Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

นวนิยายที่ยังคิดชื่อเรื่องไม่ออก (กรุณาช่วยตั้งด้วยก็ดีครับ)

นักแต่งฟิคทั้งหลาย สามารถมาลง fiction ของตัวเองที่นี่
<br>
<font size=2 color=red>*ก่อนลงนิยายขอให้ศึกษากฏกันให้ดีก่อนนะครับ...</font>

Moderators: Crimsonwing, 青 お姉さん, Zinc

Postby ronphon on Sat Apr 19, 2008 9:02 pm

ตั้งกะเมื่อไหร่หว่า
(ตูมัวทำอะไรอยู่ทำไมไม่เห็นเนี่ย)


ปล.ทั่น cover ถ้าสมัครตอนนี้ทันมั้ย
แต่งกันมาไกลลิบแล้วไม่ทันสินะ
User avatar
ronphon
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 15
Joined: Sat Apr 19, 2008 12:23 pm

Postby crover on Mon Apr 21, 2008 7:01 pm

อู๊ย ทันน่า...

อ้ะ ดองเกินไปหน่อย....คืนนี้เจอกันครับ!

ปล. http://www.crover.deviantart.com/
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby RaCcoon_Man on Mon Apr 21, 2008 8:13 pm

คืนนี้จะได้อ่านจิน่ะ ~
Image

. . . " ~ เพื่อนพ้อง ~ " . . .
User avatar
RaCcoon_Man
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 111
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:31 pm
Location: ~ บนโลกใบนี้ ~

Postby crover on Mon Apr 21, 2008 8:36 pm

เเน่ๆอยู่เเล้วจิ....เเต่ยังไม่เสร็จตอนนี้ lol
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby crover on Mon Apr 21, 2008 10:56 pm

ตอนที่ 16 – Hot Coffee And Rainy Day


“เฮ้อ...วันนี้มันอะไรกันเนี่ย?...”โครเวอร์ยกมือที่ถือค้อนขึ้นปาดเหงื่อตามหน้าผาก วันนี้อากาศนั้นเริ่มอบอ้าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน แม้กระทั่งหิมะก็หยุดตก ทั้งๆที่เมฆก่อตัวซะจนปิดแสงอาทิตย์ซะจนมิดซะด้วยซ้ำแต่กลับร้อนจนแทบต้องถอดเสื้อออก แต่หิมะที่ปกคลุมอยู่ตามพื้นถนนกลับไม่ไม่ละลาย แต่ตามที่เร็นบอกไว้ นี่เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนฝนตกประมาณครึ่งวัน เพราะแบบนั้นเองโครเวอร์จึงต้องมารับงานซ่อมหลังคาและปล่องไฟด้วยตัวคนเดียวเพราะเป็นแค่ผู้อาศัย...

“เป็นไงโครเวอร์!หลังคาไม่มีรอยรั่วแล้วนะ?!”เร็นตะโกนมาจากชั้นล่าง

“ฉันเหงื่อท่วมแบบนี้มาค่อนวันแล้วนะ!”โครเวอร์ตะโกนกลับพร้อมกับกระโดดลงมาจากหลังคา โชคดีที่พื้นหิมะไม่แข็งมากนักเขาจึงลงพื้นอย่างปลอดภัย

“แบบนี้แหละดีแล้วล่ะ เวลานายเหงื่อท่วมแบบนี้ค่อยดูทะมัดทะแมงหน่อย”เร็นพูดพร้อมกับตบบ่าโครเวอร์ ซึ่งเล่นเอาเขาเซตามแรง

“พูดแบบนี้เขินๆยังไงไม่รู้แฮะ....”โครเวอร์ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นเอนตัวพิงกับพนังไม้เพื่อพักเหนื่อย

“นายหน้าแดงแล้วนะ”เร็นพูดพร้อมกับนั่งลงข้างๆโครเวอร์พลางจ้องหน้าโครเวอร์อย่างไม่วางตา

“ยะอย่าจ้องแบบนั้นสิ นายนี่มัน.....”

“เธอเขียนบ้าอะไรลงในPDAฉันหา?”โครเวอร์ยื่นหน้าเข้าไประหว่างกลางของวินเดียกับรินซึ่งกำลังนอนเขียนของเนื้อหาแปลกๆเข้าไปในPDAของเขาอย่างเมามันส์

“แหม ก็เห็นโครเวอร์กับเร็นสนิทกันดีก็เลย....อ้ะ ฉันไปชงกาแฟให้ดีกว่า”รินพูดพร้อมกับวางPDAไว้บนโต๊ะทิ้งให้วินเดียรับกรรมไป

“แฮะๆๆ....คุณรินเนี่ย...”วินเดียพยายามจะพูดให้โครเวอร์อารมณ์ดีขึ้นบ้างแต่ดูท่าจะไม่เป็นผลเท่าไหร่

“นั่นนะไม่ขำเลยนะ...ถ้าเกิดรินส่งไปที่สำนักพิมพ์ละก็ฉันได้ขายหน้าไปทั่วแน่...เธอน่าจำครั้งที่เธอส่งไฟล์ผิดไปให้ทางสำนักพิมพ์นะ คราวนั้นเกือบโดนไล่ออกแนะ”โครเวอร์พูดพร้อมกับหยิบPDAขึ้นมาจากเตียงก่อนจะไล่ลบเนื้อหาแผลงๆออกไป

“ก็ฉันไม่รู้นี่....ว่าแต่ว่าที่ฉันส่งไปมันคืออะไรน่ะ?”

“มะ...ไม่สำคัญหรอกน่า!”โครเวอร์บอกพร้อมกับเมินหน้าหนี แต่วินเดียก็ทำหน้าเศร้าโดยที่ยังเดาไม่ออก ส่วนโครเวอร์นั้นก็พยายามทำหน้าให้เป็นปรกติที่สุด

“.....เขียนถึงฉันเหรอ?”วินเดียยื่นหน้าเขาหาเขาด้วยรอยยิ้มกวนๆซึ่งก็เริ่มทำให้เขาตั้งตัวไม่ถูก

“ถ้าฉันเขียน.....หมายถึงว่าถ้าฉันคิดจะเขียนละก็.....ฉันจะเขียนตอนที่......”เขาละประโยคไว้พลางชำเลืองมองผ่านหางตา

“เขียนอะไรเหรอ?”เธอถามอีกครั้งแต่โครเวอร์ก็ได้แต่ส่ายหน้าพลางเดินหนีออกไปจากห้อง

“.......นี่เธอมายืนฟังอะไรตรงนี้น่ะ?”โครเวอร์ถามเมื่อเปิดประตูออกมาเจอกับรินที่ยืนอยู่ข้างๆประตูห้อง

“เปล่าหรอกน่า แค่แอบฟังพวกเธอคุยกัน ฉันว่าพวกเธอนี่ก็เหมาะกันดีมากเลยนะ”รินยิ้มแบบน่ากลัวๆอย่างมีเลิศนัย ดูท่าเธอจะอยากเห็นและอยากฟังอะไรที่มันอีโรติคมากกว่านี้ซักหน่อย แต่ดูท่าจะไม่ใช่ตอนนี้

“แล้วกาแฟล่ะ.....”โครเวอร์พูดอย่างขุ่นเคืองปนอายๆอยู่หน่อย เขาไม่ค่อยชอบหรอกนะถ้าต้องพูดอะไรหวานโดยมีคนอื่นแอบฟังด้วยเนี่ย.

“แหม คือ.....กาแฟ.....เดียวมานะจ้ะ”รินพูดก่อนจะจรลีไปพร้อมกับชุดเมดกรุยกรายของเธอ

“ไง เริ่มชินกับบ้านนี้หรือยัง?”เร็นซึ่งเพิ่งเสร็จจากการซ่อมหลังคาบ้าน(ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาช่วงแรกๆ)เดินเข้ามาถามโครเวอร์

“แฟนนายเนี่ยตัวแสบดีๆนี่เอง...”โครเวอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ช่วงเวลาแค่ครึ่งวันที่เขาอยู่บ้านนี้คุณเธอก็เอาแต่ร่อนไปทั่ว ค้นกระเป๋าวินเดียมั่งล่ะ ป่วนPDAของเขามั่งล่ะ แต่ไอ้ที่เอาเขากับเร็นไปเผาแบบนั้นมันก็น่าแค้นใจใช่เล่น

“ช่างเธอเถอะน่า รินไม่ค่อยได้ไปไหนก็เลยซนไปตามประสานั่นแหละ”เร็นตบบ่าโครเวอร์ก่อนจะเดินไปที่ห้องนั่งเล่น

ซ่า~~~~~~~~

‘นี่เป็นภาพสดๆจากเมืองแคดเคสฟอลส์นะครับ ฝนเริ่มเทลงมาอย่างต่อเนื่อง เป็นภาพที่หาดูได้ยากมาในปัจจุบันซึ่งนักวิทยาศาสตร์คาดการณ์ว่า...’

“ตื่นแล้วเหรอ?....”เสียงของไนร่าดังขึ้นมากลบเสียงทีวี จิงซ์พยายามลืมตามองอะไรรอบๆตัวแต่ก็รู้สึกแสบตาจนเกือบจะลืมไม่ขึ้นเหมือนกับว่าโดนควันมากเกินไป เขาหลับตาแน่นพยายามทำให้สายตากลับมาเป็นปรกติอย่างช้าๆ

“อือออ....เกิดอะไรขึ้นเนี่ยไนร่า......ไนร่า?”จิงซ์มองร่างๆหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างๆโซฟาที่เขานอนอยู่ เสียงนั้นเขาจำไม่ผิดแน่ว่าเป็นไนร่า แต่ไนร่าที่เขาจำได้นั้นอยู่ในร่างอายุไม่เกิน10ขวบแน่ๆ....แต่ตอนนี้ที่นอนอยู่ข้างๆเหมือนกับว่าร่างของเธอจะเติบโตขึ้นจนน่าจะมีอายุซัก18ได้....ผมที่เคยสั้นก็ยาวจนมัดเป็นเปียน ใบหน้าที่ดูสดใสกว่าที่เคยเป็น แต่สายตาของเธอก็ยังคงเย็นชาเช่นเดิมและ.....

“มีอะไรเหรอจิงซ์?”ไนร่าถามเมื่อเห็นว่าสายตาของจิงซ์นั้นจ้องเธออย่างแปลกๆ

“ปะ เปล่าคือ.....เธอกำลังสร้างภาพหลอนอะไรฉันหรือเปล่าเนี่ย!”จิงซ์พูดหน้าแดงแจ๋พยายามตั้งสติ

“พูดเรื่องอะไรนะจิงซ์?....”ไนร่าโน้มตัวลงมาหาจิงซ์ซึ่งยิ่งทำให้เขายิ่งตื่นเต้นขึ้นไปอีก เพราะหน้าอกหน้าใจของเธอมัน.....

“ห๊ะ!.......ฝัน...ฝันอะไรวะนั่น...”จิงซ์ลืมตาตื่นด้วยความรู้สึกร้อนๆในอก.....แล้วก็แฉะๆที่เป้า....เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่ผู้ชายที่แทบไม่เคยได้ยุ่งกับผู้หญิงอื่นใดจะเกิดอีเวนท์ฝันแบบนี้ แต่ในความฝันเขาออกจะลนๆลานไปอยู่บ้างเพราะเขาไม่ได้อี๋อ๋อกับหญิงใดมาเกือบปีกว่าแล้ว(น่าสงสาร)

‘นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าอาจจะเกิดจากการกลั่นตัวที่เกิดขึ้นเร็วเกินไปเพราะสภาวะโลกร้อน ทำให้เมฆฝนที่อยู่กลางมหาสมุทรพัดลอยเหนือขึ้นไปจากหิมะก่อนจะกลั่นตัวลงมาเป็นฝนซึ่งอาจบอกได้ว่าเป็น...’เสียงข่าวในโทรทัศน์ว่าด้วยเรื่องสภาพฝนในแคดเคสฟอลส์ แต่ที่สะกิดในจิ.ซ์ไม่ใช่เนื้อหา แต่เป็นความต่อเนื่อง....มันเป็นข่าวที่ต่อเนื่องจากในฝันของเขา

“.........หรือว่าไม่ได้ฝันหว่า...”จิงซ์พูดอย่างมีหวังพร้อมกับหันมองรอบๆตัว....เขายังคงอยู่ในห้องเก่าๆโทรมๆเช่นเคยแต่ไม่มีแววของไนร่าเลย…..เขาฝันไปแน่ๆ

“ไม่ใช่ฝันแต่เป็นภาพหลอนย่ะ...”เสียงผู้หญิงดังขึ้นบนเตียงชั้นสอง และจิงซืมั่นใจแน่ว่าเสียงก้าวร้าวแบบนี้ไม่ใช่เสียงของไนร่าแน่ๆ เขาลุกขึ้นจากเตียงและตรวจสอบแขกไม่ได้รับเชิญ

สาวผิวขาวนวล ผมสีชมพูคล้ายสีของดอกเชอรี่มัดเปียไว้อย่างลวกๆ ตาสีทองอำพัน.หูของจิ้งจอกที่โผล่ขึ้นมาจากหัว.... แต่ทั้งหมดนั้นดูขมุกขมัวเพราะเธอเล่นสูบไปป์อันยาวพร้อมกับพ่นควันออกมาซะเต็มไปหมด

“ให้เดานะ.....เธอ......เป็นของใคร?”จิงซ์ถามแบบรวบรัดเพราะเขาเดาได้อยู่แล้วว่าคนที่มีลักษณะแปลกแยกกกว่าคนอื่นแบบนี้ต้องเป็น ‘คน’ประเภทเดียวกับไนร่าแน่ๆ

“มันดาล่า....”เธอพูดสั้นๆก่อนจะพ่นควันใส่หน้าจิงซ์เต็มๆ

“ค่อกๆ......โอเค....แล้วเธอมีอะไร...”

“แค่มาเช็ค....เฮ้อฉันละเบื่อจริงๆดันเจอคนไม่ค่อยน่าสนใจซะได้..”มันดาล่าบนงุบงุบพร้อมกับนอนแผ่บนเตียงโดยที่ยังคงพ่นควันออกมาเป็นทาง

“แล้วไนร่า.....เพื่อนของฉันนะ”จิงซ์ถามพยายามปัดควันให้พ้นจากหน้า

“ไนร่า....ชื่อของยัยเด็กผีนั่นนะเหรอ.......เห็นบอกว่าจะลงไปหาราเชลน่ะ”มันดาล่านอนเท้าแขนหันมาทางจิงซ์ โชคดีที่คราวนี้เธอเอาไปป์ออกจากปากแล้ว

“ราเชล?.....คู่ของเธอเหรอ?”จิงซ์ถาม ส่วนมันดาล่านั้นก็พยักหน้าก่อนจะยัดไปป์เข้าปาก

“อยู่ข้างล่าง......ยินดีที่ได้รู้จักนะ...เอ่อ....”มันดาล่าชี้ไปที่จิงซ์ซึ่งสูดหายใจเอาควันเข้าไปเต็มๆ

“หิ้งซ์.....คิงซ์......จิงซ์!!แค่กๆๆ!”จิงซ์สำลักควันเข้าไปเฮือกใหญ่จนแทบพูดไม่ออก ควันจากไปป์ของเธอเล่นเอาเขาแสบตา แสบคอไปหมด

“นั่นแหละๆ......ร้านข้างๆเดินถัดไปอีกสองช่วงตึก....”มันดาล่าสูบควันเข้าไปอีกเฮือกก่อนจะค่อยๆสลายตัวไปกลายเป็นกลุ่มควัน อากาศบริสุทธิ์แล่นเข้าสู่ปอดของจิงซ์อย่างเต็มที่ ถ้าเขาอยู่กับมันดาล่านานกว่านี้อีกหน่อยคงได้เป็นมะเร็งปอดแน่


“ฮัดเช่ย!!โอ๊ย ทำไมวันนี้มันหนาวผิดปรกติเนี่ย!”แม็คคอยล์พูดอย่างหมดความอดทน ในมือยังคงกำขวดเบียร์จากร้านไว้แน่น ตอนนี้ทั้งคู่ต่างขับรถตระเวนอยู่รอบๆเซ็นทรัลปาร์คเพราะได้รับแจ้งว่ามีคนหายไป

“แจ้งศูยน์ เราไม่พบความผิดปรกติใดๆที่เซ็นทรัลปาร์คเลย เปลี่ยน.....”แอนเดอร์สันพูดใส่วิทยุอย่างเนื่อยๆเช่นเคย

‘แต่เราได้รับแจ้งมาว่ามีเด็กหายไป แน่ใจนะว่าคุณไปพบพ่อแม่เด็กตรงจุดที่เราแจ้ง’

“ปฏิเสท เราไม่พบพ่อแม่เด็กที่ว่าเลยดูท่า.....”

