Page 1 of 1
Snow White: Jealous Queen Side! (จบแล้ว)

Posted:
Sat Jun 07, 2008 9:26 pm
by Kuroneko_Iyo
อิโยะ-“สวัสดีค่ะ ห่างหายไปนานเพราะติดเรียน+เกมส์มากไป ตอนนี้ว่าจะหันมาแต่งอะไรเล่นบ้างแล้ว
หลายคนคงไม่ค่อยรู้จักหนูอ่ะนะคะ ไม่แปลกหรอกเพราะไม่ค่อยมา
สำหรับเรื่องที่จะลงต่อไปนี้ เป็นเรื่องที่ไม่ทราบว่าจะเอาไปลงในหมวดในดี จนต้องไปตีกลองร้องเรียนท่านพยัคฆ์สมุทร
จนในที่สุดท่านก็เสียสละพื้นที่ฟอรั่มเพื่อให้เราได้ลงฟิคที่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร?(คนแต่งก็ไม่รู้ค่ะ...)
โอ้ว... ท่านช่างมีเมตตาเหลือเกิน!! (
http://fiction.freeforums.org/topic-t194.html)
เอาละ.. เข้าเรื่องดีกว่า... เรื่องนี้จะเกี่ยวกับสโนไวท์ภาคฮาๆบ้าบอไปนิด บางคนอาจชอบใจเพราะตลกดี แต่บางคนอาจไม่เก็ทมุขเท่าไหร่ ความยาวกะประมาณ 3 ตอนสั้นๆ (ยังแต่งไม่จบเลย)
ยังไงก็ตาม เนื่องจากว่าคนแต่งเองก็ยังอยู่ในวัยเรียน(ม.ปลาย) ก็เลยไม่ค่อยมีเวลามาแต่งค่ะ
เป็นเรื่องแนวแต่งตามใจฉัน(555+) อาจลงช้าไปบ้าง กะว่าอย่างน้อย 1 อาทิตย์ต้องลงให้ได้ 1 ครั้งเป็นอย่างต่ำค่ะ
(แต่ครั้งนึงอาจไม่ครบตอนนะคะ)
สุดท้ายนี้ อิโยะจังยังเป็นเพียงแค่มือสมัครเล่น ยังไม่เคยมีผลงานฟิคที่ไหนมาก่อนเลย อาจจะแต่งดูขัดๆไปบ้าง ขอความกรุณาติ-ชมด้วยนะคะ (_ _)”
ปล.ขอบคุณที่ฟังหนูแพล่มจบค่ะ...
สถานะนิยาย :
จบแล้ว

Posted:
Sat Jun 07, 2008 9:29 pm
by Kuroneko_Iyo
Snow White: Jealous Queen Side!
สโนว์ไวท์: ภาคราชินีใจร้าย (บ้าสุดขั้ว~!)
ตอนที่1
... ... ...
... ...
...
“กระจกวิเศษเอ๋ย ... บอกข้าเถิด ... ใครงามเลิศในปฐพี?”
เสียงเล็กแหลมทรงอำนาจดังก้องกังวานขึ้นในห้วงความมืดที่ปกคลุมไปด้วยไอเวทย์มนต์ประหลาด ... ส่งผลให้แสงสว่างจากภายนอก ที่พยายามส่องผ่านช่องหน้าต่างบนกำแพงสีเทาคล้ำไม่สามารถล้ำเข้ามาในห้องประหลาดแห่งนี้ได้ มีเพียงแสงจากไฟสีเขียวหม่นๆที่สะท้อนกับกระจกโบราณ ... มันถูกประดับประดาอย่างดีด้วยทองเคลือบที่นูนขึ้นมาเป็นอักษรประหลาดที่เรืองแสงขึ้นเล็กน้อย ... ราวกับตอบรับเสียงอันทรงอำนาจนั้น ... ควันหมอกก็สะท้อนปรากฏขึ้นลาง ๆ บนกระจกเงาปลาบ ... พร้อมๆ กับที่เงานั้นค่อยแปรเปลี่ยนรูปร่างของมันเสมือนใบหน้าบุรุษ ...
“อา ... ท่านราชินี ...” เสียงทุ้มหนักแหบพร่าดังขึ้นทั้งที่ใบหน้าของหมอกนั้นมิได้ขยับริมฝีปากของมันแต่อย่างใด
“บอกข้าสิ ... กระจกวิเศษเอ๋ย ... ข้างามเลิศที่สุดในพิภพใช่หรือไม่ ...” เสียงเดิมพูดอย่างน่าเกรงขาม ...
“... เกรงว่าจะมิใช่เช่นนั้นหรอก ... ราชินีของข้า ...” เงาหมอกบนกระจกขยับเล็กน้อยด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร ... ?”
“สโนว์ไวท์ ... ยังมิสิ้นชีวา ... หากนางยังอยู่ ... ราชินีของข้า ... เจ้าจะไม่มีทางได้เป็นหญิงผู้งามเลิศในปฐพี! เพราะสโนว์ไวท์ต่างหากคือสตรีผู้งดงามที่สุดในโลกา!!! ก๊ากกกฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!!!”
“แกมันบ้าไปแล้วไอ้กระจกซังกะบ๊วยเอ๊ยยย!!!”
โครม!!! เพล้ง!!!
เสียงเครื่องแก้วบางอย่างบินไปกระทบกำแพงเสียงดังสนั่นไปทั่วปราสาท ทำเอานกพิราบที่เกาะกันเป็นฝูงอยู่บนยอดปราสาทพากันบินหนีให้ว่อน ...
ในห้องมืด ๆ นั้น ... ไอหมอกเวทย์ประหลาดค่อย ๆ จางหายลงไป แสงแดดยามอาทิตย์อัสดงส่องแสงสีส้มอ่อนลงมากระทบใบหน้านวลสีน้ำผึ้งของหญิงผู้หนึ่งซึ่งยืนหอบหายใจ คิ้วเรียวมุ่นหัวเข้าหากัน นัยน์ตากลมโตสีอะเมธิสต์ที่ดูเอาแต่ใจจ้องมองสิ่งของบางอย่างตรงหน้าซึ่งหลบเครื่องแก้วที่มือบางเพิ่งจะโยนโครมใส่มันได้อย่างหวุดหวิด ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรง
“รอดตัวไปได้อีกแล้วนะแก ...” เสียงเล็กพูดกัดฟัน
“ฮะฮ่า!! หากข้ามิได้ฝึกเร่งสปีดหลบพลังช้างสารของท่านมาก่อนล่ะก็ เห็นทีข้าต้องถูกยกไปซ่อมเป็นครั้งที่แปดสิบสองแน่” เสียงแหบพร่าที่บัดนี้กลายเป็นเสียงชายหนุ่มอารมณ์ดีกล่าวพร้อมเก๊กเสียงหล่ออย่างน่าหมั่นไส้ พร้อมกับกระจกบานใหญ่ต้นเสียงที่ลอยเคว้งอยู่ในอากาศ
“อะไรกัน ครั้งที่แปดสิบสองเองเหรอ ชั้นนึกว่าเกือบร้อยแล้วซะอีก” สาวน้อยร่างบางในอาภรณ์ยาวสีม่วงเข้มที่ดูเข้ากับสีดวงตาบ่นเสียงดัง ก่อนจะยกมือบางขึ้นปัดผมสีขาวบริสุทธิ์ยาวถึงเอวที่ถูกรวบครึ่งหนึ่งอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับมาสนอกสนใจเจ้ากระจกประหลาดตรงหน้าที่ตอนนี้เริ่มขยับริมฝีปากบ้างแล้ว “... ว่าแต่ว่า ... ที่นายบอกชั้นน่ะ ... สโนว์ไวท์ยังไม่ตายจริงรึ ?”
“แล้วข้าจะโกหกท่านไปทำไมล่ะท่านราชินีตัวน้อย?”
“ขืนนายพูดแซวชั้นอีกคราวนี้แม่จะจับย่างสดซะเลย”
“ขอรับ ...” เสียงตอบกลับพูดอย่างสงบเสงี่ยมทันที
“แล้วสรุปว่าเรื่องมันเป็นยังไง?”
“สโนว์ไวท์ยังไม่ตายขอรับ นางยังมีชีวิตอยู่ในป่าที่ห่างไกลจากที่นี่”
“อืม ... แสดงว่าข่าวลือที่ว่านางถูกนายพรานฆ่าตายไม่เป็นความจริงน่ะสิ” หญิงสาวร่างบางพูดอย่างครุ่นคิด
“ไม่เชิงขอรับ” เสียงกระจกวิเศษที่เริ่มลอยกลับเข้าทีเดิมของมันฟังดูละเหี่ยใจอย่างเห็นได้ชัด “นางขู่นักฆ่าคนนั้นไปจนขวัญหนีดีฝ่อขอรับ”
“ก็สมกับเป็นนางดี” ราชินีตัวน้อยกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี “แต่แบบนี้ชั้นก็ควรจะไปรับนางกลับปราสาทในฐานะแม่ของนางสินะ”
“ขอรับ นางอยู่กับคนแคระอีกเจ็ดตนในป่าขอรับ”
“...งั้นข้าไปรับนางกลับมาดีกว่า...” ดวงตากลมสีม่วงเข้มที่ฉายแววเอาแต่ใจ ทอดมองออกไปนอกปราสาทสีทมิฬที่มักถูกผู้คนเข้าใจผิดว่าเป็นคฤหาสน์แม่มดอยู่เป็นประจำ ... หากแต่เจ้าของปราสาทอย่างนางก็ไม่คิดจะทำให้ชาวบ้านเขาเข้าใจถูกเสียด้วย ...

Posted:
Sat Jun 07, 2008 9:46 pm
by Flaya
ยังจำอิโยะได้ เพราะเธอชอบขึ้น
อิโยะ-ตามด้วยคำต่าง ใช่มะล่ะ
รุสึกว่า เคยอยู่การ์ตูนด้วย รึปล่าวหว่า~!!
ว่าแต่ อิโยะ เคยอ่านการ์ตูนของ"คาโอริ ยูกิ"รึปล่าว ที่แต่ง ศึกวิหารเทพเจ้าน่ะ
เรื่องใหม่2เรื่องที่เพิ่งออกใหม่ มีแฟรี่คิวต์ กะอีกเรื่อง จำชื่อมะได้
แฟรี่ช่างมัน แต่อีกเรื่อง ยัยยูริ มันเอานิทานกริมมายำล่ะ
ยำในแบบของเจ๊เขา สโนไว(สุดเจ้าเล่ห์) หนูน้อย(เลือดย้อม)หมวก(จนเป็นสี)แดง อื่นๆอีก ไปลองหามาอ่านนะ เผื่อจะช่วยได้ในการแต่ง

Posted:
Sat Jun 07, 2008 9:54 pm
by Kuroneko_Iyo
อิโยะ-"อะแฮ่มๆ เอ่อ ... เรื่องฟิควันนี้คงพอก่อนอ่ะนะคะ ช่วงอาทิตย์นี้อาจจะได้ลงอีกซักครั้งนึงมั้ง? (ตามประสาคนเพิ่งแต่ง แรกๆลงบ่อย หลังๆขี้เกียจ) ยังไงก็คอมเมนต์ด้วยนะเจ้าก๊า~ (_ _)~ ... โอ๊ะ!!!...มีคนจำหนูได้ด้วย T^T~"

Posted:
Sat Jun 07, 2008 9:55 pm
by Kuroneko_Iyo
ปล.(ลืม) นี่ยังไม่จบตอนนะคะ

Posted:
Sun Jun 08, 2008 12:59 am
by LunaRWhiteclifT
เอจิส-"เรนซังคือผู้เผยแพร่ไวรัสชนิดนี้ และมันก็ระบาดอยู่ช่วงหนึ่ง...."
ปล.รู้สึกตอนนั้นไวรัสเรนซัง V. 2.5 มั้ง ตัวล่าสุดน่ะ - -

Posted:
Sun Jun 08, 2008 1:17 pm
by Nekotsuki_Ren
เรน - "อ่า ... นั่นมันความหลังฝังใจที่จำไม่ได้ว่าใคร(ฟะ)ที่ตั้งชื่อไวรัสซะดิบดี(จนมีปึด) ... ว่าแต่จะไม่มีใครเม้นเรื่องบางเลยเรอะ!! เรื่องออกจะฮา(บ้าแบบรั่ว ๆ) - -" "
ปล.รึว่าฉันมันเส้นตื้นไปเองหว่า? ...

Posted:
Sun Jun 08, 2008 9:38 pm
by LunaRWhiteclifT
เอจิส-"ยังไม่ได้อ่าน~"
ปล.หาเรื่องเนียน เผื่อจะได้กลายเป็นนักรบซะที ฝึกมาตั้งนานและ

Posted:
Wed Jun 11, 2008 10:19 pm
by Kuroneko_Iyo
“โอ๊ยยยยยยยย!! เมื่อยแล้วนะ!!” เสียงเล็กแหลมตะโกนขึ้นเสียงดัง ทำเอากระจกถือกรอบทองบานเล็กที่ลอยนำอยู่ต้องหยุดชะงัก ก่อนจะหันกระจกมันปลาบที่สะท้อนเงาของสาวน้อยร่างบางผิวสีแทน ที่บัดนี้อยู่ในชุดคลุมแม่มดตัวสั้นสีม่วงเข้มจนเกือบดำ และหมวกปีกกว้างทรงแหลมสูงสีเดียวกันที่เอียงกะเท่เร่ เพราะบัดนี้คนสวมลงไปนั่งแหมะกับพื้นพลางยืดขาออกอย่างเมื่อยล้า
“โถ่ ... แม่ราชินีตัวน้อย เดินแค่นี้ก็แย่แล้วหรอเนี่ย ... จุ๊ ๆ ... ช่างบอบบางเสียจริง” เสียงจุ๊ปากดังมากจากกระจกต้นเสียงที่ลอยลงมาตรงหน้า“ราชินีตัวน้อยๆ”ของมัน ก็จะถูกหมัดเล็กๆของผู้ที่ถูกหาว่าบอบบางซัดเข้าไปเต็มเหนี่ยว
“หุปปากน่า ก็ชั้นไม่เคยเดินทางไกลนี่! แถมไม่ได้ลอยได้ซะหน่อย ใครจะไปสบายอย่างนายล่ะ” เสียงเล็กๆเอ่ยอย่างไม่พอใจ พลางนวดขาตัวเองด้วยอารมณ์หงุดหงิด
“แหม ... แบบนี้สงสัยต้องพึ่งเวทย์มนต์อีกแล้วมั้งเนี่ย” เสียงของกระจกกรอบทองลอยลงมาอย่างเชื่องช้า หลังจากบินขึ้นไปเยี่ยมชมทะเลเมฆอันแสนสุขที่เจ้านายอันเป็นที่รักหวังดีส่งไปให้ถึงที่
“อะไรอีกล่ะ?”
“หนทางมันยังอีกยาวไกลนักขอรับ หากเดินไปด้วยสภาพนี้มีหวังขาท่านจะเดี้ยงตั้งแต่ยังไม่ถึงด้วยซ้ำ ... เพราะฉะนั้น ...” เสียงเจ้ากระจกหยุดไปเสียงดื้อ ๆ ... ดวงตากลมโตสีม่วงใสกระพริบตาปริบ ๆ มองมันอย่างมีความหวัง
“แอ๊บโดมิไนเซอร์!! วันนี้เราขอเสนอ... แอ๊ฟฟฟฟ!!” ... พูดไม่ทันจบประโยครองเท้าบู้ทสั้นสีดำจากขาของเจ้านายก็ถูกเขวี้ยงใส่มันทันที
“เลิกเล่นมุขฝืดซะที!! สรุปว่าอะไรยะ!”
“แง่ะ ... ลืมเลย ... ท่านทำผมเอ๋อ ... อุ๊กกก!!” และแล้วรองเท้าอีกข้างก็ตามมาสมทบ...
“จำได้รึยัง ...” เสียงที่แฝงไปด้วยรังสีอำมหิตแผ่ซ่านพูดขึ้นอย่างเยือกเย็น
“ขะ ... คร๊าบ ...”
“เฮ้อ ... มีวิธีแบบนี้ก็ไม่บอกแต่แรก” เสียงเล็กที่คุ้นเคยดังขึ้นท่ามกลางสีครามสดใสของท้องฟ้า ก่อนดวงตากลมโตสีอะเมธิสต์จะมองลงไปที่ไม้กวาดที่ตนขี่อยู่ “นี่ เจ้ากระจกบ้า แปลงร่างได้ก็ไม่บอกกันเลยนะ”
“แหม~! ของดีมันก็ต้องเก็บไว้สิขอรับ!” เสียงชายหนุ่มพูดอย่างอารมณ์ดีดังมาจากไม้กวาดมะฮอกกานีสีเข้มที่บัดนี้กลายเป็นพาหนะให้กับหญิงสาวร่างเล็กในชุดแม่มดที่นั่งอยู่บนร่างแปลงของตน “ว่าแต่ ... ท่านราชินีขอรับ”
“หืมม์ ...?”
“จะไปรับนางสโนว์ไวท์กลับมาจริง ๆ หรือขอรับ นางเป็นคนเลือกเส้นทางเดินของนางเองว่าจะไปจากที่นี่นะขอรับ” เสียงทุ้มกว่าปกติของเจ้าคนที่มักกวนประสาทพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“... ข้ารู้ดีน่า ...” ราชินีตัวน้อยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง “แต่ยังไงข้าก็มีศักดิ์เป็นแม่ของนาง ถึงแม้ข้าจะเป็นเพียงแม่เลี้ยงก็เถอะ ข้าก็ควรจะดูแลนางให้ดี”
“ท่านราชินี ...” เสียงนุ่มพึมพำราวเสียงกระซิบ ... “ท่านราชินีขอรับ ...”
“หืมม์ ...?”
“... ใส่ กกน. สีขาวหรือขอรับ ?”
กึ้ด!!!
“อ๊าคคคคคคคคคค!!!!”
เสียงไม้แข็งถูกบิดดึงให้งอจนเกือบหักดังขึ้น ตามด้วยเสียงร้องโหยหวนของเจ้ากระจกที่ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นไม้กวาดหักอยู่รอมร่อด้วยมือบาง ๆ ของแม่มดตัวน้อยที่บัดนี้กลายร่างเป็นนางยักษีตัวเล็กที่อาจถล่มได้ทั้งป่า หากรากไม้มันเห็น กกน. ของเธอ ...

Posted:
Wed Jun 11, 2008 10:20 pm
by Kuroneko_Iyo
อิโยะ-"คุยเล็กน้อย... ช่วงนี้เบื่อแฮะ งานเยอะชะมัด..."

Posted:
Thu Jun 12, 2008 12:40 pm
by Crimsonwing
ไว้มีอารมณ์อ่านแล้วจะมาวิจารณ์ให้ -..-
ป.ล. ใครอยู่ช่วงประมูลเดียวกับเรนซัง+อิโยะจังแล้วจะจำไม่ได้ก็แปลกไปหน่อยแล้วล่ะ ยกเว้นจะมาประมูลช่วงหลังๆ

Posted:
Thu Jun 12, 2008 6:38 pm
by Flaya
Yes!! ปีกแดงตรัสถูกแล้ว !!

Posted:
Sat Jun 14, 2008 2:48 am
by 青 お姉さん
ฉันไง ... คนนึงล่ะที่จำไม่ได้
รู้สึกเหมือนจะเลือนๆ รางๆ เบลอๆ ?
/me ยังอยู่ในโหมดประชด

Posted:
Sun Jun 15, 2008 12:38 am
by Kuroneko_Iyo
อิโยะ-"そうですか…"

Posted:
Sun Jun 15, 2008 9:56 am
by Nekotsuki_Ren
เรน - "ง่า ... เค้าขอโทษ T-T ... แล้วอิโยะจังไหงพูดแบบนั้นล่ะ =w=" (ติดสตันไป 3 วิก่อนจะมานั่งอ่านออก เหอะ ๆ)"

Posted:
Thu Jul 03, 2008 9:52 pm
by Kuroneko_Iyo
Snow White: Jealous Queen Side!
สโนว์ไวท์: ภาคราชินีใจร้าย (บ้าสุดขั้ว~!)
ตอนที่2
... ... ...
... ...
...
“อ๊ะ!! นั่นมันเขาคานอสนี่นา!” เสียงเล็กตะโกนขึ้นอย่างร่าเริง พลางชี้นิ้วไปที่ภูเขาสีฟ้าครามลาง ๆ ที่อยู่ไกลออกไป
“ขอรับ ...” น้ำเสียงตอบกลับมาอย่างเนือย ๆ
“ว้าววว~ ทะเลสาบอีอา~!! สวยจังเลยยยย~~” เสียงเจื้อยแจ้วยังคงดังอยู่ต่อเนื่อง ... และต่อเนื่องมาตั้งแต่ชั่วโมงที่แล้วตั้งแต่ออกจากเขตเมือง จนเจ้าคนถูกขี่เริ่มเหนื่อยหน่ายกับเจ้านายตัวเอง
“นี่ท่านไม่เคยเห็นของพวกนี้เลยรึขอรับ” เสียงนุ่มดังขึ้นถาม
“ก็ไม่เชิงหรอกนะ ข้าแทบไม่เคยออกนอกปราสาทด้วยซ้ำ เคยเห็นก็แต่ในหนังสือหรือลูกแก้วเวทย์มนต์น่ะ” เสียงเล็กตอบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะหันกลับไปสนใจผืนป่าด้านล่างต่อ เจ้าไม้กวาดลอบถอนหายใจเบา ๆ
“เฮ้อ ... เด็กน้อย ...”
“ว่าอะไรนะ?”
“เปล่าขอรับ” เสียงลอยมาตอบกลับ แต่ราชินีตัวน้อยไม่ได้ติดใจสงสัยแต่อย่างใด กลับหันลงไปมองพื้นที่ว่างเล็ก ๆ ที่เชื่อมไปถึงถ้ำในป่าอย่างสงสัย
“นี่ เจ้าคันฉ่อง นั่นมันอะไรน่ะ?”
“เจ้าคันฉ่อง” ที่อยู่ในร่างไม้กวาดเหงื่อตก ... สรรพนามเรียกเปลี่ยนไปอีกแล้ว
“เอ่อ ... นั่นมัน ... เหมืองของพวกคนแคระที่ว่าไงขอรับ”
“เห ... งั้นก็ใกล้ถึงแล้วน่ะสิ ?” เธอมองถ้ำมืด ๆ พลางทำตาโต
“ขอรับ ข้าคิดว่าบ้านคงอยู่ไม่ห่างจากนี้หรอก”
“อ๊ะ ... ใช่หลังนั้นรึเปล่าน่ะ?” ดวงตาสีอะเมธิสต์เหลือบมองไปที่กระท่อมเล็ก ๆ อยู่ห่างจากเหมืองไปเล็กน้อย นิ้วเรียวจึงชี้ชวนให้เจ้าคันฉ่องหันด้ามไม้กวาดไปมองตาม
“อาจใช่นะขอรับ ... งั้นลองไปดูกันมั้ยขอรับ?”
“อืม... แต่ชั้นหิวแล้วอ่ะ...”
เจ้าคันฉ่องเหงื่อตก ...
เสียงฝีเท้าของบุคคลหนึ่งเดินสวบสาบย่ำพื้นหญ้าเขียวที่ขึ้นเบียดเสียดกันจนสูงร่วมหัวเข่าของร่างบางที่เดินลุยอย่างอึดอัด พลางทำเสียงกระฟัดกระเฟียดเมื่อหญ้าที่ขึ้นสูงบาดผิวเธอจนคันไปหมด มือบางพยายามก้มลงไปเกาซ้ำแล้วซ้ำเล่าเสียจนเจ้าคันฉ่องที่กลับร่างเป็นกระจกพกพาอันเล็กเช่นเดิมต้องถาม
“ให้ข้าช่วยมั้ยขอรับท่านราชินี” เสียงนุ่มดังขึ้นข้างหลังจากกระจกที่ลอยตามมา
ไม่มีเสียงตอบรับ แต่คำตอบคือใบหน้านวลที่หันมามองอย่างหัวเสียก่อนจะตะโกนใส่ “ถ้าทำได้... ก็ขออะไรที่ยัดลงกะเพราะได้ดีกว่าย่ะ!!!”
โมโหหิวนี่เอง ... เจ้าคันฉ่องวิเคราะห์ในใจ ... หลังจากที่เดินหาต้นไม้ที่ออกผลอะไรให้ทานได้มาร่วมหลายนาที ราชินีตัวน้อย ๆ ของมันก็ดูเหมือนจะหัวเสียอย่างมาก
“อ๊ะ!!! แอปเปิ้ล!!” เสียงเล็กๆตะโกนขึ้นอย่างร่าเริง ก่อนจะวิ่งเข้าไปตรงตะกร้าแอปเปิ้ลที่วางอยู่บนพื้น ภายในเต็มไปด้วยแอปเปิ้ลสีแดงสดน่ากินหลายลูก แต่เมื่อมือบางคว้ามันขึ้นมาลูกหนึ่งแล้วกินอย่างเอร็ดอร่อย... เงาใหญ่ที่ปิดบังเธอจนมิดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า... เดาจากขนาดของมันทำให้พอจะวิเคราะห์ขนาดเจ้าของเงาได้อย่างแม่นยำ... แล้วมันก็ไม่ผิดเสียด้วยสิ?
“ท่านแม่...” เสียงดังขึ้นจากภายหลัง...
ร่างบางของราชินีน้อยที่นั่งยอง ๆ ค่อย ๆ หันใบหน้านวลกลับมามองอย่างเชื่องช้า...
ร่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อนูนแน่นสมชายชาตรีบนชุดกระโปรงปล่อยยาวสีเหลืองอ่อนๆ ท่อนบนเป็นแขนตุ๊กตาสีน้ำเงินที่เข้ากันได้ดีกับกล้ามเนื้ออันแข็งแกร่งบนต้นแขน และขนอกที่แพลมออกมาเล็กน้อย รับกับใบหน้าขาวเนียนบ่งบอกถึงอาการถูกโบ๊ะมาไม่ต่ำกว่าสามสิบชั้น ริมฝีปากอวบหนาสีแดงสวยสด ปกคอเสื้อที่ตั้งขึ้นมารับกับกล้ามเนื้อนูนเด่นชัดบนต้นคอ ผมสีนิลถูกผูกริบบิ้นสีแดงสดไว้ ดวงตาติดขนตาปลอมยาวเป็นแพกระพริบตาปริบ ๆ พลางทำท่าเอียงหัวอย่างน่ารัก
“มาทำอะไรที่นี่เพคะ?” เสียงดัดเล็กแหลมที่ไม่ได้เข้ากับร่างที่สูงกว่า “ท่านแม่” ร่วมสองเท่าเลยสักนิด... เจ้าคันฉ่องคิดในใจขณะที่ทำสีหน้าช็อคสนิท...
“เอ่อออ... คือแม่มา...” ดวงตาสีอะเมธิสต์หลบตาอย่างประหม่า... ก่อนดวงตาใสแป๋วราวลูกกวางตัวน้อยและแพขนตาปลอมจะเหลือบไปเห็นแอปเปิ้ลที่ติดมือหญิงสาวร่างบางตรงหน้า...
และแล้วรังสีอำมหิตบางอย่างก็แผ่ครืนออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ ร่างบางตัวกระตุกสะดุ้งเฮือก ก่อนจะยื่นแอปเปิ้ลที่ตนเองกัดแล้วคืนให้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
“คือ... แม่มาเยี่ยมน่ะจ้ะ”
มือใหญ่ค่อยๆ ยื่นออกมาจับแอปเปิ้ลที่ฝ่ายตรงข้ามยื่นให้... ก่อนจะบีบมันเบาๆ เพียงพอที่จะทำให้มันแตกดังโพล้ะคามือ...
“แอปเปิ้ล...ของข้า...!!”
เจ้าคันฉ่องทำหน้าเหวอพร้อมอ้าปากค้าง... ในขณะที่ราชินีหันไปคว้าตะกร้าแอปเปิ้ลแล้วหันมายื่นให้ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อแตกพลั่ก
“คือ... แม่เห็นมันวางอยู่น่ะ แหะ ๆ...”
มือใหญ่พุ่งเข้ามากระชากคว้าตะกร้าแอปเปิ้ลอย่างรวดเร็วปานจรวด ใบหน้าของราชินีตัวน้อยซีดลงอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะสะดุ้งพร้อมกันทั้งคันฉ่องบานเล็กและเจ้าของมัน เมื่อร่างใหญ่ตรงหน้าหยิบแอปเปิ้ลในตะกร้าขึ้นมากัดกร้วมคำใหญ่เสียจนเหลือเพียงครึ่ง...
“อุ๊บ!!!!” ไม่ทันไรร่างใหญ่ตรงหน้าก็โก่งตัวงอ ดวงตาเบิกโพลง พลางค่อยๆ ล้มตัวลงบนพื้น... ก่อนจะสำลักพ่นเศษแอปเปิ้ลออกมา และเริ่มไออย่างน่ากลัว จนราชินีตัวน้อยเริ่มใจเสีย
“ส.. สโนว์ไวท์!! เจ้าเป็นอะไรน่ะ!?” ร่างบางก้มลงมานั่งข้าง ๆ แต่ก่อนจะยื่นมือออกไปสัมผัสได้... ร่างตรงหน้ากลับแน่นิ่งไปเสียก่อน...
“.........” ทุกอย่างเงียบและนิ่งเสียจนน่ากลัว... ราชินีตัวน้อยทำสีหน้าช็อคสนิท... ในขณะที่เจ้าคันฉ่องเพิ่งจะปริปากพูดออกมาเป็นคำแรกหลังจากเจอตัวเจ้าหญิง...
“...... นาง... สำลักแอปเปิ้ลจนเดี้ยงไปเสียแล้วล่ะขอรับ.........”
“..................... กรี๊ดดดดดดดดดดด!!!!”

Posted:
Thu Jul 03, 2008 9:53 pm
by Kuroneko_Iyo
อิโยะ-"ไม่รู้จะสนทนาอะไร เอาเป็นว่าตอนต่อไป(ตอนจบ) คงอีกนานกว่าจะได้ลง เพราะไม่มีอารมณ์แต่งค่ะ... หมดอารมณ์รั่ว"

Posted:
Thu Jul 03, 2008 11:44 pm
by Flaya
=w= 3 ตอนจบเหรอนั่น !!
อืมๆ แอปเปิ้ลติดคอตาย =w=
มุกนี้เหมือนเคยอ่านเจอที่ไหนมาก่อน !!
ช่างมันๆ ขอแค่สนุกกะพอแระ
อิโยะ จะมีเรื่องให้อีกไหม ถ้ามี บอกด้วยแล้วกัน จะอ่าน =w=

Posted:
Fri Jul 04, 2008 3:17 pm
by Nekotsuki_Ren
เรน - "อืม ... มุกแอปเปิ้ลติดคอตายเนี่ยเคยมีคนใช้มาก่อนด้วยรึ? =w=? (นึกไม่ออกแฮะ)"
ปล.หลังจากนี้จะเขี้ยวอิโยะจังให้แต่งเรื่องยาวและ = =~ (แต่อีกนานกว่าจะได้ลง เหอ ๆ)

Posted:
Sat Jul 12, 2008 3:08 am
by Kuroneko_Iyo
Snow White: Jealous Queen Side!
สโนว์ไวท์: ภาคราชินีใจร้าย (บ้าสุดขั้ว~!)
ตอนที่3 (จบ)
... ... ...
... ...
...
“นี่ข้าจะทำยังไงดีเนี่ยยยย!!!?” เจ้าของร่างเล็กกล่าวเสียงดัง พลางเดินไปเดินมาเป็นรอบที่ร้อย... จนในที่สุดเจ้าคันฉ่องน้อยที่เริ่มปวดกบาลก็หันกลับมาพูดอย่างเซ็งๆ
“ข้าว่าจะโวยวายไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นหรอกขอรับ... ยังไงนางก็สิ้นใจไปแล้ว”
“ตะ...แต่ว่า... เจ้าเสกอะไรก็ตามได้ใช่ไหม” ร่างบางหมุนกลับมามองราวกับเพิ่งคิดอะไรออก
“ขอรับ...?” เสียงทุ้มกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เข้าใจ
“เสกอะไรก็ได้ที่ทำให้นางฟื้นได้หน่อยซี่!! ช่วยหน่อยนะคันฉ่องเอม่อน!!!” ราชินีตัวน้อยในร่างบางพูดด้วยน้ำเสียงเดือดร้อนสุดขีดราวกับถูกไจแอนท์กับซูนิโอะแกล้งมาเสียอย่างไรอย่างนั้น แถมยังเอามือขึ้นมาประสานกันหว่างอกพลางทำตาใสเป็นประกายวิบวับ เล่นเอาคนถูกขอร้องด้วยวิธีสุดพิลึกมีรอยเส้นเลือดปูดขึ้นบนหน้ากระจก
“ข้าว่ามันผิดความหมายแล้วนะขอรับ ข้าไม่ได้มีกระเป๋าหน้าท้องสักหน่อย”
“โถ่...อะไรกัน”
“...แต่...”
“...” คนรอฟังทำตาใสพลางมองอย่างมีความหวัง
“ข้าก็พอมีเวทมนต์ที่คิดว่ามันน่าจะช่วยปลุกคนที่เพิ่งตายให้ฟื้นได้นะขอรับ”
“จริงเหรอ!!”
“อ๊ะ...นั่นไงสโนไวท์” เสียงเล็กกล่าวขึ้นเบาๆราวกับพึมพำให้ใครบางคนฟัง ร่างบางที่ยังคงสวมชุดแม่มดนั่งยองๆลงหลังพุ่มไม้เตี้ย ข้างกายมีกระจกถือบานเดิมที่ยังคงบินวนไปมาเพื่อมองเหตุการณ์ตรงหน้า ก่อนเจ้าคันฉ่องจะต้องทำสีหน้าช็อกกว่าเดิมเมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือภาพที่ไม่อาจอธิบายออกมาเป็นภาษามนุษย์หรือบาลีสันสกฤตได้เลยซักกะติ๊ด...
ร่างของสาวน้อยร่างใหญ่งดงามด้วยกล้ามเนื้อถูกยัดลงไปในโลงเหล็กกล้า ใบหน้าที่ถูกโบ๊ะมาไม่ต่ำกว่าสามสิบชั้นยังคงความขาวใสงดงามเสียจนไม่แน่ใจว่าตายแน่แล้วหรือยัง รอบกายถูกประดับประดาไปด้วยของลูกผู้ชายที่ไม่อาจสื่อสารเข้าใจได้ เช่น ผ้าขนหนูที่ดูราวกับผ้าโพกหัวของช่างก่อสร้างวางอยู่บนแผ่นอกกว้าง ที่โกนหนวดข้างใบหน้าหวาน กรรไกรตัดหญ้า พัดลม เครื่องดูดฝุ่น ข้าวกล่องสำเร็จรูป(?) และอื่นๆอีกมากมาย... ในขณะที่กลุ่มคนตัวป้อมๆแต่ดูแข็งแรงกลุ่มหนึ่งกำลังพยายามยกกระจกแผ่นใหญ่ที่มีป้ายแปะไว้ว่า “กันกระสุน” ลงไปวางแทนที่ฝาโลงเสียอย่างนั้น
เกิดความเงียบอย่างประหลาดขึ้นระหว่างผู้เฝ้ามองทั้งสองซึ่งเหงื่อแตกพลั่กๆออกมาอย่างกับสายน้ำ ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอากาศมันร้อนขึ้นกะทันหันหรือภาพตรงหน้ามันชวนให้เครียดจนพูดไม่ออกกันแน่
“เอ่อ... ช่างมันเถอะ... ข้าว่ารีบทำอะไรซักอย่างดีกว่านะ” ราชินีสาวพูดพลางปาดเหงื่อ...
“อ่า.... อื้ม....” เจ้าคันฉ่องที่พูดไม่ออกไปตามๆกันได้แต่พยักหน้ารับอย่างมึนงง พลางหมุนร่างที่เป็นกระจกของตนเองไปรอบหนึ่ง ก่อนแสงสีแดงชมพูจะหมุนเป็นขดเกลียวแล้ววิ่งตรงไปยังกลุ่มคนตรงหน้าอย่างเชื่องช้า หมายว่าจะไปถึงร่างที่นอนนิ่งอยู่ในโลงเหล็กเพื่อชุบชีวิตเธอขึ้นมา ทดแทนความผิดในส่วนที่เผลอทำให้เธอสิ้นชีพโดยมิได้ตั้งใจ
“อ้าว...ร่ายผิดบทแฮะ”
หากแต่คำพูดของเจ้าตัวคนร่ายทำเอาราชินีตัวน้อยถึงกับหัวทิ่มพื้นได้...
“เฮ้ยยย! เจ้าคันฉ่องบ้า! ทำอะไรลงไปยะเนี่ย!!”
แต่ยังไม่ทันจะได้ทะเลาะกันเป็นเรื่องเป็นราว เสียงโหวกเหวกโวยวายก็ดังขึ้นเบื้องล่าง ชวนให้สายตาของคนที่หัวทิ่มพื้นกับเจ้าตัวที่ไม่มีตาหันกลับไปมองด้วยความสงสัย
ม้าสีขาวที่หยุดตรงเบื้องหน้าโลงเหล็กของเจ้าหญิงสโนว์ไวท์ทำเอาพวกคนแคระถึงกับลุกขึ้นมาโวยวายไม่เป็นภาษา แต่ก็ยังพอจับใจความได้ว่า “แกใหญ่มาจากไหนถึงได้มายืนขวางงานศพของลูกพี่พวกข้าฟะ!” ประโยคเหล่านี้ทำเอาร่างที่อยู่บนหลังม้าเลิกลั่กด้วยความตกใจ มองจากเบื้องหลังและเสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาก็พอจะเดาได้ลางๆว่าหมอนี่คงต้องมีศักดิ์เป็นเจ้าชายเป็นแน่แท้ ราชินีตัวน้อยคิดในใจด้วยความฉงน
แต่แล้วเจ้าสายแสงสีแดงชมพูสดใสนั่นก็ทิ่มเข้ากลางหลังพี่แกเสียจนได้... เจ้าตัวต้นเหตุทั้งสองถึงกับหน้าเหวอ...ก่อนที่คำถามจะเอื้อนเอ่ยออกมาเบาๆจากริมฝีปากบาง
“นี่...เจ้าคันฉ่อง...”
“ขอรับ...”
“นั่นน่ะ...เวทอะไรรึ?”
เกิดความเงียบขึ้นเพียงชั่วครู่....
“เวท... สะกดใจขอรับ”
ร่างที่อยู่บนหลังม้าตัวกระตุกเล็กน้อย... ก่อนจะล้มลงจากหลังม้า... ลงไปตกอยู่บนกระจกกันกระสุน... ภายในไม่กี่วินาทีที่พวกคนแคระยืนนิ่งไม่ขยับด้วยความงุนงง ร่างที่ใส่อาภรณ์เต็มยศบ่งบอกสัญลักษณ์ความเป็นเจ้าชายก็ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า... ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนส่งประกายพลิ้วกับสายลม... ร่างบางอรชรขึ้นมานั่งเอนกายด้วยความเจ็บ... ดวงตากลมสวยใส ผิวขาวอมชมพูแลดูนุ่มนิ่มน่าสัมผัส... เอาเป็นว่าจะด้วยอะไรก็ตาม... อีนี่ไม่เหมือนผู้ชายด้วยประการทั้งปวง...
หลังจากนั้นคงไม่ต้องบอกว่าเกิดอะไรขึ้น... เมื่อเจ้าของร่างบางที่นั่งอยู่บนกระจกกันกระสุนมองผ่านกระจกลงไปเห็นร่างที่นอนอยู่เบื้องล่าง...
ภาพที่ทำเอาตัวต้นเหตุทั้งสองนำอวัยวะเบื้องบนกลับลงไปจิ้มพื้นเหมือนเดิม...
และแล้ว...เจ้าชายและสโนว์ไวท์...ก็ได้ครองคู่กันอย่างมีความสุข...ตลอดกาล(?)
จบแล้ว... เสื่อมจริงๆ พับผ่า...

Posted:
Sat Jul 12, 2008 3:15 am
by Kuroneko_Iyo
อิโยะ-"จบซะแล้ว... เสื่อมจริงๆเลยตรู..."
ปล.ตอนจบอาจจะงงนิดนึง... แต่เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้อยู่แล้วว่าทำไมสโนว์ไวท์ถึงฟื้น... จิ้นกันเอาเองละกันนะเคอะ = =|||

Posted:
Sun Jul 13, 2008 1:57 pm
by 青 お姉さん
เสื่อม จริงๆ ให้ตายเหอะ
/me นั่งอึ้งไปประมาณสิบนาที

Posted:
Sun Jul 13, 2008 11:42 pm
by Flaya
จุ๊บสินะ จุ๊บสินะ =w=
เอ้อๆ จำได้แระ มุกแอปเปิ้ล อ่านเจอในการ์ตูนของยัยยูรินั่นแหละ!!!
ติดคอตาย ฟื้นได้เพาระโดนเจ้าชายตบหลังสำลักแอปเปิ้ลออกมา!!!
แล้วนี่ เล่นมุกนี้เลยเหรอ !!!
สโนวไวสุดล่ำกะเจ้าชายสุดเพรียว =w=
เฮ้อ!! /me กระซิบ"เสื่อมเจ้าค่ะ"

Posted:
Tue Jul 29, 2008 8:35 pm
by Chimechotie
แล้วเมื่อไรจะแต่งเรื่อง "สโนไลท์ กับ ยมทูติทั้ง7"บ้างหละ เห็นว่าออกเป็นหนังไป3ภาคแล้ว?