Welcome
Welcome to <strong>Fiction Factory (Open Beta)</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!

๏ เคล็ดวิชาการแต่งฟิค : ทฤษฎีที่เกี่ยวกับอาวุธ ๏

สาระ! สาระ! สาระ!
เออ... มิได้ต้องการสื่อว่า forum อื่นไร้สาระแต่อย่างใด
แต่หากเป็นเรื่องที่มีสาระเข้มข้นก็มาเปิดประเด็นที่ห้องนี้กันได้เลย , พูดคุย แลกเปลี่ยน เทคนิคและความรู้เกี่ยวกับการแต่งนิยาย

Moderators: Crimsonwing, Requin_Jinx

๏ เคล็ดวิชาการแต่งฟิค : ทฤษฎีที่เกี่ยวกับอาวุธ ๏

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 7:40 pm

เคล็ดวิชาการแต่งฟิค : ทฤษฏีที่เกี่ยวกับอาวุธ


• ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องขอทำความเข้าใจไว้ตรงนี้ก่อนว่าที่จะพูดทั้งหมดในที่นี้ คือหลักพื้นฐานที่มีในความเป็นจริงโดยใช้พื้นฐาน
จากคนธรรมดา ๆ ไม่ได้มีพลังโอเวอร์สุดยอดหรอกนะ ส่วนในฟิกจะพูดกันท้ายเรื่องนั่นแหละ เอาล่ะถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มงานกันเลย


• อาวุธ คือ เครื่องมือที่ใช้ในการทำร้าย ป้องกัน หรือต่อสู้ และถ้าพูดถึงการต่อสู้แล้วก็จำเป็นต้องมีอาวุธ เพราะอาวุธคือสิ่งจำเป็น
สำหรับการต่อสู้ หลายคนที่นิยมแต่ฟิกชั่นในแนวเชิงการต่อสู้จะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าถ้ามีการต่อสู้เมื่อใด ก็ต้องมีอาวุธมาให้เรา
เห็นเมื่อนั้น โดยอาวุธที่เราพบเห็นกันก็มีหลายประเภท เช่น ดาบ หอก ทวน กระบี่ พลอง กระบอง สนับมือ ปลอกแขน ขวาน ค้อน
เคียว ลูกตุ้ม แส้ มีด ง้าว หลาว คทา อาวุธซัด กรงเล็บ โล่ และ ปืน ซึ่งวันนี้ผมจะพูดถึงอาวุธที่กล่าวไปข้างต้นนั่นแหละ


• จากพจนานุกรมราชบัณฑิตยฐาน ได้นิยามอาวุธเหล่านี้ไว้ว่า


ดาบ คือ มีดยาวปลายแหลมชนิดหนึ่ง สันแอ่นปลายงอนเล็กน้อย มักใช้เป็นอาวุธสำหรับฟันแทง


หอก คือ อาวุธสำหรับแทงชนิดหนึ่ง ทำด้วยโลหะ มีด้ามยาว


ทวน คือ อาวุธชนิดหนึ่งคล้ายหอก แต่เรียวเล็กและเบากว่า ด้ามยาวมาก


กระบี่ คือ มีดรูปดาบ มีฝัก ที่ด้ามถือมีโกร่ง ( โกร่ง = โลหะรูปโค้งที่ด้ามกระบี่หรือดาบบางชนิด สำหรับป้องกันไม่ให้อาวุธถูกมือ )


พลอง คือ เรียกไม้ใช้เป็นอาวุธยาวประมาณ ๔ ศอกว่า ไม้พลอง


กระบอง คือ ไม้สั้นสำหรับใช้ตี มีรูปกลมบ้าง เหลี่ยมบ้าง คล้ายพลอง แต่สั้นกว่า


สนับมือ คือ เครื่องสวมมือทำเป็นรูปเหมือนแหวน ๔ วงติดกันสำหรับสวมนิ้วมือเวลาชก


ปลอกแขน คือ สิ่งที่ทำเป็นวงสำหรับสวมหรือรัดป้องกันแขน


ขวาน คือ เครื่องมือสำหรับตัด ฟัน ผ่า ถากไม้ ทำด้วยเหล็กมีสันหนาใหญ่


ค้อน คือ ชื่อเครื่องมือสำหรับเคาะ ตอก ตี ทุบ


เคียว คือ เครื่องมือทำด้วยเหล็กรูปโค้ง มีคม


ลูกตุ้ม คือ ไม้หรือเหล็กยาวๆ มีลูกกลมข้างปลาย ใช้สำหรับเป็นอาวุธ


แส้ คือ อุปกรณ์ที่ปลายถักหรือฟั่นเป็นเกลียว ยาวอย่างไม้เรียว


มีด คือ เครื่องมือสำหรับฟัน ผ่า จัก เหลา


ง้าว คือ ดาบด้ามยาว


หลาว คือ ไม้ที่เสี้ยมแหลม เป็นอาวุธสำหรับแทงหรือพุ่งเข้าใส่


อาวุธซัด คือ อาวุธที่ใช้โดยต้องปล่อยไปหรือเหวี่ยงไปโดยแรง โล่ เครื่องปิดป้องศัตราวุธ


คทา คือ ไม้สำหรับถือ ใช้ตี โดยมากมีรูปกลม


กรงเล็บ คือ กลุ่มเล็บของแมวหรือนกเป็นต้นเมื่อขยุ้มเหยื่อ มีเค้าคล้ายกรง


ปืน คือ อาวุธสำหรับยิงให้ลูกออกจากลำกล้องด้วยกำลังดินระเบิดหรือแรงอัดดันด้วยลมเป็นต้น
Last edited by 青 お姉さん on Sun Feb 24, 2008 4:22 am, edited 2 times in total.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 7:50 pm


• ซึ่งอาวุธแต่ละอย่าง ก็มีรูปแบบและลักษณะการใช้งานแยกย่อยไปในประเภทของตัวมันเองอีกที โดยจะขอไล่ไปทีละหัวข้อละกัน

1. ดาบ – Sword : เป็นอาวุธที่หลายคนนิยมใช้ และพระเอกในฟิกหรือในอนิเมชั่นหลายเรื่องนิยมมาก สาเหตุก็คงเป็นเพราะ ดาบ
เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจ หรือ ผู้นำ ละมั้ง ในสมัยก่อนอัศวินอังกฤษเวลาแต่งตั้ง ต้องเอาดาบของพระราชามาแตะไหล่ เมืองจีนก็มี
กระบี่อาญาสิทธิ์ ส่วนเมืองไทยยังมีพระแสงอาญาสิทธิ์แต่ถ้าเรามองดูจากลักษณะการใช้งานแล้วมันก็เป็นอาวุธสู้ประชิดตัวที่มีวงโจม
ตีในระดับกลางและมีการพลิกแพลงรูปแบบการโจมตีได้ดี โดยการโจมตีของอาวุธประเภทดาบจะมีทั้งหมดเก้ารูปแบบ คือ ฟันผ่าลง
ฟันทวนขึ้น ฟันตัดซ้าย ฟันตัดขวา ฟันฉียงลงซ้าย ฟันเฉียงลงขาว ฟันเฉียงขึ้นซ้าย ฟันเฉียงลงขวา และ แทง ... ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพลง
ดาบชนิดไหนก็จะมีท่าโจมตีไม่พ้นเก้าแบบนี้ ความยาวของดาบที่เรียกว่าขนาดมาตราฐานจะอยู่ราว ๆ เมตรกว่า แต่ไม่น่าจะเกิน เมตร
ครึ่ง โดยปกติดาบที่มีความยาวพอเหมาะ ควรจะมีความยาวใบมีดเท่ากับแขนของผู้ถือดาบ แต่บางครั้งดาบเองก็จะมีความยาวมากกว่า
เมตรครึ่ง ดาบสามารถแบ่งประเภทออกตามลักษณะอีกประมาณเจ็ดประเภท ได้แก่ดังนี้


1.1 เกรทซอร์ด – Great Sword : อันนี้ไม่ได้แปลว่าดาบสุดยอดนะ เกรทซอร์ดหมายถึงดาบที่มีใบมีดยาวและใหญ่แถมน้ำหนัก
เยอะอีกตะหาก เป็นอาวุธที่นิยมใช้บนหลังม้า การโจมตีของดาบประเภทนี้แม้มันตัวดาบจะไม่คมมากแต่ด้วยน้ำหนักของมันเมื่อฟาด
มาก็สร้างความเสียหายได้ไม่น้อย เกรทซอร์ดเป็นดาบที่ใช้อยู่ทางแถบยุโรป ถ้าพูดให้เห็นภาพก็ยกตัวอย่างประมาณของพระเอกใน
ไฟนอลแฟนตาซีเจ็ด หรือพ่อคลาวด์นั่นแหละ หรือดาบฆ่ามังกรของอดีตนายหน้ากองพันเหยี่ยว กัซผู้บ้าคลั่งอีกคนหนึ่ง


1.2 บาสตาด ซอร์ด – Bastard Sword : คำว่า Bastard แปลว่าเลว แต่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน แปลว่าดาบชั้นเลวหรือเปล่า แต่
คิดว่าไม่น่าใช่นะ ส่วนมากดาบบาดตาสเป็นดาบที่ทหาร หรือ อัศวินนิยมพกพา ใบมีดไม่ใหญ่โตนักความยาวก็พอเหมาะ


1.3 บอร์ดซอร์ด – Broad Sword : ดาบที่มีใบมีดขนาดใหญ่ แต่ความยาวยังพอเหมาะอยู่ ใบมีดของบอร์ดซอร์ดทำหน้าที่เป็นโล่
ขนาดเล็กได้เลยทีเดียว แต่ก็หนักเอาเรื่องอยู่ และการโจมตีก็เน้นน้ำหนักและกำลังของผู้ใช้เข้าว่าเช่นกัน


1.4 เคลย์มอ – Claymore : ดาบยาวแต่ใบมีดเล็ก น้ำหนักจะเบากว่าพวกต้นๆ ที่กล่าวมาด้านบนจึงสามารถทำให้ฟันได้รวดเร็วกว่า


1.5 คาตานา – Katana : หรือดาบญี่ปุ่นนี่แหละ เป็นดาบที่ได้ชื่อว่าสมดุลในแทบทุกด้าน ทั้งรูปทรงน้ำหนัก และความคม ดาบญี่ปุ่น
จัดได้ว่ามีความคมเป็นเลิศ เพราะตัวดาบที่โค้งงอของมันจะฟันเฉือนเนื้อสร้างบาดแผลฉกรรจ์ได้เป็นอย่างดี และด้วยน้ำหนักที่เบา ทำ
ให้กวัดแกว่งได้อย่างคล่องแคล่ว ดาบญี่ปุ่นมักไม่เน้นแรงกระแทกแต่เน้นความเร็วในการฟันและเป็นดาบฟันเฉือนได้ดีเพราะใบมีดมี
ความบาง ... และสำคัญคือโลหะที่ใช้ทำดาบมีคุณสมบัติบางอย่างที่สร้างความเจ็บปวดอย่างรุนแรงให้กับบาดแผลที่ถูกดาบประเภทนี้
ฟันได้ แต่ดาบญี่ปุ่นมีข้อเสียคือ เมื่อฟันไปเรื่อย ๆ ความคมของมันจะลดลงเพราะเลือดจะมาเคลือบที่ผิวดาบทำให้ความคมมันลดลง
เพราะฉะนั้นดาบญี่ปุ่นจึงต้องมีการเช็ดขัดเป็นอย่างดีเพื่อให้พร้อมใช้งานทุกสถานการณ์


1.6 โชเทล – Shotel : ดาบโค้งๆ แบบทางอาหรับ ความคมก็จัดว่าโอเค และเป็นดาบสั้นทำให้ฟันได้รวดเร็ว และรูปลักษณ์ที่โค้งทำ
ให้กรีดเนื้อได้ดีเชียวล่ะ แต่ความนิยมของมันไม่ค่อยเป็นนิยมแพร่หลายซักเท่าไหร่นัก ทั้งๆที่มันสามารถใช้พลิกแพลงได้ดีเยี่ยม


1.7. ดาบสั้น – Short Sword : เป็นดาบที่สั้นกว่าความยาวดาบมาตราฐานแต่ความยาวยังมากกว่ามีดอยู่ ดาบสั้นมีความสามารถใน
เชิงปัดป้องและสู้วงในได้ดีกว่าดาบที่ยาวมาตราฐาน หรือยาวกว่า และยังใช้ได้ดีในพื้นที่แคบๆด้วยเช่นกัน
Last edited by 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:56 pm, edited 1 time in total.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 7:56 pm


2. หอก – Spear : เป็นอาวุธที่ใช้แทงศัตรูนอกระยะ โดยส่วนปลายจะมีส่วนที่เป็นคมอยู่ ปกติหอกเป็นอาวุธที่ใช้ได้ทั้งบนพื้นและบน
หลังม้า การโจมตีของหอกในการต่อสู้ประชิดจัดเป็นพวกระยะไกล แต่หอกนั้นจะทรงประสิทธิภาพในด้านของการแทง แต่ก็ใช้จะฟันไม่
ได้ แต่เพราะว่าส่วนที่เป็นคมของมันมีเพียงส่วนปลายเท่านั้นประสิทธิภาพในการฟันจึงต่ำ และหากฟาดไปก็อาจจะโดนส่วนที่ไม่ใช่คมก็
ได้ เพราะงั้นวิชาหอกจึงเน้นกระบวนท่าแทงเป็นหลักส่วนการฟาดของหอกจะใช้เป็นการปัดป้องเสียส่วนใหญ่


3. ทวน – Lance : เป็นอาวุธอีกชนิดหนึ่งที่ใกล้เคียงกับหอก ... แต่ต่างกันตรงที่ทวนเป็นอาวุธที่ใช้แทงโดยเฉพาะ และมีความยาวกว่า
หอก โดยทวนจะใช้บนหลังม้าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใช้ความเร็วของม้าเพิ่มความแรงในการแทง เพราะทวนหากใช้บนพื้นมัน
จะเก้งกางเอาการอยู่ และมันคงไม่สะดวกนักถ้าต้องมาเจอกับการเข้าประชิดตัวของอาวุธแบบอื่นอย่างดาบเป็นต้น


4. กระบี่ – Saber : อาวุธที่คล้าย ๆ ดาบแต่จะมีขนาดเล็กว่าดาบ ... มีคุณสมบัติในการแทงสูงกว่าฟัน ซึ่งตรงข้ามกับดาบที่มีความ
สามารถในการฟันมากกว่าแทง กระบี่ก็มีหลายรูปทรง เช่น กระแบบนายร้อย กระบี่แบบกีฬาฟันดาบ กระบี่แบบจีน ฯลฯ ซึ่งลักษณะการ
ใช้งานกระบี่ก็ไม่ต่างไปจากดาบมากนัก ... โดยภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Saber โดยทางยุโรปจะมีท่วงท่าการใช้กระบี่ไปเชิงการแทง
มากกว่าฟัน เพราะด้วยรูปร่างของกระบี่แล้วมันค่อนข้างเล็กปลายแหลม และเรียวโดยเฉพาะกระบี่อย่างสไปรัล ( แบบดาบของหน้ากาก
โซโล ) กระบี่แบบนั้นจะอาศัยการโจมตีที่ส่วนปลายเป็นหลัก ... จะสังเกตเห็นได้ว่าท่วงท่าของกระบี่จะต้องชี้ปลายดาบไปด้านหน้าใน
มุมที่พร้อมพุ่งตัวเข้าไปแทงและท่วงท่าการฟันจะใช้มือข้างเดียวถือและการโจมตีจะด้วยการฟันก็เป็นการตวัด ( สังเกตในกีฬาฟันดาบ )
แต่ถ้าสู้กันจริงๆก็ไม่เสมอไปซะทีเดียวมันก็ขึ้นกับบุคคลด้วย และเพราะน้ำหนักของกระบี่จะเบากว่าดาบทำให้การโจมตีนั้นดูว่องไวกว่า
แต่ถ้าหากพูดถึงความแข็งแรงแล้วดาบจะดีกว่ากระบี่มากมายโดยไม่ต้องกล่าวถึง


5. พลอง – Staff : เป็นอาวุธที่ใช้แรงในการฟาดเป็นหลัก ตัวพลองเองไม่มีคมมีด แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้ด้วยความ
เร็วในการฟาด และถึงแม้ว่าจะไม่มีคมก็ตามแต่ก็สร้างบาดแผลอย่างกระดูกหัก กระดูกแตก หรือถ้าเข้าที่หัวหรือท้ายทอยอย่างแรงล่ะก็
ได้ไปสวรรค์แน่ ๆ พลองจัดเป็นอาวุธยาวซึ่งทวงท่าการใช้พลองจะมีทั้งแทงและฟาด ... หากเคยดูหนังจีนกำลังภายใน โดยเฉพาะวัดเส้า
หลินจะเห็นบ่อยว่า มีการใช้พลองเป็นอาวุธและร้ายกาจเพียงใด อนึ่งพลองเป็นอาวุธที่ต้องใช้สองมือ


6. กระบอง – Club : กระบองกับพลอง หลายสับสนคิดว่ามันคืออันเดียวกันแต่ ... จริงแล้วพลองกับกระบองเป็นอาวุธคนล่ะชนิดกัน
หากไม้ที่ยาวไม่เกิน 4 ศอกเราจึงจะเรียกกระบองได้ กระบอกเองใช้หลักการสร้างความเสียหายแบบเดียวกับพลอง แต่กระบองถือมือ
เดียวได้ และยังสามารถติดของบางอย่างเพิ่มเพื่อสร้างความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ กระบองมีหลายรูปแบบ เช่น


6.1 กระบองสองท่อน – Twin Stick : อันนี้คงเคยเห็นกัน อาวุธคู่ใจไอ้หนุ่มซิงตึ้ง หรือบรูสลี สำหรับกระบองสองท่อนจะต้องอาศัย
การเหวี่ยงเพื่อให้เกิดพลังทำลาย การควงกระบองสองท่อนจริงแล้วไม่ใช่แค่เท่ๆ แต่เมื่อเราควงมันให้มีความเร็ว แล้วเมื่อฟาดออกไป
ความเร็วจากการเคลื่อนที่ด้วยการหมุนหรือควง จะส่งผลให้เกิดโมเมนตัมขึ้นและยิ่งมีน้ำหนักมาความเร็วมากโมเมนตัมก็มากตาม กระ
บองที่เป็นท่อน ๆ นี้ยังมีแบบสามท่อน สี่ท่อน ไปจนถึงเก้าท่อนแต่หลักการใช้ก็เหมือนเดิม กระบองหลายท่อนนี้มีไว้ลบจุดบอดระยะ
ไกลของกระบอง และจุดบอดระยะใกล้ของพลองนั่นเอง แต่หากใช้ไม่ดีมันก็จะควงมาฟาดกบาลตัวเองได้เหมือนกัน


6.2 กระบองทอนฟา – Tonpha Club : กระบองที่มีแท่งจับยื่นออกมาจากตัวกระบองโดยด้ามจับจะทำมุม 90 องศากับตัวกระบอง
เป็นกระบองถือมือเดียว แต่จะให้ผลดีมาก ถ้าเกิดว่าใช้สองอันพร้อมๆกันเป็นต้น หลักการสร้างความเสียหายเช่นเดิม แต่จะเป็นการหมุน
ตัวกระบองโดยจับที่จับไว้และออกแรงหมุนให้กับตัวกระบอง ยิงออกแรงหมุนของกระบองเร็วมากเท่าไหร่ ความแรงออกมานั้นก็ได้มาก
เท่าที่เห็น และกระบองชนิดนี้ยังทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันแขนได้อีกด้วย และยังมีปุ่มยื่นไปด้านหน้าเพื่อใช้ชกได้อีก นับว่าเป็นอาวุธสู้
ประชิดในระยะประชิดอย่างแท้จริง แต่ทอนฟาไม่มีวิชาเป็นของตัวเอง ทอนฟาจะถูกใช้คู่กับวิชาหมัดมวย แถมยังเป็นอริอย่างยิ่งกับพวก
ดาบและอาวุธยาว และจะเป็นอันตรายยิ่งหากอยู่ในมือผู้ใช้หมัดมวยชั้นสูง


6.3 กระบองยักษ์ – Giant Club : ที่เรียกชื่อนี้เพราข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบชื่อจริงของกระบองนี้ แต่กระบองชนิดนี้จะเห็นว่าเหล่ารูป
ปั้นยักษ์ตามวัด หรือพวกรูปวาดของยักษ์ ( วัดแจ้ง ) จะถือกระบองชนิดนี้อยู่ กระบองลักษณะนี้จะมีขนาดใหญ่ บางครั้งติดหนามแหลม
ไว้ด้วย กระบองแบบนี้จะสร้างความเสียหายจากน้ำหนักของตัวมัน และแรงของผู้ฟาด แต่แม้ว่ามันจะช้าแต่เรื่องพลังหายห่วง
Last edited by 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:55 pm, edited 1 time in total.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:02 pm


7. สนับมือ – Knuckle : อาวุธที่ใช้สำหรับปกป้องหมัดเวลาชกและเสริมพลังทำลายให้หมัด ไม่สามารถทำอย่างอื่นได้นอกจากชก
เท่านั้น ไม่มีวิชาเป็นของตนเองเช่นกัน จะใช้คู่กับวิชาหมัดมวยเป็นอาวุธประชิดระยะประชิด อีกชิ้นหนึ่งแต่ถ้ากรณีฝีมือพอๆ กันทอนฟา
ยังดูได้เปรียบกว่าอยู่ เพราะทอนฟาเพิ่มระยะการโจมตีได้อีกเล็กน้อย แต่สนับมือทำไม่ได้ ( แต่ถ้าแขนยืดได้นี่อีกเรื่อง )


8. ปลอกแขน – Arm Sleeve : อันนี้จัดเข้าค่ายเครื่องป้องกันมากกว่าอาวุธ แต่ก็เป็นของที่ใช้คู่กับวิชาของปลอกแขนเช่นกัน แต่
ดูไม่ค่อยออกเพราะวิชาของปลอกแขน ก็จะทำนองเพลงหมัดมวยเช่นกัน เพียงแต่เสริมปลอกแขนมาเพื่อเป็นเกราะให้กับแขนตนเอง
เพื่อต้านทานอาวุธของอีกฝ่ายซะมากกว่า แต่จะป้องกันได้แต่อาวุธมีคมบางชนิดเท่านั้น ไม่ใช่ว่าป้องกันการโจมตีได้ทุกชนิด


9. ขวาน – Axe : ของที่เห็นบ่อยสำหรับคนตัดไม้ แต่ว่าทางยุโรปจะมีขวานที่เรียกขวานสงคราม , ขวานใหญ่ หรือขวานด้ามยาวที่ใช้
เฉพาะการศึกอยู่ด้วย ขวานเป็นอาวุธที่ทรงพลังในการฟาดลงมากที่สุดเพราะน้ำหนักจะอยู่ที่ส่วนปลาย และไม่สามารถแทงได้ และขวาน
ยังมีแบบด้ามสั้นที่ไว้ใช้ประชิด และแบบใช้ขว้างอีกด้วย แผลที่ได้จากขวานแม้ไม่ยาวแต่จะลึกเพราะลักษณะปากแผลจะเปิดกว้าง ไม่
ตายตรงนั้นก็อาจจะเสียเลือดตายเอาก็ได้ แต่หากเป็นการโจมตีจากขวานยักษ์ อาจมีผลถึงชีวิตในทันทีเลยทีเดียว


10. ค้อน – Hammer : หลักการใช้งานของมันก็ใกล้เคียงกับขวาน แต่ต่างกันตรงมันไม่มีส่วนที่เป็นคม และใช้ความหนักส่วนปลาย
ของมันให้เป็นประโยชน์ แต่ค้อนสงครามจะติดลิ่มไว้เพื่อใช้เจาะเสื้อเกราะ ด้วยความเสียหายที่เกิดจากค้อน จะไม่เกิดบาดแผลใหญ่ แต่
จะเกิดบาดแผลเชิงช้ำในหรือ กระดูกหักหรือแตกมากที่สุด ( ก็มันค้อนนี่หว่า ขนาดคอนกรีตยังแตก แล้วคนจะเหลือหรือ )


11. เคียว – Scythe : จริง ๆ แล้วอาวุธแบบนี้ไม่ค่อยเห็นมากนักแต่เคียวที่มีด้ามจับยาวๆเป็นสัญลักษณ์แห่งผู้นำความตายหรือยมทูต
นั่นเอง อาวุธแบบเคียวจะมีอำนาจในการฟันและแทง แต่มุมแทงต้องอยู่ที่ปลายแหลมของเคียวเท่านั้น อาวุธตระกูลเคียวมันสามารถใช้
ลักษณะ พิเศษที่โค้งๆของมันนี่แหละทำให้อาวุธอย่างดาบหรือพวกอาวุธด้ามยาวไม่สามารถป้องกันแบบติดตัวได้ โดยเฉพาะเคียวแบบยม
ทูต ใบมีดจะยาวเป็นพิเศษต้องระวังเวลาตั้งรับต้องระวังหน่อย ส่วนเคียวแบบด้ามสั้น ก็จะมีให้เห็นบ้างบางที่ติดลูกตุ้มเสริมเพื่อโจมตีระยะ
ไกลอีกตะหาก จริงๆแล้วเคียวมีลักษณะการใช้งานเหมือนง้าว เน้นไปที่การฟันมากกว่าแทง เพียงแต่ลักษณะใบมีดต่างกัน


12. ลูกตุ้ม – Pendulum : อาวุธที่มีความหนักปลายเช่นเดียวกับค้อน หรือขวาน การโจมตีของมันใช้หลักการสร้างความเสียหายด้วย
แรงกระแทกเช่นกัน ลูกตุ้มบางทีก็เป็นหนามแหลมไว้สำหรับเจาะเสื้อเกราะ บางที่ก็จะเป็นลูกตุ้มและมีโซ่คล้องไว้เวลาใช้ก็ทำการเหวี่ยง
ลูกตุ้มออกไปให้กระแทกเป้าหมายโดยการควงจะเพิ่มแรงให้กับลูกตุ้ม บางที่ก็เป็นกระบองที่มีลูกเหล็กกลมๆ มีหนามแหลม มักจะเป็นอา
วุธชนิดที่ใช้อยู่ทางแถบยุโรป และสามารถพบได้ในสงครามเมื่อหลายร้อยปีก่อนนั่นเอง


13. แส้ – Whip : อาวุธคู่กายแม่สาวซาดิส เอ๊ยไม่ใช่แล้ว แส้เป็นอาวุธที่ใช้ฟาดจากนอกระยะ การโจมตีของมันจะอาศัยแรงเหวี่ยงและ
น้ำหนักที่ส่วนปลายของแส้ แส้ที่ถูกหวดออกไปจะมีความเร็วขนาดแหวกอากาศจนเราได้ยินเสียง เฟี๊ยบ !! เลยที่เดียวและเมื่อกระทบเป้า
หมายก็จะดัง เพี๊ยะ !! นั้นเพราะแส้เคลื่อนไหวด้วยความเร็วเหนือเสียงและเกิดโซนิคบูมเล็กๆ ... ที่ส่วนปลายที่กระทบเป้าหมาย และเพราะ
ความที่มันเชือกก็เลยมีความอ่อนย้วยและสามารถผูกรัดได้ ... อาวุธประเภทดาบ และอาวุธด้ามยาวจะป้องกันแส้ได้ยาก เพราะถึงแม้จะยก
มาป้องกันมันย้วยเข้าตัว อยู่ดี เพราะความอ่อน ( นึกถึงเวลาที่เราฟาดเชือกไนร่อน ใส่ตัวเสาที่มีขนาดเท่ากระบอง ดูสิ ? มันจะวกไปพันติด
หนึบเลยล่ะ ) แต่แส้จะทรงพลังก็ต่อเมื่อออกแรงฟาดได้อย่างเต็มที่ ( สุดแขนผู้ใช้ ) คือต้องง้างก่อนจะฟาด เมื่อโจมตีแล้วต้องดึงกลับมา
เพื่อฟาดใหม่ ส่วนผลจากการโจมตีของแส้นั้นหากโดนเต็มๆแสบไปถึงเนื้อใน หรือไม่ก็เนื้อหลุดไปเลย


14. มีดสั้น – Dagger : เป็นอาวุธโจมตีมีคมที่สั้นแต่จู่โจมระยะประชิดได้ดี และยังว่องไว แต่มีดเป็นอาวุธที่โจมตีฉาบฉวย และระยะวง
โจมตีก็สั้น แต่ถ้าโดนจุดสำคัญ ๆ ก็ม่องได้เหมือนกัน ใช้ได้ทั้งฟันและแทงแต่ต้องโดนจัง ๆ เพราะถ้าหากโดนไม่จังแล้วก็คงยากที่ล้มศัตรู
ได้เพราะบาดแผลที่ได้จากการฟันของมีดสั้นจะไม่สาหัสเท่าโดนดาบฟัน แต่ถ้าโดนแทงนี้ก็คงสาหัสเอาการอยู่


15. ง้าว – Pike : จริงๆแล้วอาวุธประเภทนี้เป็นดาบที่มีด้ามยาว หรืออีกนัยหนึ่งคือดาบที่ใช้บนหลังม้านั่นล่ะ โดยที่ง้าวเป็นอาวุธแบบเดียว
กับหอก แต่เน้นไปที่การฟันมากกว่าแทง แถมทรงอานุภาพกว่าหอกอีกด้วย
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:07 pm


16. หลาว – Shrapen : อันนี้ก็เป็นอาวุธประเภทที่ใช้แทงได้อย่างเดียวเช่นเดียวกับทวน แต่จะสั้นกว่า และยังใช้พุ่งไปเสียบเป้าหมาย
ได้ดีอีกตะหาก และยังเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า ‘ พุ่งหลาว ’ ก็มาจากการเปรียบเทียบการกระทำที่เหมือนกับการขว้างสิ่งนี้ออกไป


17. อาวุธซัด – Throw Weapon : เป็นอาวุธที่ต้องโจมตีด้วยการปล่อยออกไปจากมือเพื่อโจมตี เช่น ตระกูลอาวุธลับ อย่างดาวกระ
จาย อาวุธซัดจะมีขนาดเล็กเพื่อให้ง่ายต่อการเก็บซ่อน การโจมตีของอาวุธพวกนี้จะอยู่นอกระยะกว่า หอก หรือทวนซะอีก แต่จะไกลแค่
และแม่นยำแค่ไหนขึ้นกับความสามารถของผู้ขว้าง ส่วนใหญ่อาวุธลับนิยมอาบยาพิษด้วยเพื่อให้ผลในการสังหาร เพราะบาดแผลทีได้จาก
อาวุธลับบางครั้งก็ยากที่จะเข้าจุดสำคัญจึงต้องใช้ยาพิษมาเสริม แต่ถ้าคนขว้างแม่นจริงก็ไม่จำเป็น


18. โล่ – Shield : อันนี้เป็นอุปกรณ์ป้องกันอาวุธมากกว่าจะเป็นอาวุธ แต่บางครั้งวิชาที่ใช้โล่โจมตีก็ใช่จะไม่มีโดยมากจะเป็นการใช้โล่
กระแทกเพื่อดันศัตรู โดยโล่ที่ใช้โจมตีบางที่จะซ่อนกลไกไว้ เช่น ใบมีดหรือเหล็กแหลม แต่บางที่ก็ใช้โล่ที่มีโซ่ตรึงไว้ขว้างออกไปโจมตี
( อย่างโล่ของลิบบร้าในเซนต์เซย่า ) เพื่อเพิ่มความเสียหายให้มากขึ้นอีกระดับหนึ่ง


19. คฑา – Rod : อาวุธนี้ไม่เห็นใช้ในสนามรบจริงตามประวัติศาสตร์ แต่จะเห็นใช้บ่อยในฟิก การ์ตูน หรืออนิเมชั่นสำหรับพวกนักเวทย์
เพราะไม้เท้าหรือคฑานี้เป็นตัวทำหน้าที่เป็นตัวขยายมนต์ตราให้กับผู้ถือคฑา เป็นการเสริมอำนาจพลังของเวทย์มนต์ทีใช้ออกมาให้มีกำลัง
แรงขึ้นนั่นเองสังเกตว่าบางครั้งเมื่อนักเวทย์ไม่มีคฑาก็จะใช้เวทย์ไม่ได้ หรือพลังโจมตีของเวทย์อ่อนลงไป เนื่องมาจากขาดตัวขยายพลังนั่น
เอง แต่สำหรับจอมเวทย์ที่ไปถึงขั้นสูงก็ยิ่งพลังได้แม้ไร้คฑา แต่ว่าพลังตอนถือคฑาก็จะแรงกว่าตอนไม่ถืออยู่ดีแหละ การโจมตีของคทาทำ
ได้แค่ฟาดซึ่งก็คงไม่ก่อให้เกิดความเสียหายมากเท่าใดนัก ( ยกเว้นคนฟาดแรงดี กับคทามันแข็ง )


20. กรงเล็บ – Claw : อาวุธนี้จะติดกับมือเหมือนกัน แต่ไม่เหมือนสนับมือตรงที่มันสามารถใช้โจมตีด้วยการฟันได้ เพราะตัวกรงเล็บจะ
เป็นคมมีด หรือเหล็กแหลมที่ยื่นยาวออกมาจากหมัดหรือมือพอสมควร ซึ่งคาร์ต้าก็จัดเป็นอาวุธประเภทกรงเล็บเช่นกัน วิชาของกรงเล็บมี
เป็นส่วนตัวแต่ก็ยังผสมหมัดมวยได้ด้วย เมื่อเทียบไปแล้วกรงเล็บก็เหมือนมีดติดแขนดีๆ นี่เอง


21. ปืน – Gun : อันนี้เป็นอาวุธเล่นนอกระยะของจริงเลยล่ะ ปืนจัดเป็นอาวุธที่น่ากลัวเพราะมันเล่นได้หลายระยะ และลูกกระสุนที่พุ่งมา
ก็มีความเร็วมากซะด้วย แต่จุดอ่อนใหญ่คือถ้ามันไม่มีลูกก็บ่มีไก๊ และหากประชิดตัวมากๆมันก็จะใช้การได้ไม่ดี ในกรณีสู้ประชิดมากๆมีด
จะเจ๋งกว่าปืน ปืนมีหลายประเภท แต่คิดว่าคงไม่ต้องอธิบายมากนักเพราะทุกคนก็คงรู้จักกันเป็นอย่างดี ข้อเสียของปืนก็มีอยู่ที่ว่าปากกระ
บอกปืนสามารถเล็งได้แค่เป้าหมายเดียวเท่านั้น หากถูกรุมเข้ามามากๆหรือจากหลายทิศทางปืนเองก็ลำบาก ยกเว้นปืนกลที่แก้ปัญหาการ
ถูกดาหน้าเข้ามาแต่ถ้าถูกรุมจากทิศอื่นด้วยก็ยังแย่อยู่ดี และเรื่องของแรงถีบปืนที่ตามมาอีกปืนที่มีพลังแรงก็มีแรงถีบตามมามาก ปืนขนาด
ใหญ่แม้พลังจะแรง แต่เรื่องน้ำหนักไม่ต้องพูดถึง และบางรุ่นก็ไม่สามารถยิงในระยะประชิดได้ แถมปัญหาเรื่องมุมยิงก็เป็นปัญหาใหญ่มาก
สำหรับปืนอีกเรื่องหนึ่งและหากสู้ในที่ๆมีสิ่งกีดขวางมากๆเปอร์เซนการหวังผลของปืนก็จะด้อยลงไป แต่ถ้าเป็นที่ยิงเป็นลูกระเบิดก็พอแก้
ปัญหาตรงนี้ได้ แต่ก็ไม่สามารถยิงในที่แคบๆหรือใกล้ตัวได้เพราะจะโดนตัวผู้ยิงเอง


อาวุธอีกชิ้นที่ไม่ได้พูดถึงคือ ธนู เพราะหลักการของธนูก็ไม่ต่างกับพวกอาวุธปืนซักเท่าใดนัก ต่างกันที่กระสุนที่ยิงออกไป ความแม่นยำ
ขึ้นกับผู้ยิงเช่นกัน ส่วนความแรงขึ้นกับคันธนู กับความตึงของการง้างแต่ละครั้ง หรือแรงแขนของผู้ยิงต่างหาก
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:14 pm


• หลักการได้เปรียบเสียเปรียบของอาวุธ

ถ้าพูดถึงหลักการได้เปรียบเสียเปรียบแล้ว อาวุธทุกชนิดมีจุดบอดอยู่ในตัวเองทั้งสิ้นและ หากสู้กันจุดบอดนี้เองที่จะเป็นตัวตัดสินแพ้
ชนะได้เลยทีเดียว ตามหลักแล้ว อาวุธยาว จะได้เปรียบอาวุธสั้น และอาวุธสั้นก็จะได้เปรียบอาวุธยาว ฟังแล้วอาจงง แต่การได้เปรียบ
เสียเปรียบของอาวุธจริงๆ อยู่ที่คำว่า ‘ ระยะ ’ พูดถึงระยะนั้นเป็นหัวใจสำคัญในการต่อสู้เลยก็ว่าได้ ... เพราะว่าในการต่อสู้ทุกคนนั้น
จำเป็นต้องหาระยะที่ตนเองโจมตีได้ และจะบีบไม่ให้อีกฝั่งโจมตี เราจะยกตัวอย่างง่ายๆ สมมุติว่า นาย A ใช้หอก แต่นาย B ใช้มีดสั้น
แน่นอนว่าใครๆ ก็ต้องคิดว่านาย A ได้เปรียบ แต่หากว่านาย A ถูกนาย B เข้าประชิดได้นาย A ล่ะก็ม่องแน่นอน เพราะอาวุธยาวอย่าง
หอก ทวน ง้าว และอาวุธด้ามจับยาวทั้งหลายแหล่ จะมีจุดบอดที่ระยะประชิดทั้งสิ้น ทั้งนี้เพราะจุดโจมตีของอาวุธยาวอยู่นอกระยะ และ
ซ้ำร้ายอาวุธพวกนี้ค่อนข้างแกว่งได้ช้า เพราะยิ่งยาวมากเท่าไหร่ความเร็วในการแกว่งก็ลดลงเท่านั้น ตรงกันข้ามยิ่งของสั้นก็ยิ่งแกว่งได้
ไวกว่า และอาวุธที่ยาวและใหญ่ จะมีจังหวะการโจมตีเพียงหนึ่งหรือไม่ก็ สองเท่านั้นเวลาที่เสียไปตอนจะดึงอาวุธกลับมาฟันใหม่นี่แหละ
คือจังหวะที่จะตัดสินกันเลย ฉะนั้นแล้วในการต่อสู้จริงๆการดึงตัวเองออกจากระยะของคู่ต่อสู้และเข้าสู่ระยะของตัวเองได้มากที่สุด นั่น
แหละคือคนที่สามารถจะมีชัยได้ ... ฉะนั้นในกรณีข้างบน นาย A จะต้องหาทางกดนาย B ไว้ไม่ให้เข้าสู่จุดบอดของหอก ส่วนนาย B
เองก็ต้องหาทางพาตัวเองเข้าสู่ระยะโจมตีของตนเองที่นาย A จะไม่สามารถโจมตีตนเองนั่นเอง ส่วนในกรณีอาวุธที่มีระยะเท่ากัน อย่าง
ดาบกับดาบ จะตัดสินกันที่ความเร็ว ฝีมือ ประสบการณ์ และจังหวะของแต่ล่ะฝ่าย หากใครเร็วกว่าก็ชนะไป หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ ใคร
โดนตัวอีกฝ่ายได้ก่อนก็มีโอกาสชนะได้มากๆ ส่วนหลักอีกอันหนึ่งของเรื่องความสั้นยาวของอาวุธนั้นจะหลักว่า ในเรื่องของความเร็วใน
การกวัดแกว่ง ฟาด หรือฟัน ใครสั้นกว่าก็เร็วกว่าส่วนการแทง แต่หากอาวุธของใครยาวกว่าก็ได้เปรียบไปเต็มๆ ( ถ้าอยากรู้ว่าทำไมอาวุธ
สั้นฟาดได้ไวกว่า ก็ลอง เอาไม้สองอันที่ยาวต่างกันมาลงหวดดูสิ แล้วจะรู้เองว่าอันไหนมันหน่วงกว่ากัน ส่วนแทงก็น่าจะนึกออกนะว่าที่
ระยะเท่ากันแต่ความยาวอาวุธไม่เท่ากันใครมันจะถึงก่อน )


• ทริกอาวุธ

ที่กล่าวไปด้านบนคืออาวุธที่แบ่งเป็นประเภทหลัก ก็มีอยู่แค่นั้นแต่หากว่าเวลาเราแต่ฟิกชั่นอาวุธที่ถูกออกแบบมาจะมีลูกเล่นต่างๆ มาก
มายตามแต่ผู้ออกแบบจะกำหนด มาอาวุธบางแบบก็มีลูกเล่น และบางชิ้นก็ผสมอาวุธสองอย่างให้อยู่ในอันเดียวกัน เพื่อลบจุดบอดบาง
อย่างให้หายไป เช่น หอกขวาน หรือที่เรียกว่า Poleaxe เป็นขวานที่มีหอกติดอยู่ที่ปลายส่วนบนโดยอาวุธชิ้นนี้ ลบจุดบอดของขวานที่
แทงไม่ได้ และเพิ่มประสิทธิภาพให้หอกที่มีความสามารถในการฟันต่ำ พลองเก้าท่อน ที่ออกแบบมาเพื่อลบจุดบอดของพลองยามสู้ประ
ชิดมากๆ หรือกระบี่ที่มีโกร่งเป็นสนับมือหนามแหลมเพื่อการชก เป็นต้น ซึ่งลูกเล่นของอาวุธพวกนี้ก็แล้วแต่ผู้สร้างจะจินตนาการและยิ่ง
เป็นฟิกชั้นด้วยแล้ว อาวุธบางชิ้นอาจมีพลังมหัศจรรย์อะไรก็ได้ไม่จำกัดแบบเลยล่ะ


• พื้นฐานวิชาต่อสู้

สำหรับวิชาต่อสู้นั้นวิชาที่ใช้อาวุธดังที่กล่าวมาแล้วจากด้านบน อาวุธบางอย่างแม้ต่างชนิดแต่พื้นฐานการใช้งานคล้ายกันโดยแต่จะต่างไป
เล็กน้อยเพราะข้อจำกัดของอาวุธ แต่การโจมตีก็ทำได้แค่เก้าแบบเหมือนกันหมด ซึ่งจะสามารถจำแนกรูปแบบการใช้งานของอาวุธพวก
นั้นเข้าหมวดได้ดังนี้


1. หมวดพวกอาวุธด้ามจับสั้น พวกนี้ก็ได้แก่ พวกดาบ กระบี่ มีดสั้น ขวานด้ามสั้น กระบอง สำหรับอาวุธพวกนี้นั้นทักษะการใช้งานจะคล้ายๆ
ดาบเพราะการจับของอาวุธพวกนี้คล้ายกัน แต่อันไหนจะกวัดแก่งหรือฟาดฟันได้ไว้กว่าก็ต้องเทียบความยาวของอาวุธที่ถืออยู่ด้วย การโจมตี
มีได้เก้าจุดเช่นกัน แต่การโจมตีแบบแทงของขวานกับกระบอกจะสร้างบาดแผลได้น้อยกว่า ดาบ กระบี่ หรือมีดสั้น เพราะเป็นการกระแทก
แต่ก็ไม่เสมอไปนักเพราะขวานหรือกระบองบางแบบ มีเหล็กแหลมสำหรับแทงด้วยซึ่งทั้งหมดก็อยู่ที่การออกแบบด้วยเช่นกันวิชาของอาวุธ
จำพวกนี้แตกต่างกัน ตรงที่เน้นท่าที่อาวุธชนิดนั้นจะสร้างความเสียหายให้กับอีกฝ่ายได้มากที่สุดซึ่งอาวุธชนิดไหนสร้างความเสียหายแบบ
ไหนผมได้กล่าวไปแล้วถ้าจำไม่ได้กลับไปดูด้านบน สำหรับวิชาดาบคู่ มีดสั้นคู่ หรืออาวุธที่ใช้เป็นคู่ๆ มีหลักการแบบเดียวกัน จะได้เปรียบ
พวกวิชาที่ใช้อาวุธเดี่ยว ตรงที่มันสามารถรุกและรับได้พร้อมๆกัน แต่อาจจะใช้ลำบากกว่าเพราะคนเรามีความถนัดของมือทั้งสองข้างไม่เท่า
กัน และเพราะงั้นแล้วข้างที่ไม่ถนัดจะส่งผลกับการโจมตีและตั้งรับด้วย แต่หากได้รับการฝึกฝนจนชำนาญก็จะเป็นเรื่องปกติ สำหรับผู้ที่ถือ
ดาบข้างหนึ่ง มีดสั้นข้างหนึ่ง หรือเรียกว่าซ้ายและขวายาวไม่เท่ากันจะได้เปรียบกว่าพวกดาบสองเล่มที่ความเท่ากันในความยาวปกติ เพราะ
มีดสั้นที่แกว่งเร็วกว่านั้นจะมีความสามารถในการปัดป้องและสามารถโจมตีในระยะประชิดมากได้ หรือพูดง่ายๆสามารถโจมตีได้สองระยะนั่น
เอง บางที่ก็เป็นขวานข้างหนึ่ง ดาบข้างหนึ่งอันนี้ก็แล้วแต่ความถนัดหรือถ้ายุคใหม่หน่อยก็ควงปืนคู่ไปเลย ยิงได้สองเป้าพร้อมกันแต่จะโดน
เปล่าอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนกรงเล็บเองก็จัดอยู่ในหมวดนี้ แม้ว่าด้ามจับมันจะติดกับแขนก็ตามแต่ทักษะการใช้งานก็ใกล้เคียงกัน


2. หมวดอาวุธด้ามจับยาว พวกนี้ก็ได้แก่ พลอง หอก ทวน ง้าว เคียว ขวานด้ามยาวและอาวุธที่ด้ามจับยาว ๆ พอ ๆ จะเป็นพลองได้ ก็จะจับ
เข้าสู่โหมดนี้ รูปแบบของวิชาอาวุธพวกนี้ก็เน้นไม่ต่างจากด้านบนเลย แต่ทักษะพื้นฐานจะไปหนักทางด้านวิชาพลองมากกว่า ลักษณะการ
โจมตีเก้าจุดเช่นกัน ที่ผมบอกว่าอาวุธแบบนี้หนักทางวิชาพลอง ก็เพราะผู้ที่จะฝึกอาวุธเหล่านี้นั้นจะต้องเริ่มพื้นฐานจากวิชาพลองมาก่อน
และไปเน้นหนักในอาวุธของตนเองภายหลังเพราะงั้นก็จะเห็นบ่อยที่ผู้ใช้หอกจะมีลีลาการใช้หอกแบบไม้พลองเลย และจุดต่างเล็กๆ ของ
วิชาพลองกับ อาวุธพวกหอกหรือง้าวนี้ก็คือ พวกหอกกับง้าวเน้นการโจมตีไปที่ส่วนปลาย แต่พลองไม่เน้นไปที่จุดใดเลย คือจะฟาดจะแทง
ก็แล้วแต่ใจเพราะยังไงมันก็ไม่มีคมจะฟาดตรงไหนก็ไม่ต่างกันนัก แต่ถ้าหากเป็นหอกสองด้านหรือ อาวุธด้ามยาวแต่มีคมอาวุธที่ปลายสอง
ด้านก็จะใช้แบบพลองเลยเหมือนกัน คือควงและฟาดเอา และวิชาพลองใช้กับดาบอีกชนิดหนึ่ง คือดาบสองทาง ( แบบดาร์ธ โมลในสตาร์
วอร์ภาคแรก ) เพราะดาบประเภทนั้นจะมีจุดจับอยู่ตรงกลาง และลักษณะการจับแล้วจะไม่สามารถฟันแบบดาบทั่วไปได้ ต้องใช้หลักของวิ
ชาพลองจึงจะใช้ดาบชนิดนี้ได้


3. หมวดอาวุธที่ใช้กับวิชาหมัดมวย ก็ได้แก่ กระบองทอนฟา สนับมือ ปลอกแขน ซึ่งก็อย่างที่บอกอาวุธพวกนี้ไม่มีวิชาเป็นของตัวเอง แต่
มันมีไว้เสริมผู้ใช้วิชาหมัดมวย สามารถต่อกรกับผู้ถืออาวุธมีคมอย่างดาบ ให้สามารถต่อกรได้ ... และเพิ่มอำนาจการทำลายพร้อมปกป้อง
ผู้ใช้ในเวลาเดียวกัน ปกติอาวุธพวกนี้จะนิยมใช้เป็นคู่ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด


4. อื่นๆ เป็นอาวุธที่ลักษณะการโจมตีแปลกไปจากพวก ข้างบน เช่น แส้ โซ่ ลูกต้มเหล็กติดโซ่ โล่ อาวุธซัด และพวกอุปกรณ์ยิงต่างๆ พวก
นี้เป็นอาวุธที่มีลักษณะการโจมตีที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะของมันเองอย่างแส้ มันก็เป็นอาวุธที่มีคุณสมบัติพิเศษที่อ่อนย้วยได้ แต่การเคลื่อน
ที่ของส่วนปลายจะเคลื่อนที่ช้ากว่าบริเวณด้ามจับเสมอ เป็นอริอย่างยิ่งกับพวกอาวุธด้ามยาวเนื่องบ้างครั้งแส้มีความยาวกว่า และยังป้องกันได้
ยากตรงที่มันอ่อนย้วยได้นี่แหละ แถมยังใช้จับยึดวัตถุที่มันสามารถไปรัดได้อีกตะหาก แต่จะแพ้เปรียบพวกโล่เพราะพื้นที่รับสัมผัสของโล่มัน
มาก ส่วนโซ่จะใช่หลักการฟาดแบบเดียวกับแส้ แต่มันหนักกว่า และพวกโซ่ติดลูกตุ้มเหล็กก็จะอาศัยน้ำหนักของลูกตุ้มที่ผูกอยู่เป็นตัวสร้าง
ความเสียหาย ส่วนโล่ไม่นิยมเอามาใช้เป็นอาวุธ นิยมใช้คู่กับอาวุธเพิ่มการตั้งรับที่ดีขึ้นแต่ก็ใช้กระแทกได้ และหากออกแบบโล่มาในเชิงใช้
โจมตีด้วยก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่วัถตุประสงค์ของโล่ก็คือเครื่องป้องกันมากกว่า ส่วนอาวุธซัดเป็นของที่ต้องขว้างไป หวังผลแน่นอนได้บ้าง
ไม่ได้บ้างแล้วแต่ผู้ขว้าง และผู้ถูกขว้าง ส่วนอุปกรณ์ที่เป็นเครื่องยิง จัดเป็นการโจมตีแบบแทงอย่างเดียว เพราะวิถีทางของอาวุธที่ยิงออกไป
เป็นเส้นตรง จึงไม่ต่างกับการแทงจากอาวุธประเภทอื่นเลย
Last edited by 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:24 pm, edited 1 time in total.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby 青 お姉さん on Sat Feb 23, 2008 8:21 pm


• ปัจจัยอื่น ๆ

ในการตัดสินแพ้ชนะสำหรับการต่อสู้นอกจากอาวุธแล้ว ความเร็ว ความคล่องแคล่ว ฝีมือและประสบการณ์ของแต่ละคนนั้นก็จำเป็น
นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสภาพพื้นที่ที่ทำการต่อสู้อีก หากว่าอาวุธเราไม่เหมาะใช้งานในสภาพพื้นที่นั้นก็อาจเป็นจุดบอดให้กับเราเอง
ได้หรือ ถ้าอาวุธเราแพ้เปรียบแต่อาศัยพื้นที่เข้าช่วยก็มีสิทธิที่จะมีชัยได้ นอกจากนี้การใช้กลยุทธ์ต่างๆ ก็จะช่วยเราได้อีกทางหนึ่งด้วย
ซึ่งทั้งหมดก็ขึ้นกับปฏิภาณไหวพริบของแต่ละบุคคล ที่จะคิดแผนการที่จะเอาชนะหรือเอาตัวรอดจากการต่อสู้ให้ได้ ... สำหรับพื้นที่
เหมาะนั้นหากสู้ในที่โล่ง อาวุธทุกชนิดใช้การได้ดีหมดแต่หากต้องสู้ในพื้นที่ปิด หรือแคบมากๆ หรือมีสิ่งกีดขว้างขึ้นมาล่ะก็อาวุธยาวๆ
ก็อาจได้รับผลกระทบทำให้ควงได้ไม่ถนัด หากสู้ในที่ๆ มีสิ่งกีดขว้างเยอะๆ พวกอาวุธซัดหรืออาวุธยิงต่างๆ ก็อาจจะไปถูกสิ่งกีดขวาง
เหล่านี้ได้ ( ยกเว้นแม่นสุดๆ หรือฟลุ๊คๆ สุด ) ถ้าหากทางแคบไร้สิ่งกีดขว้าง อาวุธซัดหรืออาวุธยิงค่อนข้างจะได้เปรียบเพราะ อีกฝ่าย
มีที่หลบน้อย การเลือกอาวุธให้เหมาะกับพื้นที่นั้นก็เป็นอักปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้มีโอกาสชนะได้มากขึ้น


• ก่อนจบแถมท้ายให้นิดหน่อยสำหรับน้องๆ ที่เขียนฟิกแนวต่อสู้เรานั้นเวลาเราสร้างตัวละครออกมาแล้วนำมาสู้กันก็ควรจะมีการมอง
หลักอะไรนิดๆ หน่อยๆ ก่อนจะสู้กันและหาวิธีเอาชนะที่ดูแล้วสมเหตุและสมผลมากที่สุด โดยอันดับแรกที่เราดีไซน์ตัวละครออกมานั้น
( บางกรณีอาจเป็นตัวละครที่ได้มาจากการรับสมัคร ) ควรมีการกำหนดความสามารถด้านการต่อสู้ สไตล์การต่อสู้ ของทุกตัวละครไว้
โดยหลักการดังกล่าวจะคิดด้วยหลักการเป็น สมการง่ายๆ ดังนี้


ความสามารถด้านการต่อสู้ = ความสามารถตัวละคร + ความสามารถและรูปแบบการใช้งานของอาวุธ

เมื่อความสามารถตัวละคร = สิ่งที่กำหนดขึ้นมาดังนี้


1. เพศ
2. ความชำนาญในการใช้อาวุธประเภทนั้น ๆ ซึ่งมีได้มากกว่าหนึ่ง
3. ประสบการณ์ในการต่อสู้
4. วิชาและทักษะความสามารถต่าง ๆ ที่มีใช้อยู่ทั้งหมด
5. ปฏิภาณไหวพริบ สติปัญญา และดวง
6. ความสามารถทางด้านร่างกาย และพลังต่าง ๆ ของแต่ละบุคคลในเรื่องนั้น ๆ


ในเรื่องของ ‘ เพศ ’ นั้นก็มีแค่สองแบบคือชายกับหญิง ( คงไม่มีเกินนี้หรอก เพราะกระเทยนับเป็นชายเหมือนกัน ) ทุกคนคงทราบดี
ว่าโครงสร้างร่างกายของหญิงบอบบางกว่าชาย ทั้งเรื่องพละกำลังและอื่นๆ จะดูบอบบางแต่ยกเว้นบางเรื่องที่เหล่าคุณเธอไม่ใช่มนุษย์
ธรรมดานั้นแหละ แต่เพศหญิงจะมีคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัสดีกว่าผู้ชาย ... เพราะว่าเส้นประสาทของผู้หญิงจะมีขนาดใหญ่กว่าผู้
ชาย จึงทำให้การเคลื่อนไหวดูอ่อนพริ้วกว่า ส่วนเพศชายจะมีความสามารถทางด้านร่างกายและพละกำลังเด่นกว่าเพศหญิง ส่วนถัดมา
คือ ‘ ความชำนาญในการใช้อาวุธ ’ อันนี้แปลตรงๆตัวไม่มีอะไรมาก ‘ ประสบการณ์ในการต่อสู้ ’ เป็นเหมือนกับเลเวลของตัวละครเรา
ยิ่งมากก็ยิ่งเก่งยิ่งเจนศึกมากประสบการณ์ก็มีมากพวกมีทั้งฝีมือและประสบการณ์จัดได้ว่าน่ากลัวเอาการทีเดียว ... ถัดมาคือ ‘ วิชาและ
ทักษะความสามารถต่างๆ ที่มีใช้อยู่ทั้งหมด ’ อันนี้แปลว่าตัวละครที่ออกแบบมานั้นมีความสามารถพิเศษหรือวิชาอะไรติดตัวมาบ้าง เช่น
มีพลังเวทย์สูงส่ง เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วดั่งเงา มีวิชาดูดพลัง มีวิชาดาบขั้นสาม ฯลฯ อะไรแบบนี้แหละซึ่งก็แล้วแต่จะกำหนด ถัดมา
อีกคือ ‘ ปฏิภาณไหวพริบ สติปัญญา และดวง ’ แปลง่ายๆ ความฉลาดและความดวงดีของแต่ละคน และท้ายสุดคือ ‘ ความสามารถทาง
ด้านร่างกาย และพลังต่างๆ ของแต่ละบุคคลในเรื่องนั้นๆ ’ อันนี้เป็นสิ่งที่จะกำหนด โดยผู้แต่งว่าตัวละครคุณมีพลังร่างกายประมาณไหน
พลังเวทย์หรือพลังพิเศษใจเรื่องนั้นประมาณแค่ไหน มีความคล่องแคล่ว ความรวดเร็วซักแค่ไหนมันก็แล้วแต่ผู้แต่งจะกำหนดขึ้นมา ว่า
เขาคนนั้นจะเป็นยอดคนหรือคนอ่อนแอซักแค่ไหน ( แต่ส่วนใหญ่จะพบได้ยากสำหรับพวกอ่อนแอเกินไป )


• ความสามารถและรูปแบบการใช้งานของอาวุธ

ความสามารถเป็นสิ่งที่ผู้สร้างกำหนดเอาเองได้ตามชอบใจส่วนการใช้งานอ่านด้านบนที่เขียนไว้ เพราะอาวุธที่ข้าพเจ้าเขียนไว้นั้นครอบ
คลุมการใช้งานของอาวุธแทบทั้งหมดแล้ว ยกเว้นอาวุธที่อยู่ในโหมด อื่นๆ จะต้องกำหนดเองแล้วล่ะ


• ส่วนสไตล์การต่อสู้วิเคราะห์จากอุปนิสัยของตัวละครโดยอุปนิสัยที่บ่งบอกสไตล์การต่อสู้ของแต่ละคน ได้แก่

1. พวกเลือดร้อน บ้าบิ่น สไตล์การต่อสู้จะออกไปทางลุยไปข้างหน้าอย่างเดียวแบบไม่คิดหน้าคิดหลังอะไรมาก ลุย ๆ ๆ ลุยมันเข้าไป
ทำนองนั้น พวกนี้มักติดกับดักง่ายๆ ในบางครั้ง จนถึงบ่อยครั้งเนื่องจากหัวสมองที่ไม่เคยคิดอะไรอยู่แล้ว ( จะบอกว่าโง่ก็ใช่ )

2. พวกสุขุมเยือกเย็น สไตล์การต่อสู้จะตรงข้ามกับพวกแรก พวกนี้จะรุกเมื่อมีจังหวะ และทำอะไรอย่างมั่นคงไม่มีลุกลี้ลุกรน

3. พวกรอบคอบ ฉลาด สไตล์การต่อสู้ของพวกนี้จะเป็นการวางแผนไว้ก่อนแล้ว และมักจะใช้กลยุทธ์ในการต่อสู้

4. พวกบ้าคลั่ง หรือ พวกชอบการทำลาย พวกนี้จะสู้แบบไม่สนใจอะไรซัดทุกอย่างที่ขวางหน้าทั้งหมดจนกว่าจะไม่เหลืออะไรแล้ว

5. พวกหลงตัวเอง สไตล์การต่อสู้ของพวกนี้จะเป็นทำนองว่าคิดว่าข้านี่แหละแกร่งสุด และมักประเมินคู่ต่อสู้ต่ำกว่าตนเองเสมอ และ
มักตกใจเมื่อเจอเซอร์ไพรส์เล็กๆ จากอีกฝ่าย หากมากหน่อยจะแพ้กับคู่ต่อสู้แบบที่คาดไม่ถึง

6. พวกที่ชอบการต่อสู้ หรือชอบเอาชนะ สไตล์การต่อสู้ของพวกนี้จะชอบสู้กับคนเก่งๆ ที่สูสีกับตนเองและมักจะยอมรับฝีมือของอีก
ฝ่ายหากว่าสูสีกับตนหรือเหนือกว่าแต่บางทีก็ไม่เป็นงั้น และหากว่าตนแพ้ ก็จะยอมรับความเข้มแข็งของอีกฝ่าย หรือไม่ก็ผูกใจเจ็บตาม
สู้ไปเรื่อยๆก็ได้ และมักไม่ยอมให้คนอื่นทำร้ายคู่ต่อสู้ของตนเองอีก โดยปกติแล้วพวกนี้มักจะเป็นพระเอกหรือไม่ก็ฝ่ายธรรมมะ


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


เครดิต : ลืม จำไม่ได้ ( นู๋ไม่รู้ นู๋มาว )
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby Crimsonwing on Sat Feb 23, 2008 10:03 pm

น่าจะรวมไว้ในกระทู้เดียวเลยดีกว่ามั้งเจ๊ หรือว่าจะตั้งกระทู้แยกไปบทความละกระทู้เลยเนี่ย - -?

เลยไม่รู้จะตั้งชื่อกระทู้ยังไงถ้าเอาบทความในกระทู้นั้นมาลงที่นี่ -..-
Image
Image
Image
Image
User avatar
Crimsonwing
F.F. Arch Angel
F.F. Arch Angel
 
Posts: 209
Joined: Sun Feb 10, 2008 3:20 pm
Location: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม

Postby The Firemind on Sat Feb 23, 2008 10:40 pm

อืม... ผมว่าแยกกระทู้แบบนี้ก็ดีนะ.... ดูเป็นระบบดีกว่า....
(ไม่ค่อยอยากจะให้ไปกระจุกรวมกันอยู่ในกระทู้เดียว.....)
Image
สิ่งใดเล่าจะมาเปลี่ยนแปลงพวกเราได้...? ในเมื่อเราเติบโตขึ้นมาพร้อมกับสงครามและความโหดร้าย
เมื่อความรุนแรงและความเห็นแก่ตัวแปดเปื้อนจนชำระล้างไม่ออก... ใครเล่าจะเปลี่ยนแปลงพวกเราได้?
ไม่มีใคร... นี่คือความเป็นมนุษย์... เป็นความเที่ยงแท้ที่แม้แต่เทพเทวดาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลง.....
User avatar
The Firemind
WarLord พยัคฆ์สมุทร
WarLord พยัคฆ์สมุทร
 
Posts: 156
Joined: Fri Feb 08, 2008 5:17 pm
Location: นครพยัคฆ์สมุทรแห่งที่ 3

Postby กล้วยจัง on Sun Feb 24, 2008 8:13 am

ไงไง ก็ขอคำแนะนำเกีั่ยวกับฉากการต่อสู้ ทีครับ

ต้องการจริงๆ
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby LunaRWhiteclifT on Sun Feb 24, 2008 5:15 pm

อืมม นัทจังแล้วราแปร์ล่ะ? (Rapier) (หรือมานอ่านว่าเรเปียหว่า...)
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby 青 お姉さん on Sun Feb 24, 2008 6:16 pm

อืมม์ ... สำหรับ Rapier ( เรพิเออร์ ) แล้ว

น่าจะจัดอยู่ในประเภท Saber ( กระบี่ ) ซะมากกว่า

เพราะรูปร่างและลักษณะการใช้งานนั้นดูๆไปแล้วแทบไม่ต่างกัน

เพียงแต่เรพิเออร์จะเน้นไปที่การแทงตามจุดสำคัญของเป้าหมาย

แถมมันไม่มีความแข็งแกร่ง และช่างเปราะบางเหลือเกิน

จึงไม่เหมาะแก่การนำไปใช้งานหนักๆหรือรับแรงกระแทกได้ทุกครั้ง



ส่วนบทความสำหรับวิธีเขียนฉากต่อสู้ไว้ว่างๆจะไปลองหามาให้นะ

เพราะฉันหรือใครบางคนนั้นไม่ได้ศึกษาตามแบบฐานหรือมีตำราให้อ่าน

เพียงแต่ได้ประสบการณ์มามากจากการแต่งฟิคซะมากกว่า

/me จิตตก หล่นหาย หาไม่เจอ
Image

The Great Archives determine you to have gone by the identity : High Priestess of The Arctic

Known in some parts of the world as : Curse of The Lost

The Great Archives Record : A lonely one who guides the lost - but not to safety, to their doom.
User avatar
青 お姉さん
F.F. Fallen Arch Angel
F.F. Fallen Arch Angel
 
Posts: 151
Joined: Sun Feb 10, 2008 9:53 pm
Location: どこかで孤独な道

Postby Aeolus on Sun Feb 24, 2008 7:08 pm

5. พวกหลงตัวเอง สไตล์การต่อสู้ของพวกนี้จะเป็นทำนองว่าคิดว่าข้านี่แหละแกร่งสุด และมักประเมินคู่ต่อสู้ต่ำกว่าตนเองเสมอ และ
มักตกใจเมื่อเจอเซอร์ไพรส์เล็กๆ จากอีกฝ่าย หากมากหน่อยจะแพ้กับคู่ต่อสู้แบบที่คาดไม่ถึง


เจอแทบทุกเรื่องเลย...
และก็เป็นตัวประกอบสำหรับเกิดเหตุการณ์หนึ่งของ "บรรดาตัวละครหลัก" เสมอ
Image
User avatar
Aeolus
หน่วยจู่โจม
หน่วยจู่โจม
 
Posts: 98
Joined: Mon Feb 18, 2008 3:36 pm
Location: โลกแห่งความเป็นจริง

Postby LunaRWhiteclifT on Sun Feb 24, 2008 8:56 pm

แต่เดวนะ... เรพิเออร์ถ้าจำไม่ผิด มันไม่มีคนนิ? มันเป็นดาบปลายแหลมที่มีลักษณะคล้ายทวนแต่เล็กกว่าไม่ใช่เหรอ?




ปล.หรือข้าน้อยงง?
ปลล.อีกอย่างนึง เขนนี่จัดเป็นกระบองประเภททอนฟาปะ?
ปลลล. แล้วเขนที่มีคมจัดเป็นอาวุธประเภทไหนอ่ะ? (จะเอาไว้อางอิงเวลาแต่ง Eternal Chaos Project น่ะ อาวุธมานเยอะแยะมากมาย ><)
Last edited by LunaRWhiteclifT on Sun Feb 24, 2008 9:13 pm, edited 1 time in total.
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby กล้วยจัง on Sun Feb 24, 2008 9:03 pm

หากแต่งนิยาย จีน


ข้าอยากสอบถามเพิ่มเติมสักนิด



ทวน นี้บางทีมันมีบางเรื่องอ่ะครับ เป็นทวน คล้ายหอก เรื่องนักรบครบสลึง

กับ อีกอันเป็นทวนไม่มีปลายดาบ ซึ่งกำลังง

มันไงไงกันแน่
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby LunaRWhiteclifT on Sun Feb 24, 2008 9:14 pm

^
^
^


ทวนก้มีลักษณะคล้ายหอกอยู่แล้ว เพียงแต่ทวนนั้นไม่อาจฟาดฟันได้เท่านั้น มีไว้แทงอย่้างเดียว (Stabbed Weapon)



ปล.ทวนไม่มีปลายดาบ? หมายความว่าไงหว่า
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby กล้วยจัง on Sun Feb 24, 2008 9:17 pm

ทวนคล้ายพลองอ่ะครับ


ไม่มีด้านคมเลย


ซึ่่งผมกำลังงงอยุ่ เพราะในขุนศึกตระกูลหยาง

กับ นักรบครบสลึง มันก็มีทั้งสองแบบ

ช่วยบอกทีครับ
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby Crimsonwing on Sun Feb 24, 2008 9:40 pm

เขน ถ้าจำไม่ผิด มันจะล็อคติดกับแขน หมุนควงอย่างทอนฟาไม่ได้นี่นา คล้ายๆเป็นสนับมือที่ต่อไม้คุ้มกัยศอกเอาไว้ด้วย

ส่วนเรเปียร์ ข้าน้อยว่ามันก็คือๆกับกระบี่น่ะแหละ แต่มันก็มีคมนะ ไอ้ที่ไม่มีคมมันใช้แข่งกีฬาฟันดาบไม่ใช่เรอะ?

แล้วทวน/หอกที่ไม่มีคมดาบ... มันก็พลองน่ะสิ!!!
Image
Image
Image
Image
User avatar
Crimsonwing
F.F. Arch Angel
F.F. Arch Angel
 
Posts: 209
Joined: Sun Feb 10, 2008 3:20 pm
Location: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม

Postby Requin_Jinx on Sun Feb 24, 2008 11:29 pm

กระบี่น่ะเค้าใช้สู้กับพวกอัศวินเกราะหนัก.....เพราะ เอาไว้แทงตามข้อต่อ หรือลูกตาครับ

ส่วน เกรทซอร์ด...ส่วนมากคนที่ใช้มักไม่ค่อยใส่เกราะเพราะมันจะหนักมาก...เน้นไปทางสับพวกเกราะอ่อนให้ขาดครับ (ฟันเกราะหนาให้ขาดยากครับ เปลืองแรง แทงเอาด้วยกระบี่ง่ายกว่าครับ)


ปล. นัทจังน่าจะเติมแบบที่ 7 การต่อสู้แบบพวก"รักเพื่อน"ด้วยนะ...ยอดนิยมเลย
[align=left]Image[/align]
If we seem to be immortal, it's only because you guys are too WEAK!!!

~สอยสาวเผ่าGria สอยสาวเผ่าViera...เกมFFTA2 ช่างเยี่ยมจริงๆ~
User avatar
Requin_Jinx
F.F. Zandalphon
F.F. Zandalphon
 
Posts: 86
Joined: Sun Feb 10, 2008 7:41 pm
Location: Blue Carnation Club

Postby กล้วยจัง on Mon Feb 25, 2008 6:41 am

ไม่แน่ใจน่ะ

ก็งง แต่เห็นมันบอกเป็นทวน

-0-
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby TumAlone on Mon Feb 25, 2008 12:11 pm

ตบมือกับสาระชิ้นที่สอง...แล้วพวกอาวุธพิศดารคงจำต้องแยกย่อยไปใว้ในคราหลัง...
Image Image
User avatar
TumAlone
หน่วยรบพิเศษ
หน่วยรบพิเศษ
 
Posts: 263
Joined: Mon Feb 11, 2008 2:06 pm
Location: ความเป็นจริงอันไกลโพ้น

Postby LunaRWhiteclifT on Mon Feb 25, 2008 2:55 pm

Crimsonwing wrote:เขน ถ้าจำไม่ผิด มันจะล็อคติดกับแขน หมุนควงอย่างทอนฟาไม่ได้นี่นา คล้ายๆเป็นสนับมือที่ต่อไม้คุ้มกัยศอกเอาไว้ด้วย

ส่วนเรเปียร์ ข้าน้อยว่ามันก็คือๆกับกระบี่น่ะแหละ แต่มันก็มีคมนะ ไอ้ที่ไม่มีคมมันใช้แข่งกีฬาฟันดาบไม่ใช่เรอะ?

แล้วทวน/หอกที่ไม่มีคมดาบ... มันก็พลองน่ะสิ!!!




งึม... ความรู้ไหม่แฮะ ว่าเขนล็อกติดกับแขน



ส่วนเรื่อง Rapier n.ดาบเ้ล็กสำหรับแทง,กระบี่...
Saber n. กระบี่,ดาบหนักคมด้านเดียว(ทหารม้า),ดาบคมคู่(กีฬาฟันดาบ)
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Postby กล้วยจัง on Mon Feb 25, 2008 4:56 pm

มีดสั้นก็สามารถเป็นอาวุธซัด
ได้ใช้ไหมครับ


อันนี้ไม่แน่ใจน่ะลองถามดูเพื่อจะลงในนิยายจีน
ปัญหาพื้นฐาณห้าประการ ได้แก่ มรรค (เต้า) ฟ้า (เทียน) ดิน (ตี้) (แม่ทัพ) เจียง กฎ (ฝ่า)

แม่ทัพนายกองจะมีผู้ใดมิรู้ไม่ ทว่าผู้รู้แจ้งเท่านั้นจึงจะชนะ ผู้รู้มิแจ้ง ย่อมพ่ายแพ้
User avatar
กล้วยจัง
กล้วย
กล้วย
 
Posts: 329
Joined: Thu Feb 14, 2008 6:07 pm
Location: กล้วยเมาทรีน

Postby Crimsonwing on Mon Feb 25, 2008 5:04 pm

กล้วยจัง wrote:มีดสั้นก็สามารถเป็นอาวุธซัด
ได้ใช้ไหมครับ


อันนี้ไม่แน่ใจน่ะลองถามดูเพื่อจะลงในนิยายจีน


แน่นอน ดูเรื่องลี้คิมฮวงสิ...

แต่ขนาดของมีดก็มีผลกับพลังทำลาย(แน่ล่ะ) ความแม่นยำ และความเร็วด้วยนะ
Image
Image
Image
Image
User avatar
Crimsonwing
F.F. Arch Angel
F.F. Arch Angel
 
Posts: 209
Joined: Sun Feb 10, 2008 3:20 pm
Location: จุติบนโลกอันแสนโสมมเพื่อชดใช้กรรม

Postby LunaRWhiteclifT on Mon Feb 25, 2008 5:59 pm

มีดสั้น? ถ้าจะเรียกให้ถูกเขาจะเรียกมีดซัดนะ...
"All the DARKNESS in the world con not extinguish the LIGHT of single CANDLE"
- ไม่ว่าความมืดมิดสุดสายบนนภา ยากยั่งลึกสู่โลกาสุดวิสัย
แต่มิอาจจะเทียมทานสู้แสงไฟ จากเทียนไขโชตช่วงเพียงเล่มเดียว...
User avatar
LunaRWhiteclifT
นักรบฝึกหัด
นักรบฝึกหัด
 
Posts: 372
Joined: Thu Feb 14, 2008 9:10 pm
Location: ดินแดนไร้รัก...

Next

Return to ห้องสาระ + Tip & Trick!!!

Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests

cron