ครืนนนนนนนนนน

“นี่รถเสียหรือว่าแผ่นดินไหว?”แม็คคอยล์หันไปถามแอนเดอร์สันซึ่งค่อยๆลดความเร็วลงอย่างช้าๆอย่างไม่มั่นใจ

โครมมมมมมม!!!

“ระวัง!!!!”แม็คคอยล์ตะโกนลั่นพร้อมกับชี้ไปที่ด้านหน้าบนถนน ซึ่งอยู่ดีๆพื้นถนนเกิดยกตัวขึ้นจนกลายเป็นกำแพงมหึมา แอนเดอร์สันหักเลี้ยวหลบอย่างแรงจนรถไถลจนด้านข้างกระแทกกับกำแพงนั้นจนแม็คคอยล์แทบกระเด็น แต่โชคดีที่เขายังคาดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้

“......ไม่เป็นไรนะแม็ค.....”แอนเดอร์สันหันไปถามรุ่นน้อง เขาหายใจถี่รัวจากความตื่นเต้นเมื่อครู่ นี่ถ้าเขาไม่ฉะลอรถละก็ป่านนี้เขาไปอัดก็อปปี้กับกำแพงนั่นไปแล้ว

“แม่งเอ๊ย!!เบียร์หกหมด!!!”แม็คคอยล์ตะคอกลั่นพร้อมกับกุมหัว แอนเดอร์สันเดินออกมาจากรถพร้อมกับยืนดูพื้นที่ยักตัวขึ้นมาจนเป็นกำแพงขวางกั้น นี่อาจจะเป็นแผ่นดินไหวครั้งแรกที่เขาเคยเจอในนิวยอร์ก ซึ่งนับว่ารุนแรงเกินธรรมดาแล้ว

ซ่า~~~~~~~~~~~~~

“.........ฝน?”แม็คคอยล์พูดอย่างแปลกใจ ฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย.......


เป็นเวลาเดียวกันที่ฝนเริ่มเทลงมาที่แคดเคสฟอล์สเช่นกัน.....
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby RaCcoon_Man on Mon Apr 21, 2008 11:29 pm

โว้ว ๆ นิยายมาแบ้ววว~
Image

. . . " ~ เพื่อนพ้อง ~ " . . .
User avatar
RaCcoon_Man
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 111
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:31 pm
Location: ~ บนโลกใบนี้ ~

Postby loli_bible on Tue Apr 22, 2008 12:51 am

มาเจิมตามเดิม เฮ่ นิยายเรื่องนี้ต่อต้านความรุนแรงไหมเนี้ย?
loli_bible
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 40
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:47 am

Postby กล้วยจัง on Tue Apr 22, 2008 9:01 pm

นืยายเพราะมากมายครับพ้ม
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby LunaRWhiteclifT on Tue Apr 22, 2008 11:51 pm

รออ่านตอนต่อไป...
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby RaCcoon_Man on Thu Apr 24, 2008 2:55 pm

เดินเข้ามาทวงนิยาย ~ เอามา !! เอามา !!
Image

. . . " ~ เพื่อนพ้อง ~ " . . .
User avatar
RaCcoon_Man
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 111
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:31 pm
Location: ~ บนโลกใบนี้ ~

Postby crover on Sat Apr 26, 2008 3:01 am

ตอนที่ 17 – ลูกค้าไม่ได้รับเชิญ


ที่แคดเคสฟอล์สกำลังมีเทศกาลกันอย่างคึ้กครื้น ฝนที่เริ่มเทลงกลายเป็นภาพที่หาดูได้ยากบนโลกในช่วงเวลาแบบนี้ ผู้คนต่างร้องรำทำเพลงเลี้ยงฉลองกันอย่างมีความสุข ที่นิวยอร์กกำลังมีเกิดเหตุการณ์วิกฤติภัยธรรมชาติที่ไม่คาดคิดหรือเป็นเพราะบงการของใครบางคน ....ที่ซีแอตเติ้ลกำลังมีความสัมพันธ์ใหม่ๆเกิดขึ้น มิตรภาพและความรักที่กำลังเริ่มผลิบาน....และสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในห้องไอซียู...

ฉันกำลังถูกทิ้งให้ตายอย่างน่าสังเวชตัวคนเดียว...

“หมอจะทำแบบนี้จริงๆงั้นเหรอ?”

“ฉันไม่ใช่คนตัดสินใจนะ ผู้อำนวยการบอกว่างบของโรงพยาบาลตอนนี้หมดไปกับการรักษาทหารไปหมดแล้ว”

“ทางกองทัพคงปิดข่าวนี้ให้วุ่น.....แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นนะ! ปิดเครื่องช่วยชีวิตทั้งๆที่ยังไม่ฟื้นแบบนี้มันฆาตกรรมกันทางอ้อมชัดๆ!”

“ถ้าเตียงว่างไปอีก หน่อยก็ช่วยให้เงินเดือนเรากระเตื้องขึ้นบ้างก็ไม่เลว.....อีกอย่าง คนไข้ไม่รู้สึกตัวอยู่แล้วนี่?”

‘ฉันได้ยินนะยะ!!!’เทียร่าได้แต่กรีดร้องในใจแต่ทั้งปากทั้งแขนขาต่างไม่ยอมทำงานซะที ไอ้เจ้าบ้าอัลไทน์แท้ๆฉันเลยต้องมานอนเป็นอัมภาตแบบนี้อีก!

“สรุปว่าหมอตัดสินใจแล้วสินะ?”เสียงคุยเงียบไปชั่วครู่ซึ่งนานนานชาติสำหรับเทียร่า แต่ก็ยังไม่เสียงใครพูดอะไร

แกร๊ก....

“เอาละเริ่มลงมือเลยดีกว่า...”ประตูเปิดออกพร้อมกับชายในชุดกาวสองคน ดูท่าหมอจะตัดสินใจชะตากรรมของเทียร่าได้แล้ว

งานนี้เธอได้ตายอย่างเดียว....

ปึก!

“อ้าว หมอเป็นอะไรไปนะ?”ผู้ช่วยพูดขึ้นเมื่อห็นว่าอยู่ดีๆที่หมอเดินเข้าไปที่เตียงเกิดหยุดฉะงักกะทันหัน

“.....ไม่รู้เหมือนกัน”หมอพูดอย่างตกใจ เขาลองเดินเข้าไปที่เตียงอีกครั้งแต่กลับโดนอะไรบางอย่างกั้นไว้อยู่

“อะไรของหมอเนี่ย ไม่ใช่เวลา อุ๊บ!.....”

“นี่มัน.......เหมือนกับบาเรียหรือม่านพลังจิตเลย....”หมอพูดพร้อมกับลูบมือไปตามม่านโปร่งใส่นั้นอย่างทึ่งๆ

“พวกแกได้ทึ่งแน่ถ้าฉันสับแกเป็นหมูบะช่อ”อัลไทน์พูดกระซิบที่ด้านหลังชักดาบคาตานะออกมาอย่างเหี้ยมเกรียมก่อนจะใช้สันดาบฟาดท้ายทอยทั้งคู่สลบในชั่วพริบตาโดยที่ยังไม่ทันร้องซักเอะ เขาใส่ชุดเสื้อหนังสีดำและกางเกงยีนส์สีเทา อัลไทน์เลือกซื้อเองกับมือเพราะถ้าเทียร่าเป็นคนเลือกเขาอาจจะได้ใส่เสื้อยืดลายเฉยๆกับกางเกงสามส่วน!

‘มาซัที! ขอร้องล่ะทำให้ฉันกลับมาเป็นแบบเดิมซะทีเถอะ!’เธอได้เเต่ตะโกนในใจ

“โทษทีนะที่ต้องทิ้งไว้แบบนี้.....แต่เพื่อความปลอดภัย”อัลไทน์พูดพร้อมกับเดินเข้าไปที่เตียงโดยไม่โดนม่านโปร่งใสกันไว้ เขาผลิกร่างของเทียร่าที่จ้องมองเขาอย่างเคียดแค้นก่อนจะเปิดเสื้อด้านหลังก่อนจะดึงเอาเข็มบางอย่างออกมาจากไขสันหลัง

“โอ๊ย!......ให้ตายสิ!”เทียร่าร้องออกมาพร้อมกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เพื่อให้โล่งคอ มันทรมาณสุดๆไปเลยเวลาควบคุมร่างกายไม่ได้เลย แค่จะกลืนน้ำลายยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ

“หยุดโวยวายแล้วแต่งตัวซะเราไม่มีเวลาแล้ว”อัลไทน์โยนกระเป๋าเสื้อผ้าไว้บนเตียงก่อนจะเดินไปเปิดดูที่หน้าต่างเหมือนกำลังรอคอยใครบางคนอยู่

“ตะ แต่ร่างกายฉันยัง....”เทียร่าพูด เธอพยายามยกขาขึ้นเพียงเพื่อจะใส่กางเกงแต่ขาของเธอก็ไม่มีแรงขึ้นมาเลย

“เลิกงอแงแล้วแต่ง........”เขารู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างขึ้นมาจุกคือเมื่อเห็นแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าของเทียร่า ถึงแม้ว่าห้องนี้จะมืด แต่แสงไฟจากด้านนอกก็ทำให้เขาได้เห็นของที่ไม่ควรจะเห็นซักเท่าไหร่

“....แต่งตัวให้เสร็จเถอะ....”อัลไทน์ต่อประโยคก่อนจะเพ่งมองไปนอนหน้าต่าง

“.......นี่.......ช่วยฉันหน่อย”

“เรื่องอะไรล่ะ?!”อัลไทน์ตอบเสียงกลบเกลื่อน

“ฉันใส่กางเกงไม่ได้นะ!”เทียร่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ เธอขยับขาไม่ได้เลยแค่ความรู้สึกก็ไม่มี เป็นธรรมดาอยู่แล้วที่เธอต้องหวาดกลัว แถมไอ้คนที่ต้องทำให้เธอมานอนเป็นอัมภาตแบบนี้ก็อัลไทน์เองนี่สิ....

“ผู้หญิงเรื่องมาก”อัลไทน์กระซิบเบาๆ แต่ก็โทษตัวเองไปด้วย แต่เพื่อความปลอดภัยของเทียร่าเขาต้องทำทุกวิถีทางถึงแม้ว่าจะต้องตัดขาเธอทิ้ง.....หมายถึงต้องตัดขาตัวเองทิ้งเขาก็ทำได้ เขาดึงเอากางเกงนอนขายาวออกมาก่อนจะคุกเข้าลงตรงหน้าเธอ เขาค่อยๆใช้มือยกช่วงต้นขาเธอขึ้นพร้อมกับดึงกางเกงขึ้นให้เธอ...นั่นเป็นจังหวะที่เขาแทบจะสำลัก

“เธอ.....ไม่รู้สึกอะไรเลยใช่ไหม?”

“....ไม่เลย.....”นั่นไม่รู้ว่าจะจัดเป็นข่าวดีหรือร้ายดีเพราะว่าเทียร่าไม่ได้ใส่กางเกงใน......โชคร้ายหน่อยที่มันมืดเลยมองอะไรไม่ค่อยชัด แต่ก็โชคดีตรงที่ว่าเธอไม่เห็นอะไรเท่าไหร่นัก แล้วก็ไม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้ใส่กางเกงใน แต่ถ้าเธอเกิดขยับขาได้ขึ้นมาละก็อัลไทน์คงโดนท่ากระโดดถีบยอดหน้าไปแล้ว…

“เอาล่ะเรียบร้อย เรารีบไปจากเมืองนี้โดยด่วนเลยดีกว่า”เมื่ออัลไทน์พูดจบเขาก็อุ้มร่างของเทียร่าไว้ในอ้อมแขนทันทีจนเธอร้องลั่น

“ขอเถอะ เงียบไปเลยน่า!”เขาแยกเขี้ยวเตือนเธอ ตอนนี้ทุกๆอย่างรอบตัวนั้นไม่น่าไว้ใจทั้งนั้น

“นายนี่มันบ้าที่สุดเลย!ทั้งทำฉันเป็นอัมภาต ทิ้งให้ฉันเน่าอยู่ในห้องบ้าๆนี่แล้วก็ยังมาแกล้งฉันอีก!”เทียร่าโวยวายพร้อมกับทุบอกอัลไทน์เป็นชุดแต่เขาก็รีบอุ้มเธอออกจากห้องอย่างรวดเร็ว โชคดีที่นี่ดึกมากแล้วจึงไม่มีพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่เลย เขารีบตรงไปที่ลิฟท์พร้อมกับกระหน่ำกระแทกปุ่มอย่างบ้าคลั่ง ไปลิฟท์ค่อยๆกระพริบขึ้นมาเรื่อยๆจนเกือบถึงชั้นที่เขาอยู่ เขารู้สึกถึงมันได้แล้ว ความกดดันที่เหมือนกับจะลากทุกอย่างไปกับมัน....

มันกำลังมา....

ติ้ง!

“ราเชล....ข้าวกล่องเสร็จแล้วแนะ”มันดาล่าลากเสียงเรียกราเชล หรืออีกอย่างนึงคือเจ้านายของมันดาลา ซึ่งวุ่นวายเล็กน้อยในการหาอาหารมาต้อนรับเพื่อนใหม่ จิงซ์และไนร่าซึ่งควรเรียกว่ามาโดยไม่เต็มใจทั้งคู่ จิงซืมาเพราะทนกลิ่นควันของมันดาล่าไม่ไหว ส่วนไนร่าเองก็โดนมันดาล่าเซ้าซี้ให้มา แต่เธอก็ไม่เคยขัดข้องใครอยู่แล้ว

“ขอโทษนะแต่ว่าไม่จำเป็นต้องทำอะไรให้กินก็ได้”จิงซ์พูดอย่างเกรงใจพลางเหลือบมองรอบๆตัวซึ่งแออัดไปด้วยเสื้อผ้าหลากสีสันต่างๆ นี่เป็นร้านตัดเสื้อที่ดูแปลกหูแปลกตามาก เพราะปรกติจะมีเสื้อผ้าตัวอย่างแค่ไม่กี่ชุดอยู่ที่หน้าร้าน แต่ร้านนี้กลับมีแต่เสื้อผ้าที่อัดแน่นเรียงไว้อย่างไม่เป็นระเบียบไปทั่ว จะว่าเป็นร้านเช่าชุดก็ไม่ใช่ ร้านตัดเสื้อก็ไม่เชิง เพราะเจ้าของร้านดูจะชอบที่จะตัดเสื้อตามใจตัวเองมากเกินไปหน่อยเลยทำให้เห็นเสื้อบางตัวที่เย็บอย่างลวกๆไม่ก็ผิดสัดส่วนอย่างมาก

“อย่าห่วงๆ...แล้วก็นะคู่นายก็ดูเหมือนจะหิวหน้าแล้วนี่ ตัวซีดเซียวเชียวน่ะ”มันดาล่าสูดเอาควันเข้าไปอึกใหญ่อย่างสบายๆ จิงซืละอยากจะบอกว่าไนร่าก็เป็นแบบนี้แต่แรกแล้วแต่เขาไม่อยากเถียงกับมันดาล่ามากนักไม่งั้นควันของเธอคงทำให้เขาสำลักควันตาย

“ขะขะขอโทษค่ะ....”เสียงสั่นๆแทรกมาข้างๆหัวของจิงซ์พร้อมกับถาดใส่ข้าวกล่องควันฉุยวางไว้บนโต๊ะเล็กๆตรงหน้า จิงซ์หันไปดู....เธอเป็นผู้หญิงที่ซีดเซียวยิ่งกว่าไนร่าซะอีกแถมยังดูผอมแห้งเหมือนเป็นคนขี้โรค แต่จากลักษณะการทาลิปสติกให้เข้ากับดวงตาซีม่วงเข้มนั้นก็ทำให้เธอดูมีสไตล์ของตัวเองอยู่บ้าง แต่ดวงตาของเธอดูเหม่อไม่ก็ดูเลิกลักแบบแปลกๆ

“ขอบคุณนะครับ”จิงซ์ขอบคุณตามมารยาทพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย แต่เขาก็เกือบเก็บอาการไม่อยู่เหมือนกันเมื่อเธอหันมาตอบรับเขา

“มะไม่.....ไม่เป็นไรค่ะ...”เธอชะงักเล็กน้อยเมื่อสบตากับจิงซ์....อันที่จริงแค่ตาซ้ายข้างเดียวเพราะตาขวาของเธอนั้นโบ๋หายไปอย่างน่ากลัวยิ่งผิวซีดเซียวและเรือนผมสีดำก็ยิ่งทำให้เธอเหมือนกับศพที่ถูกดองมาแล้วเป็นปีๆแต่ถึงอย่างนั้นการแต่งตัวแนวคิกขุของเธอก็ช่วยกลบลักษณะบนใบหน้าของเธอได้บ้าง

“ไม่ต้องห่วง จิงซ์ไม่ได้กลัวคุณหรอก”ไนร่าพูดเรียบๆ จิงซ์รู้ทันทีว่าเธอกำลังอ่านใจราเชลอยู่ เธอฝืนยิ้มเล็กน้อยแต่แววตาของเธอกลับดูหดหู่ลงไปอีก เธอหันหลังกลับเข้าครัวไปเงียบๆทิ้งไว้แต่ข้าวกล่องสามกล่องตรงหน้า

“พอเห็นแล้วใช่ไหวว่าเธอมีปัญหาอะไร?”มันดาล่าหันไปถามจิงซ์

“เอ่อ.....ปัญหาการมอง?”

“ใช่ที่ไหนละ! นายอ่านใจได้ไม่ใช่เหรอไง!?อ่านใจเธอซะสิ!”มันดาล่าพูดอย่างฉุนๆจนควันออกหู.....ซึ่งก็ออกมาจริงๆอย่างที่บอก จิงซ์หันไปทิศที่ราเชลเดินไปพร้อมกับเพ่งความคิดไปที่เธอ

‘ให้ตายสิเธอไปรู้จักกับหมอนี่ได้ยังไง!?’มันดาล่าคิดในใจโดยที่จงใจเพ่งความคิดนี้ไปที่ไนร่า

“งั้นเองเหรอ........แล้วจะให้เราช่วยอะไรล่ะ?”จิงซ์พูดพร้อมกับใช้มือกุมขมับ เขาดันไปอ่านเจอเรื่องไม่ค่อยเข้าท่าเข้าซะแล้วสิ

“ง่ายๆ ให้ไนร่าเข้าไปแก้ไขจิตของเธอซะ ให้เธอกลายเป็นคนปรกติ.....ทำไงก็ได้!ฉันจนปัญญาแล้ว!”มันดาล่าพูดพร้อมกับจุดไปป์ที่หมดไปขึ้นมาใหม่

“เธอเป็นคู่ของราเชลไม่ใช่เหรอไง?ทำไมไม่จัดการเอาเองล่ะ!”

“นายไม่ใช่ประเภทที่จะปฏิเสธใครนี่.....ถือว่าช่วยคนประเภทเดียวกันน่า”มันดาล่ายิ้มพร้อมกับพ่นควันออกจมูก ดูจากการแสดงออกแล้ว เธอไม่ได้พยายามจะช่วยราเชลเลยซักกะนิดเดียวแต่มันดาล่าก็พูดถูก.....ปัญหาทางจิตใจของราเชลมันลึกมากจนเขาไม่คิดว่าจะรักษากันได้ด้วยวิธีปรกติ.....แต่ถ้าเป็นไนร่า......

“ฉันยินดีอยู่แล้วล่ะจิงซ์..”ไนร่าพูดเสียงเรียบๆ จิงซ์พยักหน้ารับอย่างโล่งใจ

“เอาละงั้นเราก็มา....”

ปึ้งๆๆๆๆๆ!!!

เสียงทุบประตูดังมาจากประตูหน้าร้านอย่างเร่งรีบเรียกเอาความสนใจของพวกเขาไปหมด

“ฉะฉันเปิดเอง..”ราเชลโผล่พรวดมาจากความมืดของร้านเล่นเอาจิงซ์สะดุ้งโหยง เธอเดินตัวปลิวไปที่ประตูหน้าร้าน

“ราเชล!อย่าเปิดนะนั่นอาจเป็นโจร!”จิงซ์ตะโกนเตือน ราเชลหยุดชะงักทันทีพร้อมกับกันหันไปมองจิงซ์ด้วยสายตาประมาณว่า’จะทำไงกันดี?’

ปังๆๆๆๆๆๆๆ!!!

เสียงทุบประตูรุนแรงยิ่งกว่าตอนแรกอีกจนราเชลเริ่มตัวสั่นเพราะความกลัว

“มาฉันจัดการเอง.......”จิงซ์รีบเดินไปที่ประตูร้านก่อนจะดึงตัวราเชลออกมาให้พ้นประตูก่อนจะก้าวอย่างระมัดระวังไปที่ประตู

“เปิดเดียวนี้นะ!ขอร้องละเปิดให้พวกเราหน่อย!!”เสียงผู้หญิงดังขึ้นมาฝังดูเป็นเสียงที่เร่งรีบและกำลังหวั่นวิตก...แต่ทำไมเสียงนั้นมันคุ้นหูแปลกๆ....เขาเปิดประตูแง้มออกไปเพื่อจะดูว่าเป็นใคร แต่ยังไม่ทันที่จะได้เห็นอะไร อะไรบางอย่างก็กระแทกประตูอย่างแรงจนประตูเปิดอ้า พร้อมกับร่างของชายคนหนึ่งที่ล้มลงฟาดพื้นต่อหน้าจิงซ์

“อัลไทน์!ทำใจดีๆไว้นะ!ใครก็ได้ช่วยพวก.......เรา.......คุณ?”

“เธอ?!”

“เขา........?”

“เกิดอะไรขึ้นละเนี่ย.....”มันดาล่าพูดอย่างเนื่อยๆ


ลูกค้าที่มาใหม่วันนี้ไม่ค่อยจะธรรมดาซักเท่าไหร่เลย.....
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby ronphon on Sat Apr 26, 2008 12:00 pm

นั่งไล่อ่านมาตั้งแต่ตอนแรก

อะไรกำลังจะเกิดขึ้นเนี่ย
User avatar
ronphon
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 15
Joined: Sat Apr 19, 2008 12:23 pm

Postby LunaRWhiteclifT on Sat Apr 26, 2008 3:58 pm

อะไรมันไล่ล่าฉันอยู่นะ...
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby ronphon on Sun Apr 27, 2008 5:22 pm

ทั่น crover กระผมยัดใบสมัครใส่ PM ส่งไปหาทั่นแล้ว
comment กลับมาทาง PM ด้วยครับ

ปล.มาโพสบอกไว้ตรงนี้ไม่ผิดกฏข้อใดใช่มั้ยครับ
User avatar
ronphon
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 15
Joined: Sat Apr 19, 2008 12:23 pm

Postby RaCcoon_Man on Tue Apr 29, 2008 2:54 pm

. /me วิ่งมาขุด ~

ฉึก !! ฉึก !! ฉึก !!
Image

. . . " ~ เพื่อนพ้อง ~ " . . .
User avatar
RaCcoon_Man
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 111
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:31 pm
Location: ~ บนโลกใบนี้ ~

Postby loli_bible on Wed Apr 30, 2008 5:33 pm

ขอจอบด้วย พึ่งอ่านจบ lol~ ขุดด้วย
loli_bible
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 40
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:47 am

Postby Kuroneko_Iyo on Thu May 01, 2008 1:23 am

อิโยะ- "ไม่ได้แวะมาเจิมนาน... เอ้า.. เจิมซักกะหน่อย"
User avatar
Kuroneko_Iyo
แมวในลังส้ม
แมวในลังส้ม
 
Posts: 81
Joined: Tue Feb 19, 2008 11:34 am
Location: ลังส้ม

Postby LunaRWhiteclifT on Thu May 01, 2008 1:24 am

เวลาผ่านพ้นสามวันมาแล้ว.... นิยายล่ะ!
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby ronphon on Fri May 02, 2008 1:05 pm

ทั่นโครเวอร์ หายไปหนายคร้าบ
เอาตอนใหม่มาลงหน่อย

(ขุดบ่อยๆจะโดนข้อหาปั้มมั้ยเนี่ย)
<a><img src="http://www.uppic.or.hn/uppic/pics/cb61ed425103514ed17183c2494773bc.jpg" alt="Image hosting by Uppic"></a>
User avatar
ronphon
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 15
Joined: Sat Apr 19, 2008 12:23 pm

Postby Requin_Jinx on Sat May 03, 2008 2:13 pm

ตอบ รณพล

Warning...Nuclear Silo activated!!

Prepare to launch!!!
[align=left]Image[/align]
If we seem to be immortal, it's only because you guys are too WEAK!!!

~สอยสาวเผ่าGria สอยสาวเผ่าViera...เกมFFTA2 ช่างเยี่ยมจริงๆ~
User avatar
Requin_Jinx
F.F. Zandalphon
F.F. Zandalphon
 
Posts: 86
Joined: Sun Feb 10, 2008 7:41 pm
Location: Blue Carnation Club

Postby crover on Mon May 05, 2008 1:02 am

ตอนที่ 18 – เบื้องหลัง

“พวกนายได้เจอกันเพราะอะไรเหรอ?”โครเวอร์ถามหลังจากทานอาหารค่ำและฟังเสียงสายฝนที่กระหน่ำลงมาตลอดช่วงเย็น นับเป็นเสียงที่ทำให้หวนถึงวันวานเก่าๆในวันผนพรำเมื่อวัยเด็ก...ฟังแล้วก็อดเสียดาย เขาละอยากออกไปแช่น้ำฝนให้มันเต็มที่ไปเลย แต่ด้วยความเย็นระดับนี้บวกกับน้ำ เขาอาจแข็งตายได้ฉะนั้นจึงขอละเรื่องนี้ไมว้ก่อนแล้วมีความสุขกับอาหารค่ำ

“ฉันกับรินหรือฉันกับอิโยะ...”เร็นเงยหน้าขึ้นมาใช้ผ้าเช็ดปาก อาหารวันนี้ถูกปากเขามากกว่าทุกๆวันด้วยฝีมือของอิโยะและวินเดียซึ่งเข้าคู่กันได้อย่างดี

“....ขออิโยะก่อนก็แล้วกัน”เขายักไหล ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าฝนจะหยุดตก แล้วเขาก็กะว่าถ้าสามทุ่มแล้วยังไม่หยุดตกเขาจะนอนค้างซักคืนก่อนที่พรุ่งนี้จะเดินทางไปที่ซีแอ็ตเติ้ล แต่ความจริงตอนนี้เขาก็ออกจะเห็นเรื่องการไปดูเทียร่าเป็นเรื่องรองไปแล้ว....ไม่ใช่ว่าเขาไม่เป็นห่วง แต่งานของเขาคือตามหาผู้คนที่ได้รับสิ่งพิเศษเช่นคนพวกนี้ และในตอนนี้เขาก็ได้เจอถึงสองคนด้วยกัน....แต่อย่างเดียวที่เขายังสงสัย คือพวกเขาไม่ได้อยู่ที่โดมนั่น

“คือเรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่เราเป็นวัยรุ่นนะตอนนั้นเรา....อุ๊บ!”

“ช่วยข้ามไปเล่าถึงรินดีกว่านะจ๊ะ....”อิโยะล็อคคอเร็นอย่างแรงจนลูกกระเดือกแทบทะลุคอหอย ดูท่าอิโยะจะเขินเกินกว่าที่จะนั่งฟังเรื่องเก่าๆเพราะหน้าเธอแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด

“อะแฮ่ม....เอ่อ....เมื่อสองปีที่แล้วเราไปเดินป่ากันในวันครบรอบแต่ง....เอ่อ ไปเที่ยวเฉยๆนะ”เร็นฉะงักไปนิดเมื่อเห็นว่าอิโยะเงื้องแขนขึ้นอย่างข่มขวัญ

“นายคงรู้จักเรื่องเกี่ยวกับสตาร์วอร์สโปรเจ็คของสหรัฐสินะฐานทัพที่ว่านั่นอยู่ในหุบเขาใกล้แคดเคสฟอล์สนี่แหละ แต่ตอนนั้นเราก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าฐานทัพนั่นอยู่ตรงไหน....”

“หรือว่าพวกนายได้เจอฐานทัพนั่น?”โครเวอร์ถามอย่างตื่นเต้นส่วนในมือก็หยิบเอาPDAขึ้นมาจด

“จะว่าไงดี.......เรากางเต้นท์กันแถวๆตีนเขาก่อนที่จะ.....เอาเป็นว่าหลังจากเราหลับไปมันก็เกิดเรื่อง...”

“.....เรื่องแบบไหน?”เขาถามพร้อมกับเบนสายตาไปที่อิโยะที่ยืนค้ำหัวเร็น คอยจับผิดประโยคที่ไม่โผล่ออกมา

“เราไม่เคยเจอฐานทัพนั่น...ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยู่ที่ไหน ในคืนนั้นที่เรากำลังจะหลับอยู่นั่นแหละ…เรื่องมันมีอยู่ว่า”

“มีตากับยายคู่หนึ่ง......ขอโทษค่า!”วินเดียแอบแซวนิดแต่ก็รีบขอโทษขอโพยทันทีเมื่อเห็นอิโยะกำลังหักนิ้วตัวเองดังกร็อบ
มันเป็นเรื่องเมื่อ 2 ปีก่อน...

มันเป็นคืนที่สวยงาม....เป็นคืนที่ท้องฟ้าไร้เมฆ ดวงจันทร์ที่ไม่ทอแสง....เป็นคืนที่แปลกประหลาดยิ่งท่ามกล่างหมู่ดาว....นี่อาจเป็นครั้งแรกที่พวกเขาทั้งสองได้มองเห็นทั้งดวงจันทร์เต็มดวงอยู่กลางฟ้าล้อมรอบด้วยหมู่ดาวนับพัน สองคู่หนุ่มสาวที่นั่งเคียงข้างกันอยู่ ณ เชิงผาหิน จ้องมองท้องฟ้าไร้เมฆที่แสนเงียบสงัด มันน่าจะเป็นคืนที่สมบูรณ์แบบและน่าจดจำ.....แต่แล้วกลับกลายเป็นคืนที่พิสดารพันลึกที่สุดในชีวิตของพวกเขาไปแทน

ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาวพลันหายกลายเป็นความมืดไร้ที่สิ้นสุด แม้กระทั่งดวงจันทร์ก็หายไปจากท้องฟ้า ผืนป่าเบื้องล่างกลายเป็นเพียงเงามืด มีเพียงแสงจากกองไฟด้านหลังที่ยังทำให้พวกเขาได้เห็นพื้นหินและแต่ละผ่านได้อย่างเลือนราง และในความมืดนั้นเองที่บางสิ่งกำลังเกิดขึ้น

ตามช่องของผาหินนั้นเริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนลอดออกมาอย่างอ่อนๆก่อนจะเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆจนสามารถเห็นทั้งภูเขาได้ตามแสงที่ลอดออกมาตามรอยแยกเหมือนกับว่าภูเขาทั้งลูกกำลังจะระเบิด
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังตื่นตระหนกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ร่างของทั้งคู่ก็เริ่มลอยขึ้นอย่างช้าๆ....

“หลังจากนั้นก็มีคนพบเรานอนสลบอยู่ตรงนั้นแหละ.....แต่ตอนนั้นที่เล่นเอาเราขวัญผวาก็คือ คนในเมืองได้รับแจ้งจากผี...หรือก็คือรินกับอลูวิสนั่นแหละ.....กลายเป็นข่าวในเมืองนี้อยู่พักนึงเลยแหละ ผีไปแจ้งตำรวจให้ตามหาคนหาย
แต่หลังจากที่เรากลับมาผู้คนในเมืองก็เริ่มชินตาซะแล้วที่ได้เห็นรินหรืออลูวิสลอยเพ่นพ่านในเมือง...”เร็นพูดติดตลกพร้อมกับยิ้มให้ริน

“แฮะๆๆๆ ตอนนั้นพวกเรายังตื่นเต้นกับอะไรในเมืองก็เลยโผล่ไปบ้านนู้นบ้านนี้มั่งนะคะ”รินลูบหัวตัวเองอย่างเขินๆ

“มันไม่ตลกก็วันต่อมาที่คนทั้งเมืองเชิญสาธุคุณมาไล่ผีนี่แหละยะ!กว่าจะเคลียร์เรื่องได้นี่แทบแย่แนะ”อิโยะพูดอย่างฉุนๆ

“แต่เราก็แก้ตัวกับชาวเมืองได้อย่างสันติน่า...”อลูวิสวางมือลงบนบ่าอิโยะอย่างเอ็นดู

“ผีคุยกับพระ.......ฉันเองยังไม่อยากเชื่อเลย”เร็นยกมือทั้งสองข้างขึ้นทำสีหน้าแปลกใจ....สำหรับโครเวอร์แล้วเรื่องนี้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจจนเขาแทบจะวางปากกาไม่ลง..........แต่น่าเสียดาย...

เขาพลาดสกู๊ปเด็ดที่นิวยอร์กไป…


“นายเคยอยู่กับทัพรัสเซียตอนช่วงสงครามงั้นเหรอ?”จางพูดอย่างไม่เชื่อหูเมื่อไรส์เล่าเรื่องของตนเองให้ฟัง

“เรื่องมันยาว....แต่ฉันมีข้อมูลหลายอย่างที่นายต้องอยากฟังแน่”ไรส์ยื่นรูปภาพเก่าๆที่มีรอยไหม้ให้กับจาง เป็นรูปของไรส์ในชุดทหารและสหายรบที่อยู่รอบกายหกถึงเจ็ดคน แต่ที่ออกจะแปลกๆในภาพนั้นคือ แร็คคูรตัวนึงที่อยู่ในอ้อมแขนของไรส์

“ตอนนั้นฉันน่าเอ็นดูใช่ม๊า~!”ไทม์พูดเสียงแจ๋นขึ้นมาจนจางแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่

“ฉันเก็บไทม์ได้ตอนต้นสงครามแล้วมันก็กลายเป็นสัตว์นำโชคในหน่วยของเราไปเลย...แต่นั่นก็เป็นเรื่องก่อนหน้าที่เราจะถูกหน่วยสเปซนาซไล่ฆ่าจนเหลือแต่ฉันกับไทม์เนี่ยแหละ”

“อ้าว ไหนนายบอกว่าอยู่กองทัพรัสเซียไง?”

“ฉันอยู่ทัพรัสเซีย....แต่ไม่ได้เป็นคนรัสเซีย.....แล้วก็ไม่ได้อยู่ข้างรัสเซียด้วย.....ฉันเป็นไส้ศึกให้นาโต้แล้วก็แอบป้อนขอมูลให้พวกกบฏด้วย แล้วมันไปบังเอิญที่ว่าวันนั้นในร้านของนาย.....คนที่ฉันต้องสงมอบข้อมูลเรื่องฟรอนเทียร์โปรเจ็คดันไปรอรับเอกสารอยู่ที่ร้านนายเนี่ยสิ”ไรส์ยกเบียร์ดื่มหมดรวดเดียวก่อนจะใช้แขนเสื้อปาดออกอย่างลวกๆ

“มิน่าละ......แต่ฉันจำไม่ได้ว่านายเข้าร้านฉันนะ...”

“มันไม่สนุกก็ตรงที่ว่าดันมีคำสั่งให้ฉันไปถล่มที่นั่นพอดีนะสิ....ดูท่าไอ้นายพลตัวดีมันจะรู้ทางฉันก็เลยส่งฉันไปถล่มร้านนั้นพร้อมกับพวกสเปซนาซ.....มันยิงฉันเข้ากลางหลังก่อนจะยิงไทม์ทิ้งแล้วก็ทิ้งฉันกับศพของไทม์ไว้ในโดมนั่น...”

“เจ็บน่าดูเลย.....ส่วนฉันไม่ทันเจ็บก็เดี่ยงซะแล้ว...”ไทม์พูดอย่างเศร้าๆ แต่จางไม่ค่อยอยากจะเศร้าไปกับมันด้วย

“แล้วนาโต้ไม่คิดจะช่วยนายงั้นเหรอ?”

“มันก็ไปซับซ้อนตรงนี้นิดหน่อยนะ....กบฏที่ฉันต้องส่งข้อมูลให้ดันเป็นฝ่ายจีนแดงซึ่งมีแผนการจะหักหลังทัพรัสเซีย ฉันคิดว่าส่งข้อมูลไปก็น่าจะเป็นผลเสียให้กับรัสเซีย แต่มันซวยก็ตรงที่ตอนนั้นพวกจีนกำลังเปิดศึกกับพวกญี่ปุ่นที่จับมือกับอเมริกันและนาโต้นี่สิ.....ซวยโคตรๆ นาโต้ตัดหางปล่อยวัดพวกฉันก็ตอนนั้นแหละ”

“การสงครามนี่ก็ยุ่งยากพอๆกับการเมืองเหมือนกันนะ....”จางพูดพร้อมกัยส่งเบียร์เพิ่มให้อีกขวด ตอนนี้ทั้งร้านมีคนเหลือไม่กี่คนแล้วจางเลยไม่ต้องวิ่งวุ่นเสริฟเบียร์หรืออะไรมากนัก

“แต่โชคดีที่ในตอนนั้นฉันยังไม่ได้ส่งเอกสาร.....และพวกรัสเซียก็ไม่ได้ยึดเอกสารฉันไป.....และนี่.....คือเอกสารที่ว่านั่น...”ไรส์ดึกเอาซองเอกสารปึกหนาออกมาจากเสื้อพร้อมกับวางลงบนบาร์

“..........จะให้ฉันอ่านเรอะ?...”

“มันภาษารัสเซีย....อ่านไม่ออกหรอก...แต่ฉันจะเล่ารายละเอียดดีๆให้ฟังเอาไหม?”ไรส์ยิ้มอย่างกวนๆก่อนจะซดเบียร์ขวดใหม่อย่างสบายอารมณ์

“นายคงได้รู้เรื่องคร่าวๆของสิ่งที่อยู่โดมนั่นจากพวกรัฐบาลแล้วสินะ...”

“นายรู้ได้.....”

“ไม่สำคัญหรอกน่า....จะบอกอะไรให้ สิ่งนั้นไม่ใช่ของที่มาจากนอกโลก และสิ่งนั้นก็ไม่ได้มีแค่ที่โดมนั่นที่เดียวหรอก…”ไรส์ขัดจังหวะพร้อมกับซดเหล้าต่ออีกหน่อย

“มันมีสิ่งนั้นอยู่อีกไม่ต่ำกว่า 5 แห่ง แต่ที่ฉันสืบมาอย่างแน่นอนแล้วก็มีไซบีเรีย แถวๆสะดือทะเลในน่านน้ำของญี่ปุ่น อีสตันบลู และ.......สตาร์วอร์สโปรเจ็ค....ฉันว่านายคงสนใจกับชื่อสุดท้ายไม่น้อยเลยนะ”

“มันก็ไม่มาก.....ตอนแรกฉันคิดว่าที่เอเรีย51ซะอีก...”จางพยักหน้าอย่างสนใจ

“สิ่งนี้เป็นสิ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ของโฮโมซาเปี้ยน ก่อนหน้าอดัมและอีฟ ......นายคิดว่าใครเป็นคนสร้าง?”

“นายพูดเหมือนกับว่าพระเจ้าสร้างไอ้นั่นขึ้นมางั้นเรอะไง......”

“ก็ใช่นะสิ....”ไรส์วางขวดเบียร์ลงบนโต๊ะด้วยน้ำเสียงจริงจังจนแม้กระทั่งจางถึงกับกลืนน้ำลาย

“ลืมเรื่องที่ว่ามนุษย์วิวัฒนาการมาจากลิงได้เลย...แต่ฉันไม่ได้พูดถึงสิ่งที่มีอยู่ในไบเบิ้ล ฉันกำลังพูดถึงสิ่งมีชีวิตที่ล้ำหน้ากว่าเราและ.....เป็นผู้สร้างเราขึ้นมา....มีหลักฐานอยู่ที่แอฟริกาบางชิ้นซึ่งค้นพบว่ามีการทำเหมืองขึ้นมาในยุคก่อนประวัติศาสตร์ มีการค้นพบอุปกรณ์ขุดเจาะ น็อตเกลียวซึ่งไม่มีทางที่จะเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติก่อนหน้าที่จะมีมนุษย์คนแรก และซากของสิ่งที่ใกล้เคียงกับสฟิงซ์...”

“เอ่อ....มาถึงขั้นนี้ฉันเริ่มรู้สึกว่านายเมาแล้วนะ...”จางพูดอย่างไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่แล้ว เรื่องนี้ชักจะฟังดูบ้าสุดกู่ขึ้นมาทุกที

“โอเคฉันนอกเรื่องมากไปนิด.....แต่เอาใจความสั้นๆเลยนะ....ไอ้สิ่งนั้นเป็นผลงานการสร้างของสิ่งมีชีวิตที่ทรงปัญญาอย่างมาก และได้ไว้ตามจุดสำคัญต่างๆรอบโลก และรัสเซียก็เป็นผู้แรกที่ได้เริ่มทำให้มันใช้งานได้อีกครั้ง.....นี่เป็นการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเรียกได้ว่าต่อให้อเมริกาส่งคนทั้งประเทศขึ้นไปดวงจันทร์ก็ยังไม่สามารถชนะรัสเซียได้เลยด้วยซ้ำ!ฉันไม่ได้พูดถึงแค่การค้นพบทางโบราณคดีแต่กำลังพูดถึงการยกระดับเทคโนโลยีของโลกไปได้อีกเกือบ 500 ปี!แต่ที่น่าตกใจที่สุดก็คือ.....เมื่อสองปีก่อนที่รัสเซียได้ทำการเดินเครื่องครั้งสุดท้ายในโดมนั่น......มันเป็นตัวที่ทำให้สิ่งนั้นชิ้นอื่นๆที่อยู่รอบโลกเริ่มทำงานอีกครั้งหนึ่งรวมถึงที่ตั้งของสตาร์วอร์สโปรเจ็คด้วย......แต่คำถามคือ.......สิ่งนั้นมีไว้ใช้ทำอะไร?”ไรส์จบเรื่องด้วยประโยคคำถามก่อนจะกระดกเบียร์อย่างกระหาย

“..........เป็นคบเพลิงโอลิมปิคปีหน้าละมั้ง........”จางพูดเย้ยหยัน ถึงเรื่องมันจะฟังดูน่าตื่นเต้นแต่มันก็ยังฟังดูเพ้อฝันเกินไปหน่อย

“ช่างเหอ จะยังไงฉันก็สนุกดีเหมือนกันที่ได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง มันคับอกจนแทบจะบ้าตายออยู่แล้ว”

“บาร์เทนเดอร์ที่ดีต้องฟังเรื่องของลูกค้าอยู่แล้ว......แต่มันก็สนุกจริงๆนั่นแหละ....”จางพยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าอกเข้าใจ

“ขอทานะคะร้านจะปิดแล้วล่ะ”คาซึมิพูดพร้อมกับเก็บขวดเบียร์ที่กองอยู่หน้าไรส์อย่างกระฉับกระเฉง ดูท่าเธอจะไม่เหนื่อยเท่าไหร่นักกับงานเสริฟ

“เดียวไปน่า.....คู่นายนี่เฉ้งกระเด๊ะดีนะ...”ไรส์หันไปมองสาวเสริฟที่เดินนวยนาดเข้าไปในครัวอย่างเคลิบเคลิ้ม แต่จางไม่เคลิ้มด้วย

“ขอละอย่ายุ่ง.....แค่ไอ้ตำรวจนั่นฉันก็เซ็งพอแล้วนะ ถ้าเหงานักนายก็ฟัดกะเพื่อนนายซะเลยสิ”

“ฉันตัวผู้นะเฟ้ย!”ไทม์พูดขึ้นพร้อมกับชี้หน้าจางอย่างไม่พอใจ แต่จางก็ไม่อยากเถียงกับเจ้านีให้พาลหงุดหงิดซะด้วย

“นี่เราต้องมาอยู่แบบนี้อีกนานเท่าไหร่เนี่ย!”แม็คคอย์ลตะโกนสู้เสียงฝนกับแอนเดอร์สัน พวกเขานั่งจุมปุ๊กอยู่ที่หน้าพิพิฐพันธ์ใกล้ๆกับเซ็นทรัลปาร์ค ฝนที่เทลงมาเหมือนฟ้ารั่วทำให้พวกเขาตัวสั่นงั่นงกอย่างควบคุมไม่ได้

“จนกว่าฝนจะหยุด!นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นเนี่ย!”แอนเดอร์สันตะโกนสู้เสียงฝนด้วยอีกคน

“มาถามผมทำไมละ!ถามพยากรณ์อากาศเซ่ ฮ่าๆๆๆ!”แม็คคอย์ลฝืนหัวเราะ ส่วนมือทั้งสองข้างนั้นกอดตัวเองไว้แน่น น้ำฝนที่เปียกชุ่มเสื้อมันเย็นไปถึงไขกระดูก

“เดียวไว้ฝนหยุดฉันจะไปเช็คที่สวนสาธารณะหน่อย! แผนดินไหวเมื่อครู่คงทำให้ที่นั่นเสียหายอยู่พอควรเลย!”

“พูดอะไรของคุณนะ!นี่มันสวนสาธารณะที่ใหญ่โคตรๆเลยนะ!”

“มีอะไรอย่างอื่นให้ทำไหมละ?!”ทันทีที่เเอนเดอร์สันพูดจบ ฝนที่เทลงมาก็เริ่มซาลงอย่างช้าๆ...

ย้อนกลับไปเมื่อชั่วโมงทีแล้ว......ที่ซีแอตเติ้ล....
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby crover on Mon May 05, 2008 1:09 am

สนทนาหลังโหลดองเเตก...

ปัญหาเต็มไปหมด เต็มจนล้น ทั้งเงินทั้งบ้านทั้งการเมือง...(เเม่ผมสมัครเป็นสว.ในเขตพัทยา....เเละดูท่าจะเเพ้)

ช่วงนี้คงดองเยอะหน่อย เเต่ก็จะพยายามเข็นมาเรื่อยๆละกัน...ขอละ อย่าเร่ง...
User avatar
crover
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 159
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:03 am
Location: กรมสรรพาวุธเคลื่อนที่

Postby ronphon on Mon May 05, 2008 10:39 am

ขอโทษคร้าบไม่เร่งครับไม่เร่ง

แค่พอเงียบไปนานๆก็เป็นห่วง(นิสัยจากประมูล)

แต่ไหงตัดฉากมาอย่างนี้ล่ะเนี่ย
ค้างคาใจอีกด้านนึงกำลังเกิดอะไรขึ้น

(เม้นตัวละครผมมาทางpmด้วยครับ)
(นี่ก็นิสัยจากประมูลตัวละครไม่โดนเม้นไม่สบายใจ)
<a><img src="http://www.uppic.or.hn/uppic/pics/cb61ed425103514ed17183c2494773bc.jpg" alt="Image hosting by Uppic"></a>
User avatar
ronphon
ร.ด. หัวเกรียน
ร.ด. หัวเกรียน
 
Posts: 15
Joined: Sat Apr 19, 2008 12:23 pm

Postby 青 お姉さん on Mon May 05, 2008 3:54 pm

ก็ไม่ได้เร่งนี่นา =w="

แบบว่าตามอ่านแบบเงียบๆอยู่แล้ว

เพราะเราให้เวลาคุณเสมอ !!

/me ล้มโต๊ะ ปล่อยลำแสง ถล่มตึก
Image

The Great Archives determine you to have gone by the identity : High Priestess of The Arctic

Known in some parts of the world as : Curse of The Lost

The Great Archives Record : A lonely one who guides the lost - but not to safety, to their doom.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby loli_bible on Mon May 05, 2008 11:03 pm

จางมีบทืซะที อุฮิ้วว นึกว่าจะไม่โผล่มาแล้วซะอีก แถมท่าทางจะสำคัญด้วย จะติดตามต่อไปเรื่อยๆนะโคร พี่ไปหละ
loli_bible
พลทหาร
พลทหาร
 
Posts: 40
Joined: Sat Feb 16, 2008 1:47 am

PreviousNext

Return to Novel

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron