสีเลือด
ที่เป็นที่เกรงกลัวกลับถูกดอนไล่เป็นแมวไล่จับหนูแทน จนเมื่อพวกหนูโดนจับกันไปย่อมมีราชาหนูมาสู้กับแมวได้อย่างสูสี ซึ่งหมายถึงแบล็คนั่นเอง

“เฮ้ย!!”
ดอนไม่เคยเห็นสิ่งใดรับหมัดของเขาได้ ไม่แม้แต่เครื่องจักรที่ทรงพลังที่สุดก็ตาม แต่วันนี้เขาได้เจอแล้วคนหนึ่ง
แต่เพราะความตกใจทำให้เขาเผลอไปสั่งการเครื่องพ่นไฟเข้า ซึ่งดอนคิดว่าจะได้เห็นคนย่างเข้าแล้วจึงปิดตาไว้

“พระเจ้าช่วย!!!”

รู้สึกว่าตอนนี้ท่านจะช่วยไม่ได้ เพราะเบื่องหน้าเขาคือเครื่องจักรที่มีเลือดเนื้อชัดๆ ตั้งแต่ส่วนอกของแบล็กลงไปนั้นล้วนแล้วแต่เป็นจักรกลทั้งสิ้น
แต่ดอนก็ไม่ได้จิตใจวอกแวกนาน

“งั้นเอานี่ไป EMP !!!!”

ดอนซึ่งรีบหยิบมันขึ้นมาแปะไว้ที่ตัวของแบล็คโดยหวังจะหยุดการทำงานของเขาเอาไว้ก่อน
แล้วรีบถีบเขาออกไปเพื่อไม่ให้หุ่นของเขาถูกหยุดการทำงานไปด้วย แต่เรื่องไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้น แบล็กรับขาเขาได้!

“งั้นศึกครั้งนี้ เราเสมอก็แล้วกัน เพราะข้าไม่เคยพ่ายแพ้”
แล้ว EMP ก็ทำงานทำให้หุ่นของดอนโดนผลเข้าไปด้วย

“เจ้าซิดดดดดด มาเก็บกวาดเดี๋ยวนี้เลยยยยย”
“ฮ่าฮ่าฮ่า นายไม่ชนะ!!!”
“อย่าพูดถึงมันมากนะ!!”
Last edited by AILD on Thu Apr 03, 2008 8:39 am, edited 1 time in total.
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby Zamma on Thu Apr 03, 2008 12:07 am

ลงไวเจงงงงงงง อ่านนนนนน ม่ายยยยยยย ทานนนนนนน แว้ววววววววววว

ปล.ไปและ ง่วงนอนสุดๆ ขอตัวไปฝันก่อนนิ แล้วจะมาอ่านในวันพรุ่งต่อ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby -[F]reeStyleLes[S]- on Fri Apr 04, 2008 12:23 pm

ขยันแต่ง ขิงๆ ระวังหมดไฟหน่อ จุดไฟบ่อยๆละ เวลามันดับแล้ว ติดยาก

ปล. ตูกำลังเป็น
ขอให้ระวังในการพิม สี่คำอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม

" นี่ นี้ นั่น นั้น " แค่นิดเดียวมันก็ทำให้อ่านแ้ล้วขัดลูกตาได้นะ


Image
User avatar
-[F]reeStyleLes[S]-
F.F. DragonKnight
F.F. DragonKnight
 
Posts: 49
Joined: Sun Feb 10, 2008 8:08 pm
Location: ประเทศแห่งราชาภาษา

Postby AILD on Fri Apr 04, 2008 8:37 pm

ที่ท่านพูดนั้นถูกเผงเพราะตอนนี้มีฟิกข้าน้อยโดนดองข้ามปีอยู่จนกะว่าถ้าเรื่องนี้จบจะเอามาลงบอร์ดนี้อ่างับ (คงต้องเขียนใหม่แน่)
ส่วนหลังจากนี้คงจะเอามาลงช้าลงแน่ครับ และที่มันเร็วท่านก็ดูเอาสิครับ แต่ละตอนมันแค่ 3 หน้า Word เองอ่ะ

ปล. รู้สึกว่าเรื่องมันหม่นลงมาก พยายามเน้นเนื้อหาแต่มันก็ทำให้มันหม่นๆเหมือน Nirvana เยยง่า
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby AILD on Fri Apr 04, 2008 10:29 pm

บทที่ 6

ในตอนนี้กองทัพที่มีนับล้านกลับสู้ไม่เป็นก็มีครูฝึกสอนแล้ว จากกลุ่มโจรสลัดสีเลือดของแบล็คแม้ไม่เต็มใจนัก
ซึ่งทางแอเรีย51เต็มใจสนับสนุนอย่างเต็มที่โดยสร้างไฟลท์ซีมูเลเตอร์ขึ้นมาหนึ่งพันเครื่องไว้ใช้ฝักหัดนักบินชั่วคราว
เพราะดีกว่าในนักบินเอาเครื่องออกไปตกอย่างเปล่าประโยชน์ การฝึกสอนนั้นจะมีขึ้นทุกวันที่ห้องฝึกซ้อมที่ถูกสร้างขึ้น
ซึ่งทางกลุ่มโจรสลัดที่ต้องสอนอย่างเร่งรัดนั้นเห็นว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝึกนักบินในหนึ่งเดือนเพราะการบินเป็นทักษะที่ต้องฝึกฝน
และต้องหมั่นซ้อมอยู่สม่ำเสมอ ส่วนทางกลุ่มสเปซไรเดอร์นั้นก็มีหน้าที่ฝึกสอนเช่นกัน โดยซิดจะเป็นคนสอนเรื่องกลยุทธ์
ดอนฝึกสอนการขับหุ่นรบ มายสอนพวกนักบินต่อสู้ เมย์สอนเรื่องการบินต่อสู้ ส่วนเจคก็สอนการยิงปืนใหญ่
ครึ่งวันเช้าทางสเปซไรเดอร์จะสอนทฤษดีส่วนอีกครึ่งจะเป็นการปฎิบัติโดยพวกโจรสลัด นักบินจะได้ขับเครื่องจริงในอวกาศทุกๆสัปดาห์
ปัญหาใหญ่ตอนนี้คือจะทำอย่างไรถึงจะฝึกนักบินเหล่านี้ให้เป็นก่อนทางพวกหุ่นยนตร์จะบุกทำลายไปทั่วจักรวาลจนไม่เหลืออะไรอีกต่อไป


ห่างออกไปอีกหลายกาแล็กซี่ มีดาวสีฟ้าสดใสตั้งอยู่กลางกาแล็กซี่ที่มันอยู่ มันเป็นดาวขนาดใหญ่นามวอเตอร์เวิล์ด
ซึ่งไม่แปลกเลยที่มันจะได้ชื่อนั้นมาเพราะพื้นผิวดาวทั้ง 100% นั้นถูกปกคลุมด้วยน้ำ ซึ่งดาวนี้ก็เปรียบดั่งมหาสมุทรที่ใหญ่และลึกที่สุดที่เคยค้นพบมา
ซึ่งแม้แต่เครื่องมือหยั่งความลึกที่ทันสมัยที่สุดยังหาค่ามิได้ หลายครั้งที่ดาวดวงนี้ถูกท้าทายด้วยนักดำน้ำมากมายที่ใฝ่หาความท้าทาย
แต่ก็ไม่มีผู้ใดได้กลับขึ้นมาบนผิวน้ำอีก จนมหาสมุทรนี้มีเรื่องเล่าว่ามันดูดกลืนผู้คนไปเป็นอาหารเสียด้วยซ้ำ
แต่เรื่องของวอเตอร์เวิล์ดก็ยังเป็นที่โต้เถียงโดยนักวิชาการอยู่เสมอมา แม้จะยังหาข้อสรุปไม่ได้ก็ตาม คำตอบจึงถูกปล่อยให้เป็นความลับของจักรวาลเรื่อยมา

“นั่นมันอะไรกัน เนี่ย” เสียงแหบห้าวดังมาจากห้องๆหนึ่งที่มีระบบคอมพิวเตอร์ทันสมัย มันเป็นห้องควบคุม!
“ในประวัติศาสตร์ของวอเตอร์เวิล์ดยังไม่เคยมีใครบังอาจกับทางเราถึงเพียงนี้” เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
สิ่งมีชีวิตที่ปกครองดาวดวงนี้เป็นงูทะเลที่มีแขน! งูแต่ละตัวนั้นมีความยาวกว่าสามเมตรเลยทีเดียว
ความจริงเหล่านักดำน้ำก็คืออาหารของงูเหล่านี้นั่นล่ะ งูทะเลเหล่านี้เรียกตัวเองว่าไทด์และอยู่รอเหยื่อขี้สงสัยเรื่อยมา

กองยานสีดำที่ได้บดบังมหาสมุทรสีครามเอาไว้จนมิด จนเหมือนว่าวอเตอร์เวิล์ดกลายเป็นสีดำชั่วคราวเลยทีเดียว
มันนิ่งอยู่นานจนเหล่างูทะเลยักษ์ต้องสงสัยว่ามันจะมารุกรานหรือจะมาอวดโฉมให้เกรงกลัวกันแน่
แต่พวกไทด์ซึ่งอยู่ลึกลงไปจากผิวน้ำจนไม่มีแสงใดเข้าถึงนั้นเข้าใจว่าอยู่ลึกพอที่จะปลอดภัยจากอาวุธทุกประเภทอย่างแน่นอนจึงพออุ่นใจได้อยู่
ตอนนี้ทางไทด์ทำก็แค่รอคอยอย่างใจเย็นอย่างที่พวกมันทำเป็นประจำ แต่กลับผิดคาดเพราะที่ทางกองยานเหล่านั้นไม่ใช่การลอยตัวอยู่เฉยๆ
แต่เป็นการรอคอยยานแม่ที่เพิ่งตัดสินใจใช้อาวุธพลังงานสูงซึ่งถูกเก็บไปเป็นทางเลือกสุดท้ายเพื่อใช้กับวอเตอร์เวิล์ดโดยเฉพาะ

“ครืนนนนนน........”
ใต้ท้องของยานแม่เริ่มมีสีแดงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดมันก็มีสีเหมือนเปลวเพลิงของดวงอาทิตย์ พร้อมกับปลดปล่อยลำแสงสีขาวจ้าส่องสว่างขนาดใหญ่
ฉายลงไปในมหาสมุทรที่ลึกดั่งไร้ก้นบึ่งที่มีแต่ความมืดมิด แม้ว่าลำแสงนั่นจะมีพลังงานมาก แต่มันก็ไม่สามารถจะฝ่าน้ำจำนวนมหาศาลไปจนถึงพวกไทด์ได้
แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริงของลำแสงนี้ น้ำที่ลำแสงนรกนี้ผ่านก็แทบจะเดือดภายในทันใด และตอนนี้เหล่างูทะเลก็รู้ชะตากรรมของพวกมันแล้ว
หลังจากที่มันเริ่มรู้สึกได้ว่าน้ำที่มันอยู่กำลังร้อนขึ้นเรื่อย

“ท่านครับ เราได้ภาพมาจากนักสำรวจที่เดินทางไปสำรวจวอเตอร์เวิล์ดวันนี้มาครับ”
เจ้าหน้าที่ของแอเรีย51ผู้หนึ่งรีบเดินหน้าซีดพร้อมกับนำภาพๆหนึ่งมาให้กับรูสเวลล์ซึ่งกำลังปรึกษาแผนยุทธการกับซิดอยู่

“อย่าบอกนะว่านี่เป็นเรื่องจริง!” รูสเวลล์อุทานออกมาก่อนจะยื่นภาพนั้นให้ซิดดู
มันเป็นภาพของดาวที่มีพื้นผิวแตกระแหงเหมือนกับว่าขาดน้ำมานับล้านปีเลยทีเดียว เห็นได้ชัดว่าไม่มีความชื้นหลงเหลืออยู่บนดาวเลย

“พวกมันจะเอาน้ำจากวอเตอร์เวิล์ดไปทำอะไรหรือซิด” รูสเวลล์ถามเมื่อเห็นการกระทำครั้งที่สองของพวกหุ่น

“ผมว่าถ้ามันไม่เอาไฮโดรเจนในน้ำไปทำเชื้อเพลิง ก็ต้องเป็นระเบิดแน่ครับ” ซิดตอบอย่างมั่นใจ
เพราะการนำกองยานที่มีเป็นล้านบุกข้ามอวกาศย่อมใช้เชื้อเพลิงจำนวนมหาศาลด้วยเช่นกัน
ซึ่งทุกอย่างเหมือนเป็นแผนที่พวกหุ่นเตรียมไว้แล้ว! เริ่มเดินทางไปเอาแร่จากโอรเรี่ยนและเชื่้อเพิลงจากวอเตอร์เวิล์ด!
หลังจากนี้ก็ต้องเป็นการเริ่มต้นบุกน่ะสิ กองทัพอ่อนหัดของพวกเขาจะใช้การได้เมื่อไรกันนี่

“เมย์ ไปบอกรูสเวลล์สิว่า พวกเราต้องรีบเดินทางไปช่วยดาวที่จะถูกโจมตีเร็วๆนี้
ช่วยให้ทางแอเรีย51 เตรียมวาร์ปพอทอลล์ไว้เลย เพราะการโจมตีสามารถจะเริ่มได้หลังจากนี้ทุกเมื่อ” ซิดรีบพูดอย่างร้อนรน
ส่วนเมย์ซึ่งเดินผ่านมาพอดีต้องรับงานไปแทน ซึ่งเธอก็ออกจะพอใจเสียด้วยที่ซิดออกคำสั่งกับเธอเสียที

ซิดเดินไปทางโรงเก็บยานอย่างเร่งรีบ ซึ่งเขาก็พบมายกับดอนซึ่งกำลังสอนพวกนักบินฝึกหัดที่ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง

“ดอน มาย ขอเวลาสักนิดนะ” ซิดลากทั้งคู่ออกมาโดยไม่สนเหล่านักเรียนที่กำลังทำหน้าพิศวงงงงวย

เมื่อเห็นว่าพวกเขาอยู่ห่างจากคนอื่นๆพอสมควรแล้ว ดอนก็บ่นใส่ซิดทันที

“นี่นายบ้าหรือเปล่า! พวกเรากำลังสอนอยู่นะ” ซิดจึงรีบโต้กลับที่จุดตายทันที
“ดูท่าทางนักเรียนนายจะตั้งใจเรียนกันพร้อมหน้าพร้อมตาเชียวนะ” ดอนก็เลยโต้กลับไม่ได้
“เอาล่ะพอได้แล้ว ฉันรู้นะซิดว่านายมีเรื่องด่วนจะบอกว่าแต่มันคืออะไรล่ะ” มายถามอย่างใจเย็น
“คือว่าพวกเราต้องเตรียมตัวพร้อมรบแล้วล่ะ เพราะต่อไปทางพวกหุ่นมันจะเปิดศึกแล้ว” ซิดบอกเสียงเครียด

ซิดซึ่งสามารถเข้าออกได้ทั่วแอเรีย51 เดินหาเจคไปทั่วจนในที่สุดก็มาหาเขาในห้อง นี่มันเวลาสอนไม่ใช่หรือ?
คุณครูแสนดีกำลังโลดแล่นไปในโลกแห่งฝัน ในขณะที่นักเรียนอีกเกือบพันรออยู่ที่ห้องควบคุมปืนใหญ่

“ทำหน้าที่ได้ดีมากเจค”
ซิดซึ่งคิดสนุกออกมาได้จึงรีบเดินเข้าไปในคลังแสง แล้วเพียงชั่วครู่เขาก็กลับออกมาพร้อมกับระเบิดแสงเต็มลัง
ซึ่งทหารที่เฝ้าคลังอาวุธต้องรีบถามว่าจะเอาไปทำอะไร ซิดตอบไปสั้นๆว่าเอาไปเป็นของขวัญซึ่งทหารคนนั้นไ
ด้แต่งงว่าใครกันที่อยากได้ระเบิดแสงที่พอจะทำให้ตาพร่าได้เป็นวันอย่างนั้น เขาว่าคงมองเห็นไปได้ถึงนอกอวกาศเลยทีเดียว

“ลืมนาฬิกาปลุกไปได้เลย!”
ว่าแล้วซิดก็ตั้งเวลาระเบิดแสงทั้งหมดแล้วก็ย่องออกมาจากห้องแล้วก็เผ่นไปหัวเราะไป พร้อมกับที่ระเบิดทำงานพร้อมกับเสียงร้องโหยหวน

“จ๊ากกกกก!!! ใครเล่นพิเรนท์กันฟะ!!!”
เสียงใหญ่ๆของเจคนั้นฟังดูน่าขันมากเวลาเขาร้องเสียงหลงแบบนี้ ส่วนทหารยามคนนั้นก็เข้าใจจุดประสงค์ของซิดแล้ว
จึงรีบเอาอาวุธทั้งหมดไปเก็บในห้องนิรภัยก่อนที่ซิดจะคิดแผนอื่นได้ในเร็วๆนี้
Last edited by AILD on Tue Apr 08, 2008 10:10 am, edited 2 times in total.
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby LunaRWhiteclifT on Sat Apr 05, 2008 10:28 am

เง้อ... อัพไวมากมาย ไม่ได้อ่านซะที...







ปล.แบ่งปันความ "ขยัน" ไห้ข้าน้อยหน่อยสิ - -
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby AILD on Sat Apr 05, 2008 2:46 pm

โธ่ท่าน เอาไรมาก ผมแค่ทำอะไรเรื่อยเปื่อยไปวันๆ (ฟิกที่ดองอยู่กำลังเปรี้ยวได้ที่)

ปล. การเล่นลูน่าอาจทำให้ความสามารถในการแต่งนิยายลดลง โปรดอ่านคำเตือนนี้ก่อนเล่นเกม

ผัวะ! ไปว่าเขาอีก พอเอ็งเล่นก็ไม่เก็บเวล เอาแต่นั่งแชท >.<
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby Zamma on Sun Apr 06, 2008 1:41 am

ดีจ้า เข้ามาทักต่อ ในบทที่ 2 ผมอ่านจบละ มีคำผิดหลายอัน เน้อ ลองแก้ๆดูนะ

ปล.ไปและ ไม่ค่อยมีคำบรรยายถึง สภาพรอบๆของ ตัวละคร ฉาก รึ บรรยากาศเลยอ่ะ ลองเพิ่มดูนะ
ปล.ไปและ2 ผมก็ไม่เก่งอะไรนะคับ แต่งเรื่องแรกเหมือนกัน ว่างๆมาอ่านของผมมั่งนะ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby AILD on Sun Apr 06, 2008 12:27 pm

ถูกเผงเลยครับ !!!!! พยายามอยู่อ่านะ

ปล. ผัวะ!! /me โดนตัวละครในฟิกที่ดองไว้รุมกระทืบ
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby TumAlone on Mon Apr 07, 2008 9:11 am

ไซไฟสู้ตาย ...พยายามต่อไปครับผม ... เมื่อไหร่บอร์ดจะกลับมาครึกครื้นเนี่ย
Image Image
User avatar
TumAlone
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 263
Joined: Mon Feb 11, 2008 2:06 pm
Location: ความเป็นจริงอันไกลโพ้น

Postby kasett99 on Tue Apr 08, 2008 9:58 am

ยัยบ๋อง 555+ ต้องยายบ๊องสิ ....
User avatar
kasett99
F.F. Joker of War
F.F. Joker of War
 
Posts: 93
Joined: Tue Feb 12, 2008 6:49 pm
Location: Joker theme park

Postby AILD on Tue Apr 08, 2008 10:14 am

ลงมาหลายวันพึ่งจารู้ ......... บทที่ 6 ลืม Font 14 -*-

ส่วนบทนั้นคำผิดเพียบเยย ใจไปก่อนนิ้ว + พิมพ์แหลก

ปล. โอ้ววว ยินดีต้อนรับท่านหัวหน้าสมาพันธ์สวนกุหลาบ
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby AILD on Tue Apr 08, 2008 12:55 pm


บทที่ 7


“ฟ้าววว..... บรึ้มมม.......เปรี้ยงๆๆๆ”

สมรภูมิอันดุเดือดกำลังดำเนินไปบนดาวขนาดใหญ่ที่เคยงดงาม “อิมพีรัล” คือชื่อของดาวดวงนั้น
กองกำลังทหารจักรกลทยอยกันเคลื่อนทัพออกมาเรื่อยๆจากยานสีดำขนาดใหญ่ที่จอดเด่นเป็นสง่า
ท่ามกลางบ้านเมืองที่แปรสภาพเป็นเศษอิฐและเศษปูน ผู้คนมากมายที่ไม่ทันได้หนีลงอุโมงค์หลบภัย
ต้องตายลงเกลื่อนกลาดบนท้องถนนและมีจำนวนไม่น้อยที่ถูกซากอาคารทับตาย กองทัพนรกมุ่งหน้าไปอย่างช้าๆ
พวกมันเป็นจักรที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทำลายล้างสิ่งมีชีวิตที่ต่อต้านพวกมัน ร่างกายที่ทำจากแร่จากโอรเรี่ยน
ซึ่งมีความแข็งแกร่งทำให้ตัวพวกมันมีสีเทาหุ่นยนตร์ที่อยู่แถวหน้าจะมีอาวุธเป็นเครื่องพ่นไฟที่ใช้ไฮโดรเจนเ
ป็นเชื้อเพลิงซึ่งพร้อมจะหลอมโลหะให้ละลายได้ ส่วนพวกหุ่นที่อยู่แถวกลางจะมีปืนเลเซอร์จู่โจม
ซึ่งลั่นกระสุนได้ถึง 20 นัดต่อวินาที ส่วนแถวหลังจะใช้อาวุธหนักซึ่งเป็นจรวดเจาะเกราะซึ่งจะระเบิด
หลังจากที่มันทะลุเข้าไปในเป้าหมายแล้ว ซึ่งสร้างความเสียหายมากกว่า นอกจากเหล่าเครื่องจักรสังหารพวกนี้แล้ว
ยังมียานรบขนาดเล็กซึ่งมีความปราดเปรียวคล่องแคล่วสูงบินฉวัดเฉวียนเต็มน่านฟ้าคอยทำลายทัพของฝ่ายตรงข้าม
เพื่อให้พวกหน่อยรบของมันทำหน้าที่ได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม

“ต้านพวกมันเอาไว้!!!”

คำสั่งเด็ดขาดนี้มาจากท่านผู้บัญชาการใหญ่แห่งอิมพีรัล พวกเขาไม่สามารถขัดขืนคำสั่งใดๆจากผู้บัญชาการได้
พวกเขาจึงต้องเข้าไปสู้กับพวกจักรกลเหล่านี้แม้จะไม่สามารถทำอะไรให้พวกมันเลยก็ตาม พวกมันฝ่าหมอกควัน
มาเผยให้เห็นดวงจาสีเขียวดูน่ากลัว ทหารของอิมพีรัลกราดกระสุนทั้งหมดไปที่พวกมัน แต่ไม่มีนัดใดสามารถฝ่าเกราะของมันไปได้เลย
เจ้าหุ่นที่อยู่ด้านหน้าก็โต้พวกเขากลับด้วยปืนไฟที่ย่างสดทหารที่อยู่ในระยะไปสามสี่นาย

“หาที่กำบังก่อน!!”

ทหารที่เหลือก็รีบวิ่งเข้าไปหลบในซากตึกใกล้ พวกกับยิงกราดออกมาจากช่องเล็กๆบนกำแพง
เป็นอีกครั้งที่พวกเขาไม่ได้สร้างความเสียหายให้พวกมันจากกระสุนที่ยิงออกไปเลย
การรบนี้กองทหารอิมพีรัลจะสู้พวกมันได้อย่างไรกัน แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันได้บรรจุกระสุน จรวดมากมายก็ถูกปล่อยออกมาจากปืนของหุ่นด้านท้าย

“ออกมาจากตึกให้หมด!!!”

ทหารที่ไหวตัวทันก็รีบวิ่งออกมาก่อน ส่วนทหารที่อยู่ใกล้กำแพงตึกก็ถูกแรงระเบิดกระแทกจนร่างกายแหลกเหลว
พวกที่ออกมาไม่ทันต่างถูกซากตึกที่ถล่มลงมากลบเป็นหลุมฝังศพในทันใด

“ท่านครับ อาวุธของพวกเราตอนนี้ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้เลยครับ พวกเราขอไปรับอาวุธหนักได้ไหมครับ”
หัวหน้าหน่วยรีบส่งสัญญาณไปหาศูนย์บัญชาการทันทีที่อยู่ในระยะปลอดภัยแล้ว แม้รู้ว่าจะถูกปฎิเสธก็ตาม
“ไม่ พวกเราจะส่งทีมอาวุธไปเอง” นั่นคือสิ่งที่ผู้บัญชาการสูงสุดพูดเป็นสิ่งสุดท้าย

“ฟ้าววววว.......บรึ้ม!!!!” ยานของพวกหุ่นลำหนึ่งยิงจรวดไปที่ศูนย์บัญชาการของพวกอิมพีรัล
แรงระเบิดมหาศาลทำให้เหล่าทหารรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนแม้ว่าจะอยู่ห่างกันมาก แสงจ้านั้นเหลือไว้เพียงกองเศษเหล็กและปูน

“ไม่นะ!!! นี่มันไม่จริง!!!” หัวหน้าหน่วยร้องตะโกนด่าฟ้าฝนเหมือนคนเสียสติ เหล่าทหารในหน่วยต่างเข้าใจหัวหน้าดี
เพราะทางเดียวที่จะสู้กับพวกหุ่นนรกนี้ก็ถูกพวกมันระเบิดไปแล้ว ทหารที่ไม่มีผู้บัญชาการก็เหมือนสัตว์เลี้ยงที่ไม่มีเจ้าของ
ซึ่งอาจจะทำอะไรผิดแม้ไม่รู้ตัว ผู้บัญชาการนั้นเป็นดั่งสมองสั่งการของกองทัพ เมื่อร่างกายไม่มีสมองก็ไม่อาจจะทำอะไรก็ตามอีก
ตอนนี้พวกเขาต้องทำหน้าที่ที่สำคัญที่สุดก่อน คือปกป้องดาวดวงนี้เอาไว้อย่างสุดความสามารถ


“ครืนนนนนนน.............”
ทหารกล้าซึ่งกำลังยิงปืนต้านเหล่าเครื่องจักรเอาไว้ภายใต้ที่กำบังซึ่งเป็นตึกขนาดใหญ่ที่มีช่องมากมายต้องมองขึ้นไปบนฟ้า
จากช่องขนาดใหญ่บนเพดาน สิ่งที่พวกเขาเห็นคือวาร์ปพอทอลขนาดใหญ่ซึ่งกำลังมีบางสิ่งเคลื่อนออกมาอย่างช้าๆ
ยานสีขาดขนาดใหญ่ดูทันสมัยมีตัวอักษร “SR” สีทองอยู่ด้านข้าง ปืนใหญ่ของยานเล็งมาที่พวกเขา พร้อมกับยิงลำแสงขนาดยักษ์ออกมา

“บรึ้มมมมมม!!!”

ขบวนหุ่นนรกที่พวกเขากำลังต่อสู้อยู่อย่างสุดความสามารถในตอนนี้เหลืออยู่เพียงเศษเหล็กบนหลุมขนาดใหญ่เท่านั้น

“สุดยอด!” ทหารบางคนถึงกับเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว ก่อนจะได้ยินเสียงขนาดใหญ่วัตถุมากมายตกลงมาจากฟากฟ้า

“ตึง!!!”

หลอดทรงกระบอกขนาดยักษ์ตกลงมาข้างๆตึกของพวกเขา ทำให้พื้นถึงกับสะเทือนและตึกที่สั่นอย่างน่ากลัว
เพียงไม่นานมันก็เปิดออกมาพร้อมกับทหารผิวดำพร้อมอาวุถครบมือประมาณยี่สิบนายก้าวออกมาอย่างช้าๆ

“ผมคือเสนาธิการการซิดแห่งแอเรีย51 ทหารของอิมพีเรียลที่ต้องการจะสู้พร้อมพวกเรา
ก็ไปรับอาวุธจากจรวดขนส่งด้วย ณ บัดนี้ผมขอเป็นผู้บัญชาการการทหารของดาวดวงนี้ก่อนแล้วกัน”
ซิดประการออกมาจากยานซึ่งทำให้เหล่าทหารที่เหลืออยู่รีบเข้าไปรับอาวุธในจรวดขนส่งที่ตั้งอยู่มากมายท่ามกลางซากบ้านเมือง

“พยายามเล็งที่หัวนะครับ! ส่วนนั้นเกราะของพวกมันจะบางที่สุด” เพียงไม่นานซิดก็ประกาศออกไปอีกครับ

กองทหารที่ฮึกเหิมได้ร่วมต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับนักรบสเปซฮันเตอร์อย่างรู้ใจ พวกหุ่นที่ทยอยกันเข้ามาเรื่อยๆ
กลับต้องโดนปืนพลาสมาจูโจมที่พวกแอเรีย51เตรียมเอาไว้ยิงหัวหลุดไปตามๆกัน ซึ่งพอหุ่นไม่มีระบบประมวนผลแล้ว
ก็เหลือเพียงแค่เศษร่างกายอันแข็งแกร่งเท่านั้น จากที่เหล่าทหารเป็นฝ่ายตั้งรับก็รุกคืบเข้าไปเรื่อยจนสามารถเห็นยานสีดำขนาดใหญ่
ที่ทั้งสองด้านถูกเปิดออกเพื่อให้ทหารหุ่นของพวกมันออกมาเรื่อยๆ

“เป็นไงบ้างดอน สนุกไหม” มายถามขณะกำลังบินโฉบเฉี่ยวไล่เก็บยานของพวกหุ่นไปทีละลำ

“มันส่งพวกมันมาตายเรื่อยๆก็สนุกสิมาย” ตอนตอบขณะใช้หุ่นบดขยี้หุ่นตัวหนึ่งจนมันดูเหมือนกระป๋องบุบๆ

“ปืนไฟมันต้องอย่างนี้เฟ้ย!” ดอนบอกกับตัวเองพลางใช้ปืนไฟของหุ่นเขาหลอมหุ่นเบื้องหน้าจนหลอมละลาย


ขณะที่ทั้งสองกำลังสนุกอยู่กับการไล่ทำลายพวกหุ่นอยู่ เมย์ซึ่งนานๆครั้งจะได้ทำหน้าที่ก็บินออกมาจากยาน SR

“เมย์ พยายามบินเข้าไปเก็บภาพภายในเจ้ายานแม่มันมาหน่อยสิ” ซิดสั่งการมาที่เครื่องของเมย์

“รับทราบค่ะ” เครื่องของเมย์เป็นเครื่องขนาดเล็กทำให้สามารถบินได้รวดเร็ว มีกล้องความเร็วสูงติดเอาไว้

“หือ?!”

เพียงไม่นานหลังจากนั้นซิดก็ได้ภาพที่เมย์ถ่ายมา ภาพนี้เมย์บินต่ำเพื่อให้ได้เห็นภายในของยาน
ก่อนจะยิงกระสุนกล้องเข้าไปข้างในเพื่อให้ซิดได้เห็นระบบต่างๆภายในยานของพวกหุ่น แต่ภาพที่ได้นั้นคุ้มค่าการเสี่ยงของเมย์มาก

เครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดมหึมาอยู่ในยานแม่ และภายในยานก็ไม่มีหุ่นเลยสักตัวเดียว งั้นทุกอย่างก็ถูกคอมนี่ควบคุมน่ะสิ!
คิดได้เช่นนั้นซิดก็ไม่รอช้ารีบสั่งการเจคทันที

“เจค นายมีอาวุธอะไรก็ยิงเข้าไปในช่องของยานมันให้หมดเลย!”
ซึ่งเจคที่รอมานานเพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ยิงลงไปอีกเนื่องจากอาจทำให้ทหารโดนลูกหลงไปด้วย ก็รีบเตรียมปืนบนยานให้พร้อม


ห่ากระสุนถูกปล่อยออกมาจากยานสีขาวที่ลอยสูงขึ้นไปทำให้ทหารที่กำลังรบกับหุ่นอยู่ถึงกับทึ่ง
เพราะมันถูกยิงออกมาพร้อมกันจนดูเหมือนเป็นลำแสงที่ทรงพลังลำเดียว แถมยังแม่นราวจับวาง
เข้าไปในช่องข้างยานของยานแม่พวกหุ่นทำให้พวกหุ่นยังต้องหันไปตามๆกัน

“ตูมม!!!!”

เกิดระเบิดขึ้นอย่างแรงในยานจนทำให้ยานขนาดยักษ์ต้องสะเทือนเลยที่เดียว แม้จะไม่สามารถทำลายยานนั้นได้
แต่หลังจากที่ควันดำทมิฬลอยออกมาจากช่องข้างยานอย่างไม่ขาดสายพร้อมกลิ่นเหม็นไหม้
หุ่นรบทุกตัวก็ยืนนิ่งเหมือนกับเป็นรูปปั้นเหล็กเนื่องจากไร้การสั่งการ ส่วนยานรบที่เคยบินเต็มน่านฟ้าต่างก็ร่วงกราวลงบนพื้น
ไม่ว่าต่อจากนี้พวกมันจะมาบุกอีกหรือไม่ แต่ว่าตอนนี้ชาวอิมพีรัลก็ปลอดภัยแล้ว และอาจจะเป็นไปอีกพักใหญ่เลยทีเดียว
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Postby 青 お姉さん on Tue Apr 08, 2008 11:07 pm

ข้อแนะนำ : ซาวด์เอฟเฟคไม่ควรมีมากจนเกินไป

เพราะมันทำให้ดูไม่งามเลยสำหรับฟิคฯที่ควรน่าอ่าน

/me จิตตก หล่นหาย หาไม่เจอ
Image

The Great Archives determine you to have gone by the identity : High Priestess of The Arctic

Known in some parts of the world as : Curse of The Lost

The Great Archives Record : A lonely one who guides the lost - but not to safety, to their doom.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby Zamma on Fri Apr 11, 2008 1:49 pm

อ่าน เนอวาน่า ด้วยหรอ ผมก็อ่าน แต่จบแค่เล่ม 2 อ่ะ

ตอนนี้กะลังอ่าน หลอก ออฟ เดอะ ลิง อยู่ มันส์ พระ ยะ ค่ะ

ปล.ไปและ ข้าต้องนำแหวนไป มอร์ดอ
ปวดตับ เมื่อยไต ใจสั่น ฉันรักเธอ
Image
User avatar
Zamma
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 214
Joined: Thu Feb 14, 2008 10:14 pm
Location: ตื่นเมื่อไหร่ก็รู้เมื่อนั้น

Postby poly1800 on Tue Apr 15, 2008 5:02 pm

สนุกครับ เนื้อหาพอใช้ได้ สู้ๆครับ
<img src="http://i299.photobucket.com/albums/mm281/poly1800/4.jpg" border="0" alt="Loki">

อยากจะมีปีกที่ขาวสะอาด ก่อนจะขึ้นบินบนท้องฟ้าอันสดใส แต่คงเป็นไปไม่ได้แล้ว

อีกา! ก็ยังคงเป็นอีกาอยู่วันยันค่ำ
User avatar
poly1800
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 1
Joined: Tue Apr 15, 2008 2:59 pm

Postby AILD on Thu Apr 17, 2008 2:08 pm

ขอดองไว้ก่อนละกัน .............
ข้าน้อยคือเทวทูตแห่งMetal ถูกส่งมาเพื่อกำจัดEMO!!~~
------------------------------------------------
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก~~~~~~!!!!!!!!!!!!!!!

Image
User avatar
AILD
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 134
Joined: Sat Mar 29, 2008 3:12 pm
Location: กลาง Mosh Pit

Next

Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron